”โอยะโกะด้ง” ข้าวหน้าไก่กับไข่ เกิดขึ้นได้แต่ใดมา?

เมื่อวันก่อนผู้เขียนไปนั่งกินอาหารญี่ปุ่นราคาถูกมา กินกับแกล้มของทอดพวกปลาซาบะทอด ยังไม่อิ่ม พอดีไปเห็นเมนู “ข้าวหน้าไก่กับไข่” (親子丼 โอยะโกะด้ง แปลตรงตัวแปลว่า ข้าวหน้าแม่ลูก โอ้ คนหนอคน ทำไมโหดจัง กินหมดทั้งแม่ทั้งลูก (ฮา)) สั่งมากิน อร่อยดีตามประสาคนไม่ได้กินมานานแล้ว ก็เลยมาค้นหาดูประวัติความเป็นมาของอาหารเมนูนี้แล้วมาเล่าสู่กันฟัง

ความเป็นมาของ “โอยะโกะด้ง”

เมื่อพูดถึง “ดมบุริ” (ข้าวราดหน้าใส่ชาม) คนมักนึกถึง อุนาด้ง 鰻丼 (ข้าวหน้าปลาไหลย่าง) เท็นด้ง 天丼 (ข้าวหน้าเทมปุระ) และคัตสึด้ง カツ丼 ก่อนอย่างอื่น ซึ่งว่ากันว่า อุนาด้งนี่หละเกิดก่อนดมบุริทั้งปวง (คือช่วงศักราชบุนกะ 文化 ตรงกับช่วงปี พ.ศ.2347 ถึง พ.ศ. 2361 ราวช่วงรัชกาลที่ ๑ ของไทย) ต่อจากนั้นจึงเป็นเท็นด้ง ส่วนคัตสึด้งมีเรื่องเล่าหลายทฤษฎีแต่ว่าที่แพร่หลายที่สุดคือ ร้านซันโซอัน 三朝庵 ร้านโซบะเก่าแกแถว ม.วาเซดะ (ปัจจุบันร้านปิดกิจการแล้วเมื่อปี พ.ศ. 2561) เป็นผู้คิดทำขึ้น โดยเอาเศษเหลือๆ ของหมูชุบเกล็ดขนมปังทอด (cutlets カツレツ) มาทำเป็นคัตสึด้ง (เป็นเมนูกำจัดของเหลือดีมาก)

ส่วนโอยะโกะด้งนั้น มีข้อเขียนที่กล่าวว่า พบว่ามีการใช้คำว่า “โอยะโกะด้ง” มาโฆษณา โดยร้าน เอโดะโค (江戸幸) ย่านโกเบโมโดริมาจิ (神戸元町) มาตั้งแต่ปีเมจิที่ 17 (พ.ศ. 2427) แล้ว

แต่ทฤษฎีที่กล่าวกันโดยทั่วไปนั้น กลับว่ากันว่า “โอยะโกะด้ง” เกิดขึ้นเมื่อปีเมจิที่ 20 (พ.ศ. 2430) โดยต้นคิดคือร้านอาหารเมนูไก่ “ทามาฮิเดะ” (玉ひで) ย่านนิฮอนบาชิ นิงเกียวโช ร้านนี้เป็นร้านเก่าแก่เปิดมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2303 อยู่มา 250 ปีแล้วจนถึงทุกวันนี้ตอนนั้นมีลูกค้าคนหนึ่ง เอาไข่ตอกใส่ “หม้อไฟไก่ชน” (軍鶏鍋) แล้วเรียกว่า “ต้มไก่กับไข่” (親子煮 โอยะโกะนิ=ต้มแม่ลูก) ของเจ้าของรุ่นที่ 5 ก็เลยเกิดไอเดียขึ้นมาว่า เห็นลูกค้าเอาไข่ใส่น้ำซุปที่เหลือในหม้อไฟไก่ แล้วเอามากินเป็นกับข้าวก็ได้ ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้วเอาน้ำราดข้าวมันเสียเลย แต่เพราะทีแรกรู้สึกกระดากว่า อันร้านเราก็เป็นร้านเก่าแก่มีชื่อมานาน จะเสิร์ฟอาหารแบบ ข้าวราดน้ำซุป (ก้นหม้อ) ก็ดูกระไรอยู่ เลยทำเป็นแค่เมนูเดลิเวอรี่ไปเสีย

แต่ต่อมาไปๆ มาๆ กลายเป็นเมนูยอดนิยมในหมู่คนทำงานตลาดปลา ตอนหลังเลยกลายเป็นเมนูรับประทานที่ร้านตามคำเรียกร้อง  ซึ่งกว่าจะเอามาเป็นเมนูขายในร้านได้ก็ปาเข้าไปปีโชวะที่ 54 (พ.ศ. 2522)

เมนูนี้ (ฉบับออริจินัล) อร่อยตรงที่เนื้อไก่นั้นดูดน้ำซุปก้นหม้อ ใส่ต้นหอมด้วย พอตอกไข่ใส่ ราดข้าว ข้าวดูดน้ำซุป ยิ่งอร่อย อารมณ์ประมาณเดียวกับกิวด้ง 牛丼 (ข้าวหน้าเนื้อวัว) ซึ่งกิวด้งเองนั้นสมัยก่อนคนเรียกว่า กิวนาเบะบุคคาเคะ 牛鍋ぶっかけ (ข้าวราดหน้าหม้อไฟเนื้อ) เป็นของฮิตในหมู่ชาวบ้านคนเอโดะอยู่แล้ว เพราะบางทียังเอาซุปมิโสะมาราดข้าวกิน แต่ต้องมาถึงยุคเมจิถึงจะมีการตอกไข่ใส่ลงไป (ในยุคเอโดะ ไข่เป็นอาหารชั้นสูง ชาวบ้านเอื่อมไม่ถึง ต้องมาถึงยุคเมจิแล้วจึงเป็นของที่ใครๆ ก็กินได้) กิวด้งเองนั้นก็เป็นของกินยอดฮิตมาเป็นสิบปีแล้วก่อนที่โยชิโนยะ 吉野家 จะมาขายกิวด้งแถวตลาดปลาที่นิฮอนบาชิ

ในยุคเอโดะ ไข่เป็นอาหารชั้นสูง แต่พอเข้ายุคเมจิ ใครๆ ก็กินไข่ได้ (ก็เลยมีปรากฏการณ์ตอกไข่ใส่หม้อไฟ) และมาถึงยุคนี้ อาหารจำพวกข้าวใส่ชาม (ดมบุริ) ก็เป็นที่นิยมในหมู่คนทำงานและนักศึกษาที่ชีวิตยุ่งๆ (เพราะกินหมดไว ชามเดียวอิ่ม) และยิ่งสมัยนี้เทคโนโลยีอาหารก้าวไกล เดี๋ยวนี้ไปถึงขั้นที่มี “โอยะโกะด้ง freeze dry” แล้ว ผลิตโดยบริษัท Amano Foods มาในรูปแบบผลิตภัณฑ์อัดเป็นก้อนแข็งสี่เหลื่ยม เติมน้ำร้อน แล้วจะคืนสภาพกลายเป็นหน้าไก่กับไข่ราดข้าวได้เลย

ว่าแต่ว่าร้านไหนกันแน่ที่เป็นต้นคิด “โอยะโกะด้ง”?

ท่านผู้อ่านอาจตั้งคำถามว่าตกลงใครเป็นต้นคิดชื่ออาหารว่า “โอยะโกะด้ง” กันแน่ เป็นร้านทามาฮิเดะที่เป็นออริจินัลจริงๆ หรือที่จริงชื่อนี้มีมาก่อนหน้าแล้ว? ผู้เขียนก็ไม่ทราบว่าเขาเคลมกันยังไงว่าใครเป็นออริจินัล แต่เคยอ่านเจอว่าอย่างของฝรั่งเคยมีกรณีพิพาทเรื่องเค้กช็อกโกแลตที่เรียกว่า Sachertorte ว่าใครเป็น “ออริจินัล” กันแน่ ซึ่ง Sacher Hotel ชนะคดีในศาลแล้วได้สิทธิ์แปะชื่อว่าเป็น Original Sacher-Torte ไป เรียกว่าที่ขึ้นโรงขึ้นศาลเพราะอยากได้ชื่อว่าเป็น “ออริจินัล” ล้วนๆ เลย แน่นอนว่าอัพราคาได้ ส่วนโอยะโกะด้งนั้น เท่าที่ผู้เขียนเคยกินก็มีทั้งอร่อยและไม่อร่อย ที่ไม่อร่อยเพราะทำแบบลวกๆ อย่างในโรงอาหารที่มหาลัยแค่เอาเนื้อไก่ที่ต้มทิ้งไว้ก่อนแล้วมาต้มใส่น้ำหวานๆ ใส่ไข่หน่อยแล้วราดข้าว เนื้อไก่มันก็ไม่มีรสไป พอมาถึงตรงนี้แล้วบอกตรงๆ ว่าเดี๋ยวอาทิตย์หน้าจะสั่งมากินอีก ขอให้เจริญอาหารนะครับ

สรุปเนื้อหาจาก ameblo และ amanoshokudo
ผู้เขียน TU KeiZai-man