10 อันดับสาเกญี่ปุ่นของจังหวัดยามากาตะ ถ้าได้ไปแล้วต้องลอง !

จังหวัดยามากาตะ (山形県) เป็นจังหวัดที่ได้รับการขนานนามว่าเป็นสถานที่ที่สภาพแวดล้อมทางธรรมชาติเหมาะแก่การผลิตสาเกมาก และยังขึ้นชื่อในเรื่องของข้าวที่แสนจะอร่อยและน้ำที่ใสสะอาด อีกทั้งยังมีโรงหมักสาเกมากกว่า 50 แห่ง และรสชาติของสาเกมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่เหมือนที่อื่น จึงเป็นจังหวัดที่มีเปอร์เซ็นต์การส่งออกสาเกกินโจสูงมากจนเรียกได้ว่าเป็น “อาณาจักรแห่งกินโจ”

สาเกที่ดีเขาวัดจากอะไรกันนะ ?

สาเกที่ดีควรระบุประเภทและค่าวัดของสาเกไว้บนแพคเกจจิ้งอย่างชัดเจน เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถเลือกซื้อได้ตามที่ต้องการ ก่อนอื่นเรามาทำความเข้าใจกันก่อนว่า “ประเภทของสาเก” และ “ค่าวัดสาเก” เป็นอย่างไร

ประเภทของสาเก

1. Junmai Daiginjo (純米大吟醸酒) จัดเป็นสาเกเกรดพรีเมียมมาก อัตราการขัดข้าวน้อยกว่า 50%

2. Daiginjo (大吟醸酒) จัดเป็นสาเกเกรดพรีเมียมมาก อัตราการขัดข้าวน้อยกว่า 50%

3. Junmai Ginjo (純米吟醸酒) จัดเป็นสาเกเกรดพรีเมียม อัตราการขัดข้าว 60% หรือน้อยกว่า

4. Ginjo (吟醸酒) จัดเป็นสาเกเกรดพรีเมียม อัตราการขัดข้าว 60% หรือน้อยกว่า

5. Junmai (純米酒) จัดเป็นสาเกเกรดสูง

6. Tokubetsu Junmai (特別純米酒) จัดเป็นสาเกเกรดสูง อัตราการขัดข้าว 60% หรือน้อยกว่า

7. Honjozo (本醸造酒) จัดเป็นสาเกเกรดสูง อัตราการขัดข้าว 70% หรือน้อยกว่า

8. Tokubetsu Honjozo (特別本醸造酒) จัดเป็นสาเกเกรดสูง อัตราการขัดข้าว 60% หรือน้อยกว่า

ค่าวัดสาเก

ค่าวัดสาเกจะสามารถบอกได้ว่า “ความหวาน” หรือ “ความแห้ง (เผ็ด)” ของสาเกอยู่ในระดับไหน

(+) หมายถึง สาเกจะมีความแห้ง (เผ็ด) ยิ่งค่าวัดสาเกเป็นบวกมากก็จะยิ่งแห้ง
(-) หมายถึง สาเกจะมีความหวาน ยิ่งค่าวัดสาเกเป็นลบมากก็จะยิ่งหวาน

อันดับ 10 Tsuyahime Tokubetsu Junmai (つや姫 特別純米酒)


Tsuyahime เป็นสาเกท้องถิ่นสุดคลาสสิกของยามากาตะที่ได้รับรางวัลเหรียญทองทั้งในและต่างประเทศมาแล้ว กระบวนการในการหมักจะใช้แค่ข้าว Tsuyahime ซึ่งเป็นข้าวดั้งเดิมของยามากาตะในการหมักเท่านั้น เหมาะสำหรับคนที่ชอบรสหวานละมุนลิ้นและรสสัมผัสที่อ่อนโยน อีกทั้งยังได้รับรางวัลเหรียญทองจากงาน US Open Sake Awards และการประกวด Sake Contest ที่ประเทศฝรั่งเศสอีกด้วย

ปริมาณ: 720ml
ปริมาณแอลกอฮอล์: 15-16%
ค่าวัดสาเก: +3
ค่าความเป็นกรด: 1.4
อัตราการขัดข้าว: 60%
ประเภทของสาเก: Tokubetsu Junmai
ราคา: 1,540 เยน หรือประมาณ 452 บาท (ค่าเงิน ณ วันที่ 14/12/2021)

อันดับ 9 Asahidaka Tokusen Honjozo (朝日鷹 特撰 本醸造)

Asahidaka Tokusen เป็นสาเกที่ไม่ผ่านการกลั่นผลิตตามฤดูกาลเท่านั้น ผลิตที่โรงกลั่นสาเกทาคากิ นอกจากนี้ยังมีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยการนำแบรนด์ข้าวของตัวเองและน้ำจากยามากาตะมาใช้ในการผลิต และด้วยความที่เป็นสาเกที่หาดื่มได้แค่บางฤดูกาล คือเฉพาะช่วงเดือนธันวาคมถึงเดือนพฤษภาคมเท่านั้น จึงเป็นสาเกที่หาซื้อได้ยาก หากใครได้ไปในช่วงนี้อย่าได้พลาดเชียว และที่สำคัญสาเกตัวนี้มีรสชาติล้ำลึกที่ซ่อนความสดชื่นและความเผ็ดเอาไว้อยู่ด้วย

ปริมาณ: 1800ml
ปริมาณแอลกอฮอล์: 15-16%
ค่าวัดสาเก: +2
ค่าความเป็นกรด: 1.4
อัตราการขัดข้าว: 60%
ประเภทของสาเก: Honjozo
ราคา: 7,980 เยน หรือประมาณ 2,345 บาท (ค่าเงิน ณ วันที่ 14/12/2021)

อันดับ 8 Toko Junmai Ginjo (東光 純米吟醸原酒)


Toko เป็นสาเกที่ไม่ผ่านการกลั่น มีปริมาณแอลกอฮอล์อยู่แค่ 16% คนที่เพิ่งหักดื่มก็สามารถดื่มได้อย่างสบาย หากลองดมดูจะได้กลิ่นข้าวยามากาตะที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวเหมือนได้วิ่งอยู่ในทุ่งข้าวเลยละ รสชาติออกไปทางผลไม้หวานนิด ๆ ให้ความฟรุทตี้สุด ๆ

ปริมาณ: 1800ml
ปริมาณแอลกอฮอล์: 16%
ค่าวัดสาเก: -4
ค่าความเป็นกรด: 1.1
อัตราการขัดข้าว: 55%
ประเภทของสาเก: Junmai Ginjo
ราคา: 2,598 เยน หรือประมาณ 763 บาท (ค่าเงิน ณ วันที่ 14/12/2021)

อันดับ 7 Gokujo Daiginjo (極上 大吟醸原酒 辯天 山田錦)


Gokujo เป็นสาเกที่หมักจากข้าวยามาดะ นิชิกิ (山田錦) ซึ่งเป็นข้าวคุณภาพสูงชั้นเลิศ และเป็นที่ต้องการอย่างมากในหมู่คนที่ผลิตสาเก ปริมาณในการผลิตค่อนข้างน้อย และที่สำคัญตัวแพคเกจจิ้งยังเป็นขวดลิมิเต็ดอิดิชั่น เหมาะจะเป็นของสะสมหรือซื้อไปเป็นของฝากอย่างมาก

วัตถุดิบ: ข้าวยามาดะ นิชิกิ
ปริมาณ: 720ml
ปริมาณแอลกอฮอล์: 18%
ค่าวัดสาเก: +4
ค่าความเป็นกรด: 1.5
อัตราการขัดข้าว: 35%
ประเภทของสาเก: Daiginjo
ราคา: 5,500 เยน หรือประมาณ 1,616 บาท (ค่าเงิน ณ วันที่ 14/12/2021)

อันดับ 6 Kudoki jozu baku ren (くどき上手 ばくれん)


Kudoki jozu baku ren เป็นสาเก Ginjo ที่มีความแห้งสุด ๆ และมีกลิ่นหอมของผลไม้จาง ๆ ใช้เวลาในการหมักกว่า 2 ปี และยังเป็นสาเกที่มีความลิมิเต็ด ซึ่งสามารถซื้อได้แค่ที่ตัวแทนจำหน่ายประมาณ 10 แห่งทั่วประเทศเท่านั้น

ปริมาณ: 1800ml
ปริมาณแอลกอฮอล์: 17-18%
ค่าวัดสาเก: +20
ค่าความเป็นกรด: 1.0
อัตราการขัดข้าว: 55%
ประเภทของสาเก: Ginjo
ราคา: 4,048 เยน หรือประมาณ 1,190 บาท (ค่าเงิน ณ วันที่ 14/12/2021)

อันดับ 5 Jokigen chokara Junmai Ginjo (上喜元 超辛 純米吟醸)


Jokigen chokara เป็นสาเกที่มีความแห้งมาก โดยระดับค่าวัดสาเกอยู่ที่ +15 ถึงแม้ว่าตัวสาเกจะมีความแห้งมากแต่ในระหว่างที่ดื่มก็ยังสามารถดื่มได้เรื่อย ๆ และมีกลิ่นของผลไม้รสเปรี้ยวอย่างส้มที่ให้ความสดชื่น แนะนำให้แช่เย็นก่อนดื่มนะ จะสดชื่นมาก ๆ เลยแหละ

ปริมาณ: 720ml
ปริมาณแอลกอฮอล์: 16%
ค่าวัดสาเก: +15
ค่าความเป็นกรด: 1.3
อัตราการขัดข้าว: 50%
ประเภทของสาเก: Junmai Ginjo
ราคา: 1,540 เยน หรือประมาณ 452 บาท (ค่าเงิน ณ วันที่ 14/12/2021)

อันดับ 4 Yuki Manman Daiginjo (雪漫々 大吟醸)


Yukimanman เป็นสาเกประเภท Daiginjo จัดเป็นสาเกเกรดพรีเมียมมาก ซึ่งกระบวนการในการผลิตจะดำเนินการอย่างช้า ๆ ในอุณหภูมิที่ต่ำ และเรียกได้ว่าเป็นเทคนิคที่มีแค่ “Dewazakura” เท่านั้นที่สามารถทำได้และยังเป็นที่รักของคนในท้องถิ่นอีกด้วย ตัวของสาเกจะมีกลิ่นหอมที่กลมกล่อมของผลไม้ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของสาเก Ginjo ที่ให้ความพรีเมียม ดื่มง่าย ผู้หญิงก็ดื่มได้ และที่สำคัญ Yukimanman ยังเป็นแบรนด์ที่สามารถเรียกได้ว่าเป็นสาเก Daiginjo ที่ตรงตามมาตรฐานสูงสุด ก่อนดื่มแนะนำให้แช่เย็นก่อนนะ รสชาติกลมกล่อมสุด ๆ

ปริมาณ: 1800ml
ปริมาณแอลกอฮอล์: 15%
ค่าวัดสาเก: +5
ค่าความเป็นกรด: 1.2
อัตราการขัดข้าว: 45%
ประเภทของสาเก: Daiginjo
ราคา: 6,820 เยน หรือประมาณ 2,006 บาท (ค่าเงิน ณ วันที่ 14/12/2021)

อันดับ 3 Tomizu Tokubetsu Junmai (大山 特別純米酒 十水 とみず)


Tomizu เป็นสาเกที่มีรสหวานอ่อน ๆ เผ็ดร้อนนิด ๆ ตอนดื่มจะได้กลิ่นของข้าวอ่อน ๆ ดื่มง่ายไม่ฝืดคอ จึงถูกยกให้เป็นสาเกเกรดสูง และยังเป็นสาเกที่อยู่มายาวนานตั้งแต่ช่วงหลังของสมัยเอโดะ หากทานคู่กับสเต็กหมู สเต็กเนื้อ และสเต็กปลา รสชาติจะเข้ากันอย่างมากแบบอธิบายไม่ถูกเลยแหละ

วัตถุดิบ: ข้าวฮิโตเมะโบเระ (จังหวัดยามากาตะ)
ปริมาณ: 1800ml
ปริมาณแอลกอฮอล์: 15.5%
ค่าวัดสาเก: -5
ค่าความเป็นกรด: 1.7
อัตราการขัดข้าว: 60%
ประเภทของสาเก: Tokubetsu Junmai
ราคา: 2,772 เยน หรือประมาณ 814 บาท (ค่าเงิน ณ วันที่ 14/12/2021)

อันดับ 2 Tatenokawa Seiryu Junmai Daiginjo (楯野川 純米大吟醸 清流)


สาเก Tatenokawa ผลิตที่โรงหมักสาเกทาเทงาวะในเมืองซากาตะ โรงหมักสาเกที่นี่จะผลิตแค่สาเก Junmai Daiginjo เท่านั้น มีจุดเด่นเฉพาะตัวคือ ความใสและเบา มีกลิ่นผลไม้หอมสดชื่นที่ชวนให้หลงใหล และเป็นสาเกที่มีรสเปรี้ยว ตอนดื่มจะรู้สึกว่าสาเกจะค่อย ๆ ไหลลงคออย่างอ่อนโยน เนื่องจากสาเกตัวนี้มีปริมาณแอลกอฮอล์แค่ 14-15% ซึ่งเป็นเปอร์เซ็นต์ที่น้อยกว่าสาเกทั่วไป จึงเหมาะกับคนที่เพิ่งจะหัดดื่ม นอกจากนี้ยังได้รับรางวัลเหรียญทอง The Fine Sake Awards Japan ในปี 2015 จึงการันตีได้ว่าสาเก Tatenokawa เป็นสาเกที่อร่อยได้มาตรฐานของสาเก Junmai Daiginjo โดยแท้จริง

ปริมาณ: 1800ml
ปริมาณแอลกอฮอล์: 14-15%
อัตราการขัดข้าว: 50%
ประเภทของสาเก: Junmai Daiginjo
ราคา: 2,838 เยน หรือประมาณ 834 บาท (ค่าเงิน ณ วันที่ 14/12/2021)

อันดับ 1 Ginrei Gassan Junmai Daiginjo (銀嶺月山 純米大吟醸)


Ginrei Gassan จัดเป็นสาเกเกรดพรีเมียมมาก โดยผลิตที่โรงหมักสาเกกัสซังตั้งอยู่ใกล้ภูเขาฮากุโระและภูเขากัสซัง ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีหิมะตกหนักที่สุดในจังหวัด และภูเขากัสซังยังเป็นภูเขาที่มีน้ำบาดาลผุดขึ้นมาจากเชิงเขาที่อยู่ใต้ดินประมาณ 400 ปี ถือได้ว่าเป็นหนึ่งในภูเขาที่น้ำดีที่สุดในญี่ปุ่น

วัตถุดิบที่ใช้ในการหมักคือข้าวยามาดะ นิชิกิ (山田錦) และข้าวเดวะซันซัง ซึ่งเป็นข้าวที่เหมาะสำหรับการกลั่นสาเก Junmai Daiginjo ที่สุด และเป็นการผสมผสานของข้าวทั้งสองชนิดที่มีความพรีเมียมอย่างมาก หากดื่มเข้าไปจะได้รสเผ็ดเล็กน้อย และได้กลิ่นหอมสดชื่นที่ให้ความรู้สึกพรีเมียมสุด ๆ สาเกนี้ยังได้รับรางวัล International Wine Challenge Chief Trophy ในปี 2014 ด้วย นั่นทำให้ Ginrei Gassan ถูกยกให้เป็นสาเกอันดับ 1 ในจังหวัดยามากาตะที่อร่อยและขายดีที่สุด

ปริมาณ: 720ml
ปริมาณแอลกอฮอล์: 15-16%
ค่าวัดสาเก: +2
ค่าความเป็นกรด: 1.3
อัตราการขัดข้าว: 50%
ประเภทของสาเก: Junmai Daiginjo
ราคา: 2,197 เยน หรือประมาณ 646 บาท (ค่าเงิน ณ วันที่ 14/12/2021)

เป็นอย่างไรกันบ้างครับ สำหรับ 10 อันดับสาเกของจังหวัดยามากาตะ ใครมีโอกาสได้ไปเที่ยวจังหวัดยามากาตะ อย่าลืมไปลองกันนะ แต่อย่าดื่มมากจนเสียสุขภาพนะครับ

สรุปเนื้อหาจาก: mybest
ผู้เขียน: Black Mamba