เคล็ดลับการนำ “กระเจี๊ยบเขียว” มารับประทานให้ได้ประโยชน์สูงสุดของคนญี่ปุ่น

กระเจี๊ยบเขียว (Okra/オクラ) เป็นหนึ่งในผักที่คนญี่ปุ่นนิยมรับประทานเพื่อสุขภาพ มารู้จักประโยชน์ของกระเจี๊ยบเขียวและวิธีการปรุงเพื่อให้ได้ประโยชน์ต่อสุขภาพมากที่สุดกันนะคะ

กระเจี๊ยบเขียวและประโยชน์เพื่อสุขภาพ

กระเจี๊ยบเขียวเป็นผักที่อุดมไปด้วยสารอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ ได้แก่ เกลือแร่ (แคลเซียม ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม แมกนีเซียม และธาตุเหล็ก) และวิตามินต่างๆ (วิตามิน A, B, C, E, และ K) รวมถึงเส้นใยที่ไม่ละลายน้ำและเส้นใยละลายน้ำหรือสารเมือก กระเจี๊ยบเขียวมีประโยชน์ต่อร่างกายมากมายดังนี้

-เส้นใยที่ไม่ละลายน้ำและละลายน้ำของกระเจี๊ยบเขียว มีคุณสมบัติช่วยการขับถ่ายได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะเส้นใยที่ละลายน้ำได้หรือสารเมือกนั้นมีคุณสมบัติในการดูดซับสารพิษและขับถ่ายออกทางอุจจาระ ช่วยทำความสะอาดลำไส้ ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล และช่วยควบคุมอัตราการดูดซึมของน้ำตาลเข้าสู่ร่างกาย ส่งเสริมการเจริญของแบคทีเรียชนิดดีที่อาศัยอยู่บริเวณลำไส้ใหญ่

-สารประกอบไกลโคไซเลต (glycosylated compounds) ซึ่งประกอบด้วย โพลีแซกคาไรด์ (polysaccharides) และไกลโคโปรตีน (glycoproteins) ในกระเจี๊ยบเขียว มีฤทธิ์ยับยั้งความสามารถในการเกาะเยื่อบุผิวกระเพาะอาหารของเชื้อแบคทีเรีย เฮลิโคแบคเตอร์ ไพโลริ (helicobacter pylori) ซึ่งแบคทีเรียตัวนี้เป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดแผลในกระเพาะอาหารและก่อให้เกิดโรคมะเร็งกระเพาะอาหาร

-วิตามิน A และสารสำคัญได้แก่บีต้า แคโรทีน (Beta carotene) แซนทีน (Xanthein) และลูทีน (Lutein) ช่วยในระบบสายตาและการมองเห็น ป้องกันโรคจุดภาพชัดที่จอตาเสื่อมและต้อกระจก
-อุดมไปด้วยโพแทสเซียม จึงมีสรรพคุณในการช่วยลดระดับความดันเลือดและป้องกันภาวะหลอดเลือดแข็งตัว

วิธีการนำกระเจี๊ยบเขียวมารับประทานให้ได้ประโยชน์มากที่สุด

วิธีการสำคัญของการเตรียมกระเจี๊ยบเขียวเพื่อนำมารับประทานให้ได้ประโยชน์มากที่สุด คือ ก่อนนำมาปรุงอาหารควรล้างกระเจี๊ยบเขียวให้สะอาดและนำมาหั่นให้มีขนาดประมาณ 3-5 มิลลิเมตร แล้วนำมาต้มในน้ำเดือดประมาณ 1-2 นาที จากนั้นจึงแยกเอาน้ำออกผ่านกระชอน การหั่นเป็นแว่นจะเสริมให้สารเมือกถูกขับออกมาจากกระเจี๊ยบเขียวมากในขณะที่ต้ม ยิ่งมีสารเมือกมากก็จะยิ่งให้ประโยชน์ต่อสุขภาพ

วิธีการนำกระเจี๊ยบมารับประทานแบบญี่ปุ่น

คนญี่ปุ่นนิยมนำกระเจี๊ยบเขียวต้มมารับประทานเป็นสลัดกับมันมือเสือหรือยามะอิโมะ (Yamaimo) ซึ่งอุดมไปด้วยเส้นใยที่ละลายน้ำได้เช่นกัน วิธีการรับประทานนั้นเพียงเติมโชยุและโรยปลาโอแห้งก็จะได้ความอร่อยง่ายๆ ที่ดีต่อสุขภาพ

กระเจี๊ยบเป็นผักคู่น้ำพริกไทยมานานแสนนาน หากอยากรับประทานกระเจี๊ยบให้มีประโยชน์ต่อสุขภาพมากที่สุด ลองเตรียมกระเจี๊ยบตามวิธีการข้างต้นดูนะคะ หั่นให้เป็นชิ้นเล็กๆ แล้วนำมาต้มประมาณ 1-2 นาที ขอแอบกระซิบว่าคนญี่ปุ่นจำนวนมากก็ยังไม่รู้วิธีเตรียมกระเจี๊ยบเขียวแบบที่เล่ามานะคะ คนส่วนใหญ่ยังคงนำกระเจี๊ยบเขียวมาต้มก่อนแล้วจึงหั่นค่ะ