”อาหารเกาหลี” อะไรบ้างที่คนญี่ปุ่น “ชอบกิน” และอะไรบ้างที่ “มาจากอาหารญี่ปุ่น”

เกาหลี-ญี่ปุ่น สองชนชาติประเทศเพื่อนบ้านที่ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศนั้น จะมองจากการเมืองหรือประวัติศาสตร์ก็ดี ก็ล้วนมีดราม่ากันได้แบบว่า ดราม่าไทย-ลาว หรือไทย-เขมรนั้นชิดซ้ายตกข้างทางไปเลย แต่เรื่องของอาหารนั้น ต้องยอมเขาเลยว่า ด้วยกระแสเกาหลีฟีเวอร์ อาหารเกาหลีก็กลายเป็นอาหารฮิตของคนญี่ปุ่น พ.ศ. นี้ไปแล้วเช่นกัน ในฐานะที่ผู้เขียนใช้ชีวิตวนเวียนกับเรื่องญี่ปุ่นมามาก ไม่อินกับกระแสเกาหลี ไม่นิยมติ่งเกาหลี แต่ไม่ปฏิเสธอาหารเกาหลีแน่นอน ในวันนี้ขอนำเสนอเรื่องอาหารเกาหลีที่ “คนญี่ปุ่น” นิยมชมชอบกันนะครับ

อาหารเกาหลีนั้นจะว่าไปก็คล้ายคลึงกับอาหารญี่ปุ่น (อ่า ขีดเส้นใต้เอาไว้นะครับประโยคนี้ เดี๋ยวจะได้ย้อนมาบี้กันในประเด็นนี้ต่อ (ฮา)) อย่างแรกก็คือคนเกาหลีก็กินข้าวเป็นอาหารหลักเหมือนกับคนญี่ปุ่น ซึ่งถ้ากินแบบง่ายๆ ชีวิตยามเช้าก็ไม่มีอะไรมาก ข้าว กิมจิ น้ำแกง (ส่วนคนญี่ปุ่นก็ ข้าว ทสึเคะโมโนะ ซุปมิโสะ) ส่วนเรื่องของอาหาร (กับข้าว หรือ กับแกล้ม) นั้น อาหารเกาหลีก็มีกับข้าวหรือกับแกล้มหลายอย่างที่ไปด้วยกันได้ดีกับรสนิยมการกินของคนญี่ปุ่น ซึ่งจะเหมือนกับคนไทยหรือไม่ เราลองไปดูกันครับ

อาหารเกาหลีที่คนญี่ปุ่น “ชอบกิน”

(1) กิมจิ กิมจิที่เรารู้จักนั้นเป็นกิมจิผักกาดขาว แต่ก็มีกิมจิที่ทำจากผักอื่นๆ อย่าง หัวไชเท้า แตงกวา ฯลฯ (ส่วนตัวผู้เขียนชอบกินกิมจิหัวไชเท้าหั่นลูกเต๋าที่สุด ภาษาเกาหลีเรียกว่า กักดูกิ (깍두기) ซึ่งคนญี่ปุ่นเรียกเพี้ยนเป็น カクテキ กะกุเตกิ(?)

(2) บิบิมบับ คือเอาเนื้อสัตว์ ผักคลุก (นามุล) น้ำมันงา โกชูจัง ฯลฯ (ที่เห็นมากคือมีใส่ไข่ดาวด้วย) เอาโปะบนข้าว โปรดคลุกก่อนกิน ร้านอาหารเกาหลีในเมืองไทยเองแทบทุกที่ต้องมีเมนูนี้ ถ้าจะให้หรูก็ต้อง “บิบิมบับหม้อหินร้อน” (石焼ビビンバ) ซึ่งว่ากันว่าต้นกำเนิดมาจากอำเภอจอนจู (전주시=全州市) จังหวัดชอลลาเหนือ

ดูเหมือนว่าที่ญี่ปุ่นคนจะนิยมบิบิมบับหม้อหินร้อนกันมากขนาดที่ว่า มีหม้อหินอย่างที่ว่าขายด้วย เรียกว่า เอาไปทำกินเองที่บ้านก็ยังได้ 

(3) คันจังเกจัง (ปูดองซีอิ๊ว) คือเอาปูสดแช่ซีอิ๊ว เวลากินถ้าคลุกน้ำมันงาหรือสาหร่ายเกาหลีก่อนกินด้วยยิ่งอร่อย เมนูของดิบของดองของทะเลแบบนี้แน่ใจเลยว่าคนญี่ปุ่นต้องไม่พลาด ว่าแต่เมนูนี้ผู้เขียนยังไม่เคยเห็นร้านอาหารเกาหลีในไทยทำขายนะ

(4) พุลโกกิ (เนื้อผัดกระทะร้อน) ปกติคือเป็นเนื้อผัดเสิร์ฟในกระทะร้อน เวลากินก็เอาใส่ผักห่อแล้วกิน กินกับข้าวสวยก็ดี แต่ที่ญี่ปุ่นไปไกลขนาดที่ว่า มี “พุลโกกิโอนิกิริ” ด้วยนะครับ พุลโกกิสไตล์ญี่ปุ่นอาจทำได้ด้วยสูตรง่ายๆ เอาเนื้อวัวผัดกับผัก กระเทียม แอปเปิ้ล(?) ใส่เครื่องปรุง ผัดในกระทะแบนๆ นั่นแหละ กินได้เลย

(5) ซัมกยอบซัล (หมูสามชั้นย่างเกาหลี) สำหรับเมืองไทย นี่แหละคืออาหารรากเหง้าต้นเค้าเดิมของ “หมูเกาหลี “หมูกระทะ” ของไทย แต่แน่นอนว่าวิธีกิน “สไตล์เกาหลี” นั้น ต้องย่างหมูแล้วเอาใส่ผักห่อแล้วกิน อันนี้ในไทยเองเราก็รับธรรมเนียมการกินแบบนี้มาแล้วตามร้านอาหารเกาหลีทั่วไป

(6) ต๊อกโปกี้ คนญี่ปุ่นบางทีก็มักเรียกแป้งต๊อกว่าเป็น “โมจิเกาหลี” ซึ่งหน้าตาขาวๆ คล้ายกันแต่ชนิดข้าวที่ใช้ทำก็ไม่เหมือนกัน เนื้อสัมผัสก็ไม่เหมือนกันด้วย โมจิญี่ปุ่นเวลาโดนไฟจะยืดๆ ได้ (นึกภาพแป้งโมจิย่าง) แต่ต๊อกเกาหลีพอโดนไฟแล้วจะกลายเป็นเหนียวหนึบ ต๊อกโปกี้ก็คือเอาแป้งต๊อกมาผัดซอสโคชูจังเผ็ดๆ แดงๆ แต่แน่นอน คนญี่ปุ่นไม่ถนัดกินเผ็ด ที่โน่นก็เลยมีต๊อกโปกี้สูตรไม่ใช่โคชูจัง และยังมีสูตรดัดแปลงจำพวก ต๊อกโปกี้ชีส (อันนีเมืองไทยก็มีนะ) ต๊อกโปกี้ซีฟู้ด อะไรแบบนี้ด้วย ร้านอาหารในเมืองไทยเห็นมีแทบทุกที่แต่ผู้เขียนไม่ชอบเลยครับเพราะที่กินน่ะมัน หวานครับ ไม่รู้สึกว่าอร่อย

(7) จิเก (แกงเกาหลี) ที่จริงจิเกนั้นมีหลายอย่าง กิมจิจิเก (แกงกิมจิ) ก็ดี บูเดจิเก (“แกงกองทหาร” คือใส่เครื่องอย่างเสบียงทหารอเมริกันคือไส้กรอก เบคอน) ก็ดี ล้วนแต่เป็นจิเกด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น คือน้ำแกงจิเกจะใส่โคชูจัง พริกป่น เต้าเจี้ยวหมัก ต่างกันแล้วแต่จะใส่เครื่องเป็นอะไร บูเดจิเกนี่ถึงกับใส่มาม่ากินเลยนะครับ วัยรุ่นชอบ

(8) ไก่ทอดเกาหลี (อย่างที่คนไทยชอบเรียกว่าไก่บอนชอน) ในญี่ปุ่นไก่ทอดเกาหลีเพิ่งมาเป็นที่นิยมของคนญี่ปุ่น ไก่ทอดเกาหลีนั้นคือไก่ที่เอาไปชุบซอสหวานๆ เผ็ดๆ ก่อนแล้วค่อยทอดด้วยน้ำมันสลัด ซึ่งไก่ทอดแบบนี้กลายเป็นกับแกล้มเบียร์ชั้นดี ขนาดที่ว่าในภาษาเกาหลีมีคำแสลงว่า ชีแม็ก (치맥) ซึ่งเป็นคำตัดต่อของคำว่า ชีกิ้น (치킨=チキン) กับ แม็กจู (맥주=麦酒) (คำว่า 麦酒 บาคุชุ เป็นคำญี่ปุ่นโบราณยุคเมจิ หมายถึง “เบียร์” ดูทรงแล้วน่าจะเป็นคนที่เกาหลียืมญี่ปุ่นมา) แปลตรงๆ ก็คือ “ไก่ (ทอด) กับเบียร์” นั่นเอง

นี่คืออาหารเกาหลีที่คนญี่ปุ่นชอบตามที่เขาว่ามา ดูแล้วส่วนใหญ่ก็คล้ายๆ กับอาหารเกาหลีที่คนไทยรู้จักและชอบกิน ซึ่งจริงๆ แล้วสำหรับคนไทยที่เป็นติ่งเกาหลีก็ดี นักเลงกินอาหารเกาหลีก็ดี ยังมีอาหารอื่นที่รู้จักมากกว่านั้นแน่นอน เช่น เชยุกพกกึม (หมูผัดซอสเกาหลี เมนูนี้กินกับข้าวสวยดีนักแล) คิมบับ (ข้าวห่อสาหร่ายเกาหลี) เครันจิม (ไข่ตุ๋นเกาหลี) ฯลฯ แต่ในที่นี้ขออนุญาตท่านผู้อ่านย้ายไปสู่หัวข้ออภิปรายถัดไป ซึ่งงานนี้ ติ่งเกาหลีและขบวนการชาตินิยมเกาหลีไม่ถูกใจสิ่งนี้แน่นอนครับ

อาหารเกาหลีที่ “มาจากอาหารญี่ปุ่น”

เมื่อนานมาแล้วคือ ปี 2015 เคยมีข่าวเรื่องที่ว่ามีคนตั้งกระทู้ในเว็บบอร์ดของเกาหลีว่า จากการจัดอันดับของ CNN นั้น อาหารข้างทางของเกาหลีที่เด่นๆ นั้นได้แก่ 1) ต๊อกโปกี้ 2) พาจอน (พิซซ่าเกาหลี) 3) คิมบับ (ข้าวห่อสาหร่ายเกาหลี) 4) ซุนแด (ไส้กรอกเลือด) 5) โฮต๊อก (แพนเค้กเกาหลี) 6) โอเด้ง 7) ฮัดดอก (อเมริกันคอร์นด๊อก) 8) ปุงโอปัง (ไทยากิเกาหลี) 9) มันดู (เกี๊ยวเกาหลี) 10) ตักโกจิ (ไก่ย่าง) เสร็จแล้วก็ตบท้ายว่า “หลังจากที่เกาหลีรับอิทธิพลจากญี่ปุ่นมาตอนที่ญี่ปุ่นยึดเกาหลีเป็นอาณานิคมมาตลอด 36 ปี ของกินของคนเกาหลีไม่ว่าจะข้าวห่อสาหร่าย โอเด้ง ไทยากิ หรือไส้กรอกอเมริกันด๊อกนั้น ส่วนใหญ่ก็ออริจินัลมาจากญี่ปุ่นทั้งนั้น ที่เหลือก็แค่ใส่พริกป่นกับซีอิ๊วแค่นั้น” แต่ยังอุตส่าห์หยอดว่า “ข้าวห่อสาหร่ายเวอร์ชั่นเกาหลีอร่อยกว่าต้นฉบับ) แค่นั้นแหละครับ กฐินลงทันที

เอาจริงๆ ที่เขาเขียนมาอย่างนั้นก็ถูกส่วนหนึ่งนะครับ!!!

จากการวิจัยของผู้เขียนทั้งการศึกษาเชิงเอกสาร (นั่งอ่านบทความในเน็ต) และการเก็บข้อมูลภาคสนาม (ไปนั่งกินอาหารเกาหลีตามร้าน) อาหารเกาหลีที่มาจากอาหารญี่ปุ่นแบ่งได้เป็นสองสามจำพวกดังนี้

(1) ยืมเอาอาหารมาทั้งชื่อโต้งๆ เลย ได้แก่ ทนกาซือ (돈까스) โอเด้ง (오뎅) ออมไรซือ (오므라이스) อูดง (우동) กระทั่งชื่อยังเอามาซะขนาดนี้ถ้ายังบอกว่าไม่ได้เลียนแบบอีกก็นะ ละไว้ในฐานที่เข้าใจ

ผู้เขียนมีร้านอาหารเกาหลีที่ชอบอยู่ร้านหนึ่งที่ทำ “ทนกาซือ” ได้อร่อยดี แต่อร่อยคนละรสกับของญี่ปุ่นแน่นอน เพราะของเกาหลีไม่มีซอสทงคัตซึสีเข้มๆ อย่างของญี่ปุ่นนะครับ เขาเสิร์ฟมาราดซอสแบบคล้ายๆ รสแกงกะหรี่ แน่นอนต้องมีกิมจิเคียงมาด้วย อาหารอะไรก็ตามถ้ามีกิมจิมาเป็นเครื่องเคียงก็เคลมว่าเป็นอาหารเกาหลีได้หมดครับ 55

(2) ยืมเอาอาหารมา หน้าตาก็ใช่หรือไม่ก็คล้าย อาจกล่าวอ้างได้ว่าแค่ได้รับแรงบันดาลใจมา ไม่ได้ลอกเลียนนะ 555  แล้วก็เรียกด้วยภาษาตัวเอง อย่าง ปุงออปัง (붕어빵) ทเวนจังกุก (된장국) (ซุปเต้าเจี้ยวเกาหลี) มิย็อกกุก (미역국) (ซุปวาคาเมะเกาหลี ต่างจากของญี่ปุ่นตรงที่ใส่เนื้อสัตว์ด้วย บางทีก็เนื้อวัว) ยูบูโชบับ (유부초밥) (อินาริซูชิเกาหลี) จังออกูอี (장어 구이) (ปลาไหลย่างเกาหลี)

พูดมาก็ยาว ลืม “คิมบับ” (김밥) ไปได้ไงเนี่ย 5555 เป็นอาหารเกาหลีที่ผู้เขียนชอบกินที่สุด กินบ่อยที่สุด เข้าร้านอาหารเกาหลีที่ไหน ไม่มีขายมีเคือง ไม่อร่อยมีโกรธ และขอยืนยืนว่ารสชาติไม่เหมือนฟุโตมากิของญี่ปุ่นแน่นอน ฉะนั้นจะว่าเลียนแบบญี่ปุ่นไม่ได้นะ แค่ได้แรงบันดาลใจมาเฉยๆ 5555

(3) อาหารที่เห็นว่ามีทั้งในเกาหลีและญี่ปุ่นแต่จับเค้าได้ว่าจริงๆ มาจากอาหารจีน ได้แก่ ทังซูยุก (탕수육) (หมูผัดเปรี้ยวหวาน อย่างที่ญี่ปุ่นเรียกว่า ซุบุตะ (酢豚))

อาหารเกาหลีนอกนั้นก็อาจจะเคลมได้ว่าเป็นอาหารออริจินัลของเขาเอง

เป็นอย่างไรกันบ้างครับกับเนื้อหาที่นำเสนอวันนี้ ที่จริงเรื่องของประเด็นขัดแย้งว่าด้วย “ชาตินิยมในอาหาร” เนี่ย ไทยเราก็มีครับ เอาอย่างง่ายๆ ไทยมีห่อหมก เขมรมี “อาม็อก” ไทยมีขนมจีนน้ำยา เขมรมี “นมบันจ๊ก ซัมลอร์ขแมร์” แล้วคนไทยอย่าไปพูดว่าเขมรเลียนแบบอาหารไทยนะครับ เคืองกันตายพอๆ กับญี่ปุ่น-เกาหลีเลยทีเดียว หันไปดูคู่กัดมาเลย์-อินโด มาเลย์มี “นาซี เลอมัก” อินโดมี “นาซี อุดุก” ซึ่งมันก็คือข้าวมันกะทิกินกับน้ำพริก ถั่วลิสง ไข่ต้ม เนื้อสัตว์อะไรเล็กๆ น้อยๆ เช่น ไก่ทอดหรือเนื้อผัด ฯลฯ อันนั้นเขาก็แย่งกันเคลมว่าเป็นอาหารประจำชาติเขา ส่วนเราๆ ท่านๆ ก็ปล่อยให้นักการเมืองหรือนักเลงคีย์บอร์ดเขาตีกันไปเถอะครับ คิดแค่ว่าวันนี้จะกินอาหารญี่ปุ่นหรืออาหารเกาหลีดีแล้วไปหาร้านอร่อยๆ กินดีกว่า ขอให้เจริญอาหารนะครับ

สรุปเนื้อหาจาก kurashi-no และ recordchina
ผู้เขียน TU KeiZai-man