ส่องประวัติ “โอคาโมโต้ โยริโกะ” จากเทควันโดเหรียญทองแดงโอลิมปิกปี 2000 สู่การเป็นบล็อกเกอร์สอนออกกำลังเพื่อความงาม!

ตอนที่ผู้เขียนพูดถึงเรื่องเทควันโดโอลิมปิกคราวล่าสุดก็ได้กล่าวถึงชื่อของ “โอคาโมโต้ โยริโกะ” ซึ่งอยากจะบอกว่าเธอคือตำนานของวงการเทควันโดญี่ปุ่น เป็นคนแรกในประวัติศาสตร์ที่คว้าเหรียญทองแดงโอลิมปิกมาได้ จะเรียกว่าเป็นวิว เยาวภา เวอร์ชั่นญี่ปุ่นก็ว่าได้ วันนี้จะขอมาเล่าประวัติส่วนตัวและกิจกรรมที่เธอยัง active กับวงการอยู่นะครับ

“โอคาโมโต้ โยริโกะ” 岡本依子 เกิดเมื่อวันที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2514 เป็นคนโอซาก้า สิ่งที่น่าสนใจคือ เธอเล่นคาราเต้มาตั้งแต่ ม.ต้น! ตอน ม.ต้นเรียนคาราเต้สำนักโชโคคัน (尚弘館) พอตอน ม.ปลายไปเรียนคาราเต้สาย full contact สำนักเซโดไคคัง (正道会館) ต้นตำรับการแข่งคิกบ๊อกซิ่ง K-1 เรียกว่าเธอมีใจฝักใฝ่มาทางสายลุยตั้งแต่วัยรุ่น หลังจากนั้นก็ไปเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยวาเซดะ ในสาขาวิทยาศาสตร์การกีฬา ซึ่งทำให้เธอได้ไปเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่มหาวิทยาลัยโอเรกอน ประเทศสหรัฐอเมริกา แล้วก็มารู้จักกับ “เทควันโด” ที่อเมริกานี่แหละครับ!

ประวัติความบู๊ของเธอยังไม่จบ เพราะหลังจากที่เธอกลับจากอเมริกา อิชิอิ คาซึโยชิ (石井和義) เจ้าสำนักเซโดไคคังและผู้ก่อตั้ง K-1 ได้ดึงเธอมาลงแข่ง K-2 GRAND PRIX’ 93 แทนนักกีฬาที่เจ็บ ชนกับแชมป์โลก WKA รุ่นฟลายเวต ณ ตอนนั้น Lucia Rijker แต่โดนต่อยหน้าเข้าให้ แล้วสุดท้ายก็แพ้ TKO ไป

เจ็ดปีต่อมา คือปี 2000 จึงได้เหรียญทองแดงโอลิมปิกที่ซิดนีย์ในรุ่น 67 กก.

สำหรับโอลิมปิกครั้งต่อมานั้น ในโอลิมปิกที่เอเธนส์ปี 2004 เธอได้สิทธิ์ไปโอลิมปิกแต่ดันมาเจอปัญหาที่ว่าองค์กรเทควันโดในญี่ปุ่นตอนนั้นดันแตกออกเป็นสององค์กรคือ สมาคมเทควันโดญี่ปุ่น (全日本テコンドー協会) กับสมาพันธ์เทควันโดญี่ปุ่น (日本テコンドー連合) ทางคณะกรรมการโอลิมปิกของญี่ปุ่นจึงไม่ยอมให้เธอได้ลงโอลิมปิก (คือต้องให้สององค์กรรวมกันเป็นองค์กรหนึ่งเดียวก่อนหากจะลงในฐานะตัวแทนองค์กร) แต่ทางคณะกรรมการฯ ก็ยังยอมอนุโลมให้เธอลงแข่งขันในฐานะบุคคลธรรมดา (คือไม่ใช่ตัวแทนขององค์กร) ได้อยู่ แต่เธอก็แพ้ตกรอบแรก ส่วนโอลิมปิกที่ปักกิ่งปี 2008 ก็ลงแข่งในฐานะบุคคลธรรมดาอีก และก็ตกรอบแรกอีก ต่อมาในปี 2009 เธอก็ประกาศเลิกเล่นเทควันโดอย่างเป็นทางการ

ผลงานอื่นๆ ในช่วงที่ยังเป็นนักกีฬาอยู่นั้นก็มีอย่างเช่น เหรียญทองแดงเอเชียนเกมส์ปี 1998 ที่กรุงเทพฯ เหรียญเงินเอเชียนเกมส์ปี 2005 ที่เวียดนาม ไม่นับการแข่งในประเทศที่เป็นแชมป์ระดับประเทศมาตลอด

เรื่องที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่งของโอคาโมโต้ โยริโกะก็คือ เธอเคยไปฝึกเทควันโดถึงประเทศต้นตำรับคือเกาหลีใต้มาแล้วด้วย คือหลังจากที่ได้เหรียญทองแดงที่ซิตนีย์แล้ว ก็ได้ไปฝึกซ้อมที่เกาหลีใต้ตอนนั้นเพื่อเตรียมจะลงโอลิมปิกปี 2008 ที่ปักกิ่ง อยู่จนพูดภาษาเกาหลีได้แถมยังหันมาเป็นคริสเตียนที่เกาหลีใต้ด้วย

หลังจากเลิกเป็นนักกีฬาแล้ว ปี 2010 ก็หันไปออกดีวีดีบริหารกายเพื่อสุขภาพ NERICHAGI BEAUTY เป็นการออกกำลังให้คุณผู้หญิงสวยเป๊ะปังด้วยท่า NERICHAGI (จริงๆ เกาหลีเรียกว่า “แนเรียวจากิ” คือท่าเตะฟาดส้นเท้าลง ฝรั่งเรียก chop kick) กับการเต้นสไตล์เกาหลี! (ว้าว กระแสเกาหลีฟีเวอร์ในญี่ปุ่นมีมาแต่ราวปี 2005-2006 แล้วนะครับ) พอปี 2011 ก็เปิดยิม Dream Taekwondo  School ที่โอซาก้า ปี 2015 ได้เป็นกรรมการสมาคมเทควันโดญี่ปุ่น และต่อมาได้เป็นรองประธานสมาคมจนกระทั่งลาออกจากสมาคมฯ ในปี 2019 ทุกวันนี้นอกจากงานด้านเทควันโดแล้ว ก็ยังทำงานด้านเผยแผ่ศาสนาคริสต์ไปด้วย

เป็นอย่างไรบ้างครับ? ด้านเทควันโดเหรียญทองแดงโอลิมปิกในตำนานของไทยเรา “วิว เยาวภา” ก็มีชีวิตทำอะไรหลากหลายมีสีสันน่าสนใจไม่แพ้กันนะครับ ทั้งเปิดยิมเทควันโด ทำงานการเมือง ไปจนถึงลงแข่งยูยิตสู! ใครสนใจอยากติดตามโอคาโมโต้ โยริโกะคนนี้ก็มีทั้ง Twitter และ official blog NERICHAGI BEAUTY ที่ ameblo นะครับผม

สรุปเนื้อหาจาก wikipedia
ภาพ Uchinada