ความเชื่อญี่ปุ่น! ห้ามทาน “ปลาไหล” คู่กับ “บ๊วยดอง” เพราะจะส่งผลเสียกับร่างกาย จริงหรือ?

ถ้าพูดถึงอาหารประจำฤดูร้อนสำหรับชาวญี่ปุ่น ก็ต้องนึกถึงเมนู “ข้าวหน้าปลาไหล” เพราะเชื่อกันว่า ปลาไหลจะช่วยให้ร่างกายแข็งแรง และปรับสมดุลร่างกายให้ต้านทานอากาศในฤดูร้อนได้ นอกจากนี้ ยังมีความเชื่อที่พูดกันปากต่อปากมาตั้งแต่สมัยก่อนว่า “ห้ามทานปลาไหลคู่กับบ๊วยดอง” เพราะจะส่งผลเสียต่อร่างกาย

ถึงแม้จะเป็นเพียงแค่ความเชื่อที่พูดกันปากต่อปาก แต่ยังมีชาวญี่ปุ่นหลายคนที่พยายามหลีกเลี่ยงการรับประทาน “ปลาไหล” คู่กับ “บ๊วยดอง” อยู่ ความเชื่อนี้เป็นเรื่องจริงอย่างที่ลือกันมาหรือไม่? เพราะอะไร? คนญี่ปุ่นจึงต้องห้ามทานปลาไหลคู่กับบ๊วยดอง วันนี้เรามีคำตอบมาฝากกันค่ะ!

“ทานปลาไหลคู่กับบ๊วยดอง” ส่งผลเสียต่อร่างกาย จริงหรือ?

“บ๊วยดอง” อุดมไปด้วยกรดซิตริก ช่วยปรับสมดุลกรดในร่างกาย ช่วยให้เจริญอาหาร ในขณะที่ “ปลาไหล” อุดมไปด้วยวิตามิน B1 มีไขมันที่ให้พลังงานสูง โดยทั้งสองวัตถุดิบต่างมีคุณค่าทางอาหารที่จะช่วยให้ร่างกายฟื้นฟูจากความเหนื่อยล้าได้เช่นเดียวกัน ชาวญี่ปุ่นจึงมักรับประทานบ๊วยดองหรือปลาไหลในฤดูร้อน เพื่อเพิ่มพลังงานให้ร่างกายและเพื่อป้องกันอาการอ่อนเพลียจากอากาศร้อนอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม จากผลการตรวจสอบทางการแพทย์เกี่ยวกับความเชื่อเรื่อง “การทานปลาไหลคู่กับบ๊วยดอง” พบว่า การรับประทานบ๊วยดองจะช่วยเพิ่มความเข้มข้นของกรดในกระเพาะอาหาร ซึ่งมีส่วนช่วยย่อยไขมันจากปลาไหลได้เป็นอย่างดี เพราะฉะนั้น ความเชื่อที่ว่า “ห้ามทานปลาไหลคู่กับบ๊วยดอง เพราะจะส่งผลเสียต่อร่างกาย” จึงไม่มีมูลจริง นอกจากนี้ ยังเคยมีการทดลองให้คนในครอบครัวชาวญี่ปุ่น 4 คนรับประทานปลาไหลคู่กับบ๊วยดองเหมือนกัน ผลลัพธ์คือ ทุกคนในครอบครัวมีสภาพร่างกายปกติดี

จากข้อมูลอ้างอิงทางการแพทย์ สามารถสรุปได้ว่า “การทานปลาไหลคู่กับบ๊วยดอง จะส่งผลเสียต่อร่างกาย” นั้น เป็นความเชื่อที่ผิด โดยจะขอยกตัวอย่างทฤษฎีที่อาจเป็นสาเหตุของการเกิด “ความเชื่อที่ผิดในการทานปลาไหลคู่กับบ๊วยดอง” ดังนี้

– เพื่อไม่ให้รับประทานอย่างสุรุ่ยสุร่าย
บ๊วยดองมีกรดที่ช่วยเพิ่มความอยากอาหาร จึงมีการห้ามไม่ให้ทานคู่กับปลาไหล เพื่อไม่ให้เกิดความอยากทานปลาไหล ซึ่งเป็นวัตถุดิบราคาแพง

– เพื่อไม่ให้รับประทานเยอะจนเกินไป
ทั้งปลาไหลและบ๊วยดองต่างเป็นวัถุดิบประกอบอาหารที่ทำให้เรารู้สึกอยากรับประทานอยู่ตลอดเวลา หากรับประทานบ๊วยดองเพื่อตัดความเลี่ยนของน้ำมันในปลาไหล อาจยิ่งทำให้เกิดความอยากอาหารมากขึ้น จึงมีการห้ามไม่ให้ทานปลาไหลคู่กับบ๊วยดอง เพื่อป้องกันไม่ให้รับประทานมากจนเกินไป

– เพื่อป้องกันอาการอาหารเป็นพิษ
ปลาไหลจะมีรสเปรี้ยวเมื่อเน่าเสีย หากรับประทานคู่กับบ๊วยดองอาจทำให้ไม่สามารถรับรสได้ว่า ปลาไหลนั้นมีรสเปรี้ยวจากการเน่าเสียหรือไม่

ความเชื่ออื่น ๆ เกี่ยวกับ “อาหารที่ทานคู่กันแล้วจะส่งผลเสียต่อร่างกาย”

●”ห้ามทานเท็มปุระคู่กับแตงโม”, “ห้ามทานปลาไหลคู่กับแตงโม”
หากรับประทานอาหารที่มีน้ำมันเยอะ ๆ (เทมปุระและปลาไหล) คู่กับอาหารที่มีส่วนประกอบของน้ำเยอะ ๆ (แตงโม) จะทำให้เกิดอาการอาหารไม่ย่อย เพราะร่างกายสร้างน้ำย่อยในกระเพาะอาหารได้น้อย ผู้ที่มีอาการท้องเสียหรือผู้ที่มีความผิดปกติทางกระเพาะอาหารและลำไส้ควรหลีกเลี่ยง

●”ห้ามทานเท็มปุระคู่กับน้ำแข็ง”, “ห้ามทานเท็มปุระคู่กับไอศกรีม”
หากรับประทานอาหารที่ให้ความอบอุ่นให้ร่างกาย (เท็มปุระ) คู่กับอาหารที่มีฤทธิ์เย็น “น้ำแข็งและไอศกรีม” อาจทำให้กระเพาะอาหารและลำไส้ทำงานหนักจนเกินไป

●”ห้ามทานปูคู่กับน้ำแข็งไส”, “ห้ามทานลูกพลับคู่กับโซบะ”
การรับประทานอาหารที่มีฤทธิ์เย็นคู่กันจะยิ่งทำให้ร่างกายเย็นลง ส่งผลให้ระบบอวัยวะภายในมีอุณหภูมิต่ำ และมีโอกาสที่จะเกิดอาการปวดท้องได้สูง ผู้ที่มีภาวะอุณหภูมิร่างกายต่ำผิดปกติควรระมัดระวังเป็นอย่างยิ่ง

●”ห้ามทานวุ้นโทโคโระเตนคู่กับไข่ดิบ”
ทั้งสองต่างเป็นวัตถุดิบอาหารที่ย่อยยาก หากรับประทานคู่กันอาจทำให้ร่างกายใช้เวลาในการย่อยมากขึ้น และทำให้กระเพาะอาหารและลำไส้ทำงานหนักจนเกินไป

เรื่องอาหารการกินเป็นเรื่องใกล้ตัวที่เราควรใส่ใจและระมัดระวังกว่าที่คิด โดยเฉพาะการค้นคว้าหาข้อมูลว่าวัตถุดิบประกอบอาหารชนิดใดให้คุณค่าทานอาหารอะไรบ้าง วัตถุดิบใดทานคู่กับอะไรแล้วส่งผลดีหรือผลเสียอย่างไรบ้างเท่านี้ก็ทำให้เราปลอดภัยจากอาการป่วยและโรคต่าง ๆ ได้แล้ว

สรุปเนื้อหาจาก : minabe