กล้วยย่างกับประโยชน์ต่อสุขภาพที่นอกเหนือจากกล้วยธรรมดา

กล้วยที่คนญี่ปุ่นนิยมนำมารับประทานส่วนใหญ่นำเข้ามาจากประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งมีราคาถูกและหาซื้อมารับประทานได้ตลอดทั้งปี นอกเหนือจากประโยชน์ของกล้วยสุกแล้ว กล้วยย่างยังเป็นอีกทางเลือกของการนำมารับประทานที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย มารู้ประโยชน์ของกล้วยสุก กล้วยย่าง และวิธีการย่างกล้วยของคนญี่ปุ่นกันค่ะ

ประโยชน์ของกล้วยสุก

กล้วย 1 ผลมีพลังงานเพียง 86 กิโลแคลอรี่ แต่อุดมไปด้วยเส้นใยอาหารและสารอาหารที่มีคุณค่าต่อร่างกาย ได้แก่ วิตามิน B1, B2, ไนอะซิน (B3), วิตามินบี B6 และกรดโฟลิก ซึ่งช่วยเสริมการเผาผลาญพลังงานในร่างกายและช่วยให้สุขภาพผิว ผมและเล็บดี เส้นใยอาหารซึ่งช่วยป้องกันอาการท้องผูก ป้องกันการเพิ่มของระดับน้ำตาลในเลือดและช่วยกดการดูดซึมคอเลสเตอรอลเข้าสู่ร่างกาย โพแทสเซียมซึ่งช่วยขับเกลือออกจากร่างกาย ช่วยลดความดันโลหิตและช่วยลดอาการบวมของร่างกาย โพลีฟีนอลซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูง ช่วยชะลอความแก่และป้องกันโรคที่เกิดจากการดำเนินชีวิตประจำวัน กรดอะมิโนทริปโตเฟนซึ่งเป็นกรดอะมิโนสำคัญในการสร้างสารสื่อประสาทเซโรโทนินที่ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย  ช่วยลดอาการหงุดหงิดและช่วยให้นอนหลับดี นอกจากนี้กล้วยยังมีแมกนีเซียมสูงซึ่งมีบทบาทสำคัญในการทำให้รู้สึกผ่อนคลายและมีจิตใจเบิกบาน

ประโยชน์ของกล้วยย่าง

กล้วยย่างมีประโยชน์ต่อสุขภาพนอกเหนือจากกล้วยสุกดังนี้

ช่วยบรรเทาอาการท้องผูก

การย่างกล้วยจะช่วยเพิ่มปริมาณน้ำตาลโอลิโกแซคคาไรด์ ซึ่งจะเป็นอาหารของแบคทีเรียชนิดดีในลำไส้ ทำให้สิ่งแวดล้อมในลำไส้ดีขึ้น และส่งผลในการป้องกันท้องผูกได้ดี

ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันของร่างกายให้แข็งแรง

ร้อยละประมาณ 70 ของภูมิคุ้มกันของร่างกายจะถูกสร้างที่ลำไส้ เมื่อสภาพแวดล้อมในลำไส้ดีจะทำให้ภูมิคุ้มกันของร่างกายดีขึ้น อีกทั้งกล้วยร้อนๆ จะช่วยทำให้ร่างกายอุ่นขึ้นซึ่งจะส่งผลให้ร่างกายแข็งแรงขึ้นด้วย

มีผลในด้านการลดน้ำหนัก

หากสภาพแวดล้อมในลำไส้ไม่ดี จะทำให้มีแก๊สสะสมอยู่ในลำไส้สูง และส่งผลในการลดการเผาผลาญพลังงานของร่างกาย ทำให้อ้วนได้ง่าย การรับประทานกล้วยย่างที่มีน้ำตาลโอลิโกแซคคาไรด์ในปริมาณสูงจะช่วยให้สภาพแวดล้อมในลำไส้ดี ส่งผลในการขับถ่ายที่เป็นปกติ และช่วยเสริมการเผาผลาญพลังงานของร่างกายได้ดี จึงเป็นวิธีที่ดีในการลดน้ำหนักจากภายใน

วิธีการทำกล้วยย่าง

1. ย่างในกระทะ

วิธีทำ

1. ปอกเปลือกกล้วยและหั่นให้มีขนาดพอคำ

2. ใส่น้ำมันมะกอก น้ำมันมะพร้าว หรือเนยลงไปเล็กน้อยลงในกระทะ นำกล้วยลงไปย่างด้วยไฟอ่อน จนทั้งสองด้านเป็นสีน้ำตาล แล้วจึงนำมารับประทานได้ตามชอบ

2. ย่างด้วยเตาปิ้งขนมปัง

วิธีทำ

นำกล้วยทั้งเปลือกวางบนอลูมิเนียมฟอยล์ และนำไปย่างในเตาปิ้งขนมปังด้านละ 7-8 นาที จนเปลือกกล้วยดำ แล้วจึงนำมารับประทานได้ตามชอบ

ย่างด้วยไมโครเวฟ

วิธีทำ

ใช้ปลายมีดกรีดด้านใดด้านหนึ่งของเปลือกกล้วยตามความยาวของกล้วย นำใส่ภาชนะทนร้อน และนำเข้าไมโครเวฟที่ 600 วัตต์ เป็นเวลา 1-2 นาที หรือจนเปลือกกล้วยมีสีดำ จากนั้นนำกล้วยมาปอกรับประทานได้ตามชอบ

นอกจากนี้ก็มีวิธีการย่างบนเตาถ่านหรืออบด้วยหม้ออบลมร้อน เป็นต้น

เวลาที่ดีที่สุดในการรับประทานกล้วยย่าง

เวลาที่ดีในการรับประทานกล้วยย่าง คือ มื้ออาหารเช้า เพื่อเป็นแหล่งพลังงานในการทำกิจกรรมอื่นๆ ตลอดทั้งวัน ในวันที่ยุ่ง กล้วยย่างและนมอุ่น ก็ทำให้ร่างกายรับพลังงานที่เพียงพอเพื่อการเรียนหนังสือหรือการทำงาน อย่างไรก็ดี หากรับประทานกล้วยอย่างเดียวสามารถรับประทานได้ถึงวันละ 2 ผล แต่หากรับประทานผลไม้อื่นด้วยก็แนะนำให้รับประทานวันละ 1 ผล

บ้านเรามีกล้วยหลากหลายชนิดที่สามารถนำมาย่างรับประทานได้ง่าย อย่างไรก็ดี ก็ควรระวังไม่รับประทานในปริมาณที่มากเกินไป และควรหลีกเลี่ยงการรับประทานกับซอสที่มีความหวานจัด

สรุปเนื้อหาจาก: mama.smt.docomo