แนะนำผักต้านหวัด พร้อมสูตรอาหารสไตล์ญี่ปุ่นง่าย ๆ ที่คนไทยก็ทำทานเองได้!

อาหารเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยรักษาสุขภาพร่างกายของเราให้แข็งแรง การรับประทานอาหารที่มีสารอาหารเสริมภูมิคุ้มกัน เช่นเบต้าแคโรทีนและวิตามินเอ เป็นสิ่งที่แพทย์แนะนำเพื่อป้องกันโรคหวัด อีกทั้งการทานอาหารที่อ่อนโยนต่อกระเพาะอาหารและลำไส้ต่าง ๆ เมื่อคุณเป็นหวัดจะช่วยสร้างความอบอุ่นให้กับร่างกายและทำให้อาการหวัดดีขึ้นได้ แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับอาการและสุขภาพของแต่ละคนด้วย วันนี้จะมาแนะนำผักต้านหวัด พร้อมสูตรอาหารสไตล์ญี่ปุ่นง่ายๆ ที่คนไทยก็ทำทานเองได้นะคะ

แครอท

แครอทมีเบต้าแคโรทีน วิตามินเอและวิตามินซีสูง จึงมีประสิทธิภาพสูงในการสร้างภูมิคุ้มกัน เนื่องจากวิตามินเอมีผลในการรักษาเยื่อเมือกในอวัยวะร่างกายให้คงอยู่ ช่วยเสริมสร้างเยื่อบุจมูกและลำคอเพื่อช่วยป้องกันโรคหวัด

หัวไชเท้า

สารอัลลิลไอโซไทโอไซยาเนท ที่เป็นส่วนประกอบกลิ่นฉุนที่อยู่ในหัวไชเท้า มีประสิทธิภาพในการลดการอักเสบของคอและลดอาการไอ อีกทั้งยังมีฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ดังนั้นจึงเป็นผักที่แนะนำให้เริ่มทานในช่วงที่เริ่มเป็นหวัด นอกจากนี้ในหัวไชเท้ายังมีเอนไซม์ช่วยย่อยอาหาร ช่วยให้ระบบทางเดินอาหารทำงานไม่หนัก นอกจากนี้ใบและเปลือกยังอุดมไปด้วยวิตามิซี ทำให้มีประสิทธิภาพในการป้องกันโรคหวัดได้ดีเลยทีเดียว

ส่วนประกอบและวิธีการทำหัวไชเท้าดองและแครอทหั่นฝอย (สำหรับ 3-4 คน)

 

View this post on Instagram

 

A post shared by キララ (@kirara0310) on

เตรียมวัตถุดิบ

  • หัวไชเท้า 4 ซม.
  • แครอท 1/3 หัว
  • สาหร่ายคอมบุหั่นฝอย 4 กรัม
  • น้ำดองผักอะซะซุเกะ ปริมาณตามชอบ
  • เปลือกส้มยุซุหั่นฝอย ปริมาณตามชอบ หรือจะไม่ใส่ก็ได้

ขั้นตอนการทำ

  1. หั่นหัวไชเท้าและแครอทเป็นฝอย
  2. นำหัวไชเท้าและแครอทที่หั่นแล้วใส่ลงในถุงซิปล็อก ตามด้วยสาหร่ายคอมบุฝอย รินน้ำดองผักอะซะกุเซะลงตามไป จากนั้นก็ปิดถุงนำไปแช่ในตู้เย็นประมาณ 15 นาที
  3. เมื่อครบ 15 นาที ก็เอาออกมาจากตู้เย็น รินน้ำดองผักออก ใส่จานแล้วก็สามารถทานได้เลยค่ะ

*ในกรณีที่ไม่มีน้ำดองผัก สามารถผสมเกลือ น้ำตาล น้ำส้มสายชู น้ำเปล่านิดหน่อยในปริมาณตามที่ชอบทดแทนได้ค่ะ

ส่วนประกอบและวิธีการทำหัวไชเท้าดอง (สำหรับ 2-3 คน)

 

View this post on Instagram

 

A post shared by vikvik ビクビクビックリ (@vikatswiss) on

เตรียมวัตถุดิบ

  • หัวไชเท้า 200 กรัม
  • น้ำดองผักอะซะซุเกะ ปริมาณตามชอบ (ประมาณ 100 มล.)
  • ใบหัวไชเท้าหั่นฝอย ปริมาณตามชอบ

ขั้นตอนการทำ

  1. หั่นหัวไชเท้าในขนาดพอดีคำ และทุบเบา ๆ ด้วยค้อนทำอาหาร
  2. นำไปวางบนจาน และพันด้วยพลาสติกห่ออาหาร จากนั้นนำไปเข้าไมโครเวฟ 600W เป็นเวลา ประมาณ 2 นาที
  3. เมื่อนำออกมาจากไมโครเวฟ นำหัวไชเท้าใส่ลงในถุงพลาสติกซิปล็อค รินน้ำดองผักอะซะซุเกะลงไปในถุงตามปริมาณที่ชอบ คลึงหัวไชเท้าในถุงเบา ๆ เพื่อให้น้ำดองผักซึมเข้าไปในเนื้อหัวไชเท้า จากนั้นนำไปแช่ตู้เย็น ประมาณ 10 นาที
  4. เมื่อครบ 10 นาที ก็เอาออกมาจากตู้เย็น รินน้ำดองผักออก ใส่จานและโรยใบหัวไชเท้าหั่นตามชอบ จากนั้นก็สามารถทานได้เลยค่ะ

*ในกรณีที่ไม่มีน้ำดองผัก สามารถผสมเกลือ น้ำตาล น้ำส้มสายชู น้ำเปล่านิดหน่อยในปริมาณตามที่ชอบทดแทนได้ค่ะ

ต้นหอมญี่ปุ่น

อัลลิซินที่อยู่ในต้นหอมญี่ปุ่น มีประสิทธิภาพในฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ช่วยยับยั้งการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสหวัดในปากและลำคอ นอกจากนี้ยังมีผลทำให้ร่างกายอบอุ่นและส่งเสริมการเผาผลาญอีกด้วย ส่วนผสมที่มีอยู่ในกลิ่นของต้นหอมญี่ปุ่นนี้ช่วยทำให้ร่างกายอบอุ่น เนื่องจากมันมีประสิทธิภาพเป็นตัวเร่งเหงื่อและลดความร้อนในร่างกาย ต้นหอมญี่ปุ่นจึงถูกแนะนำให้ทานในกรณีที่มีไข้สูง

ส่วนประกอบและวิธีการทำผัดต้นหอมใส่เนื้อไก่ (สำหรับ 3-4 คน)

 

View this post on Instagram

 

A post shared by 💙りえ💙 (@riee.0114) on

เตรียมวัตถุดิบ

  • เนื้อไก่ส่วนขา 500 กรัม
  • ต้นหอมญี่ปุ่น 4 ต้น
  • ซอสผัดยากิโทริ 6-7 ช้อนชา
  • น้ำมันสลัด ปริมาณตามชอบ

ขั้นตอนการทำ

  1. หั่นเนื้อไก่ส่วนขาให้พอดีคำ และหั่นต้นหอมญี่ปุ่นยาวประมาณ 4 ซม. ออกเป็นท่อน ๆ
  2. ตั้งกระทะ ใส่น้ำมันรอจนร้อน จากนั้นใส่ไก่และต้นหอมญี่ปุ่นลงไปผัดให้เข้ากัน
  3. ใส่ซอสผัดยากิโทริลงไปคลุกเคล้า เพิ่มความหอมนิด ๆ จากงา โดยใส่น้ำมันสลัดลงไปในปริมาณที่พอดี ผัดจนไก่สุกพอดีแล้วนำใส่จาน รับประทานกับข้าวร้อน ๆ ได้เลยค่ะ

*เพิ่มเติมเคล็ดลับในการผัดไก่นิดหน่อย เมื่อผัดไก่ในน้ำมันจนสุกพอประมาณ ก่อนจะใส่ซอสผัดยากิโทริลงไป ให้นำไก่ขึ้นมาซับน้ำมันออกด้วยทิชชู่ทำอาหาร จากนั้นนำไปผัดต่อ จะช่วยให้ซอสผัดซึมเข้าไปในเนื้อไก่มากยิ่งขึ้นค่ะ

เป็นยังไงบ้างคะ สำหรับความรู้ดี ๆ เกี่ยวกับผักต้านหวัด พร้อมกับสูตรอาหารง่าย ๆ ขอบอกเลยว่าเมนูเหล่านี้ เด็กทานง่ายผู้ใหญ่ทานดีเลยค่ะ อร่อยแถมมีประโยชน์แบบนี้ อย่าลืมไปลองทำดูนะคะ

สรุปเนื้อหาจาก: ebarafoods
ผู้เขียน: KOKATETA