คนญี่ปุ่นบอกต่อ! ไข่ไม่ว่าขนาดเล็กหรือใหญ่ก็มีคุณค่าอาหารไม่ต่างกัน

เวลาไปซื้อของที่ซุปเปอร์มาร์เก็ต มักจะมีไข่หลากหลายขนาด ได้แก่ ขนาด SS, S , MS,  M, L  และ LL วางจำหน่ายให้เลือกตามชอบ โดยที่ราคาจะสูงขึ้นตามขนาดที่เพิ่มขึ้น ผู้เขียนเคยสงสัยว่าไข่ขนาดที่แตกต่างกันและมีราคาที่แตกต่างกันจะมีคุณค่าอาหารต่างกันหรือไม่ วันนี้มีคำตอบจากคนญี่ปุ่นมาเล่าให้ฟังค่ะ

ไข่ขนาดแตกต่างกันมีคุณค่าอาหารไม่ต่างกัน

แม้ว่าไข่จะมีขนาดและน้ำหนักแตกต่างกัน แต่คุณค่าทางอาหารกลับไม่แตกต่าง ไข่ที่มีขนาดแตกต่างกันนั้นเป็นเพราะว่ามีปริมาณไข่ขาวไม่เท่ากัน โดยไข่ที่มีขนาดใหญ่จะมีปริมาณไข่ขาวมากกว่าไข่ที่มีขนาดเล็ก แต่ไข่แดงนั้นไม่ว่าไข่จะมีขนาดใหญ่หรือเล็กก็จะมีขนาดที่เท่า ๆ กัน ด้วยว่าสารอาหารที่มีคุณค่าต่าง ๆ ได้แก่ วิตามินบี อี และดี รวมถึงโคลีน เป็นต้น นั้นจะอยู่ในส่วนที่เป็นไข่แดง ดังนั้นคุณค่าทางอาหารของไข่ที่มีขนาดแตกต่างกันจึงไม่ต่างกันนั่นเอง

ทำไมขนาดของไข่ถึงแตกต่างกัน

ขนาดไข่ที่แตกต่างกันนั้นขึ้นกับปัจจัย 2 ประการ คือ (1) อายุของแม่ไก่ เมื่อไก่อายุมากขึ้น รังไข่และท่อนำไข่จะมีขนาดใหญ่ขึ้น ทำให้ไข่มีขนาดใหญ่ขึ้น (2) ปริมาณของอาหารที่ไก่กิน พบว่าไก่ที่กินอาหารมากจะให้ไข่ที่มีขนาดใหญ่กว่าไก่ที่กินน้อย

การนำไข่ขนาดแตกต่างกันมาปรุงอาหารให้เหมาะสมกับเมนู

ไข่ขนาด S และ M จะมีสัดส่วนของไข่แดงสูงกว่าไข่ขาว คนญี่ปุ่นจึงมักจะนำมาทำเป็นข้าวหน้าไข่ดิบ (Tamago gohan) ไข่ดาว และไข่ต้ม เป็นต้น

ข้าวหน้าไข่ดิบ
ไข่ดาว

ไข่ขนาด  L จะมีสัดส่วนของไข่แดงและไข่ขาวที่สมดุล จึงนิยมนำมาทำเป็นเมนูไข่คน ข้าวหน้าไก่โอยาโกะด้ง ไข่เจียวญี่ปุ่น และออมเล็ต เป็นต้น

ไข่คน
ไข่เจียวญี่ปุ่น

ไข่ขนาด LL จะมีปริมาณไข่ขาวมาก เหมาะสำหรับนำมาปรุงเป็นเมนูที่ต้องการความนุ่มฟู เช่น ไข่ตุ๋น พุดดิ้ง และเค้ก เป็นต้น

ไข่ตุ๋น

ไข่เป็นแหล่งโปรตีนคุณภาพดีที่ย่อยและดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้ง่าย อีกทั้งยังอุดมไปด้วยไขมันที่ช่วยในการสร้างเซลล์เมมเบรนและเยื่อประสาท หากคำนึงถึงคุณค่าสารอาหารและความประหยัด ไข่ขนาดเล็กก็ถือเป็นทางเลือกที่ดี แต่หากต้องการนำไปปรุงเมนูที่ต้องการความนุ่มลิ้นก็คงต้องใช้ไข่ขนาด LL โดยสรุปคือคนญี่ปุ่นบอกว่าขนาดของไข่ที่แตกต่างกันนั้นไม่ได้มีคุณค่าทางอาหารที่แตกต่างกัน ดังนั้นไม่ว่าจะมีงบประมาณมากหรือน้อยก็สามารถรับประทานไข่ที่มีคุณค่าทางอาหารได้เหมือนกันค่ะ