3 เมนูนาเบะชื่อดังประจำฤดูหนาวของภูมิภาคโทโฮคุ ที่สายกินจุต้องลิสต์ไว้ เตรียมไปตระเวนชิมหม้อไฟคลายหนาวกับ JR East กัน!

ภูมิภาคโทโฮคุ (Tohoku) ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ จัดเป็นภูมิภาคที่มีฤดูหนาวอันยาวนาน ชาวบ้านที่นี่จึงมีเมนูนาเบะหรือที่คนไทยเรียกกันว่าเมนูหม้อไฟเป็นเมนูประจำฤดูหนาว เพราะนอกจากจะช่วยเพิ่มความอบอุ่นให้กับร่างกายแล้ว ยังมีรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์อีกด้วย เมนูนาเบะของแต่ละจังหวัดในภูมิภาคโทโฮคุจะแตกต่างออกไปตามวัตถุดิบของแต่ละพื้นที่ทำให้นักท่องเที่ยวได้ตื่นตาตื่นใจกับการลิ้มลองความอร่อยที่รังสรรค์จากวัตถุดิบชั้นเลิศต่าง ๆ วันนี้ JR East จึงจะพาทุกคนไปคลายหนาวด้วยเมนูนาเบะหม้อไฟร้อน ๆ ของโทโฮคุที่โดดเด่นทั้งเรื่องรสชาติ และเอกลักษณ์ของวัตถุดิบแต่ละจังหวัด รับรองว่าทุกคนจะได้เมนูโปรดในดวงใจเมนูใหม่กลับไปแน่นอน

เซริโนะฟุยุนาเบะ (Seri No Fuyu Nabe) เมนูหม้อไฟเพื่อสุขภาพประจำฤดูหนาวของจังหวัดมิยากิ (Miyagi)

‘เซริโนะฟุยุนาเบะ’ หม้อไฟขึ้นชื่อของจังหวัดมิยากิ มีวัตถุดิบหลักคือ ‘ต้นเซริ’ พืชท้องถิ่นของจังหวัดมิยากิ มีหน้าตาคล้ายกับผักชีของไทย ต้นเซริเป็นพืชที่สามารถทานได้ทุกส่วนตั้งใบ ลำต้น ไปจนถึงราก โดยแต่ละส่วนจะให้รสชาติและรสสัมผัสที่แตกต่างกันออกไป ความน่าสนใจของเมนูเซริโนะฟุยุนาเบะจึงอยู่ที่การนำทุกส่วนของต้นเซริมาใช้ ทำให้สามารถสนุกกับการลองทานส่วนต่าง ๆ ได้ วิธีการปรุงเมนูนี้คือให้นำต้นเซริลงไปต้มในน้ำซุปไก่หรือซุปเป็ดรสเด็ดให้พอสุกแล้วทานแบบชาบูชาบู ก็จะได้รสสัมผัสที่กรุบกรอบเคี้ยวเพลินของต้นเซริ โดยเฉพาะส่วนรากซึ่งนับเป็นส่วนที่อร่อยที่สุด เมนูหม้อไฟนี้แม้จะดูเป็นเมนูที่ดูง่าย ๆ ไม่หวือหวาแต่กลับมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และชูคุณค่าวัตถุดิบท้องถิ่นได้เป็นอย่างดี ทั้งยังดีต่อร่างกายอีกด้วย ใครที่เป็นสายสุขภาพต้องไม่พลาด

・ร้านดังที่เดินทางง่าย ๆ ด้วยรถไฟ JR: ร้าน Kuranosho ตั้งอยู่ใกล้สถานี Sendai ให้โดยสารรถไฟ Tohoku Shinkansen มายังสถานีแล้วเดินต่อเพียง 3 นาที

คิริทัมโปะนาเบะ (Kiritampo Nabe) เมนูหม้อไฟที่รวมวัตถุดิบชั้นเลิศของจังหวัดอาคิตะ (Akita)

‘คิริทัมโปะนาเบะ’ เป็นเมนูหม้อไฟพื้นเมืองของจังหวัดอาคิตะที่ขึ้นชื่อจนใครก็ตามที่มาจะต้องหาโอกาสทานเมนูนี้สักครั้ง  สิ่งที่ทำให้เมนูหม้อไฟนี้โดดเด่นแตกต่างจากหม้อไฟของที่อื่น ๆ คือ ‘คิริทัมโปะ’ ตัวเอกของเมนูนี้ที่ทำมาจากข้าว ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่าอาคิตะ มีชื่อเสียงโด่งดังในฐานะแหล่งปลูกข้าวพันธุ์ดีของญี่ปุ่น และช่วงฤดูใบไม้ร่วงจนถึงฤดูหนาวเช่นนี้ก็เป็นฤดูกาลที่ข้าวคุณภาพดีของอาคิตะเริ่มเก็บเกี่ยวได้และออกวางขายในท้องตลาด ข้าวและผลิตภัณฑ์ที่ทำจากข้าวในช่วงนี้จึงอร่อยเป็นพิเศษ  วิธีทำคิริทัมโปะคือให้นำข้าวใหม่หุงสุกมาบดจนละเอียดและปั้นเสียบไม้ จากนั้นจะนำไปย่างเตาถ่าน พอผิวด้านนอก เริ่มกรอบและออกสีเหลืองทองก็จะนำมาตัดให้พอดีคำใส่ลงในหม้อนาเบะที่อุดมไปด้วยผักท้องถิ่นสารพัดชนิดและน้ำซุปสูตรเด็ดประจำจังหวัดที่เคี่ยวจากกระดูก ‘ไก่ฮิไน’ ไก่พื้นบ้านของจังหวัดอาคิตะที่การันตีความอร่อยเข้มข้นด้วยตำแหน่ง 1 ใน 3 สายพันธุ์ไก่ที่อร่อยที่สุดของญี่ปุ่น เรียกได้ว่า ‘คิริทัมโปะนาเบะ’ เป็นเมนูหม้อไฟที่รวมวัตถุดิบชั้นเลิศของจังหวัดอาคิตะทั้งหมดมาไว้ในหม้อเดียว หากใครได้มาอาคิตะต้องลองเมนูนี้สักครั้ง รับรองว่าจะได้เมนูโปรดเมนูใหม่แน่นอน

・ร้านดังที่เดินทางง่าย ๆ ด้วยรถไฟ JR : ร้าน Akita Kiritampoya ห่างจากสถานี Akita เพียง 270 เมตร ให้โดยสารรถไฟ Akita Shinkansen มาลงสถานี จากนั้นให้เดินต่อใช้เวลาประมาณ 4 นาที

อิโมะนิ (Imoni) เมนูหม้อไฟเผือกเลื่องชื่อของจังหวัดยามากาตะ (Yamagata)

‘อิโมะนิ’ หรือหม้อไฟเผือกทรงเครื่อง เป็นหม้อไฟที่มีวัตถุดิบหลักคือ เผือก (อิโมะ) นิยมทานกันในช่วงฤดูใบไม้ร่วงซึ่งเป็นฤดูเก็บเกี่ยวของเผือก ยาวไปจนถึงฤดูหนาว นอกจากวัตถุดิบที่ขาดไม่ได้อย่างเผือกแล้ว ยังมีการใส่เนื้อสัตว์อย่างเนื้อวัวหรือเนื้อหมู บุก (คอนเนียะคุ) ต้นหอมและปรุงรสน้ำซุปด้วยมิโซะหรือโชยุ โดยเนื้อสัตว์ที่ใช้และการปรุงรสอาจแตกต่างกันไปตามแต่ละร้านและแต่ละพื้นที่ แต่ที่พบเห็นได้ทั่วไปคืออิโมะนิที่ใช้เนื้อวัวและปรุงรสน้ำซุปด้วยโชยุ ว่ากันว่า อิโมะนิเป็นเมนูที่มีความเป็นมายาวนานอยู่คู่กับจังหวัดยามากาตะมาตั้งแต่สมัย เอโดะ จึงถือเป็นอาหารที่เป็นที่รักของชาวยามากะตะจนถึงขั้นมีธรรมเนียมการจัด ‘อิโมะนิไค’ ซึ่งเป็นงานที่ชาวบ้านจะมารวมตัวกันทำอิโมะนิและนั่งล้อมวงสังสรรค์และทานอิโมะนิหม้อใหญ่ ยิ่งกว่านั้นคือในเดือนกันยายนของทุกปีจะมีการจัด ‘เทศกาลอิโมะนิไค’ ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่นที่ริมแม่น้ำมามิกาซาคิ เมืองยามากาตะ โดยไฮไลท์ของงานคือการทำอิโมะนิหม้อยักษ์ที่ใช้เผือกมากถึง 3 ตัน ให้ผู้คนกว่า 30,000 คนที่มาร่วมงานได้ร่วมรับประทานกัน เรียกได้ว่า เมนูอิโมะนิของจังหวัดยามากาตะนั้นมีชื่อเสียง และเป็นความภาคภูมิใจของจังหวัดเลยทีเดียว

・ร้านดังที่เดินทางง่าย ๆ ด้วยรถไฟ JR : ร้าน Yamagata Nagaya Sakaba ตั้งอยู่ใกล้สถานี Yamagata ให้โดยสารรถไฟ Yamagata Shinkansen มายังสถานี แล้วเดินต่อ 3 นาที
*เนื่องจากผลกระทบของสถานการณ์โควิด 19 เทศกาลประจำปี ‘อิโมะนิไค’ จึงงดจัดกิจกรรมในปีนี้

ท่องเที่ยวภูมิภาคโทโฮคุแบบสุดคุ้มด้วย JR EAST PASS (Tohoku Area)

คุณสามารถใช้ JR EAST PASS (Tohoku Area) เพลิดเพลินไปกับการท่องเที่ยวแบบสุดคุุ้มได้ในราคา 20,000 เยนสำหรับผู้ใหญ่ และราคา 10,000 เยนสำหรับตั๋วเด็ก (ราคาพิเศษสำหรับการซื้อจากนอกประเทศญี่ปุ่นที่เว็บไซต์ทางการของ JR-EAST) โดยสามารถใช้ขึ้นรถไฟชินคันเซ็น รถไฟด่วนพิเศษแบบจองที่นั่ง รถไฟธรรมดา และรถไฟ Joyful Train ในพื้นที่ที่กำหนดได้แบบไม่จำกัดจำนวนเที่ยวเป็นเวลา 5 วันติดต่อกัน (ภายในระยะเวลา 14 วัน)

รายละเอียดเพิ่มเติมเข้าชมได้ที่ www.jreast.co.jp

ท่องเที่ยวภูมิภาคนากาโนะ นีกาตะแบบสุดคุ้มด้วย JR EAST PASS (Nagano-Niigata Area)

คุณสามารถใช้ JR EAST PASS (Nagano, Niigata Area) เพลิดเพลินไปกับการท่องเที่ยวแบบสุดคุ้มได้ในราคา 18,000 เยนสำหรับผู้ใหญ่ และราคา 9,000 เยนสำหรับตั๋วเด็ก (ราคาพิเศษสำหรับการซื้อจากนอกประเทศญี่ปุ่นที่เว็บไซต์ทางการ ของ JR-EAST) โดยสามารถใช้ขึ้นรถไฟชินคันเซ็น รถไฟด่วนพิเศษแบบจองที่นั่ง รถไฟธรรมดา และรถไฟ Joyful Train ในพื้นที่ที่กำหนดได้แบบไม่จำกัดจำนวนเที่ยวเป็นเวลา 5 วันติดต่อกัน (ภายในระยะเวลา 14 วัน)

รายละเอียดเพิ่มเติมเข้าชมได้ที่ www.jreast.co.jp

จองที่นั่งผ่าน JR-EAST Train Reservation เพื่อการท่องเที่ยวที่สะดวกสบายยิ่งขึ้น

ก่อนเดินทางไปยังประเทศญี่ปุ่น คุณสามารถจองที่นั่งสำหรับรถไฟชินคันเซ็น รถไฟด่วนพิเศษ รวมถึงซื้อตั๋วรถไฟสำหรับเดินทางท่องเที่ยวในพื้นที่ที่กำหนดในภูมิภาคโทโฮคุได้แบบไม่จำกัดจำนวนเที่ยวผ่านทางอินเตอร์เน็ต ด้วยบริการสุดพิเศษนี้ คุณจะสามารถขึ้นรถไฟได้ทันทีที่มาถึงญี่ปุ่น ทำให้เดินทางท่องเที่ยวได้อย่างสะดวกสบาย นอกจากนี้คุณสามารถจองที่นั่งระหว่างการเดินทางได้ และยังใช้ตั๋ว E-Ticket สำหรับชินคันเซ็นได้อีกด้วย

รายละเอียดเพิ่มเติมเข้าชมได้ที่: www.eki-net.com