เผยเคล็ดลับวิธีการเก็บมิโซะอย่างถูกต้อง พร้อมวิธีการดูว่าหมดอายุหรือไม่!

ในยุคที่อาหารญี่ปุ่นเป็นที่นิยมถูกปาก ครองใจคนไทยแบบในปัจจุบัน เชื่อว่าคนที่ชอบทำอาหารก็มักจะซื้อวัตถุดิบอาหารญี่ปุ่นเก็บไว้ทำกินเองกันที่บ้านด้วยใช่ไหมละคะ? แต่หลายคนก็คงอาจเคยพบปัญหาว่าไม่ค่อยมีโอกาสทำอาหารญี่ปุ่นกินเป็นประจำทุกวัน จนทำให้วัตถุดิบที่ซื้อไว้หมดอายุหรือหมดความอร่อยไปเสียก่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งวัตถุดิบที่สำคัญสำหรับการทำอาหารญี่ปุ่นอย่าง “มิโซะ” เพราะเป็นวัตถุดิบหลักสำหรับใช้ทำซุปมิโซะสไตล์ญี่ปุ่นนั่นเอง คราวนี้เราจะมาวิธีการเก็บรักษามิโซะอย่างถูกต้องตามเคล็ดลับของแม่บ้านญี่ปุ่น เพื่อให้มิโซะคงความอร่อย และสามารถเก็บรักษาไว้ได้ตามอายุการใช้งานที่เหมาะสมกันนะคะ

วิธีการเก็บรักษามิโซะที่ถูกต้อง

หากใครเคยซื้อมิโซะมาไว้ทำอาหารญี่ปุ่น อาจมีประสบการณ์ว่าเมื่อเวลาผ่านไปมิโซะที่ซื้อเก็บไว้สีเปลี่ยน เนื้อมิโซะมีสีเข้มขึ้นกว่าตอนที่เพิ่งซื้อมาใหม่ ๆ พลอยทำให้สงสัยว่ามิโซะของเรายังมีคุณภาพเหมือนเดิมไหม? หรือยังกินได้อยู่หรือเปล่า? สิ่งที่สำคัญในการเก็บรักษามิโซะคือความชื้นและอุณหภูมิค่ะ ชาวญี่ปุ่นแนะนำให้เก็บมิโซะไว้ในตู้เย็นเพื่อรักษารสชาติของมิโซะให้อยู่ได้ยาวนาน จุดสำคัญมีอยู่ 3 อย่างก็คือ การเก็บรักษามิโซะโดยอย่าให้สัมผัสกับอากาศ เก็บในที่ที่มีอุณหภูมิต่ำ และอย่าให้เนื้อมิโซะเปียกน้ำ นอกจากนี้คนส่วนใหญ่คงไม่ได้ใช้มิโซะจนหมดกล่องภายในครั้งเดียว ดังนั้นหลังจากเปิดกล่องมิโซะแล้ว แนะนำให้ใช้ฟิล์มถนอมอาหารปิดบริเวณผิวหน้าของเนื้อมิโซะก่อนปิดฝากล่อง เพื่อป้องกันไม่ให้เนื้อมิโซะสัมผัสกับอากาศมากที่สุด ซึ่งจะช่วยป้องกันปฏิกิริยาออกซิเดชัน และป้องกันไม่ให้เนื้อมิโซะแห้งได้ด้วยค่ะ

อีกหนึ่งสิ่งที่ควรคำนึงถึงในการเก็บรักษามิโซะก็คือ การป้องกันไม่ให้เกิดไอน้ำเกาะที่ตัวมิโซะ ซึ่งสามารถป้องกันได้โดยการลดจำนวนครั้งในการเอามิโซะเข้า ๆ ออก ๆ จากตู้เย็น และควรรีบเปิดรีบปิดฝากล่องมิโซะเวลาใช้งาน เพราะถ้าหากมีความชื้นหรือไอน้ำเกาะที่ตัวมิโซะแล้วละก็ ไอน้ำดังกล่าวจะเป็นตัวเร่งทำให้จุลินทรีย์เติบโตเร็วขึ้นนั่นองละค่ะ

มิโซะที่สีเปลี่ยน ยังทานได้หรือไม่?

สำหรับใครที่สงสัยว่าเมื่อมิโซะที่ซื้อมาเก็บไว้มีสีเปลี่ยนไป เช่น มีสีน้ำตาลเข้มขึ้น จะยังสามารถทานได้อยู่หรือเปล่านั้น ต้องบอกก่อนว่าหากมิโซะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลที่เข้มขึ้นกว่าตอนซื้อมา ยังถือว่าเป็นมิโซะที่ทานได้อยู่ค่ะ เพราะถือเป็นปฏิกิริยาทางเคมีตามปกติของส่วนผสมในมิโซะ เช่น ถั่วเหลือง กรดอะมิโน และน้ำตาล เป็นต้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งปฏิกิริยาดังกล่าวจะเกิดขึ้นได้ง่ายในช่วงที่มีอากาศร้อนไม่ถือว่าเป็นเรื่องผิดปกติ แต่แค่อาจทำให้รสชาติ และกลิ่นหอมอร่อยของมิโซะลดลงไปบ้างแค่นั้นเอง

นอกจากนี้หากใครเคยพบมิโซะที่ตัวเองเก็บไว้มีคราบสีขาว ๆ เหมือนราขึ้นอยู่บริเวณผิวด้านบนของมิโซะนั้น ต้องขอบอกว่าคราบดังกล่าวก็คือ ยีสต์ชนิดหนึ่ง ซึ่งเป็นจำพวกเดียวกันกับเชื้อราชนิดดีที่เอาไว้ใช้เป็นหัวเชื้อในการหมักมิโซะนั่นเอง ซึ่งคราบขาวดังกล่าวสามารถป้องกันได้โดยการเก็บมิโซะไว้อย่างมิดชิดในอุณหภูมิที่เหมาะสมตามที่แนะนำไปในข้างต้น นอกเหนือจากคราบขาวบนผิวมิโซะแล้ว บางครั้งเพื่อน ๆ อาจพบเกล็ดขาว ๆ ตามผิวด้านบนและในเนื้อมิโซะได้ในบางครั้ง ซึ่งเกร็ดขาว ๆ ที่ว่าก็คือ ไทโรซีน ซึ่งเป็นกรดอะมิโนชนิดหนึ่งที่เกิดจากการแยกตัวของโปรตีนนั่นเอง ซึ่งสามารถทานได้ไม่มีอันตรายต่อร่างกายค่ะ

มิโซะ ถือเป็นวัตถุดิบอาหารญี่ปุ่นที่สามารถนำมาปรุงอาหารได้หลากหลาย แถมยังมีประโยชน์ต่อร่างกาย ช่วยทั้งเรื่องการบำรุงผิวพรรณและระบบขับถ่าย เป็นวัตถุดิบคู่บ้านที่ขาดไม่ได้เลยสำหรับคนญี่ปุ่นและคนรักอาหารญี่ปุ่นนะคะ เพียงแค่รู้จักวิธีการเก็บรักษามิโซะอย่างถูกต้อง รับรองได้เลยว่ามิโซะที่เพื่อน ๆ ซื้อไว้จะสามารถคงสภาพอยู่ได้นาน โดยไม่สูญเสียรสชาติความอร่อย และคุณประโยชน์อย่างแน่นอนค่ะ

สรุปเนื้อหาจาก : yahoo