20 อันดับสุดยอดนวัตกรรมอาหารที่เปลี่ยนวิถี “การกิน” ของคนญี่ปุ่น (ตอนที่ 2)

เราทราบกันดีว่าญี่ปุ่นเป็นหนึ่งในประเทศสุดยอดแห่งเทคโนโลยีที่ประดิษฐ์คิดค้นสินค้าและนวัตกรรมใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา ด้วยอุปนิสัยของคนญี่ปุ่นที่มีความละเอียด ทำให้สามารถสรรค์สร้างอะไรต่อมิอะไรออกมาให้โลกว้าวได้เสมอ คราวนี้ ANNGLE ขอพาทุกคนมาชมการจัดอันดับ 20 สุดยอดนวัตกรรมอาหารที่เปลี่ยนวิถี “การกิน” ของคนญี่ปุ่น และน่าจะเปลี่ยนโลกด้วย คราวนี้มาต่อท่ี 10 อันดับที่เหลือกันเลย

ดูอันดับ 20-11 ที่: 20 อันดับสุดยอดนวัตกรรมอาหารที่เปลี่ยนวิถี “การกิน” ของคนญี่ปุ่น (ตอนที่ 1)

อันดับ 10: น้ำส้มสายชูมิตสึคัง (ปี 1804)

 

View this post on Instagram

 

A post shared by Yujung Cheng (@yujung.cheng) on

น้ำส้มสายชูของมิตสึคังผลิตมาจากกากสาเก แต่นำ้ส้มสายชูทั่วไปที่ผลิตจากข้าวนั้นมีมานานมากแล้ว ในสมัยคามาคุระของญี่ปุ่น ซามูไรนิยมกินข้าวและเลียน้ำส้มสายชูไปด้วย ต่อมาในสมัยเอโดะเป็นช่วงที่น้ำส้มสายชูจากข้าวขาดแคลน มิตสึคังจึงได้คิดค้นน้ำส้มสายชูที่ทำจากกากสาเกที่เหลืออยู่มากมายขึ้นมาและก็ได้รับความนิยมมากๆ

อันดับ 9: ขนมปังกระป๋อง (ปี 1996)

 

View this post on Instagram

 

A post shared by h_Nekoyama (@h_nekoyama) on

อันดับนี้เราอาจจะไม่คุ้นเคยกันเท่าไหร่ เพราะนี่คืออาหารยังชีพหรืออาหารฉุกเฉินสำหรับกรณีที่เกิดภัยพิบัตินั่นเอง คิดค้นโดยบริษัท Pan-Akimoto โดยนำขนมปังไปอบในเตาอบพร้อมกับกระป๋องและใส่กระดาษที่มีคุณสมบัติพิเศษเข้าไปด้วย กระดาษนี้จะช่วยควบคุมความชื้นให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ทำให้ขนมปังในกระป๋องคงความอร่อยนุ่มฟูพร้อมรับประทานอยู่ได้นาน 3 ปีเลยทีเดียว

อันดับ 8: สลัดชิกเก้น (ปี 2001)

สลัดชิกเก้น หรือ ซาราดะชิกกิน (サラダチキン) ในภาษาญี่ปุ่น คืออกไก่ชิ้นโตที่ผลิตขึ้นมาเพื่อให้นำไปรับประทานกับสลัดโดยเฉพาะ คิดค้นโดยบริษัทอามาตาเกะ ลักษณะคือเป็นอกไก่สุกที่ปรุงรสแล้วนำมาซีลในบรรจุภัณฑ์พลาสติกแบบสุญญากาศ โดยมีเคล็ดลับคือการนึ่งไก่ในเตาไอน้ำ ทำให้ได้เนื้ออกไก่ที่มีความฉ่ำและอร่อยถูกใจคนญี่ปุ่นจำนวนมาก

อันดับ 7: ข้าวโคชิฮิคาริ (ปี 1944)

 

View this post on Instagram

 

A post shared by Shiori Sakamoto (@jpba529) on

ข้าวที่เรียกได้ว่าเป็นตัวแทนของญี่ปุ่นจากจังหวัดนีงาตะ ด้วยความที่นีงาตะเป็นจังหวัดที่มีหิมะตกมาก ทำให้ได้น้ำที่ละลายมาจากหิมะและสารอาหารจากดินในพื้นที่สูงซึ่งเหมาะแก่การปลูกข้าว การปลูกข้าวพันธุ์โคชิฮิคาริเริ่มต้นในช่วงก่อนที่สงครามจะสิ้นสุดลง ซึ่งเวลานั้นญี่ปุ่นผลิตข้าวในปริมาณมากโดยไม่เน้นรสชาติ เมื่อข้าวโคชิฮิคาริถือกำเนิดขึ้นจึงเกิดเป็นอิมเมจใหม่ว่า “ข้าวญี่ปุ่นมีรสชาติอร่อย” นับจากนั้นมา และปัจจุบันข้าวโคชิฮิคาริก็คือข้าวที่อร่อยเป็นอันดับหนึ่งของญี่ปุ่น

อันดับ 6: ฟุเอรุวากาเมะจัง (ปี 1976)

 

View this post on Instagram

 

A post shared by づめ (@ksdsamy) on

ผลิตภัณฑ์สาหร่ายวากาเมะแห้งที่คิดค้นโดยบริษัทริเค็งวิตามิน ก่อนหน้าที่จะมีสินค้านี้ออกมาคนญี่ปุ่นมักจะใส่สาหร่ายวากาเมะในซุปมิโสะเท่านั้น แต่ด้วยเทคโนโลยีของริเค็งวิตามินทำให้ได้สาหร่ายวากาเมะแห้งที่สะอาดและสามารถคืนรูปกลับเป็นเหมือนเดิมเมื่อใส่น้ำ ทำให้ทุกวันนี้เกิดเมนูอาหารญี่ปุ่นมากมายที่มีส่วนผสมของสาหร่ายชนิดนี้ ไม่ว่าจะเป็นราเมงวากาเมะ อุด้งวากาเมะ สลัดวากาเมะ และอื่นๆ อีกมากมาย

อันดับ 5: ข้าวปั้นร้านสะดวกซื้อ (ปี 1978)

 

View this post on Instagram

 

A post shared by 山口達也 (@guxtuchan_09) on

ข้าวปั้นสามเหลี่ยมในร้านสะดวกซื้อที่หลายๆ คนชื่นชอบมีต้นกำเนิดมาจากเซเว่น อีเลฟเว่น ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นแนวคิดที่ว้าวมากๆ ในการแยกข้าวและสาหร่ายออกจากกัน แต่เมื่อเราแกะพลาสติกออกตามวิธีที่ระบุไว้ก็จะได้ข้าวปั้นห่อสาหร่ายพร้อมรับประทานแถมไม่เลอะมือด้วย ในปี 1979 ได้วางจำหน่ายในชื่อ Onigiri Q หลังจากนั้นก็มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและกลายมาเป็นข้าวปั้นประจำร้านสะดวกซื้อต่างๆ ในญี่ปุ่นและหลายๆ ประเทศรวมถึงไทยด้วย

อันดับ 4: โพคารี่สเวท (ปี 1980)

 

View this post on Instagram

 

A post shared by 本多洸亮「あいのりこーすけ」 (@kosuke_k42) on

นวัตกรรมเครื่องดื่มที่เปลี่ยนแนวคิดของผู้คนที่มีต่อการดื่มน้ำ โพคารี่สเวทคือเครื่องดื่มชดเชยน้ำและแร่ธาตุที่คิดค้นโดยบริษัทโอซูก้า ผู้มีความรู้และเทคโนโลยีด้านยาและสุขภาพ คำว่า สเวท (Sweat) แปลว่าเหงื่อ สื่อถึงการเติมน้ำให้ร่างกายเมื่อเหงื่อออกเพื่อป้องกันการเกิดโรคลมแดด ซึ่งมักจะเกิดกับผู้ที่ออกกำลังกายหรืออยู่ในสภาพอากาศร้อนจัดเป็นเวลานานโดยไม่ได้ดื่มน้ำ ซึ่งเครื่องดื่มชนิดนี้นี้มีส่วนช่วยเผยแพร่ความรู้ด้านสุขภาพและทำให้คนทั่วไปรู้จักโรคลมแดดมากขึ้นด้วย

อันดับ 3: นัตโตะ

ถั่วหมักที่คนไทยหลายคนยี้ แต่อุดมไปด้วยประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย ทำจากถั่วเหลืองที่นำไปหมักในมัดฟาง ต้นกำเนิดของนัตโตะนั้นไม่ปรากฏแน่ชัด แต่เชื่อว่ามีมานานตั้งแต่สมัยโจมังหรือยาโยอิแล้ว โดยมีทฤษฎีหนึ่งที่บอกว่ามีคนทำถั่วเหลืองหกใส่ฟางในบ้านและเมื่อนำออกมากินก็พบว่ามันอร่อยมาก ต่อมาในสมัยเอโดะเมื่อโชยุเริ่มเป็นที่นิยม นัตโตะจึงได้กลายมาเป็นหนึ่งในเมนูอาหารเช้าคู่บ้านคนญี่ปุ่นนับแต่นั้นมา

อันดับ 2: บงคาเร (ปี 1968)

 

View this post on Instagram

 

A post shared by 第2のゆーたろー(無趣味) (@mushumiyutaro) on

คิดค้นโดยบริษัทโอซูก้าอีกเช่นกัน บงคาเรเป็นแกงกะหรี่แบบพร้อมทานที่เพียงนำไปอุ่นแล้วฉีกซองราดข้าวก็รับประทานได้เลย ในช่วงแรกที่วางจำหน่ายนั้นเก็บได้ประมาณ 3 เดือนเท่านั้น แต่ต่อมาได้มีการพัฒนาจนสามารถเก็บได้นานถึง 1 ปีโดยไม่ใส่วัตถุกันเสีย ด้วยเทคโนโลยีรีทอร์ท (retort) เพื่อฆ่าเชื้ออาหารซึ่งบรรจุในภาชนะที่ปิดสนิท และในปี 2003 ได้มีการผลิตรีทอร์ทเพาซ์ (retort pouch) เป็นถุงบรรจุภัณฑ์ที่สามารถนำไปต้มในน้ำร้อนหรือใส่ไมโครเวฟได้เลย สร้างความสะดวกสบายและรวดเร็วให้กับการทำอาหารเป็นอย่างมาก

อันดับ 1: คัพนูดเดิล (ปี 1971)

 

View this post on Instagram

 

A post shared by カップヌードル (@cupnoodle_jp) on

อันดับ 1 จะเป็นอื่นไปไม่ได้นอกจากคัพนูดเดิล บะหมี่ถ้วยกึ่งสำเร็จรูปที่โด่งดังไปทั่วโลก เพียงแค่เติมน้ำร้อนแล้วทิ้งไว้ 3 นาทีก็ได้บะหมี่แสนอร่อยพร้อมรับประทานได้ทันที! คัพนูดเดิลถ้วยแรกของโลกถูกคิดค้นโดยโมโมฟุกุ อันโดะ ผู้ก่อตั้งบริษัทนิสชินที่ได้คิดค้นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปซองแรกในนามชิกเก้นราเมงออกมาแล้วก่อนหน้านั้น (อ่านเพิ่มเติมที่นี่) คัพนูดเดิลถือเป็นจุดเปลี่ยนวิถีการกินครั้งใหญ่ไม่เฉพาะของคนญี่ปุ่นแต่ยังรวมถึงคนทั่วโลก เห็นได้จากทุกวันนี้คนไทยเราไม่ว่าเป็นใครมาจากไหนก็ต้องมีโมเม้นต์ซู้ดบะหมี่ถ้วยกันเป็นเรื่องปกติไม่มากก็น้อย

สรุปเนื้อหาจาก: syufufuu