รู้จักกะหล่ำปลีหลากชนิดในญี่ปุ่น กับเหตุผลว่าทำไมคนญี่ปุ่นจึงกินกะหล่ำปลีดิบกับหมูทอดทงคัตสึ

กะหล่ำปลีเป็นหนึ่งในผักที่หารับประทานได้ตลอดทั้งปีในญี่ปุ่น โดยมีหลากหลายพันธุ์ตามฤดูกาล มารู้จักกะหล่ำปลีหลากหลายชนิดในญี่ปุ่น และเหตุผลว่าทำไมคนญี่ปุ่นจึงนิยมรับประทานกะหล่ำปลีดิบกับหมูทอดทงคัตสึกันนะคะ

ชนิดของกะหล่ำปลีในญี่ปุ่น

พันธุ์คังทามะ (寒玉) หรือกะหล่ำปลีฤดูหนาว (冬キャベツ)

กะหล่ำปลีพันธุ์นี้มีขายในช่วงฤดูหนาวของญี่ปุ่น โดยมีลักษณะสำคัญคือ ใบอัดกันแน่น ใบด้านในมีสีออกขาว มีเนื้อสัมผัสค่อนข้างแข็งและเหนียว และมีรสชาติออกหวาน คนญี่ปุ่นนิยมนำมาทำสลัดโคลสลอว์และกะหล่ำปลีม้วน เป็นต้น

พันธุ์ฮารุทามะ (春玉)  หรือกะหล่ำปลีฤดูใบไม้ผลิ (春キャベツ)

กะหล่ำปลีพันธุ์นี้เก็บเกี่ยวได้ในฤดูใบไม้ผลิ ซึ่งเป็นพันธุ์ที่มีใบซ้อนกันหลวมๆ และใบนิ่ม แตกต่างจากกะหล่ำปลีในฤดูหนาว ใบด้านนอกมีสีเขียวเข้มส่วนด้านในจะมีสีออกเหลือง คนญี่ปุ่นนิยมนำกะหล่ำปลีชนิดนี้มาผัด ดอง และรับประทานดิบ เป็นต้น

พันธุ์โคเก็งแคบเบจสึ (高原キャベツ) หรือกะหล่ำปลีฤดูร้อน (夏キャベツ)

กะหล่ำปลีพันธุ์นี้ปลูกได้มากในที่ราบสูงของจังหวัดนากาโนะและกุมมะ และเป็นพันธุ์ที่เก็บเกี่ยวได้ในช่วงฤดูร้อน ลักษณะและรสสัมผัสของกะหล่ำปลีจะก้ำกึ่งระหว่างพันธุ์ในฤดูหนาวและฤดูใบไม้ผลิ

พันธุ์มารุทามะ (丸玉) หรือบอลสีเขียว (グリーンボール)

กะหล่ำปลีพันธุ์นี้มีลักษณะทรงกลมและมีสีเขียวสวยดังชื่อ ใบมีสีเขียวด้านนอกและมีสีอ่อนด้านใน ใบอัดกันแน่น มีเนื้อสัมผัสนุ่มและหวาน และมีสารอาหารค่อนข้างสูงกว่ากะหล่ำปลีพันธุ์อื่น

คุณค่าสารอาหารในกะหล่ำปลี

กะหล่ำปลีเป็นผักที่อุดมไปด้วยวิตามิน C ซึ่งช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันร่างกายให้แข็งแรง ช่วยป้องกันโรคไข้หวัดได้ดี  การรับประทานกะหล่ำปลีดิบ 2-3 ใบจะทำให้ได้รับวิตามินซีในปริมาณที่เพียงพอต่อความต้องการในแต่ละวัน นอกจากนี้กะหล่ำปลียังอุดมไปด้วยวิตามิน U ซึ่งมีประสิทธิภาพในการบรรเทาอาการโรคกระเพาะอาหารอักเสบและแผลในกระเพาะอาหารได้ดี อย่างไรก็ดี วิตามินเหล่านี้จะไม่ทนความร้อน การรับประทานกะหล่ำปลีดิบจึงทำให้ได้รับปริมาณวิตามิน C และ U เข้าสู่ร่างกายได้อย่างเต็มที่

เหตุใดคนญี่ปุ่นจึงนิยมรับประทานหมูทอดทงคัตสึกับกะหล่ำปลีหั่นฝอย

คนญี่ปุ่นเริ่มรับประทานกะหล่ำปลีสดหั่นฝอยมาตั้งแต่สมัยเมจิ เพราะว่ากะหล่ำปลีเป็นผักที่มีราคาถูกและหารับประทานได้ตลอดทั้งปี กะหล่ำปลีมีเส้นใยอาหารสูงจึงช่วยดูดซับเอาไขมันจากหมูทอดทงคัตสึได้ดี นอกจากนี้กะหล่ำปลียังอุดมไปด้วยวิตามิน U ซึ่งช่วยป้องกันการอักเสบของกระเพาะอาหารและทางเดินอาหารได้ดี

คนไทยไม่นิยมรับประทานกะหล่ำปลีดิบเพราะกลัวยาฆ่าแมลงตกค้าง และมีความเชื่อว่าการรับประทานกะหล่ำปลีดิบอาจจะส่งผลให้เกิดโทษต่อร่างกาย เพราะในกะหล่ำปลีดิบมีสารที่เรียกว่า กอยโตรเจน (Goitrogen) ซึ่งเป็นสารที่ไปขัดขวางไม่ให้ต่อมไทรอยด์จับไอโอดีน และหากรับประทานกะหล่ำปลีดิบในปริมาณมากอาจทำให้เกิดโรคคอหอยพอกได้ แต่ในความจริงแล้วหากไม่รับประทานวันละเป็นกิโลกรัม สารพิษดังกล่าวก็ไม่ก่อให้เกิดโทษต่อร่างกาย อีกทั้งหากเลือกซื้อผักปลอดสารพิษหรือล้างผักให้สะอาดก่อนนำมารับประทาน กะหล่ำปลีดิบก็จัดเป็นผักที่มีคุณค่าต่อร่างกายไม่แพ้ผักอื่น

สรุปเนื้อหาจาก: magazine.hitosara, foodslink