รู้จัก “มหาวิทยาลัยทาคุโชกุ” (拓殖大学) มหาวิทยาลัย “นักบู๊” ของญี่ปุ่น

หลังจากที่ผู้เขียนได้ค้นคว้าเรื่องราวของนักบู๊ เหล่ายอดยุทธ์ในประวัติศาสตร์สมัยใหม่ของญี่ปุ่นที่มีส่วนในการเผยแพร่วิชาการต่อสู้ของญี่ปุ่นให้แพร่หลายออกไป ผู้เขียนก็ได้พบว่าหลายท่านสำเร็จการศึกษาจาก “มหาวิทยาลัยทาคุโชกุ” จนถึงทุกวันนี้ก็ยังมีนักสู้อาชีพคนเด่นคนดังไปจนถึงนักกีฬาดังๆ คนอื่นๆ ที่เป็นศิษย์เก่าที่นี่อยู่ วันนี้เลยอยากจะมาเจาะประเด็นเรื่องความเป็นมาของมหาวิทยาลัยดังกล่าว มาดูกันว่าทำไมที่นี่ถึงกลายเป็น “มหาวิทยาลัยนักบู๊” ของญี่ปุ่นไปได้นะครับ

เกี่ยวกับมหาวิทยาลัยทาคุโชกุ

มหาวิทยาลัยทาคุโชกุเป็นมหาวิทยาลัยเอกชนซึ่งตั้งอยู่ในกรุงโตเกียว โดยมีสองวิทยาเขตคือวิทยาเขตบุนเคียวและวิทยาเขตฮาจิโอจิ เริ่มแรกถูกตั้งขึ้นในชื่อ “โรงเรียนสมาคมไต้หวัน” (台湾協会学校) เมื่อปีเมจิที่ 33 (ปี พ.ศ. 2443) โดยนายคัตสึระ ทาโร่ (桂太郎) อดีตนายกรัฐมนตรี (ซึ่งโรงเรียนดังกล่าวได้ก่อสร้างอาคารเรียนและหอพักในบริเวณวิทยาเขตบุนเคียวในปัจจุบัน) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ที่สามารถไปทำงานบริหารราชการในต่างประเทศได้ ดังเช่นบัณฑิตรุ่นแรกของโรงเรียน 45 คนนั้น ส่วนใหญ่เดินทางไปทำงานต่างประเทศ เช่นที่ว่าการเกาะไต้หวัน เป็นต้น

11 KatsuraT
คัตสึระ ทาโร่ ที่มา wikipedia.org

ในปีไทโช ที่ 6 (ปี พ.ศ. 2460) นิโตเบะ อินาโซ (新渡戸稲造) นักการศึกษาผู้เขียนหนังสือ “บูชิโด” ซึ่งได้รับการยกย่องอย่างมากในต่างประเทศ ได้เป็นอธิการบดีคนที่สอง ในปี พ.ศ. 2462 โกโต้ ชินเปย์ (後藤新平) นักการเมืองผู้ซึ่งเคยเป็นผู้ว่าการเกาะไต้หวันและประธานของการรถไฟแมนจูเรียได้เป็นอธิการบดีคนที่สาม

ฟังความเป็นมาของผู้ก่อตั้งและอธิการบดีแต่ละคนคงนึกภาพออกนะครับว่าปรัชญาการศึกษาของที่นี่จะเป็นยังไง? นี่มาแนวยุค “ประเทศมั่งคั่ง กองทัพเข้มแข็ง” แท้ๆ เทียว

ซึ่งแน่นอน พอหลังจากนั้นจึงเปลี่ยนชื่อเป็น “โรงเรียนอาชีวศึกษาสมาคมบูรพา” (東洋協会専門学校) พอปี พ.ศ.2465 ได้รับการยกฐานะขึ้นเป็น “มหาวิทยาลัยสมาคมบูรพา” (東洋協会大学) พอในปี พ.ศ. 2469 ได้เปลี่ยนชื่อเป็นมหาวิทยาลัยทาคุโชกุ (拓殖大学) ซึ่งชื่อนี้สื่อความหมายดังนี้

ทาคุ 拓 ก็คือคำว่า ไคทาคุ 開拓 คือเข้าไปบุกเบิก ไปหักร้างถางพงสร้างบ้านแปงเมือง

โชคุ 殖 ก็คือคำว่า โชคุมิน 植民 คือเข้าไปอยู่ ไปสร้าง “อาณานิคม”

ปัจจุบันมีคณะและสาขาวิชาดังนี้

คณะพาณิชยศาสตร์

  • สาขาวิชาบริหารธุรกิจ
  • สาขาวิชาธุรกิจระหว่างประเทศ
  • สาขาวิชาการบัญชี

คณะรัฐศาสตร์และเศรษฐศาสตร์

  • สาขาวิชากฎหมายและการเมือง
  • สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์

คณะภาษาต่างประเทศ

  • สาขาวิชาภาษาอังกฤษและอเมริกัน
  • สาขาวิชาภาษาจีน
  • สาขาวิชาภาษาสเปน
  • สาขาวิชาภาษาญี่ปุ่นนานาชาติ

คณะวิเทศศึกษา

  • สาขาวิชาวิเทศศึกษา

คณะวิศวกรรมศาสตร์

  • สาขาวิชาวิศวกรรมระบบเครื่องกล
  • สาขาวิชาวิศวกรรมสารสนเทศ
  • สาขาวิชาวิศวกรรมระบบอิเล็กทรอนิกส์
  •  สาขาวิชาออกแบบ

โดยคณะพาณิชยศาสตร์ และคณะรัฐศาสตร์และเศรษฐศาสตร์นั้นตั้งอยู่ในวิทยาเขตบุนเคียว ส่วนคณะภาษาต่างประเทศ คณะวิเทศศึกษา และคณะวิศวกรรมศาสตร์ ตั้งอยู่ในวิทยาเขตฮาจิโอจิ

สำหรับเรื่องที่ว่าทำไมมหาวิทยาลัยนี้ถึงเป็นมหาวิทยาลัยนักบู๊ไปได้ ผู้เขียนเข้าใจว่าน่าจะมาจากปรัชญาการศึกษาของผู้ก่อตั้งในยุคเมจิ ในยุคนั้นมีความเชื่ออย่างแรงกล้าในเรื่องการสร้างโรงเรียนเพื่อสร้างคน สร้างคนเพื่อสร้างชาติ และการศึกษาเพื่อ “สร้างคน” ในทัศนะของคนญี่ปุ่นนั้นไม่ใช่การนั่งโต๊ะเรียนแต่หนังสือตำราวิชาการ แต่ต้องฝึกฝนกายใจด้วย (ผลิตผลการศึกษาในอุดมคติของคนญี่ปุ่นคือการที่คนเราต้อง “ได้ทั้งบุ๋นและบู๊” 文武両道) แล้วอะไรที่จะฝึกฝนกายใจได้ดีเท่ากับวิชาต่อสู้ด้วยมือเปล่าโดยเฉพาะคาราเต้กับยูโดนั้นเป็นไม่มี (ชมรมคาราเต้ของ ม.นี้ตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2467) ถึงทุกวันนี้ มหาวิทยาลัยทาคุโชคุก็ยังถือเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำด้านความมั่นคงแห่งชาติ ขนาดที่ว่ายังมีอธิการบดีเป็นอดีตรัฐมนตรีกลาโหมคือนายโมริโมโตะ ซาโตชิ (森本敏) เลย

รวม “นักบู๊” มหาวิทยาลัยทาคุโชคุ

จะขอกล่าวถึงศิษย์เก่า “นักบู๊” ของมหาวิทยาลัยทาคุโชคุมาเป็นบางส่วนดังนี้ (ทีจริงมีเยอะมากๆๆ โดยเฉพาะที่เป็นนักคาราเต้สำนักโชโคคัน)

ฮิกาอนนะ โมริโอะ ตำนานที่ยังมีชีวิตอยู่ของคาราเต้สำนักโกจูริว สายดำสิบดั้ง มีผลงานวิดีโอและหนังสือเผยแพร่คาราเต้สำนักโกจูริวเอาไว้มากมาย

อิโนะอุเอะ นาโอยะ แชมป์มวยโลกรุ่นแบนตั้มเวท

คิมูระ มาซาฮิโกะ นักยูโดผู้แข็งแกร่งที่สุดในประวัติศาสตร์ ซึ่งผู้เขียนเคยนำเสนอเรื่องราวไปแล้ว

นากายามะ มาซาโทชิ นักคาราเต้สำนักโชโตคังผู้มีส่วนก่อตั้งสมาคมคาราเต้ญี่ปุ่น เขียนหนังสือเผยแพร่คาราเต้สำนักโชโตคังไว้มากมาย และว่ากันว่าเป็นผู้สอนคาราเต้ให้ ขเวฮงฮี ผู้ซึ่งต่อมาได้เป็นนายพลของเกาหลีใต้และเป็น “ผู้ก่อตั้งวิชาเทควันโด”

โอยามะ มาสุทัตสึ คนเกาหลีในญี่ปุ่น (ไซนิจิ 在日) ผู้ก่อตั้งสำนักเคียวคุชิน เจ้าของตำนานหักเขาวัวด้วยมือเปล่า ต้นตำรับฟูลคอนแทคคาราเต้ ซึ่งเป็นที่นิยมในหมู่ฝรั่งเพราะแข่งกันเตะจริงต่อยจริงเจ็บจริง (ก่อนฝรั่งจะหันมานิยมมวยไทย)

นากะ ทัตสึยะ คาราเต้สำนักโชโตคันเจ็ดดั้ง เคยเล่นหนังบู๊เรื่อง “คุโรโอบิ” (สายดำ) และก็ทำสารคดีว่าด้วยชีวิตนักคาราเต้ที่ไปแสวงหาวิชาบู้ถึงเมืองจีนด้วย! เขามีช่องยูทูบของตัวเองด้วยนะชื่อ kuro-obi world สนใจก็ตามไปดูกันได้

โหอันนี้ พบกับอาจารย์ฮิกาอนนะ เสียด้วย ไม่ธรรมดา

ชิโอดะ โกโซ ศิษย์ของอาจารย์อุเอะชิบะ โมริเฮย์ ผู้ก่อตั้งวิชาไอคิโด ซึ่งออกมาตั้งตนเป็นเจ้าสำนักวิชาไอคิโดสำนักโยชินคัง

สุโด้ เก็งกิ คนนี้ประวัติแปลกโลดโผนดีมาก ฝึกมวยปล้ำ บราซิลเลียนยูยิตสู เคยเป็นนักมวยกรง UFC แล้วก็แขวนนวมออกมาตั้งวงแดนซ์ “World Order” จนชื่อกระฉ่อน ปัจจุบันมาเล่นการเมืองเสียอย่างนั้น?

ภาพเก่านิดๆ นะครับ รวมไฮไลท์สมัยเป็นนักสู้อาชีพ

ส่วนตัวชอบเพลงนี้มากครับ

จริงๆ ยังมีศิษย์เก่านักบู๊อีกมากทั้งนักคาราเต้ นักมวยปล้ำ มีไปถึงนักมวยสากล นักซูโม่ เลยทีเดียว แต่เอาแค่นี้ก่อนคงเห็นภาพแล้วนะครับว่ามหาลัยนี้ไม่ใช่เล่นๆ เลยทีเดียว! พบกันใหม่สวัสดีครับ

สรุปเนื้อหาจาก Yahoo!Japan และ wikipedia
ภาพปก ja.wikipedia