จากบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป สู่บะหมี่ถ้วยแรกของโลกโดยนิสชิน

หลังจากที่เราได้ทำความรู้จักที่มาของ Chicken Ramen บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปซองแรกของโลกจากไอเดียของอันโดะ โมโมฟุคุ (安藤百福) ผู้ก่อตั้งแบรนด์นิสชิน (NISSIN) ในบทความนี้เราจะมาดูกันต่อกับที่มาของบะหมี่ถ้วย Cup Noodles อีกสิ่งประดิษฐ์ล้ำยุคของอันโดะซึ่งต่อยอดมาจาก Chicken Ramen กันค่ะ

ประกายไอเดียที่ต่อยอดจาก Chicken Ramen

ando in USA
อันโดะระหว่างการเดินทางในสหรัฐอเมริกา (เครดิตภาพ: NISSIN)

หลังความสำเร็จของ Chicken Ramen อันโดะคิดที่จะต่อยอดขยายตลาดต่อไป ในปี 1966 อันโดะออกเดินทางเพื่อดูงานที่ยุโรปและอเมริกา ซึ่งระหว่างการพบผู้จัดซื้อที่อเมริกานั่นเอง อันโดะสังเกตเห็นวิธีกิน Chicken Ramen ของคนอเมริกา

เขาสังเกตว่าคนอเมริกาหักแบ่งเส้น Chicken Ramen เป็นก้อนเล็กๆ ใส่ลงในถ้วยกระดาษ เติมน้ำร้อน แล้วใช้ส้อมกิน เมื่อเสร็จแล้วจึงทิ้งถ้วยกระดาษนั้นไป จากการสังเกตพฤติกรรมการกินง่ายๆ นี้เองที่ทำให้อันโดะได้ไอเดียใหม่ นั่นคือ “บะหมี่ถ้วยที่ใช้ส้อมกินได้”

กว่าจะเป็นบะหมี่ถ้วยแรก Cup Noodles

ando momofuku
อันโดะ โมโมฟุคุ และ Cup Noodles (เครดิตภาพ: NISSIN)

โจทย์ของบะหมี่ถ้วยที่อันโดะคิดไว้คือถ้วยบรรจุต้องมีรูปร่างและขนาดพอดีสำหรับใช้มือเดียวถือได้สะดวก และหลังจากทดลองตัวต้นแบบมา 40 แบบ ทุกอย่างก็มาลงตัวที่ถ้วยที่มีรูปร่างเหมือนแก้วกระดาษขนาดใหญ่ สำหรับวัสดุที่ใช้ผลิตนั้นเป็นโฟมโพลิสไตรีนที่น้ำหนักเบา เป็นฉนวนกันความร้อนได้ และประหยัดต้นทุน

อย่างไรก็ตาม โฟมโพลิสไตรีน ณ ตอนนั้นเป็นวัสดุที่ยังหาได้ยากในญี่ปุ่น นอกจากนี้ การทำให้วัสดุเป็นแผ่นบางและหลอมเข้ารูปให้เป็นถ้วยขนาดเหมาะมือนั้นยังทำได้ยากด้วยเทคโนโลยีในญี่ปุ่น ณ ขณะนั้น อันโดะจึงตัดสินใจนำเข้าเทคโนโลยีจากอเมริกาและเปิดโรงงานผลิตถ้วยด้วยตัวเอง ถึงจะใช้เวลาเพื่อผลิตให้ได้ถ้วยภาชนะที่มีคุณภาพและไม่มีกลิ่น แต่สุดท้ายอันโดะก็ได้ถ้วยที่ผ่านมาตรฐาน Food and Drug Administration (FDA) ของอเมริกาได้ในที่สุด

การผลิต Cup Noodles (เครดิตภาพ: NISSIN)

อย่างไรก็ตาม โจทย์ต่อมาคือการบรรจุก้อนบะหมี่ แม้จะทำได้ง่ายเพียงปรับขนาดก้อนบะหมี่ให้เล็กกว่าถ้วย แต่ปัญหาที่ตามมาที่คือระหว่างขนส่งบะหมี่ถ้วย ก้อนบะหมี่ข้างในจะกลิ้งไปมาและแตกเป็นเศษเล็กเศษน้อยได้ อันโดะแก้ปัญหานี้โดยการทำก้อนบะหมี่ให้ใหญ่กว่าก้นถ้วยเล็กน้อย เพื่อให้ตอนบรรจุก้อนบะหมี่จะติดอยู่กลางถ้วย ซึ่งวิธีนี้เรียกว่า “Middle Retention (中間保持法)” ถึงอย่างนั้น ความยากของวิธีนี้คือในขั้นตอนการบรรจุ ก้อนบะหมี่มักจะเอียงไม่ก็พลิกคว่ำ แต่อันโดะแก้ปัญหาได้อีกครั้งด้วยการคว่ำก้อนบะหมี่แล้วเอาถ้วยครอบแทนที่จะบรรจุด้วยการหย่อนก้อนบะหมี่ลงถ้วย ทำให้นิสชินผลิตบะหมี่ถ้วยในระดับอุตสาหกรรมได้ในที่สุด

เปิดตัว Cup Noodles บะหมี่ถ้วยแรกของโลก!

nissin event ginza
ภาพบรรยากาศกิจกรรมชิม Cup Noodles ที่กินซ่า (เครดิตภาพ: NISSIN)

Cup Noodles บะหมี่ถ้วยตัวแรกของโลกจากนิสชินถูกเปิดตัวในวันที่ 18 กันยายน 1971 ในราคา 100 เยน (บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแบบซอง 25 เยน) ทำให้ทุกวันที่ 18 กันยายนของปีเป็นวันครบรอบกำเนิด Cup Noodles (カップヌードル誕生日) ถึงแม้ว่าผู้คนในตอนนั้นจะยังติดภาพลักษณ์ว่าการยืนกินเป็นการเสียมารยาท แต่กิจกรรมทดลองชิมที่นิสชินจัดขึ้นที่ย่านกินซ่าซึ่งเป็นย่านกลุ่มวัยรุ่นนั้นได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดี

แต่จุดเปลี่ยนที่สำคัญของ Cup Noodles คือเหตุการณ์ Asama-Sanso เดือนกุมภาพันธ์ 1972 ที่กลุ่ม United Red Army (連合赤軍: URA) กองกำลังทหารฝ่ายซ้าย (คอมมิวนิสต์) ได้จับภรรยาเจ้าของที่พักแห่งหนึ่งบนภูเขาอาซามะเป็นตัวประกันไว้ โดยเป็นภารกิจช่วยตัวประกันที่กินเวลา 9 วันและมีการถ่ายทอดสดขณะเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าล้อมเพื่อช่วยตัวประกัน ซึ่งหนึ่งในเสบียงของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ใช้ในภารกิจคือ Cup Noodles ของนิสชินนั่นเอง ทำให้ระหว่างถ่ายทอดสดจึงมีภาพเจ้าหน้าที่ตำรวจทาน Cup Noodles ของนิสชินถูกถ่ายทอดไปยังโทรทัศน์ทุกเครื่องทั่วประเทศญี่ปุ่น และต่อยอดไปยังยอดขายของ Cup Noodles ที่พุ่งสูงขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ

จากญี่ปุ่นสู่ส่วนหนึ่งในครัวตลาดโลก

Cup Noodles ถูกนำเข้าตลาดสหรัฐอเมริกาในปี 1973 และมีการตั้งฐานการผลิตในประเทศอื่นๆ เช่นบราซิล สิงคโปร์ ฮ่องกง อินเดีย เนเธอร์แลนด์ เยอรมนี ประเทศไทย และอื่นๆ โดยนิสชินไม่ได้ขายบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปรสที่ผลิตในญี่ปุ่นแต่อย่างใด ในทางกลับกัน นิสชินจะพัฒนาซุป เครื่องปรุง และอื่นๆ ให้เข้ากับความชอบของคนในแต่ละประเทศ Cup Noodles จึงเป็นอาหารจากญี่ปุ่นที่สามารถเข้าถึงคนทั่วโลกได้

อย่างไรก็ตาม สำหรับประเทศไทยนั้นมี “ซันวา” บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่มีต้นแบบมาจากนิสชินเข้ามาตีตลาดก่อนในช่วงปี 1971 ตามด้วยแบรนด์อื่นที่คนไทยเราคุ้นเคยกันอย่างยำยำ ไวไว มาม่า ควิก และอื่นๆ ทำให้แบรนด์นิสชินที่ตามมาในภายหลังดูเป็นผู้มาใหม่ไปโดยปริยาย

นิสชินที่ไปไกลถึงอวกาศ แรงโน้มถ่วงของโลกก็ฉุดไม่อยู่!

noguchi soichi space ram
โนกุจิ โซอิจิ และ Space Ram (เครดิตภาพ: NISSIN)

แม้อายุจะล่วงเข้า 91 ปีแล้ว แต่อันโดะยังไม่หยุดพัฒนาบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป โดยเขาประกาศว่านิสชินจะผลิตอาหารสำหรับทานในอวกาศ และตั้งทีมขึ้นมาโดยมีตัวเขาเป็นผู้นำการคิดค้น Space Ram บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่ทานได้ในอวกาศ

Space Ram เป็นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่แบ่งเส้นเป็นก้อนขนาดพอดีคำ พร้อมน้ำซุปที่เข้มข้นพิเศษเพื่อให้ไม่ลอยขึ้นในภาวะไร้แรงโน้มถ่วง นับเป็นอาหารที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตในอวกาศได้อย่างดีเลิศของยุค โดย Space Ram ถูกส่งขึ้นอวกาศครั้งแรกในเดือนกรกฎาคม 2005 โดยที่วิศวกรและนักบินอวกาศชาวญี่ปุ่น โนกุจิ โซอิจิ (野口 聡一) เป็นมนุษย์คนแรกที่ได้ทานบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปในอวกาศ

“ไม่มีอะไรสายเกินไปในชีวิต”

คือคำพูดของอันโดะผู้ทำความฝันในการคิดค้นอาหารใหม่และส่งสิ่งประดิษฐ์ของตัวเองไปทั่วโลกและไปยังอวกาศได้สำเร็จ แม้อันโดะจะจากไปในปี 2007 ด้วยวัย 97 ปี แต่ทั้งบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแบบซองและแบบถ้วยที่เขาพัฒนาขึ้นก็ยังคงเป็นอาหารที่อยู่ในตู้กับข้าวคนทั่วโลกจนถึงวันนี้

ando momofuku quote

ไม่ว่าตอนนี้เพื่อนๆ จะกำลังอร่อยกับบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแบบไหนแบรนด์ใดก็ตาม ทุกความสะดวก ความอิ่มท้อง และความอร่อยที่เราได้จากบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปถ้วยโปรดของเราล้วนมีต้นกำเนิดจากประกายไอเดียเล็กๆ และความช่างสังเกตุจากสิ่งรอบตัวในชีวิตประจำวัน รวมกับความคิดสร้างสรรค์ และความพยายามในการแก้โจทย์อย่างไม่ลดละของอันโดะ โมโมฟุคุ ผู้ให้กำเนิดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่มีอิทธิพลต่อวัฒนธรรมอาหารของคนทั้งโลก

รู้จัก NISSIN เพิ่มเติมได้ที่
NISSIN Official Website: nissin.com
NISSIN Foods Thailand: nissinthailand.com/th/
NISSIN Foods Thailand (Fanpage): Nissin Foods Thailand

Total
46
Share