KEY COFFEE “แพชชั่นที่เรียกว่ากาแฟ” ที่อยู่คู่ชาวญี่ปุ่นมากว่า 100 ปี

ปัจจุบัน วัฒนธรรมการดื่มกาแฟเป็นที่แพร่หลายในหลายๆ ประเทศทั่วโลก ประเทศญี่ปุ่นเองก็นับว่าเป็นประเทศที่มีร้านกาแฟมากมาย โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ๆ ที่เราอาจจะพบเจอร้านกาแฟได้แทบจะทุกหัวมุมถนน

คนญี่ปุ่นเริ่มรู้จักการดื่มกาแฟมาตั้งแต่สมัยเอโดะ (ช่วงปี ค.ศ. 1603 – 1867) ผ่านการเผื่อแพร่โดยชาวดัตช์ที่มาอาศัยอยู่ในเดจิมะ (出島) จังหวัดนางาซากิ

ในบรรดาบริษัทที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับกาแฟในประเทศญี่ปุ่น KEY COFFEE นับเป็นหนึ่งในบริษัทที่มีประวัติความเป็นมายาวนาน และอยู่คู่ชาวญี่ปุ่นมากว่า 100 ปี

จุดเริ่มต้นของ KEY COFFEE

บริษัท Key Coffee Inc. เป็นบริษัทที่มีสโลแกนว่า “แพชชั่นที่เรียกว่ากาแฟ” ก่อตั้งขึ้นในวันที่ 24 สิงหาคม ค.ศ. 1920 โดยเริ่มจากร้านค้าเล็กๆ ชื่อว่า Kimura Shoten (木村商店) ในเมืองโยโกฮาม่า จังหวัดคานางาวะ ในรูปแบบของการเป็นกิจการครอบครัว

คุณชิบาตะ บุนจิ (柴田文次) ผู้ก่อตั้งรุ่นแรก ตั้งชื่อบริษัทว่า KEY COFFEE เพราะมองว่ากาแฟเป็นเหมือน “กุญแจ” ที่พาคนญี่ปุ่นในยุคนั้นเข้าสู่วัฒนธรรมใหม่ โดยในตอนนั้นบริษัทดำเนินธุรกิจตั้งแต่ทำโรงคั่วกาแฟ ขายเมล็ดกาแฟ และเป็นร้านขายของชำด้วย

เพียง 1 ปีหลังจากเริ่มดำเนินกิจการ บริษัทได้ออกสินค้า “ไซรัปกาแฟ” ที่สามารถนำมาชงกับน้ำหรือนมเพื่อดื่มเป็นกาแฟได้ตามที่เราชอบ นับเป็นของแปลกใหม่จนกลายเป็นสินค้าโด่งดังและขายดีมากในขณะนั้น ทำให้บริษัทสามารถลงทุนขยายกิจการและเปิดสำนักงานเพิ่มเติมในจังหวัดอื่นๆ อีกหลายที่

“ไซรัปกาแฟ” สินค้าขายดีของ KEY COFFEE ในยุคแรก

ต่อมาในปี 1928 บริษัทได้รีแบรนด์ตัวเองจากร้านขายของชำ มาเปิดตัวเป็นบริษัทที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับกาแฟอย่างเต็มตัว โดยเปลี่ยนชื่อร้านจาก Kimura Shoten เป็น Kimura Coffee Store และเริ่มโปรโมทสินค้ากาแฟมากขึ้น

ผู้เผยแพร่วัฒนธรรมการดื่มกาแฟ

ในสมัยนั้น การดื่มกาแฟยังไม่เป็นที่นิยมในญี่ปุ่นเท่ากับการดื่มชา KEY COFFEE เป็นหนึ่งในบริษัทแรกๆ ที่เริ่มทำให้ชาวญี่ปุ่นรู้จักการดื่มกาแฟมากขึ้น โดยได้ออกสินค้า “กาดริปกาแฟ” มาในช่วงปี 1936 ออกสินค้ากาแฟสำเร็จรูปแบบผงในปี 1954 และยังเป็นบริษัทแรกที่นำเสนอเครื่องชงกาแฟแบบเอสเพรสโซ่เครื่องแรกของญี่ปุ่นในปี 1956 อีกด้วย

นอกจากนี้ KEY COFFEE ยังจัดสาธิตการชงกาแฟตามห้างร้านต่างๆ และยังจัดเวิร์คช็อปให้ลูกค้าของห้างได้ลองชงกาแฟในแบบต่างๆ ซึ่งกิจกรรมนี้เป็นสิ่งที่บริษัทยังคงทำอย่างต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน

ในช่วงย่างเข้าสู่ปี 2000 เป็นช่วงที่บริษัท KEY COFFEE เติบโตอย่างต่อเนื่อง มีการไปทำสัญญาหาแหล่งปลูกเมล็ดกาแฟจากต่างประเทศ และมีการนำเข้าเมล็ดกาแฟเป็นเจ้าหลักๆ ของญี่ปุ่น นอกจากนี้ยังมีการขยายสาขาไปทั้งในประเทศจีนและไต้หวันอีกด้วย

เมื่อบริษัทสามารถจดทะเบียนเข้าเป็นบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ของญี่ปุ่นได้ในปี 1997 เป็นช่วงที่บริษัทเข้าสู่ยุคของการบริหารโดยทายาทรุ่นที่ 3 และเริ่มขยายธุรกิจไปสู่กิจการร้านอาหารที่นอกเหนือจากร้านกาแฟ โดยเริ่มจากการเข้าไปซื้อกิจการเชนอาหารสไตล์ตะวันตกอย่าง Italian Tomato ในปี 2005 และร่วมทุนกับร้านคาเฟ่ที่ปัจจุบันมีสาขาอยู่มากมายในโตเกียว ไซตามะ และคานางาวะ อย่าง GINZA Renoir (銀座ルノアール) ในปี 2013

แบรนด์กาแฟที่เป็นเหมือนตัวแทนของชาวญี่ปุ่น

ปัจจุบัน บริษัท Key Coffee Inc. เติบโตจนมีรายได้ต่อปีรวมประมาณ 6 หมื่นล้านเยน (ประมาณ 1.8 หมื่นล้านบาท) โดยมีสัดส่วนที่ขายให้ร้านค้าต่างๆ 40% สินค้าสำหรับชงเองที่บ้าน 30% และสินค้าที่เป็นวัตถุดิบอีก 30% ถือเป็นแบรนด์กาแฟที่เป็นที่รู้จักกันในญี่ปุ่นอย่างแพร่หลาย มีร้านกาแฟหลายร้านติดป้าย KEY COFFEE ที่มีตัวอักษรสีเหลืองบนพื้นสีฟ้าอยู่หน้าร้าน เพื่อบ่งบอกว่าใช้กาแฟแบรนด์นี้

แม้ว่าในยุคนี้ เราจะสามารถหาซื้อกาแฟดื่มได้ง่ายๆ แม้แต่ในร้านสะดวกซื้อก็มีกาแฟกระป๋องราคาย่อมเยาวางขาย Key Coffee ก็ยังคงดำเนินธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับกาแฟมาร่วม 100 ปี

นอกจากจะทำธุรกิจเกี่ยวกับกาแฟ บริษัทนี้ยังสมทบทุนร่วมในองค์กรและช่วยเหลืองานวิจัยต่างๆ ในการคิดค้นและพัฒนาการปลูกกาแฟและยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ผลิตกาแฟในทุกส่วนของห่วงโซ่อุปทาน (supply chain) อีกด้วย

Yokohama 1920 Blend กาแฟที่ออกมาฉลองครบรอบ 100 ปีของบริษัท

เรียกได้ว่า KEY COFFE กลายตัวแทนของกาแฟสัญชาติญี่ปุ่น และเป็นส่วนหนึ่งของการดื่มกาแฟของคนญี่ปุ่นไปแล้ว หากใครไปเดินซื้อของตามซุปเปอร์มาร์เก็ตที่ญี่ปุ่น น่าจะเคยเห็นสินค้าของแบรนด์นี้กันบ้างไม่มากก็น้อย

ผู้เขียนสมัยที่ยังเรียนอยู่ที่ญี่ปุ่น ก็อุดหนุนสินค้าของ KEY COFFEE เป็นประจำ เรียกได้ว่าคอกาแฟ (โดยเฉพาะคนที่ชอบกาแฟดริป) น่าจะถูกใจ

ถ้าอยากรู้ว่ากาแฟแบรนด์นี้มีดีอย่างไร ทำไมถึงอยู่ได้มาถึง 100 ปี ก็ต้องลองไปพิสูจน์กันเองแล้วล่ะค่ะ

สรุปเนื้อหาจาก: keycoffee, prtimes, toyokeizai