ประวัติความเป็นมาของ “วาราบิโมจิ” ของแท้ไม่ถูก ของถูกไม่แท้

สวัสดีครับ หลังจากที่เล่าเรื่องผงคินาโกะไปแล้ว มานึกได้ว่ายังไม่ได้พูดถึงขนม “วาราบิโมจิ” เลย วันนี้ก็จะขอพูดถึงสักหน่อย

“วาราบิโมจิ” (わらび餅) ถือว่าเป็นขนมสดราคาถูกที่เห็นได้ตามในซูเปอร์ แบบไม่กี่ร้อยเยนเอง เนื้อมันจะใสๆ นิ่มๆ เวลากินต้องคลุกผงคินาโกะด้วย ว่าแต่ว่าจริงๆ มันทำจากอะไร?

วาราบิโมจิของแท้ นั้นทำจากแป้งวาราบิ (わらび粉) ครับ ซึ่งวาราบินั้นเป็นพืชตระกูลเฟิร์น ชื่อวิทยาศาสตร์คือ Pteridium aquilinum เอาแป้งวาราบิผสมน้ำตาลกับน้ำอุ่นทำเป็นขนม พอเย็นตัวลงก็จะแข็งตัว

Adelaarsvaren plant Pteridium aquilinum
วาราบิ Pteridium aquilinum ที่มา wikipedia.org

แล้วแป้งวาราบินี่เขาทำกันอย่างไร? วิธีการก็คือขุดเหง้าของต้นวาราบิที่อยู่ใต้ดิน เอามาทุบ เอามาคลี่ ล้างเอาให้ได้แป้งออกมาแล้วทำให้แห้ง ถึงจะได้แป้งวาราบิ เหง้าของต้นวาราบิ 10 กิโลกรัม จะได้แป้งออกมาแค่ 70 กรัม จะขุดเหง้าก็ต้องทำตอนหน้าหนาว ทีนี้คงเดาได้แล้วนะครับว่าทำไมถึงหายากและแพง

วาราบิโมจินั้นกล่าวกันว่าเป็นที่โปรดปรานของจักรพรรดิไดโงะ (醍醐天皇) ดังนั้นจึงเชื่อว่ามีมาแต่ยุคเฮอันแล้ว เป็นขนมที่คนระดับสูงนิยมรับประทานกันเนื่องจากแป้งวาราบิเป็นของหายากมีราคาแพง แต่ว่าวาราบิโมจิที่มีหน้าตาอย่างในปัจจุบันนั้นมีมาตั้งแต่ยุคคามาคุระ โดยได้อิทธิพลจากวัฒนธรรมการกินติ่มซำที่มาจากเมืองจีนพร้อมกับพุทธศาสนานิกายเซนและพิธีชงชา คือกลายเป็นขนมกินกับน้ำชาไป เป็นขนมที่นิยมกันมาแต่ก่อนในภูมิภาคคันไซเนื่องจากแหล่งผลิตแป้งวาราบิหลักก็คือจังหวัดนารา พอเข้ายุคเอโดะ แป้งวาราบิยิ่งแพงและหายากขึ้นไปอีก เลยเริ่มเอาแป้งท้าวยายม่อม (葛粉) มาผสม พอมาสมัยนี้กลายเป็นใส่แป้งมันสำปะหลังแทนซะแล้ว

อ้าวแบบนี้มันก็กลายเป็น “ขนมสาคู” หรือ “ลอดช่องสิงคโปร์” แบบญี่ปุ่นไปสิครับ ฉะนั้นที่เห็นๆ กันในซูเปอร์ ขายถูกๆ ร้อยกว่าสองร้อยกว่าเยนนั่น เป็นขนมวาราบิโมจิที่ไม่ใช่วาราบิสินะครับ (ฮา) วาราบิโมจิ “แท้” ที่ใช้แป้งวาราบิทำนี่ ราคาเป็นหลักพันเยนครับ แบบสองกล่อง กล่องละเก้าชิ้น สี่พันกว่าเยน ลองดูตัวอย่างที่ผู้เขียนหามาใน rakuten ดูก็ได้ครับ

วาราบิโมจิ
วาราบิโมจิชาเขียว

วิธีกินนั้น นอกจากจะใส่ผงคินาโกะแล้ว จะพลิกแพลงใส่คุโรมิตซึ (น้ำเชื่อมดำ) ก็ได้นะครับ อร่อยเข้มไปอีกแบบ

พูดไปตอนนี้ก็ยังไม่ได้กินอยู่ดี อยากกินอีกจัง วาราบิโมจินะ ไม่ใช่ลอดช่องสิงคโปร์ (ฮา)

สรุปเนื้อหาจาก wagashi-season