การนำใบข่าโคมมาทำชาเพื่อสุขภาพและความงามของชาวโอกินาว่า

แม้จะมีชาไร้คาเฟอีนเพื่อสุขภาพมากมายหลายชนิด แต่หนึ่งในชาที่ชาวโอกินาว่าภูมิใจว่าดื่มเป็นประจำแล้วจะทำให้สวยและสุขภาพดีคือ ชาจากใบข่าโคมหรือ เก็ตโตฉะ (月桃茶) ซึ่งเป็นชาที่มีโพลีฟีนอลมากกว่าไวน์แดงถึง 30 เท่าเลยทีเดียว มารู้จักข่าโคม การนำใบมาใช้ประโยชน์ และทำชาเพื่อสุขภาพและความงามของชาวโอกินาว่ากันนะคะ

รู้จักข่าโคม

ข่าโคม มีชื่อภาษาอังกฤษว่า Shell ginger เป็นพืชสกุลขิงข่า มีใบยาวเรียว ดอกมีรูปทรงคล้ายหอย มีสีขาวปลายสีชมพู และอยู่รวมกันเป็นช่อห้อยระย้าลงมา ข่าโคมเป็นพืชที่มีอายุนานหลายปีซึ่งปลูกได้เฉพาะในพื้นที่ที่มีอากาศอบอุ่นทางตอนใต้ของญี่ปุ่นบนเกาะคิวชูและโอกินาว่าเท่านั้น คนในพื้นที่จังหวัดโอกินาว่าเรียกพืชชนิดนี้ว่า ซันนิน (サンニン)

ดอกข่าโคม

ใบของข่าโคมมีกลิ่นหอมของน้ำมันระเหยซึ่งคนญี่ปุ่นสกัดออกมาใช้กันแมลงกัดต่อยและเป็นส่วนผสมในเครื่องสำอางเพื่อความงาม อีกทั้งชาวโอกินาว่ายังนำใบของข่าโคมมาห่อขนมชนิดหนึ่งที่ชื่อ มูจี (ムーチー) ซึ่งเป็นขนมโมจินึ่งที่หอมอร่อยจากกลิ่นหอมของใบไม้ พวกเขาว่าเชื่อว่าการรับประทานโมจิชนิดนี้จะช่วยให้ปลอดภัยจากโชคร้ายและโรคภัยไข้เจ็บที่มีในหนึ่งปีได้

ขนมมูจี

สารสำคัญในข่าโคมที่ทำให้คนญี่ปุ่นเลือกมาทำชา

ใบข่าโคมอุดมไปด้วยสารสำคัญซึ่งมีประโยชน์ต่อร่างกาย ได้แก่

โพลีฟีนอล ซึ่งมีปริมาณที่สูงกว่าไวน์แดงถึง 30 เท่า สารชนิดนี้มีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูง ช่วยชะลอความแก่และป้องกันโรคที่เกิดจากการดำเนินชีวิตประจำวัน เช่น ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ และมะเร็งได้ดี

กรดลิโนเลอิก ซึ่งมีคุณสมบัติในการป้องกันไม่ให้คอเลสเตอรอลไปสะสมที่ผนังหลอดเลือด ช่วยป้องกันความดันโลหิตสูงและโรคหัวใจ อีกทั้งยังทำให้ผมและผิวพรรณมีสุขภาพแข็งแรง

แร่ธาตุต่างๆ ที่สำคัญต่อสุขภาพและความงาม เช่น แคลเซียม แมกนีเซียม ธาตุเหล็ก และสังกะสี เป็นต้น

วิธีการทำชาเพื่อสุขภาพและความงาม

วิธีการทำชาทำได้โดยการนำใบข่าโคมมาล้างให้สะอาด ตัดให้มีขนาดประมาณ 1 เซนติเมตรและนำไปตากแดดประมาณ 3 วัน จากนั้นจึงนำมาใส่ไว้ในภาชนะที่มีฝาปิดสนิท

เวลานำมาดื่มทำได้โดยการนำใบข่าโคมแห้ง (5-10 กรัม) มาต้มในน้ำ (ประมาณ 1 ลิตร) ด้วยไฟแรงจนน้ำเดือด แล้วจึงเปลี่ยนเป็นไฟอ่อนและต้มต่ออีกประมาณ 5 นาที ปิดไฟและวางไว้ประมาณ 10  นาที จากนั้นจึงกรองเอาใบออกและนำน้ำชามาดื่มได้ทั้งแบบอุ่นและเย็น รสชาติของชาจะมีกลิ่นหอมคล้ายน้ำขิงจึงทำให้ดื่มได้ง่าย อีกคุณลักษณะที่สำคัญคือ ชาจากใบข่าโคมจะไร้คาเฟอีน จึงเหมาะกับคนทุกเพศวัย รวมถึงหญิงมีครรภ์ที่กังวลเกี่ยวกับจุดด่างดำและกระที่อาจจะเกิดขึ้นในระหว่างการตั้งครรภ์ อย่างไรก็ดี มีข้อควรระวังคือไม่ควรดื่มชาในปริมาณที่มากเกินไป เพราะอาจจะทำให้ปวดท้องได้ โดยปริมาณที่เหมาะสมนั้นไม่ควรเกินวันละ 2-3 แก้ว

บ้านเราเองก็สามารถปลูกข่าโคมได้บนพื้นที่สูง ชื้นๆ ตามลำห้วย หากสนใจก็ลองนำมาทำชาดื่มเพื่อสุขภาพกายและความงามดูนะคะ สามารถนำใบมาใส่กับข้าวเพื่อเพิ่มรสชาติอร่อยของเมนูอาหารได้ด้วยค่ะ

สรุปเนื้อหาจาก: e-cha, thebase