แนะนำ 12 ของอร่อยท้องถิ่นฟุคุอิที่ไม่ควรพลาด! ยกกันมาทั้งทะเลไปจนถึงข้าวเมนูเด็ด

ฟุคุอิ (Fukui) เป็นจังหวัดที่ติดท็อป 3 อันดับแรกของการจัดอันดับจังหวัดที่มีความสุขที่สุดในญี่ปุ่น แล้วถ้าพูดถึงเรื่องอาหารล่ะ อาหารท้องถิ่นจานเด็ดจานไหนที่คนฟุคุอิชื่นชอบกันบ้างนะ ?

บทความนี้เราได้รวบรวมอาหารท้องถิ่นจานเด็ดของจังหวัดฟุคุอิมาเพียบ แต่ละจานเลือกสรรมาเป็นอย่างดี เพราะถ้าพูดถึงฟุคุอิ หลายคนก็จะนึกถึงจังหวัดที่ติดทะเล ซึ่งต้องมีอาหารทะเลอย่างแน่นอน ตัวแทนอาหารทะเลของจังหวัดฟุคุอิก็จะเป็น ปูเอจิเซ็น กับ ปลาปักเป้าวาคาสะ แต่พวกข้าวหน้าปลาดิบอย่าง ไคเซ็นด้ง ที่ท็อปด้านหน้าด้วยกุ้งหวาน ปลาหมึก และหอยเม่นทะเลก็เด็ดไม่แพ้กัน

นอกจากนี้ จานเด็ดของฟุคุอิที่ห้ามพลาดก็จะมี ข้าววอลกาไรซ์ ของหวานอย่าง มิซึโยคัง ที่มีเฉพาะช่วงฤดูหนาว ข้าวหน้าหมูทอดราดซอส หรือ ซอสคัตสึด้ง และแบบพิเศษที่เป็น ข้าวหน้าหมูทอดซอสโชยุ หรือ โชยุคัตสึด้ง

เห็นแค่ชื่อจานเด็ดของฟุคุอิก็เริ่มหิวกันแล้วใช่ไหม ? แต่ยังไม่หมดเท่านี้ ที่ฟุคุอิจะมีของอร่อยประจำท้องถิ่นอะไรที่เด็ด ๆ บ้าง ตามมาดูกันได้เลย

1. ข้าวหน้าหมูทอดราดซอส หรือ ซอสคัตสึด้ง (ソースカツ丼, Sauce Katsu-don)

ข้าวหน้าหมูทอดราดซอส หรือ ซอสคัตสึด้ง เป็นอาหารขึ้นชื่อของจังหวัดฟุคุอิ เห็นได้จากยอดขายหมูทอดที่ขายดีเป็นอันดับหนึ่งในญี่ปุ่น แสดงถึงว่าคนที่นี่ชอบทานหมูทอดกันมาก ปกติที่อื่นในญี่ปุ่นจะเป็นข้าวหน้าหมูทอดราดหน้าไข่ (Tamago Toji Katsu-don) แต่ของฟุคุอิต้องท็อปด้วยหมูทอดหรือทงคัตสึที่หั่นบาง ๆ แล้วนำไปทอด ตามด้วยจุ่มซอส แล้ววางพูน ๆ บนข้าวเท่านั้น !

ว่ากันว่าซอสคัตสึด้งจานเด็ดมีที่มาจากร้าน Yoroppaken (ヨーロッパ軒) และร้าน Fukushin (ふくしん) ซึ่งแต่ละร้านก็จะมีขนาด รสชาติของซอส และราคาที่ต่างกันไป

ร้าน Yoroppaken Sohonten (ヨーロッパ軒 総本店)

ร้าน Yoroppaken หรือที่เรียกสั้น ๆ ว่าร้าน Paken เป็นร้านที่มีชื่อเสียง เปิดกิจการมากว่า 100 ปี และมีสาขามากถึง 19 สาขาในจังหวัดฟุคุอิ ในยุคไทโช ผู้ก่อตั้งร้าน Yoroppaken เคยไปเรียนทางด้านอาหารที่ประเทศเยอรมนี และได้คิดค้นซอสคัตสึด้งขึ้นมา โดยมีส่วนผสมพื้นฐานคือซอสวูสเตอร์ซึ่งเป็นซอสที่ผลิตในเยอรมนี และดัดแปลงคิดค้นให้มีรสชาติที่เหมาะกับชาวญี่ปุ่น

 

ดูโพสต์นี้บน Instagram

 

โพสต์ที่แชร์โดย kei (@k_miyase35)

ซอสคัตสึด้ง (ท็อปด้วยของทอด 3 ชิ้น) ราคา 980 เยน

ทางร้านคัดหมูสันนอกหรือเนื้อตรงสะโพกคุณภาพดี หั่นบาง ๆ ชุบด้วยเกล็ดขนมปัง นำลงไปทอด และจุ่มซอสขณะที่ยังร้อน ๆ จบด้วยการวางท็อปบนข้าวสวยร้อน ๆ เป็นอันเสร็จพิธี

ด้วยชื่อเสียงที่สั่งสมมานานทำให้ร้านนี้คนเยอะตลอด ร้าน Yoroppaken จึงเปิดสาขามากถึง 19 สาขาในฟุคุอิ

พิกัด: 1-7-4 Junka, Fukui City, Fukui Prefecture
เวลาทำการ: 11:00 – 20:00 น.
วันหยุด: วันอังคาร
การเดินทาง: เดิน 15 นาทีจากสถานี JR Fukui
เว็บไซต์: yo-roppaken

2. มิซึโยคัง (水ようかん, Mizuyokan)

มิซึโยคัง หรือวุ้นถั่วแดงกวนที่มีน้ำเป็นส่วนผสมมาก เราจะเจอมิซึโยคังตามร้านขายของหวานในจังหวัดฟุคุอิได้เฉพาะในช่วงฤดูหนาว แทนที่จะเป็นฤดูร้อนเหมือนที่อื่น ๆ

เมื่อก่อนมิซึโยคังเป็นของหวานที่แต่ละบ้านจะทำไว้ทานกันเอง แต่หลังจากนั้นก็เริ่มมีการวางขายตามร้านขายของในท้องถิ่น และในปัจจุบัน เราจะพบมิซึโยคังวางขายตามร้านค้ากว่า 200 แห่งในฟุคุอิ ส่วนผสมของมิซึโยคังแต่ละร้านก็จะต่างกันออกไป ไม่ว่าจะเป็นปริมาณของถั่วแดงกวน น้ำตาลทรายขาว และน้ำตาลทรายแดง หากได้มีโอกาสไปเที่ยวฟุคุอิในช่วงฤดูหนาวแล้ว ลองหามิซึโยคังหลาย ๆ ร้านมาชิมเพื่อเปรียบเทียบกันดูได้ เผื่อจะเจอมิซึโยคังที่เป็นร้านโปรดเฉพาะตัว เพราะความอร่อยของแต่ละคนต่างกัน

ร้าน Egawa (えがわ)

ร้าน Egawa เรียกได้ว่าเป็นเจ้าแห่งมิซึโยคังในฟุคุอิ เพราะกว่า 70% หรือเกือบทั้งหมดของมิซึโยคังตามร้านค้าในฟุคุอิจะมาจากร้าน Egawa แทบทั้งนั้น

มิซึโยคังของร้าน Egawa จะวางขายเฉพาะช่วง โดยเริ่มวางขายตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน ถึงวันที่ 31 มีนาคมของปีถัดไป ถ้ามาฟุคุอิในช่วงเวลานี้ ลองชิมมิซึโยคังของร้าน Egawa กันได้

มิซึโยคังทำจากส่วนผสม 4 อย่าง ได้แก่ วุ้น ถั่วแดงกวน น้ำตาลทราย และน้ำตาลทรายแดง ไม่ใช้วัตถุกันเสีย จึงไม่สามารถเก็บได้นาน เมื่อแช่เย็นแล้วต้องทานภายใน 5 วัน

พิกัด: 3-6-14 Terute, Fukui City, Fukui Prefecture
เวลาทำการ: 08:00 – 18:00 น.
วันหยุด: วันพฤหัสบดี แต่ช่วงที่วางขายมิซึโยคังจะเปิดทุกวัน (1 พฤศจิกายน – 31 มีนาคม ของปีถัดไป)
การเดินทาง: เดิน 5 นาทีจากป้ายรถบัส Smile Bus Terute บล็อกที่ 3 (3 Chome)
เว็บไซต์: egawanomizuyoukan

3. ยากิโทริ (焼き鳥, Yakitori)

 

ดูโพสต์นี้บน Instagram

 

โพสต์ที่แชร์โดย hisa_kotsu (@hisa_69740)

คนในจังหวัดฟุคุอิรักยากิโทริ (ไก่ย่างเสียบไม้) เป็นชีวิตจิตใจ เรียกได้ว่าการบริโภคยากิโทริในจังหวัดนี้ติดอันดับต้น ๆ ของการจัดอันดับในประเทศญี่ปุ่น ร้านอะกิโยชิ (Akiyoshi) ร้านปิ้งย่างที่มีสาขาทั่วประเทศญี่ปุ่นก็มีต้นกำเนิดมาจากจังหวัดฟุคุอินี่เอง

หลายคนเข้าร้านอะกิโยชิมาเพื่อสั่งแต่เมนู จุนเค (純けい, Junkei) เมนูเด็ดของทางร้าน ทำมาจากเนื้อแม่ไก่ที่เพิ่งออกไข่เสร็จ มีเนื้อที่เหนียวนุ่มชุ่มฉ่ำและปริมาณไขมันที่พอเหมาะ จึงเป็นเนื้อไก่ที่เหมาะกับการนำมาทำเป็นยากิโทริ แนะนำให้ทานคู่กับคาราชิ (มัสตาร์ดญี่ปุ่น)

ร้านอะกิโยชิ (Akiyoshi, 秋吉)

ถ้าพูดถึงยากิโทริ คนฟุคุอิจะนึกถึงร้านอะกิโยชิเป็นอันดับแรกก่อน มีคำกล่าวว่าถ้าคนฟุคุอิพูดถึงยากิโทริ จะใช้คำว่า “อะกิโยชิ” แทนกันไปเลย

ร้านอะกิโยชิเริ่มเปิดในจังหวัดฟุคุอิในปี 1959 มีพื้นที่ร้านเพียง 13 ตารางเมตร ต่อมาได้ขยายสาขาเพิ่มเป็น 27 สาขาในพื้นที่จังหวัดฟุคุอิ รวมถึงโตเกียว และโอซาก้า ปัจจุบันมีมากถึง 111 สาขาทั่วประเทศญี่ปุ่น

 

ดูโพสต์นี้บน Instagram

 

โพสต์ที่แชร์โดย @hideki.0528

หากสั่งยากิโทริ 1 จาน จะมียากิโทริอยู่ 5 ไม้ เนื่องจากยากิโทริแต่ละไม้มีขนาดเล็ก เวลาลูกค้าส่วนใหญ่มาทานก็จะสั่งยากิโทริกันอย่างน้อยคนละ 10 ไม้

พิกัด: Akiyoshi Fukui station square store 2-5-16 Ote, Fukui City, Fukui Prefecture
เวลาทำการ: วันจันทร์-วันเสาร์ 17:00 – 23:30 น. / วันอาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ 17:00 – 23:00 น.
วันหยุด: วันอาทิตย์
การเดินทาง: เดิน 1 นาทีจากสถานี JR Fukui

4. ข้าวหน้าหมูทอดราดซอสโชยุ หรือ โชยุคัตสึด้ง (醤油カツ丼, Shoyu Katsu-don)

 

ดูโพสต์นี้บน Instagram

 

โพสต์ที่แชร์โดย Inui (@47_foodie_travel)

เมนูพิเศษของเมืองโอโนะ ในจังหวัดฟุคุอิ เพิ่งคิดค้นเมื่อปี 2010 โดยต่อยอดมาจาก “ซอสคัตสึด้ง” จานเด็ดของดีประจำฟุคุอิ มีส่วนผสมหลักสำคัญคือ “ซอสโชยุ” ของโนมุระโชยุ โรงงานผลิตโชยุซึ่งมีชื่อเสียงมาอย่างยาวนานในเมืองโอโนะ

ที่มาของโชยุคัตสึด้งนี้ก็มาจากแค่ว่า เพื่อนเจ้าของโรงงานโนมุระโชยุรุ่นที่ 6 พูดว่า “ทำไมถึงไม่ทำโชยุคัตสึด้งล่ะ ?” เพียงแค่ประโยคเดียว จากนั้นการผลิตและการพัฒนาคิดค้นสูตรต่าง ๆ ก็ได้เริ่มต้นขึ้น จนเมื่อปี 2010 ทางโรงงานก็ได้ผลิตซอสโชยุสูตรพิเศษสำหรับทำคัตสึด้งออกมาโดยเฉพาะ

ร้าน Shimomura (お食事処 しもむら)

ร้าน Shimomura เป็นร้านอาหารที่เป็นต้นกำเนิดของโชยุคัตสึด้ง ที่ร้านมีอาหารหลายแบบ ไม่ว่าจะเป็นชุดอาหารเซ็ต อุด้ง โซบะ ราเมน หรืออาหารญี่ปุ่นทั่วไปอีกหลายรายการ

 

ดูโพสต์นี้บน Instagram

 

โพสต์ที่แชร์โดย kobakatsu_fukui (@kobaka_2)

โชยุคัตสึด้งพร้อมซุปมิโสะ ราคา 850 เยน

เนื้อหมูทอดกรอบหั่นบาง ๆ เวลาทานให้เทซอสโชยุที่ให้มาอีกถ้วยลงไปทีละน้อยแล้วค่อยทานด้วยกัน ซอสโชยุที่คิดค้นมาเพื่อทานกับเมนูโชยุคัตสึด้งจะกลมกล่อมและเข้ากันได้ดีกับเครื่องเคียงที่ให้มา ตามด้วยทานกะหล่ำปลีพูน ๆ ที่อยู่ใต้เนื้อหมูทอด นอกจากรสชาติจะอร่อยแล้วยังดีต่อสุขภาพอีกด้วย

พิกัด: 15-22-2 Shinjo, Ono City, Fukui Prefecture
เวลาทำการ: วันอังคาร, วันพฤหัสบดี-วันเสาร์ 11:00 – 15:00 น. / 17:30 – 20:30 น.
วันพุธ 11:00 – 14:30 น.
วันอาทิตย์ 11:00 – 15:00 น. / 17:30 – 20:00 น.
วันหยุด: วันจันทร์
การเดินทาง: เดิน 20 นาทีจากสถานี Echizen-Ono
เว็บไซต์: shimosyoku

5. ซุปบกคาเกะ หรือ บกคาเกะจิรุ (ぼっかけ汁, Bokkake Soup)

ซุปบกคาเกะ หรือ บกคาเกะจิรุ เป็นซุปที่ทำจากผักประเภทหัวอย่างแคร์รอต หัวไชเท้าญี่ปุ่น และรากโกโบหั่น รวมถึงใส่เต้าหู้ทอดแผ่นบาง เส้นบุก ปรุงรสด้วยน้ำซุปดาชิแบบคัตสึโอะดาชิกับซอสโชยุ เสิร์ฟบนข้าวสวยร้อน ๆ

ซุปบกคาเกะเป็นอาหารท้องถิ่นที่สืบทอดกันมาในจังหวัดฟุคุอิมากกว่าร้อยปี ส่วนผสมหรือสูตรของซุปอาจจะต่างกันไปตามแต่ละท้องถิ่น เช่น ซุปบกคาเกะของเมืองมัตสึยามะ จังหวัดฟุคุอิ เป็นซุปบกคาเกะที่ทำง่าย ๆ เหมือนซุปบกคาเกะทั่วไป แต่เพิ่มเติมด้วยลูกชิ้นปลาแบบแผ่นคามาโบโกะ และผักมิตสึบะ เสิร์ฟพร้อมสาหร่าย และเพิ่มรสชาติด้วยวาซาบิเล็กน้อย

แต่สิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับซุปบกคาเกะคือ “เต้าหู้ทอดแผ่นบาง” ซึ่งจังหวัดฟุคุอิเป็นจังหวัดที่บริโภคเต้าหู้ทอดแบบนี้มากเป็นอันดับหนึ่งของญี่ปุ่นอีกด้วย

ร้าน Kagetsuro (旬菜食祭花月楼)

ร้าน Kagetsuro เป็นการนำอาคารเก่าแก่ซึ่งเป็นสินทรัพย์ทางวัฒนธรรมของญี่ปุ่นที่สร้างขึ้นสมัยเมจิมาปรับปรุงใหม่และเปิดเป็นภัตตาคารเมื่อปี 2017 ที่นี่มีอาหารท้องถิ่น เช่น เทมปุระจากพืชผักท้องถิ่น ปลาทอด รวมถึงอาหารเซ็ตที่รวบรวมอาหารท้องถิ่นดั้งเดิมของเมืองมัตสึยามะเข้าไว้ด้วยกัน

เซ็ตซุปบกคาเกะของเมืองมัตสึยามะ ราคา 2,500 เยน (รวมภาษีแล้ว)

พิกัด: 2-6-21 Honmachi, Katsuyama City, Fukui Prefecture
เวลาทำการ: 11:00 – 14:00 น.
วันหยุด: วันอังคาร
การเดินทาง: เดินทาง 5 นาทีโดยรถยนต์ จากสถานีคัตสึยามะ
เว็บไซต์: kagetsuro

6. ปูเอจิเซ็น (越前ガニ, Echizen Gani)

 

ดูโพสต์นี้บน Instagram

 

โพสต์ที่แชร์โดย Sawa (@nanachan_sawa)

ปูเอจิเซ็น ราชาแห่งอาหารช่วงฤดูหนาว เป็นปูที่โตในน้ำทะเลเชี่ยวกรากและหนาวเย็น ขึ้นชื่อเรื่องรสชาติอร่อย เรียกได้ว่าเป็นตัวท็อปของปูซูไว (Zuwai Gani) และเป็นปูเพียงชนิดเดียวที่ได้ขึ้นโต๊ะเสวยของราชวงศ์ญี่ปุ่น จะมีให้ลิ้มรสตั้งแต่ช่วงวันที่ 6 พฤศจิกายน ถึงวันที่ 20 มีนาคม ของทุกปี ปูเอจิเซ็นมีจุดเด่นตรงที่มีเนื้อแน่นและรสชาติหวานละมุน นำไปทำอะไรก็อร่อยทุกเมนู ไม่ว่าจะเป็นซาชิมิ ย่าง หรือนำไปต้ม จัดเป็นของดีอันดับหนึ่งที่ไม่ควรพลาด

หากอยากทานปูเอจิเซ็น สามารถหาทานได้ภายในเมืองเอจิเซ็นซึ่งเป็นแหล่งประมงที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดฟุคุอิ ที่เมืองนี้เต็มไปด้วยร้านขายของทะเลสด ๆ โรงแรม เรียวกัง เกสต์เฮาส์ และร้านอาหารต่าง ๆ

ร้าน Echizen Kaninobou (越前蟹の坊)

ร้าน Echizen Kaninobou ตั้งอยู่ติดกับสถานีมิคุนิมินาโตะ จุดเด่นของร้านอาหารคือปูตัวใหญ่ยักษ์เกาะอยู่ตรงด้านนอกบริเวณชั้นบนของร้าน ทำให้เป็นที่สังเกตได้ง่าย

 

ดูโพสต์นี้บน Instagram

 

โพสต์ที่แชร์โดย 越前蟹の坊 (@kaninobou)

ที่ร้าน Echizen Kaninobou มีเมนูเด็ดเป็นอาหารทะเลอย่างข้าวไคเซนด้ง แต่เมนูซิกเนเจอร์ของทางร้านที่หากไม่ได้ทานถือว่ามาไม่ถึงคือปูเอจิเซ็นแบบเต็มรูปแบบ ขอแนะนำเมนูปูเอจิเซ็นแบบฟูลคอร์ส ราคา 28,050 เยน (รวมภาษีแล้ว) ที่นำปูประมาณ 400 กรัมไปทำอาหารหลายแบบ ทั้งซาชิมิ ปูย่าง ปูต้ม หรือจะเป็นจานอื่น ๆ จากปูก็มีให้เลือกอีกหลายเมนู

 

ดูโพสต์นี้บน Instagram

 

โพสต์ที่แชร์โดย 越前蟹の坊 (@kaninobou)

 

ดูโพสต์นี้บน Instagram

 

โพสต์ที่แชร์โดย 越前蟹の坊 (@kaninobou)

พิกัด: 1-16 Mikunichojuku, Sakai City, Fukui Prefecture
เวลาทำการ: วันจันทร์-วันศุกร์ 11:00 – 15:00 น. (ออเดอร์สุดท้าย 14:30 น.) / 17:00 – 19:00 น. (ออเดอร์สุดท้าย 18:30 น.)
วันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดอื่น ๆ 11:00 – 19:00 น. (สั่งอาหารได้ถึง 18:00 น.)
วันหยุด: วันอังคาร
การเดินทาง: เดิน 1 นาทีจากสถานีมิคุนิมินาโตะ
เว็บไซต์: kaninobou

7. เอจิเซ็นโซบะ (越前そば, Echizen Soba)

เอจิเซ็นโซบะ หรือเอจิเซ็นโอโรชิโซบะ เป็นโซบะที่ทานกันในแถบเรโฮกุของจังหวัดฟุคุอิเป็นส่วนใหญ่ ที่เรียกว่าโอโรชิโซบะเพราะบนเส้นโซบะจะใส่โอโรชิ (หัวไชเท้าขูด) ลงไปด้วย ตัวเส้นโซบะจะมีสีเข้มและหนา รสเข้มข้นกว่าเส้นโซบะทั่วไป และมีเนื้อสัมผัสที่เป็นเอกลักษณ์ หากได้มาที่ฟุคุอิแล้วควรมาลองสักครั้ง

ร้าน Kenzo Soba (けんぞう蕎)

สำหรับเมนูเอจิเซ็นโซบะ ไม่มีร้านไหนเหมาะไปกว่าร้าน Kenzo Soba อีกแล้ว เพราะว่าร้านนี้เป็นร้านที่ทำเอจิเซ็นโซบะโดยเฉพาะ เป็นร้านฮิตที่สุดของที่นี่และเป็นโซบะแบบทำมือ 100%

ทางร้านมีเมนูพื้นฐานอยู่ 2 เมนู จานแรกคือ โอโรชิโซบะ (600 เยน) เป็นโอโรชิโซบะเสิร์ฟพร้อมหัวไชเท้าขูด และแบบ เค็นโซโซบะ (990 เยน) ที่จะมาพร้อมหัวไชเท้าขูดแบบรสจัดพร้อมซุป

สำหรับคนที่อยากลองทั้ง 2 เมนูพร้อมกัน ขอแนะนำเมนู โกโกโซบะ (3,300 เยน) ที่เหมาะสำหรับทาน 2 คนขึ้นไป ทางร้านจะนำเส้นโซบะมาเสิร์ฟในจาน (หรือกระด้ง) พร้อมน้ำซุป หัวไชเท้าขูดรสจัด ต้นหอม ปลาแห้ง และเครื่องปรุงอื่น ๆ

ดูปริมาณอาจจะเยอะไปสักหน่อย แต่สำหรับคนชอบทานโซบะก็ไม่ต้องกังวลแต่อย่างใด เพราะอร่อยอย่างนี้ แป๊บเดียวเดี๋ยวก็หมด

พิกัด: 3-26 Kasuga Matsuoka, Eiheiji Town, Yoshida District, Fukui Prefecture
เวลาทำการ: วันอังคาร-วันศุกร์ 11:00 – 14:00 น.
วันเสาร์-อาทิตย์ 11:00 – 16:30 น.
วันหยุด: วันจันทร์ (ถ้าวันจันทร์เป็นวันหยุดราชการอยู่แล้วก็จะหยุดวันถัดไป)
การเดินทาง: เดิน 12 นาทีจากสถานีมัตสึโอกะ
เว็บไซต์: kenzousoba

8. ข้าววอลกาไรซ์ (ボルガライス, Volga Rice)

 

ดูโพสต์นี้บน Instagram

 

โพสต์ที่แชร์โดย Atusi Turumaki (@turuatu)

ถ้าได้ยินชื่อข้าววอลกาไรซ์ครั้งแรก น่าจะนึกกันไม่ออกแน่ ๆ ว่าเป็นอาหารแบบไหนกัน ข้าววอลกาไรซ์เป็นอาหารท้องถิ่นของเมืองทาเคฟุ (เมืองเก่าของเอจิเซ็น) มีลักษณะเด่นคือเป็นหมูทอดหั่นชิ้นโต ๆ ราดซอสวางบนข้าวห่อไข่ ส่วนผสมหรือรสชาติอาจจะต่างกันไปตามแต่ละร้าน ในปัจจุบันมีร้านอาหารหรือร้านกาแฟในเมืองเอจิเซ็นประมาณ 20 ร้านที่ขายเมนูนี้ ถ้าได้มาที่เอจิเซ็นแล้ว ข้าววอลกาไรซ์ก็เป็นอีกจานที่น่าลิ้มลอง

9. ปลาปักเป้าวาคาสะ (若狭ふぐ, Wakasa Blowfish)

 

ดูโพสต์นี้บน Instagram

 

โพสต์ที่แชร์โดย Ren Nakahashi (@rariruren09)

อ่าววาคาสะเป็นแหล่งของฟาร์มปลาปักเป้าเสือในญี่ปุ่น จึงมีการตั้งชื่อเรียกปลาปักเป้าที่นี่ว่า “ปลาปักเป้าวาคาสะ” ปลาปักเป้าวาคาสะถือเป็นราชาแห่งปลาปักเป้า เพราะมีรสชาติอร่อยที่สุด เนื้อแน่น เคี้ยวหนึบ ทั้งนี้ต้องขอขอบคุณผู้เพาะพันธุ์ปลาปักเป้าวาคาสะที่พัฒนาการเพาะเลี้ยงให้เราสามารถหาปลาปักเป้าวาคาสะอร่อยๆ ทานได้ตลอดทั้งปี แม้แต่ในฤดูร้อน ไม่ขาดแคลนวัตถุดิบ

ร้าน Wakasa Fugu Inn Shimojo (若狭ふぐの宿 下亟)

โรงแรม Wakasa Fugu Inn Shimojo (หรือเรียกสั้น ๆ ว่า Shimojo) เป็นเกสต์เฮาส์เล็ก ๆ ในหมู่บ้านชาวประมงอาโนะ อ่าววาคาสะ จังหวัดฟุคุอิ ภายในโรงแรมมีร้านอาหารที่พร้อมเสิร์ฟเมนูรสเลิศจากปลาปักเป้าวาคาสะที่ทางโรงแรมเพาะเลี้ยงเอง

 

ดูโพสต์นี้บน Instagram

 

โพสต์ที่แชร์โดย @oi_shiine

เซ็ตอาหารกลางวันยอดนิยม “Fuku Fuku Lunch – 福ふぐランチ” ราคา 4,950 เยน (รวมภาษีแล้ว) เป็นเซ็ตรวมเทสสะ (ซาชิมิปลาปักเป้าแบบวางเรียงเป็นรูปดอกไม้) เทชชิริ (หม้อไฟปลาปักเป้า) หนังปลา ข้าวต้ม และของหวานหนึ่งอย่าง

เมนูแนะนำอีกหนึ่งอย่างคือ “เซ็ตปลาปักเป้าวาคาสะแบบฟูลคอร์ส (若狭ふぐフルコース)” ราคา 11,000 เยน (รวมภาษีแล้ว) เป็นเซ็ตอาหารมื้อเย็นที่คุ้มค่า ไฮไลต์ของเซ็ตนี้คือปลาปักเป้าวาคาสะย่างเตาถ่านหั่นมาเป็นชิ้น ๆ พอดีคำ ส่วนอาหารที่มาด้วยประกอบด้วยเทสสะ (ซาชิมิปลาปักเป้าแบบวางเรียงเป็นรูปดอกไม้) เทชชิริ (หม้อไฟปลาปักเป้า) ไก่ทอด ปลาท้องถิ่นแบบมาทั้งตัวบนเรือ หนังปลา ข้าวต้ม และหอยนางรมวาคาสะแบบอบหม้อดิน

 

ดูโพสต์นี้บน Instagram

 

โพสต์ที่แชร์โดย MAKO (@mako5963375)

ถึงจะไม่ได้เข้าพักที่นี่แต่ก็สามารถเข้าไปทานอาหารได้ทั้งมื้อกลางวันและมื้อเย็น (ต้องจองล่วงหน้าก่อน) แต่ถ้าอยากพักผ่อนชิลล์ ๆ พร้อมด้วยลิ้มรสอาหารจานเด็ดจากฟุคุอิ ที่นี่ก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าจดลงในลิสต์

พิกัด: 10-15 Ano, Obama City, Fukui Prefecture
การเดินทาง: เดินทางโดยรถยนต์ 15 นาทีจากสถานี JR Obama
เว็บไซต์: fugu-shimojo

10. เฮชิโกะ (へしこ, Heshiko)

เฮชิโกะเป็นอาหารพื้นเมืองของฟุคุอิ ทำจากปลาทะเลดองด้วยเกลือ (ส่วนใหญ่จะใช้ปลาแมกเคอเรล แต่บางพื้นที่ก็จะใช้เป็นปลาซาร์ดีน ปลาปักเป้า หรือแม้แต่ปลาหมึก) แล้วนำไปดองต่อด้วยรำข้าวเป็นเวลาประมาณ 1-2 ปี เฮชิโกะมีผลิตในหลายพื้นที่ของประเทศญี่ปุ่น แต่ถ้าขึ้นชื่อเรื่องความอร่อยแล้ว ต้องยกให้เฮชิโกะจากจังหวัดฟุคุอิ

สามารถทานเฮชิโกะได้ด้วยการโปะรำข้าวบางๆ นำไปย่างไฟ หรืออีกวิธีคือล้างรำข้าวออกจากเฮชิโกะก่อนแล้วนำเฮชิโกะมาฝานบาง ๆ ตามด้วยบีบมะนาวลงไป เสิร์ฟเหมือนซาชิมิ ถ้าไม่ทานเฮชิโกะแบบเดี่ยว ๆ จะเอาไปเป็นส่วนประกอบเวลาทำข้าวผัด พาสต้า หรือโอฉะซึเกะ (ข้าวราดน้ำชา) ก็ได้

มีร้านอาหารญี่ปุ่นและร้านอิซากายะหลายร้านที่พร้อมเสิร์ฟเมนู “เฮชิโกะเทโชกุ (へしこ定食)” นอกจากนี้ตามร้านขายของฝากในฟุคุอิหรือร้านออนไลน์ก็มีขายเฮชิโกะแบบแพ็คสุญญากาศ จะซื้อไปทานเองหรือให้เป็นของฝากก็ได้ รับรองว่าถูกใจผู้รับแน่นอน

11. ลูกปลามาไดดอง หรือ โคไดซาซาซูเกะ (小鯛笹漬け – Kodai Sasazuke)

 

ดูโพสต์นี้บน Instagram

 

โพสต์ที่แชร์โดย GON (@hanjyuku_ha)

โคไดซาซาซูเกะ หรือลูกปลามาไดดอง (หรือที่ไทยเรียกว่าปลากะพงแดง) เป็นผลิตภัณฑ์จากเมืองโอบามะ จังหวัดฟุคุอิ ทำโดยการแล่ปลาออกเป็น 3 ชิ้น โรยเกลือ แช่ในน้ำส้มสายชู ใส่ใบไผ่ลงไปตกแต่ง แล้วบรรจุลงไปในถังไม้ซีดาร์ ว่ากันว่าโคไดซาซาซูเกะมาจากเมื่อครั้งสมัยเมจิ อ่าววาคาสะมีปลากะพงแดงเป็นจำนวนมาก พ่อค้าปลาในเมืองโอบามะและหุ้นส่วนทางธุรกิจจากเกียวโตจึงพัฒนาเมนูนี้ขึ้นมา

ปัจจุบันในเมืองโอบามะมีผู้ประกอบการที่จำหน่ายโคไดซาซาซูเกะอยู่ 11 ราย แต่ละรายจะผลิตโคไดซาซาซูเกะต่างกันไปในแบบของตัวเอง ถ้ามาฟุคุอิลองหาซื้อไปทานหรือซื้อกลับบ้านกันได้ โคไดซาซาซูเกะสามารถนำไปทำเป็นอาหารได้หลายแบบ ทั้งแบบการ์ปัชโช เทมาริซูชิ หรือโอฉะซึเกะ (ข้าวราดน้ำชา)

ร้าน Tanaka Heisuke (田中平助商店)

ถ้าพูดถึงโคไดซาซาซูเกะแสนอร่อยต้องนึกถึงร้านนี้ ถึงจะไม่ใช่บริษัทหรือร้านใหญ่โต แต่ร้าน Tanaka Heisuke โดดเด่นมากในเรื่องของรสชาติอาหารและความพิถีพิถันในการทำโคไดซาซาซูเกะ ให้ความสำคัญในการทำทุกขั้นตอนด้วยมือ ตั้งแต่การนำหัวปลาออกไปจนถึงการบรรจุปลาลงในแพคเกจจิ้ง พิถีพิถันกับทุกวัตถุดิบ ไม่ว่าจะเป็นเกลือจากธรรมชาติ น้ำส้มสายชูหมักในท้องถิ่น ปราศจากสารกันเสียและสารปรุงแต่ง

 

ดูโพสต์นี้บน Instagram

 

โพสต์ที่แชร์โดย @yorinko.32

โคไดซาซาซูเกะมีรสเค็มและเปรี้ยวอ่อน ๆ ให้รสสัมผัสที่ดีของเนื้อปลากะพงแดงที่นำมาทำ เพื่อไม่ให้เสียคุณภาพของอาหาร ทางร้านจึงค่อนข้างจำกัดการผลิต โดยจะผลิตไม่เกินวันละ 300 ชิ้นต่อวันเท่านั้น

พิกัด: 1-2-3 Kawasaki, Obama City, Fukui Prefecture
เวลาทำการ: 09:00 – 17:00 น. (หรือปิดเมื่อของหมด)
วันหยุด: วันหยุดราชการทั่วไป
การเดินทาง: เดินทางโดยรถยนต์ 5 นาทีจากสถานี JR Obama
เว็บไซต์: t-heisuke

12. ข้าวหน้าปลาดิบรวม หรือ ไคเซ็นด้ง (海鮮丼, Kaisendon)

 

ดูโพสต์นี้บน Instagram

 

โพสต์ที่แชร์โดย よしし (@noragaeru)

จังหวัดฟุคุอิเป็นจังหวัดติดทะเล มีวัตถุดิบที่ถือเป็นขุมทรัพย์ของท้องทะเลมากมาย ไม่ว่าจะเป็นปูเอจิเซ็นสด ๆ กุ้งหวาน ปลาหมึก ไข่ปลาแซลมอน ปลาหางเหลือง หอยเม่นทะเล และอื่น ๆ ที่พร้อมจะทำเป็นข้าวหน้าปลาดิบรวมหรือไคเซ็นด้ง รับรองว่าทุกจานไม่ได้มีเพียงแต่ความสดใหม่จากท้องทะเลเท่านั้น แต่ยังมีปริมาณและราคาที่ดึงดูดเหล่านักชิมอีกด้วย

ร้าน Uogin (敦賀魚河岸海鮮丼「うお吟」)

 

ดูโพสต์นี้บน Instagram

 

โพสต์ที่แชร์โดย Akira Imai (@akira.imai.338)

ร้าน Uogin ตั้งอยู่ที่ทสึรุกะ เมืองท่าของจังหวัดฟุคุอิ ตัวร้านเป็นสถาปัตยกรรมสไตล์ Sukiya-zukuri (数寄屋造り) แบบญี่ปุ่น ทางร้านมีกฏว่า “หากทานอาหารแล้วรสชาติไม่ถูกปาก แจ้งทางร้านได้เลย แล้วจะไม่คิดเงินจานนั้นด้วย” เป็นการรับประกันว่าอาหารร้านนี้อร่อยทุกจาน ร้าน Uogin จึงเป็นร้านที่ได้รับความนิยมมาก เรียกได้ว่าอาจต้องจองก่อนแล้วถึงจะมาทานได้

เมนูยอดนิยมของทางร้านจะเป็น เอบิสุไดโกกุด้ง (恵びす大黒丼) มีที่มาจากเทศกาลพื้นบ้านเก่าแก่ที่ยังคงปฏิบัติสืบต่อกันมากว่า 400 ปีของแถบทสึรุกะในช่วงเดือนมกราคม เป็นการแข่งขันชักเย่อกันระหว่างสองฝั่ง คือฝั่งของเทพเอบิสุ (ชาวประมง) กับฝั่งของเทพไดโกกุ (เกษตรกร) จะดึงเชือกชักเย่อกันเพื่อทำนายเกี่ยวกับการประมงและการเกษตร เอบิสุไดโกกุด้งชามนี้จะให้ไข่ปลาแซลมอนและอูนิ (หอยเม่นทะเล) ค่อนข้างเยอะ ใครชอบต้องถูกใจอย่างแน่นอน

เมนูเอบิสุไดโกกุด้งจะมีอยู่ 3 คอร์ส มีแบบมัตสึ ทาเกะ และอุเมะ ราคาจะต่างกันตรงขนาดของชามและปริมาณของวัตถุดิบที่ใช้ หากใครสนใจลองเช็กกับเว็บไซต์ของทางร้านก่อนได้

พิกัด: 21-3 Aioicho, Tsuruga City, Fukui Prefecture
เวลาทำการ: 11:00 – 15:00 น. (สั่งอาหารได้ถึง 14:30 น.)
วันหยุด: วันพุธ
การเดินทาง: เดินทาง 5 นาทีโดยรถยนต์ หรือเดิน 15 นาที จากศาลเจ้า Kehi (Kehi Jingu Shrine)
เว็บไซต์: kaisen-uogin

มาถึงฟุคุอิทั้งที อย่าลืมชิมเมนูเด็ดที่เราแนะนำในบทความนี้กันด้วยนะคะ ยิ่งพวกอาหารทะเลทั้งหลายของดีของฟุคุอินี่ห้ามพลาดเลย บางอย่างอาจจะราคาสูงไปสักหน่อย แต่ครั้งหนึ่งในชีวิตก็ควรต้องลองชิมกันสักหน่อยแล้ว !

สรุปเนื้อหาจาก haraheri

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ ข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้บริการ

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save