”ยงมูโด” (龍武道) vs “นิปปอนเคมโป” (日本拳法) MMA ยุคแรกรุ่นเวอร์ชั่นเกาหลีใต้ vs ญี่ปุ่น

จากที่มีท่านผู้อ่านได้ฟีดแบคมาว่า อยากให้พูดถึงศิลปะการต่อสู้ของเกาหลี และก็ศิลปะการต่อสู้อะไรของเกาหลีบ้างที่เอามาจากญี่ปุ่น ซึ่งถ้าพูดกันอย่างไม่แอ๊บแบ๊วแล้วละก็ ศิลปะการต่อสู้ของเกาหลีที่เรารู้จักกันเป็นกระแสหลัก ก็ล้วนมีรากเหง้าเค้ามูลมาจากญี่ปุ่นทั้งนั้น ยังไม่แค่นี้นะครับ เมื่อแนวคิดของ “ศิลปะการต่อสู้แบบผสม” (Mixed Martial Arts) นั้นเกิดขึ้น ก็บังเกิดวิชาการต่อสู้ที่เอา ญี่ปุ่น มาผสมกับ เกาหลี (ที่จริงๆ มาจากญี่ปุ่น) แล้วก็มากลายเป็นของ เกาหลี ไปได้ นั่นก็คือวิชา “ยงมูโด” ครับ

“ยงมูโด” (龍武道)

ยงมูโด เป็นวิชาต่อสู้แบบผสมที่ถูกพัฒนาขึ้นที่มหาวิทยาลัยยงอิน (龍仁大學校) ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยเอกชนที่มีต้นกำเนิดเดิมทีเป็นโรงเรียนสอนยูโด! ก็เลยกลายเป็นมหาลัยที่เด่นในด้านวิชาต่อสู้ คือมีวิทยาลัยด้านวิชาต่อสู้และมีภาควิชายูโด ภาควิชาเทควันโด โดยวิชา “ยงมูโด” หลักๆ คือเอายูโดมาประสมกับเทควันโด โดยสอดแทรกกระบวนท่าของวิชา ซีรึม (씨름 ซูโม่เกาหลี) และท่าล็อคข้อต่อของฮัพกิโดเข้าไปด้วย โดยมีการฝึกวิชาการต่อสู้แบบผสมผสานอันนี้มาแต่ปี พ.ศ. 2496 แต่เพิ่งมาบัญญัติชื่อว่า “ยงมูโด” อย่างเป็นทางการในฐานะวิชาต่อสู้อันหนึ่ง เมื่อปี พ.ศ. 2541 มานี้เอง

ลองดูวิดีโอแนะนำก่อนนะครับ มันก็จะชอบโชว์ท่าหน่อยๆ ตามประสาเกาหลี

ถึงแม้จะเป็นวิชาต่อสู้แบบผสมผสานที่เรียกได้ว่าเกิดใหม่ เกาหลีเองก็ยังพยายามส่งออกวิชายงมูโดไปยังต่างประเทศ จึงทำให้มีวิชานี้เผยแพร่ไปถึงออสเตรเลีย อเมริกา และอินโดนีเซีย เป็นต้น

อย่างที่บอกแล้วว่า แนวคิดเรื่อง MMA (ศิลปะการต่อสู้แบบผสม) นั้นไม่ใช่ของใหม่ เคยมีคนคิดและมองมานานแล้วว่า วิชาต่อสู้นั้นควรจะมีทุกมิติ คือมีท่ายืนเตะต่อย มีการคว้าจับ มีการทุ่มหรือเทคดาวน์ มีการลงไปปล้ำล็อคกับพื้น ก็เลยพยายามเอาวิชาเตะต่อยมาประสมกับวิชาทุ่ม ของแบบนี้จะว่าเกาหลีคิดได้มาก่อน UFC ก็อาจจะได้ แต่เชื่อไหมครับท่านผู้อ่าน ญี่ปุ่นคิดอะไรแบบนี้มาได้ก่อนเกาหลีนานแล้วครับ และผลของการคิดได้ก็คือวิชาต่อสู้แบบผสมที่เรียกว่า “นิปปอนเคมโป”

“นิปปอนเคมโป” (日本拳法)

นิปปอนเคมโป เป็นวิชาต่อสู้ที่ถูกคิดบัญญัติขึ้นในปี พ.ศ. 2475 โดยนักยูโดที่ชื่อ ซาวายามะ มุเนะโอมิ (澤山宗海) ซึ่งได้เรียนวิชาคาราเต้กับอาจารย์มาบุนิ เคนวะ (摩文仁賢和) ผู้ชึ่งต่อมาเป็นปรมาจารย์ผู้ก่อตั้งสำนักคาราเต้ “ชิโตริว” ซึ่งหลังจากมีการก่อตั้งวิชานิปปอนเคมโปแล้วก็มีการผลักดันเพื่อเผยแพร่วิชาดังกล่าวไปตามมหาลัยต่างๆ อย่างในมหาวิทยาลัยชูโอ มหาวิทยาลัยริวโคคุ มหาวิทยาลัยริทสึเมคัง เป็นต้น จนกระทั่งมีการเผยแพร่วิชาดังกล่าวไปยังประเทศต่างๆ ในยุโรป เช่น อังกฤษ ฝรั่งเศส

จากประวัติย่อที่ได้กล่าวมานี้ นิปปอนเคมโปก็คือ ยูโด ผสม คาราเต้ นั่นเอง

ลองดูภาพการแข่งขันนะครับ เขาจะใส่โบกุ (防具) เครื่องป้องกันละม้ายเคนโด้

ดูแล้วเป็นอย่างไรบ้างครับ ยุทธ์รวม MMA ยุคแรกรุ่น ของญี่ปุ่น vs เกาหลีใต้

นิปปอนเคมโป (ยูโด+คาราเต้) vs ยงมูโด (ยูโด+เทควันโด)

ผู้เขียนอยากจะบอกอะไรกับท่านผู้อ่านอย่างหนึ่งครับ ว่าวิชาการต่อสู้ของญี่ปุ่นนี่แหละที่มีอิทธิพลต่อวงการวิชาต่อสู้ของโลกสมัยใหม่มากที่สุด และวิชาที่ว่านี้ก็คือ “ยูโด” ครับ

เมื่อเกิดวิชายูโดขึ้นแล้ว มีฝรั่งรัสเซียเรียนวิชายูโดกับปรมาจารย์คาโน่ คือ Vasili Oshchepkov ผู้ได้สายดำสองดั้งในยูโดโคโคคัง เขาคือหนึ่งในกลุ่มคนผู้คิดสร้างวิชาแซมโบ หนึ่งในวิชาต่อสู้สุดโหดของโลก “คาบิบ” ผู้คว่ำแม็กเกรเกอร์ นั่นหละครับ ผู้ใช้วิชาแซมโบ

VSOshchepkov1912
Vasili Oshchepkov

ในอีกด้าน มาเอดะ มิตสึโยะ (前田光世) ศิษย์ปรมาจารย์คาโน่ ได้ข้ามน้ำข้ามทะเลไปหากินทางโชว์มวยปล้ำ วิชา “ยูยิตสู” ของมาเอดะ (สมัยนั้นฝรั่งยังไม่รู้จักคำว่ายูโด) ไปเข้าตาคนตระกูลเกรซี่ จนต้องเรียนเอาไว้สอนกันในตระกูล เกิดเป็นเกรซี่ยูยิตสู ต่อมาจากเกรซี่ยูยิตสู เปลี่ยนชื่อเป็น “บราซิลเลียนยูยิตสู” วิชานี้ทุกวันนี้ใครชอบดูมวยกรงต้องรู้จักวิชาแน่นอน เดี๋ยวนี้แพร่หลายมาถึงเมืองไทยแล้วคนไทยก็เริ่มนิยมเรียน ทุกวันนี้เป็นที่กล่าวขานกันว่า มาเอดะ มิตสึโยะ คือ “บิดาแห่งบราซิลเลียนยูยิตสู” ซึ่งต้องไม่ลืมข้อเท็จจริงที่ว่า บิดาแห่งบราซิลเลียนยูยิตสูนั้นก็คือศิษย์ยูโดโคโดคัง

Mitsuyo Maeda
มาเอดะ มิตสึโยะ

อย่าว่าแต่เอายูโดไปประสมเลยครับ ยูโดได้กลายเป็นรากเหง้าเค้ามูลของวิชาต่อสู้ที่ทรงอิทธิพล มีคนรู้จักและเล่าขานว่ามันเป็นวิชาต่อสู้ที่มีประสิทธิภาพสูงในโลกของพวกฝรั่งถึงสองวิชาด้วยซ้ำ ดังนั้น ยูโด วิชาของญี่ปุ่นนี่แหละครับ ที่มีอิทธิพลยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกสมัยใหม่ จริงๆ

สำหรับวันนี้ก็ขอจบแต่เพียงเท่านี้ก่อน สวัสดีครับ

ที่มาภาพ: wikipedia.org