จริงหรือเปล่า? “แตงกวาญี่ปุ่น” เป็นผักที่ได้ชื่อว่ามีสารอาหารต่ำที่สุด

แตงกวาญี่ปุ่นเป็นผักที่หารับประทานได้ทั้งปีในญี่ปุ่น แต่ในช่วงฤดูร้อนเป็นช่วงที่ผักชนิดนี้มีรสชาติอร่อยที่สุด คนทั่วโลกโดยเฉพาะคนญี่ปุ่นเข้าใจว่าแตงกวาญี่ปุ่นเป็นผักที่มีคุณค่าสารอาหารต่ำที่สุด แต่จะจริงหรือไม่อย่างไร เรามารู้ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับแตงกวาญี่ปุ่นและวิธีการดองแตงกวาสูตรอร่อยกันนะคะ

แตงกวาญี่ปุ่นเป็นผักที่มีคุณค่าสารอาหารต่ำที่สุดจริงไหม

ในปี ค.ศ. 1987 กินเนสส์บุ๊ค ได้บันทึกว่าแตงกวาเป็นผักที่ให้พลังงานต่ำที่สุด ซึ่งทำให้คนญี่ปุ่นเข้าใจผิดคิดว่าแตงกวาเป็นผักที่มีคุณค่าสารอาหารต่ำ ทั้งๆ ที่การคิดพลังงานนั้นใช้สารอาหารสำคัญเพียงสามตัว ได้แก่ โปรตีน น้ำตาล และไขมัน ซึ่งแม้ว่ามีสารอาหารสำคัญดังกล่าวน้อย แต่แตงกวามีน้ำเป็นส่วนประกอบถึงร้อยละ 95 และมีสารอาหารสำคัญอื่นๆ ที่มีคุณค่าต่อร่างกายและความงามดังนี้คือ

โพแทสเซียมซึ่งช่วยลดอาการบวมน้ำของร่างกาย

แตงกวา 100 กรัม มีโพแทสเซียม 200 มิลลิกรัม ซึ่งคิดเป็นปริมาณ 1/10 ของโพแทสเซียมที่ร่างกายต้องการต่อวัน  โพแทสเซียมมีบทบาทสำคัญในการขับเกลือและน้ำส่วนเกินออกจากร่างกาย จึงช่วยลดอาการบวมน้ำของร่างกายได้

ป้องกันความดันโลหิตสูงและโรคหัวใจ

นอกจากจะมีโพแทสเซียมที่ช่วยขับเกลือส่วนเกินออกจากร่างกายแล้ว แตงกวายังอุดมไปด้วยไพราซีน (Pyrazine) สารประกอบให้กลิ่นเหม็นเขียวที่ช่วยทำให้การไหลเวียนเลือดดี และป้องกันการเกิดลิ่มเลือด จึงช่วยป้องกันความดันโลหิตสูงและโรคหัวใจได้

ช่วยบรรเทาความเหนื่อยล้าจากความร้อน

แตงกวาซึ่งอุดมไปด้วยน้ำและโพแทสเซียมจะมีฤทธิ์ในการขับปัสสาวะ และช่วยเสริมการขับเอาความร้อนออกจากร่างกาย โดยปกติสาเหตุหลักของการเกิดความเหนื่อยล้าจากความร้อนนั้นเป็นเพราะร่างกายขาดโพแทสเซียม แตงกวาจึงเป็นผักที่เสริมโพแทสเซียมและคืนน้ำให้แก่ร่างกายได้ดี

มีผลช่วยลดน้ำหนัก

การรับประทานแตงกวาดิบนั้นต้องเคี้ยวอย่างละเอียด การเคี้ยวจะกระตุ้นให้ศูนย์อิ่มในสมองทำงาน ทำให้รู้สึกอิ่มเร็ว อีกทั้งแตงกวา 100 กรัม ให้พลังงานเพียง 14 กิโลแคลอรี จึงเหมาะที่จะเป็นหนึ่งในอาหารสำหรับคนที่กำลังลดน้ำหนัก นอกจากนี้แตงกวายังอุดมไปด้วยเอนไซม์ฟอสโฟไลเปส ซึ่งทำหน้าที่ย่อยไขมันจากอาหารที่รับประทานเข้าไปจึงดีต่อคนที่กำลังลดน้ำหนัก

ช่วยในเรื่องความงาม

แตงกวาญี่ปุ่นมีปริมาณบีต้า แคโรทีนที่สูง โดยแตงกวา 100 กรัมมีปริมาณบีต้า แคโรทีนสูงถึง 250 ไมโครกรัม ซึ่งเป็นปริมาณที่เทียบเท่ากับในหน่อไม้ฝรั่งและน้ำมะเขือเทศ บีต้า แคโรทีนจะถูกเปลี่ยนเป็นวิตามินเอในร่างกาย ซึ่งวิตามินเอมีบทบาทสำคัญในการช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของเยื่อเมือกในร่างกาย ช่วยป้องกันไม่ให้ติดเชื้อไวรัสได้ง่าย อีกทั้งยังช่วยให้ผิวพรรณแข็งแรงและช่วยบำรุงสายตาด้วย นอกจากนี้ในแตงกวาก็ยังมีสารชื่อ ซิลิกา ซึ่งเป็นแร่ธาตุที่เสริมความแข็งแรงของกระดูกและเส้นเอ็น ช่วยเคลือบผมและเล็บให้เป็นเงางาม อีกทั้งยังช่วยชะลอความแก่ได้ดี

วิธีการนำแตงกวามารับประทานเพื่อคงคุณค่าสารอาหารให้แก่ร่างกายมากที่สุดคือการนำมารับประทานดิบ คนญี่ปุ่นแนะนำว่าหากนำแตงกวามาขัดด้วยเกลือเล็กน้อย แล้วนำมาล้างก่อนรับประทานจะทำให้แตงกวามีรสชาติอร่อยมาก   ต่อไปนี้เป็นวิธีการดองแตงกวาสูตรอร่อยที่คงคุณค่าสารอาหารของแตงกวาญี่ปุ่นไว้ได้ดี

วิธีการดองแตงกวาญี่ปุ่น

วัตถุดิบ

  • แตงกวาญี่ปุ่น 3 ผล
  • เห็ดหอมแห้งหรือสด 3 ดอก
  • พริกแห้ง 1 เม็ด
  • เกลือ 10 กรัม
  • น้ำ 250 มิลลิลิตร

ส่วนผสมสำหรับดอง

  • น้ำส้มสายชูญี่ปุ่น โชยุ น้ำตาล และน้ำ อย่างละ 3 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

1. นำแตงกวาญี่ปุ่นมาล้างให้สะอาด หั่นในแนวเฉียง จากนั้นนำแตงกวาหั่นแช่ในน้ำเกลือที่ความเข้มข้นประมาณ 4 เปอร์เซ็นต์ (เตรียมได้โดยเติมเกลือ 10 กรัม ลงไปในน้ำ 250 มิลลิลิตร) จนแตงกวาเริ่มเหี่ยว จากนั้นนำมาล้างด้วยน้ำ และวางให้สะเด็ดน้ำ

2. นำเห็ดหอมแห้งมาแช่น้ำจนนิ่มและหั่นบางๆ หั่นพริกแห้งให้เป็นชิ้นบาง และหั่นแตงกวาให้มีความยาวประมาณ 3 เซนติเมตร นำใส่ไว้ในภาชนะที่มีฝาปิด (หากไม่ชอบเห็ดหอมหรือไม่มีก็ไม่ต้องใส่ก็ได้)

3. ตั้งกระทะบนไฟกลาง เติมน้ำมันลงไปเล็กน้อย ใส่เห็ดหอมลงไปผัด เติมพริกหั่นลงไป จากนั้นเติมส่วนผสมสำหรับดองลงไป คนจนน้ำตาลละลายหมด แล้วจึงปิดไฟ เทส่วนผสมทั้งหมดลงไปในแตงกวา วางไว้จนเย็น แล้วจึงปิดฝาและนำใส่ตู้เย็น ดองไว้ประมาณครึ่งวัน สามารถเก็บแตงกวาดองไว้ในตู้เย็นได้ประมาณ 1 อาทิตย์

ได้รู้ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับประโยชน์ของแตงกวาญี่ปุ่นแล้วก็ลองหาซื้อมารับประทานเพื่อประโยชน์ต่างๆ ต่อร่างกายดูนะคะ

สรุปเนื้อหาจาก: gohanjp, tenki