ที่มาของ “เจงกิสข่าน” เมนูเนื้อแกะย่างแสนอร่อยแห่งฮอกไกโด

“เจงกิสข่าน” อาหารประเภทเนื้อย่างที่ถือเป็นเมนูซิกเนเจอร์ของฮอกไกโด ทุกคนเคยสงสัยกันไหมคะว่าทำไมถึงชื่อว่าเจงกิสข่าน อย่างกับชื่อจักพรรดิชาวมองโกลในประวัติศาสตร์ยังไงยังงั้น เราลองไปดูทฤษฎีต่าง ๆ เกี่ยวกับที่มาของชื่อเมนูนี้ รวมถึงแหล่งกำเนิดอาหารชนิดนี้กันค่ะ!

“เจงกิสข่าน” เป็นอาหารแบบไหน ?

“เจงกีสข่าน” เป็นอาหารประเภทปิ้งย่างหรือหม้อไฟโดยนิยมใช้เนื้อแกะทั้ง Mutton (เนื้อของแกะที่อายุมากกว่า 1 ปี) และ Lamb (เนื้อลูกแกะที่อายุน้อยกว่า 1 ปี) นิยมทานโดยการนำเนื้อแกะมาหั่นบาง ๆ แล้วปิ้งกับผัก เมื่อน้ำจากเนื้อแกะไหลลงมาจะทำให้ผักมีรสชาติอร่อยยิ่งขึ้น เนื้อแกะที่นำมาย่างมักใช้แบบเนื้อหมักปรุงรสหรือบางคนก็ใช้เนื้อสดที่แช่ไว้ในตู้เย็น นอกจากนี้ในเมืองนาโยโระ ฮอกไกโด ยังมีเมนูเจงกิสข่านที่ใช้การเคี่ยวตุ๋นแทนการปิ้งย่างอีกด้วย

“เจงกิสข่าน” ชื่อนี้ได้มาอย่างไร ?

มีหลากหลายทฤษฎีเกี่ยวกับชื่อเมนูเจงกิสข่าน ทฤษฎีแรกคือมีที่มาจากชื่อบุคคลในประวัติศาสตร์ “เจงกิสข่าน” นั่นเอง เขาเป็นทั้งผู้ก่อตั้งและจักรพรรดิองค์แรกของจักวรรดิมองโกลซึ่งมีบทบาทอย่างมากในศตวรรษที่ 12 ทฤษฎีต่อมาคือมี “Minamoto no Yoshitsune” หนึ่งในผู้กล้าของกลุ่มนักรบมินาโมโตะเข้ามาเกี่ยวข้อง ตามประวัติศาสตร์ Minamoto no Yoshitsune ได้เสียชีวิตในศึกโคโรโมะกาวะ แต่ก็มีอีกตำนานที่เล่าว่าเขาได้เดินทางไปยังแผ่นดินใหญ่ผ่านทางฮอกไกโด จากนั้นเขาก็เข้าไปยังดินแดนมองโกเลียและกลายเป็นเจงกิสข่าน ทำให้อาหารจานเนื้อแกะของฮอกไกโดนี้มีชื่อว่าเจงกิสข่านไปด้วย

นอกจากนี้ยังมีทฤษฎีที่เกี่ยวกับบุคคลที่ชื่อ “Komai Tokuzou” โดยราว ๆ ปี 1930 Tokuzo Komai มีส่วนร่วมในการก่อตั้งแมนจูเรีย อีกทั้งเขายังเป็นศิษย์เก่าจาก Tohoku Teikoku Daigaku Nouka Daigaku ซึ่งเป็นชื่อเดิมของมหาวิทยาลัยฮอกไกโด และในภายหลังเขาได้รับการขนานนามว่าชื่อเจงกิสข่าน

“เจงกิสข่าน” เมนูนี้มาจากไหน ?

เมนูเจงกิสข่านว่ากันว่าไม่ได้เกิดในมองโกเลีย ซึ่งแต่ดั้งแต่เดิม ในพื้นที่นั้นไม่ได้ทานเนื้อแกะในรูปแบบของเมนูเจงกิสข่าน มองโกเลียและพื้นที่โดยรอบมีวิธีการทานแกะที่แตกต่างกัน ดังนั้นจึงไม่น่าเป็นไปได้ที่เจงกิสข่านจะมีต้นกำเนิดในมองโกเลีย แต่กล่าวกันว่าต้นกำเนิดของเจงกิสข่านอยู่ในประเทศจีน ต้องบอกก่อนว่าในประเทศจีนเองก็ไม่ได้มีวิธีการทานเนื้อแกะในรูปแบบของเจงกิสข่านเช่นกัน แต่เชื่อกันว่าเมื่อกองทัพจักรวรรดิญี่ปุ่นรุกเข้าสู่แมนจูเรีย ทหารจึงนำมาดัดแปลงให้เป็นอาหารสำหรับชาวญี่ปุ่น จนกลายเป็นอาหารยอดนิยมในปัจจุบัน

เจงกิสข่านถือเป็นอาหารท้องถิ่นที่เป็นตัวแทนของฮอกไกโด จึงมีบางทฤษฎีที่กล่าวว่าต้นกำเนิดของเมนูนี้ก็คือเกาะฮอกไกโด ในยุคไทโชได้มีการร่างแผนการเลี้ยงแกะเพื่อทอผ้าฝ้ายขึ้นในญี่ปุ่น ซึ่งเป็นแผนการที่จะเพิ่มจำนวนแกะในญี่ปุ่นเป็นจำนวน 1 ล้านตัวในระยะเวลา 25 ปีสำหรับการทำผ้าฝ้ายขนแกะ การเพาะพันธุ์แกะจึงได้เริ่มขึ้นในฮอกไกโด จึงถือได้ว่า นอกจากจะได้ผ้าฝ้ายแล้ว ยังได้ประโยชน์คือการบริโภคเนื้อแกะด้วย ด้วยเหตุนี้จึงกล่าวกันว่านี่คือจุดกำเนิดของเมนูเจงกิสข่าน

ฟาร์มในเขตพระราชวัง

อีกทั้งยังมีทฤษฎีว่าเมนูเจงกิสข่านเกิดขึ้นที่จังหวัดชิบะ เนื่องจากในสมัยอดีตจนถึงปีโชวะที่ 44 ในเมืองนาริตะ จังหวัดชิบะ จะมีสถานที่ที่เรียกว่าฟาร์มในเขตพระราชวัง ซึ่งเป็นฟาร์มสำหรับผลิตพืชผลทางการเกษตรเพื่อส่งเข้าไปในพระราชวัง นอกเหนือจากการเลี้ยงแกะเพื่อใช้ขนแล้วยังมีการส่งเนื้อแกะไปให้ราชวงศ์อีกด้วย ว่ากันว่าเมนูเจงกิสข่านถูกคิดค้นขึ้นโดยเจ้าหน้าที่ของฟาร์มแห่งนี้ นอกจากนี้เจงกิสข่านยังนิยมทานกันมากในจังหวัดอิวาเตะและนากาโนะ แถมเจงกิสข่านในจังหวัดยามากาตะยังมีเอกลักษณ์ของตนเอง บางแห่งก็ว่ามีต้นกำเนิดจากใน 3 จังหวัดนี้

ถึงแม้เจงกิสข่านจะเป็นเมนูท้องถิ่นของฮอกไกโด แต่ร้านอาหารเจงกิสข่านแห่งแรกไม่ได้เปิดในจังหวัดฮอกไกโดหรือจังหวัดชิบะแต่อย่างใด แต่เปิดในกรุงโตเกียว ย่านโคเอนจิ มีชื่อร้านว่า 成吉思荘 (จิงกิสุโซ) ซึ่งเปิดในปีโชวะที่ 11 และถือเป็นร้านแรกในญี่ปุ่นที่เชี่ยวชาญเรื่องเจงกิสข่าน ว่ากันว่าร้านนี้โด่งดังมากจนมีคนดังในแวดวงต่าง ๆ มาเยือนอย่างไม่ขาดสาย

“เจงกิสข่าน” เตาย่างที่แสนคุ้นหน้าคุ้นตา

เมื่อเป็นอาหารประเภทปิ้งย่าง สิ่งที่ขาดไม่ได้ในการทานก็คือเตาย่าง เตาย่างเจงกิสข่านส่วนใหญ่ทำจากเหล็กหล่อ ตรงกลางมีรูปทรงเฉพาะที่นูนขึ้นมาและพื้นผิวสลักเป็นร่อง วิธีการย่างคือจะย่างเนื้อแกะบนส่วนที่นูนขึ้นมาและผักที่ขอบด้านล่าง อาจกล่าวได้ว่าเตาลักษณะนี้ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อใช้ในการทานเจงกิสข่านโดยเฉพาะ แต่ดูเหมือนว่าในปัจจุบันร้านขายเนื้อก็ใช้เตาแบบนี้ด้วยเช่นกัน แหม สำหรับคนไทยเราแล้ว เห็นแล้วหิวหมูกระทะขึ้นมาเลยนะคะเนี่ย

นอกจากตัวเตาย่างแล้วยังมีออพชั่นเสริมอีกอย่างก็คือถังเจงกิสข่าน มีต้นกำเนิดในเมืองโทโนะ จังหวัดอิวาเตะ ถังเจงกิสข่านนี้จะใช้สำหรับวางรองไว้ใต้เตาย่าง เป็นถังที่มีรูเจาะอยู่รอบ ๆ และสามารถจุดไฟข้างในถังได้ ว่ากันว่าร้านในเมืองโทโนะพัฒนาอุปกรณ์ชิ้นนี้ขึ้นมาเนื่องจากบางครั้งเมื่อไปทานเจงกิสข่านนอกบ้าน ตัวเตาถ่านที่ทำจากดินเหนียวก็อาจจะตกแตกได้ แต่หากเปลี่ยนเป็นถังอลูมิเนียมก็สบายใจได้หายห่วง ตัวถังนี้ไม่ได้เป็นที่นิยมทั่วประเทศ แต่แพร่หลายในเมืองโทโนะและมีวางจำหน่ายที่ร้านขายอุปกรณ์ตกแต่งบ้านในช่วงเทศกาลวันหยุดอีกด้วย

เป็นอีกหนึ่งอาหารท้องถิ่นฮอกไกโดที่น่าสนใจมาก เพราะมีหลากหลายทฤษฎีทั้งชื่อและที่มา น่าไปลองสักครั้งจริง ๆ นะคะ ปิ้งย่างร้อน ๆ น่าจะเหมาะกับในฤดูหนาว นอกจากนี้ยังนิยมนำมาปิคนิคกันใต้ต้นซากุระในเทศกาลชมดอกไม้อีกด้วยนะคะ ^^

สรุปเนื้อหาจาก fundo