4 น้ำตาลทางเลือกแทนน้ำตาลขัดขาวที่คนญี่ปุ่นแนะนำว่าดีต่อสุขภาพและความงาม

น้ำตาลทรายขัดขาวจัดเป็นน้ำตาลที่ไม่เป็นมิตรต่อสุขภาพแม้ว่าจะหวานอร่อยเป็นที่ติดใจของคนทั่วไป การรับประทานน้ำตาลขัดขาวในปริมาณที่มากเกินไปจะส่งผลให้ระบบเผาผลาญในร่างกายเปลี่ยนน้ำตาลให้กลายเป็นไขมันอย่างรวดเร็วและเก็บสะสมไว้ในร่างกาย อีกทั้งยังทำให้เกิดสะสมไขมันในเลือดสูงกว่าปกติ ส่งผลให้เกิดโรคอ้วน ความดันโลหิตสูง และเบาหวานได้ อย่างไรก็ดี ชีวิตเราก็ขาดหวานไม่ได้ เพราะร่างกายต้องการน้ำตาลมาใช้เป็นพลังงาน แทนการรับประทานน้ำตาลทรายขัดขาว คนญี่ปุ่นมีทางเลือกรับประทานน้ำตาลเพื่อสุขภาพกายและความงามดังนี้

1. น้ำตาลแดง (黒砂糖)

น้ำตาลแดงเป็นน้ำตาลที่ได้มาจากอ้อยเช่นเดียวกับน้ำตาลทราย แต่ไม่ผ่านขั้นตอนการฟอกขาว ทำให้น้ำตาลมีสีน้ำตาลแดงเนื่องจากมีกากน้ำตาลเหลืออยู่ คนญี่ปุ่นใช้น้ำตาลชนิดนี้เป็นทางเลือกในการนำมาปรุงอาหารและทำขนมหวานหลากหลายชนิด เพราะน้ำตาลชนิดนี้มีวิตามินและคงไว้ซึ่งแร่ธาตุสำคัญจากวัตถุดิบ ได้แก่ แคลเซียมในปริมาณที่สูงเป็น 240 เท่าของน้ำตาลทรายขาว แมกนีเซียม และฟอสฟอรัส ซึ่งแร่ธาตุเหล่านี้ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูก จึงเหมาะสำหรับการเจริญเติบโตของเด็ก และช่วยป้องกันโรคกระดูกพรุนในผู้สูงอายุ อย่างไรก็ดี มีข้อควรระวังคือ น้ำตาลชนิดนี้มีฤทธิ์เย็นจึงไม่ควรรับประทานในปริมาณที่มากเกินไป

น้ำตาลแดง

2. น้ำตาลจากหัวบีท (てんさい糖)

น้ำตาลชนิดนี้ได้มาจากหัวบีทซึ่งเป็นหัวผักกาดชนิดหนึ่งที่ปลูกได้มากในจังหวัดฮอกไกโด คนญี่ปุ่นนิยมนำน้ำตาลจากหัวบีทมาปรุงรสอาหารญี่ปุ่น อาหารตะวันตก ขนมปัง และของหวานหลากหลายชนิด ด้วยว่ามีส่วนประกอบของน้ำตาลโอลิโกแซคคาไรด์สูงจึงเป็นอาหารที่ดีของแบคทีเรียชนิดดีในลำไส้ ส่งผลทำให้สิ่งแวดล้อมในลำไส้ดี ทำให้การขับถ่ายเป็นปกติ และทำให้ร่างกายแข็งแรง อีกทั้งน้ำตาลชนิดนี้มีค่าดัชนีน้ำตาลต่ำ เมื่อรับประทานเข้าไปแล้วจะช่วยป้องกันไม่ให้ระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มอย่างรวดเร็ว ยิ่งไปกว่านั้น น้ำตาลชนิดนี้จะไม่ทำให้เกิดปฏิกิริยาไกลเคชัน จนเกิดสารที่ชื่อว่า AGEs (Asvanced glycation end product) ซึ่งเป็นสารอันตรายที่ไปทำลายความยืดหยุ่นของผิวหนังและทำให้ผมแห้งเสีย

น้ำตาลจากหัวบีท

3. น้ำผึ้ง (はちみつ)

น้ำผึ้งมีส่วนประกอบของกลูโคสและฟรุกโตสที่ถูกเปลี่ยนเป็นพลังงานได้อย่างรวดเร็ว จึงเหมาะที่จะรับประทานกับขนมปังปิ้งและโยเกิร์ตในมื้ออาหารเช้าเพื่อช่วยให้สมองและร่างกายตื่นตัว อีกทั้งน้ำผึ้งยังอุดมไปด้วยวิตามินต่างๆ  ได้แก่ วิตามินบี 2 วิตามินบี 3 วิตามินบี 5 วิตามินบี 6 กรดโฟลิกและแร่ธาตุต่างๆ ได้แก่ แคลเซียม แมกนีเซียม และโพแทสเซียม เป็นต้น ซึ่งช่วยเพิ่มความสดชื่นให้แก่ร่างกาย ผ่อนคลายความเหนื่อยล้า และช่วยชะลอความแก่ เป็นต้น

น้ำผึ้ง

4. เมเปิ้ลไซรัป (メープルシロップ)

แม้ว่าจะเป็นน้ำเชื่อมที่นำเข้ามาจากแคนาดา แต่คนญี่ปุ่นนิยมนำเมเปิ้ลไซรัปหรือน้ำเชื่อมเมเปิ้ลมารับประทานกับขนมปัง แพนเค้ก และขนมหวานหลากหลายชนิด ด้วยกลิ่นและรสของเมเปิ้ลไซรัปเข้ากันได้ดีกับโชยุ คนญี่ปุ่นจึงนิยมนำมาปรุงรสอาหารประเภทต้มเคี่ยวและย่างด้วย นอกจากนี้น้ำเชื่อมชนิดนี้มีแคลอรี่ต่ำเมื่อเปรียบเทียบกับน้ำตาลชนิดอื่น และมีสารอาหารที่มีคุณค่าต่อร่างกายหลายชนิด เช่น สารต้านอนุมูลอิสระโพลีฟีนอล สังกะสี และโพแทสเซียม ด้วย

เมเปิ้ลไซรัป

แม้ว่าจะไม่เห็นผลดีต่อสุขภาพในระยะเวลาสั้น แต่การเลือกรับประทานน้ำตาลทางเลือกแทนน้ำตาลขัดขาวจะมีผลดีต่อสุขภาพและความงามอย่างชัดเจนในอีก 10-20 ปีข้างหน้า บ้านเรามีน้ำตาลทางเลือกหลากหลาย ทั้งน้ำตาลอ้อย น้ำตาลมะพร้าว น้ำตาลจาก และน้ำตาลโตนด หากอยากสวยและสุขภาพดีก็ลองลดปริมาณน้ำตาลขัดขาวและเปลี่ยนมาใช้น้ำตาลทางเลือกกันดูนะคะ

สรุปเนื้อหาจาก: tenki