ใครไม่เด้ง..โอเด้ง! 7 ร้านโอเด้งแนวใหม่ในโตเกียว

ทุกคนเคยทานโอเด้งกันมั้ยคะ? โอเด้งเป็นอาหารญี่ปุ่นประเภทต้ม โดยนำวัตถุดิบต่างๆ เช่น หัวไชเท้า ลูกชิ้น ไข่ หรือเต้าหู้ทอด ลงไปต้มในนำ้ซุปสไตล์ญี่ปุ่น นิยมทานตอนหน้าหนาว เพราะช่วยให้ความอบอุ่นแก่ร่างกายได้เป็นอย่างดี ในบทความนี้จะขอแนะนำ 7 ร้านโอเด้งแนวใหม่ในโตเกียวค่ะ แนวใหม่ยังไงตามไปดูกันเลยค่ะ!

1. Oden & Wine Vinum (おでんとわいん びのむ)

ร้านโอเด้งสไตล์ฝรั่งเศสสุดหรูในย่านนิชิอาซาบุ (Nishi-Azabu) เป็นบ้านเก่าที่รีโนเวทใหม่ให้บรรยากาศสบายๆเหมือนทานอาหารที่บ้าน ได้ความรู้สึกเป็นส่วนตัว เพราะมีที่นั่งเพียง 14 ที่เท่านั้น ทางร้านจะเสิร์ฟเป็นคอร์ส จานเด็ดที่อยากให้ชิมคือ “ฟัวกราส์หัวไชเท้า” ราดด้วยมิโสะที่เคี่ยวด้วยไวน์แดง “ไข่ต้มเกือบสุก” ท็อปปิ้งด้วยทรัฟเฟิล และ “ฟรุ้ตโทมาโท” มะเขือเทศต้มทั้งลูกเนื้อนวลเนียน ซุปที่ใช้เป็นนำ้ซุปกระดูกเป็ดที่เชฟเคี่ยวกว่า 6 ชั่วโมงทุกวัน นอกจากนี้ทางร้านยังมีไวน์ระดับโลกกว่า 200 ชนิดให้ได้ลิ้มลองกันอีกด้วย หัวไชเท้าและไข่ต้มที่ชุ่มไปด้วยนำ้ซุปกระดูกเป็ดเข้ากันได้ดีกับวัตถุดิบชั้นเลิศอย่างทรัฟเฟิลและฟัวกราส์ ใครอยากทานโอเด้งพร้อมจิบไวน์ชั้นเลิศในบรรยากาศสบายๆ ต้องรีบจองแล้วนะคะ

ที่ตั้ง : 4-8-6 Nishi-Azabu, Minato-ku, Tokyo 106-0031
เวลาทำการ : 17:30 ~ 22:00 หยุดทุกวันอาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์
เว็บไซต์ : oden-vinum.com

2. Sanagi Shinjuku (サナギ新宿)

ร้านอยู่ในฟู้ดฮอลล์ที่อยู่ใต้ทางยกระดับโคชูไคโด (Koshu Kaido) เดินเพียง 1 นาทีจากทางออกตะวันออกเฉียงใต้ (Southeast Exit) สถานีชินจูกุ สร้างขึ้นเมื่อปี 2559 ตามแผนการพัฒนาของเขตชินจูกุ ภายในร้านตกแต่งด้วยสีสันสดใส มีที่นั่งประมาณ 200 ที่ ทั้งแบบโซฟา เค้าท์เตอร์บาร์ และมีโต๊ะโคทัตสึให้ได้นั่งทานอีกด้วย! เนื่องจากเป็นสไตล์ฟู้ดคอร์ด จึงมีอาหารหลากหลายให้ได้ลองทาน ไม่ว่าจะเป็นอาหารญี่ปุ่น อาหารจีน หรืออาหารเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่คุ้นลิ้นเป็นอย่างดี เช่น ไก่ย่าง หรือสะเต๊ะ โอเด้งของร้านจะต้มในนำ้ซุปดาชิสไตล์ดั้งเดิม แต่ที่ต่างจากร้านทั่วๆ ไปก็คือ การได้นั่งทานในบรรยากาศแปลกใหม่ แม้ร้านจะมีคอนเซ็ปและการแตกแต่งที่แปลกใหม่ไม่ซำ้ใคร แต่ไม่ต้องห่วงเรื่องรสชาตินะคะ เพราะอร่อยและใช้ของดีมีคุณภาพค่ะ ไม่เชื่อก็ต้องลองไปทานดูนะคะ

ที่ตั้ง : 3-35-6 Shinjuku, Shinjuku-ku, Tokyo
เวลาทำการ : 11: 00 ~ 23: 30 น.
เว็บไซต์ : sanagi.tokyo/

3. Toridashioden Samon (鶏だしおでん さもん)

 

View this post on Instagram

 

A post shared by m. cossi (@m.cossi)

ร้านอยู่ใต้ทางยกระดับนากะเมกุโระ (Nakamekuro) จุดเด่นอยู่ที่ “นำ้ซุปกระดูกไก่” ที่ใช้ไก่ไดเซน (Daizen Chicken) ไก่สายพันธุ์ดีจากจ.ทตโทริ ที่เคี่ยวจนได้รสชาติกลมกล่อม เมนูแนะนำก็เช่น “หัวไชเท้าต้ม” เมนูคลาสิกที่ชุ่มไปด้วยนำ้ซุปหอมหวาน, “โทคุเซน นิวะโทริ คุชิ โอเด้ง (Tokusen Niwatori Kushi Oden)” เป็นเซ็ตรวมเนื้อไก่ส่วนต่างๆ เช่น อก น่อง มาเสียบไม้ต้ม หรือ “ไข่ต้มเกือบสุก” ที่ใช้ไข่ไก่นาโกย่าโคจิน (Nagoya Kouchin) ชั้นเยี่ยม ที่ร้านไม่รับจองแต่ไม่กังวลนะคะ เพราะลูกค้าส่วนใหญ่ไม่นั่งแช่ค่ะ ทานเสร็จก็ลุกเลยมีที่นั่งตลอด หรือจะซื้อแบบเทคเอ้าท์ก็ได้เหมือนกันค่ะ

ที่ตั้ง : 3 Chome-5-31 Kamimeguro, Meguro City, Tokyo 153-0051, Japan
เวลาทำการ : ทุกวัน 16: 00 ~ 03: 00 น.
เว็บไซต์ : nomura-honten.co.jp/gaisyoku

4. Veggie kushi sosaku oden Nurukan Sato (ベジ串 創作おでん ぬる燗佐藤)

ร้านอยู่ในอาคารชิบูย่าฮิคาริเอะ (Shibuya Hikarie) ทุกคนสามารถทานโอเด้งและเวจจี้คูชิ (หมูและผักเสียบไม้ย่าง) แกล้มสาเกจาก 47 จังหวัดทั่วญี่ปุ่นได้ โอเด้งของที่ร้านจะมี 2 แบบ สำหรับคนที่อยากทานรสชาติกลมกล่อมแนะนำซุป “เอโดะมาเอะ สุมิดาชิ (Edomae sumi dashi)” แต่ถ้าอยากทานรสชาติเข้มข้นแนะนำซุปแบบ “เดมิมิโซะดาชิ (Demi miso dashi)” เมนูแนะนำก็คือ กะหลํ่าปียัดไส้ที่ต้มในนำ้ซุปรสเข้ม สำหรับใครที่อยากดื่มสาเกญี่ปุ่มแกล้มโอเด้งแต่เลือกไม่ถูก สามารถปรึกษาพนักงานได้นะคะ สาเกมีให้เลือกกว่า 11 ชนิด ทั้งแบบร้อนและแบบเย็น ราคาเริ่มต้นเพียงแค่ 300 เยน (ประมาณ 87 บาท) เท่านั้นค่ะ

ที่ตั้ง : Japan, 〒150-0002 Tokyo, Shibuya City, Shibuya, 2 Chome−21−1, Hikarie, 7F
เวลาทำการ : ทุกวัน 11:00 ~ 20:00
เว็บไซต์ : nurukan-sato.com

5. Gyutan Iroha Bettei (牛タンいろ葉 別邸)

ตั้งอยู่ในโฮะโบะ ชินจุกุ โนะเร็งไก (Hobo Shinjuku Norengai) แหล่งรวมอิซากายะร้านเด็ด 7 ที่ เป็นร้านที่รีโนเวทจากบ้านเก่า ทำให้ได้อารมณ์เหมือนไปทานข้าวบ้านเพื่อนชาวญี่ปุ่นเลยค่ะ การเดินทางก็ง่ายมากๆ เดินเพียง 1 นาทีจากสถานีโยโยหงิ (Yoyogi Station) ก็ถึงแล้ว เมนูแนะนำคือ ลิ้นวัวชิ้นใหญ่ (Gyutan) และโอเด้งที่ต้มในนำ้ซุปหางวัว ถึงนำ้ซุปจะใสแต่รสชาติไม่ใสนะคะ เข้มข้นกลมกล่อมมาก แนะนำให้เลือกเครื่องโอเด้งที่ดูดซึมนำ้ซุปได้ดี อย่างไข่ ชิกูวะหรือเต้าหู้นะคะ จะได้ชิมรสชาตินำ้ซุปแบบเต็มๆ โอเด้งของที่นี่มีตลอดทั้งปี แม้จะเป็นหน้าร้อนก็สามารถมาทานได้ ลูกค้าก็มีหลายช่วงวัย สำหรับสาวๆ ที่อยากมาทานคนเดียวก็ไม่กังวลนะคะ ถึงจะเป็นอิซากายะแต่มีบรรยากาศสบายๆ ค่ะ

ที่ตั้ง : Japan, 〒151-0051 Tokyo, Shibuya City, Sendagaya, 5 Chome−20−10 Hobo Shinjuku Norengai
เวลาทำการ : 16:00 ~ 23:30 น.
(12:00 ~ 23:30 น.ในวันเสาร์ – อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์)
เว็บไซต์ : instagram.com/y_iroha

6. Akasaka Oden Asari (赤坂おでん あさり)

ร้านตั้งอยู่ไม่ไกลจากสถานีอะคาสากะมิทสึเกะ (Akasaka Mitsuke Station) และสถานีอาคาซากะ (Akasaka Station) เดินเพียง 3 และ 4 นาทีเท่านั้น เมนูแนะนำก็คือ “อาซาริโอเด้ง” (Asari-Oden) เซ็ตรวมเครื่องโอเด้งที่ต้มในนำ้ซุปหอยอาซาริ เช่น หัวไชเท้า ไข่ และชิกูวะ นำ้ซุปมีรสชาติกลมกล่อมทานแล้วสดชื่น และยังช่วยชูรสชาติของเครื่องโอเด้งออกมาอีกด้วย ลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นพนักงานบริษัทที่ทำงานแถวนั้น เพราะเปิดจนถึงตี 3 ถ้าได้ทานโอเด้งร้อนๆหลังเลิกงาน ก็น่าจะมีแรงฮึดสู้ในวันต่อไป

ที่ตั้ง : 3-15-3 Akasaka, Minato-ku, Tokyo Shinobi Building 2 Floor
เวลาทำการ : 18: 00 ~ 03: 00 น.
วันหยุด : วันเสาร์วันอาทิตย์ วันก่อนวันหยุดนักขัตฤกษ์และวันหยุดนักขัตฤกษ์
เว็บไซต์ : akasakaodenasari.owst.jp

7. Sonotoori (そのとうり)

เป็นร้านโอเด้งลับๆ ที่ไม่เปิดเผยที่ตั้ง ซ่อนตัวอยู่ในย่านมูรายามะ (Murayama-cho) เขตชิบูย่า นำ้ซุปเคี่ยวจากสาหร่ายคอมบุและปลาแห้งคัตทสึโอะ โดยจะเสิร์ฟเป็นคอร์สและต้องจองล่วงหน้า ราคาเริ่มต้นที่ 3,000 เยน (ประมาณ 870 บาท) เมนูแนะนำก็คือ “คาสุอุด้ง”(Kasu Udon) หรืออุด้งกระเพาะวัว เหมาะกับสาวๆ เป็นอย่างยิ่ง เพราะเมนูนี้อุดมไปด้วยคอลลาเจนค่ะ นอกจากนี้ยังมีเครื่องดื่มสูตรพิเศษของทางร้าน “ซันโซว โทะ คิโนะเมะ โนะ ซาว่า” (Sanshou to kinome no sawaa) เป็นเหล้าซาว่าที่ใส่ซันโชว (Sansho) หรือพริกไทยญี่ปุ่นแช่ในวอดก้า ถ้าใครอยากรู้ที่ตั้งของร้านโอเด้งลับๆ แบบนี้ สามารถจองโต๊ะล่วงหน้าได้ที่ QR Code จากทวิตเตอร์ด้านล่างนี้ได้เลยค่ะ

ที่ตั้ง : Maruyama-cho, Shibuya, Tokyo (ไม่เปิดเผยที่อยู่)
เวลาทำการ : ตรวจสอบได้จากทวิตเตอร์ของร้าน
เว็บไซต์ : twitter.com/sonotouri_oden

เป็นอย่างไรบ้างคะ เริ่มอยากทานโอเด้งขึ้นมากันหรือยัง? โอเด้งเป็นอาหารที่อยู่กับคนญี่ปุ่นมาอย่างยาวนาน แต่เดิมเป็นร้านรถเข็นขายตามข้างทาง จึงไม่แปลกที่จะมีการดัดแปลงเมนู หรือเปลี่ยนรูปแบบให้เข้ากับยุคสมัยมากขึ้น ทั้งนี้ก็เพื่อรักษาเมนูอร่อยให้อยู่คู่สังคมสืบต่อไปนั่นเองค่ะ

สรุปเนื้อหาจาก: Timeout
ผู้เขียน: beniko59