เทศกาลสำคัญตามฤดูกาลของคนญี่ปุ่นและขนมหวานประจำเทศกาล

ในญี่ปุ่นมีเทศกาลสำคัญหลากหลายตามฤดูกาลที่ได้รับอิทธิพลจากประเทศจีนและถูกปรับเปลี่ยนให้เข้ากับวัฒนธรรมของญี่ปุ่น โดยในแต่ละเทศกาลจะมีอาหารและขนมหวานหลากหลายชนิดที่ถูกเตรียมไว้เป็นเครื่องบูชา มารู้จักเทศกาลต่างๆ ที่คนญี่ปุ่นทุกชนชั้นถือปฏิบัติตั้งแต่ในอดีตและถูกถ่ายทอดมาจนถึงรุ่นปัจจุบันนี้ และชนิดของขนมประจำเทศกาลต่างๆ กันนะคะ

เทศกาลเด็กผู้หญิงหรือฮินะมัทซึริ (雛祭り)

เทศกาลเด็กผู้หญิงตรงกับวันที่ 3 เดือนมีนาคมของทุกปี เทศกาลนี้ได้รับอิทธิพลมาจากประเทศจีนแต่สมันเฮอัน ในวันนี้คนสมัยนั้นจะไปล้างชำระร่างกาย ลอยถ้วยและร้องเพลง และลอยตุ๊กตาที่ริมฝั่งแม่น้ำ เพื่อเอาสิ่งชั่วร้ายออกไปจากชีวิต ตั้งแต่สมัยเอโดะเป็นต้นมา คนญี่ปุ่นถือเอาวันนี้เป็นวันสำคัญในการจัดวางตุ๊กตาและอธิษฐานขอให้ลูกสาวมีความสุขและเติบโตอย่างแข็งแรงงดงาม ขนมที่คนญี่ปุ่นรับประทานในวันนี้คือ

ฮิชิ โมจิ (菱餅)

ฮิชิ โมจิ เป็นขนมโมจิที่มี 3 สี เรียงซ้อนกัน สีเขียวหมายถึงสีของหญ้าและถูกใช้เป็นสัญลักษณ์ในการปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายออกไป สีขาวหมายถึงหิมะ และสีแดงหมายถึงสีของดอกพีช ความหมายโดยรวมของขนมโมจิชนิดนี้คือ การปัดเป่าเอาสิ่งชั่วร้ายออกไปจากชีวิตลูกสาว

เทศกาลชมดอกซากุระในเดือนเมษายน

เดือนเมษายนเป็นช่วงที่ดอกซากุระบาน ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ทำให้จิตใจคนญี่ปุ่นอบอุ่นขึ้นจากทั้งอากาศและสีชมพูสวยกระจ่างของดอกซากุระ ในยามปกติก่อนการระบาดของไวรัสโควิด-19 คนญี่ปุ่นมักจะสังสรรค์นั่งดื่มกินไปพร้อมกับชมดอกซากุระ ช่วงเวลานี้จึงเป็นหนึ่งในช่วงเวลาแห่งความสุขของคนญี่ปุ่น ขนมหวานที่คนญี่ปุ่นนิยมรับประทานไปพร้อมกับชมดอกซากุระคือ

ฮานามิดังโงะ (花見団子)

ฮานามิดังโงะ ซึ่งเป็นดังโงะที่มีสามสี ได้แก่ สีชมพู ขาว และเขียว เรียงกันตามลำดับจากบนลงไปด้านล่างของไม้เสียบ ดังโงะชนิดนี้ทำจากส่วนผสมของแป้งข้าวเหนียวอบแห้งชิราทามาโกะ แป้งข้าวเจ้า น้ำตาล และสีแดงจากสีผสมอาหาร สีเขียวจากชาเขียวหรือหญ้าโยโมกิ ดังโงะสีแดงมีความหมายถึงสีของดอกซากุระ สีขาวหมายถึงหิมะที่ยังหลงเหลืออยู่ และสีเขียวหมายถึงใบไม้อ่อนสีเขียวขจีที่แตกออกมาพร้อมดอกซากุระ นอกจากช่วยให้อิ่มท้องแล้วขนมดังโงะยังช่วยสร้างบรรยากาศการชมดอกซากุระได้เป็นอย่างดี จนมีวลียอดนิยมคือ ฮานะ โยริ ดังโงะ (花より団子) ซึ่งหมายความว่า นอกเหนือจากการชมดอกไม้แล้วก็ควรกินดังโงะให้ท้องอิ่มด้วย

ซากุระโมจิ (桜餅)

ซากุระโมจิ เป็นขนมหวานที่มีสองแบบแตกต่างกันในพื้นคันโตและคันไซ โดยฝั่งคันโตหรือพื้นที่ของโตเกียวและจังหวัดใกล้เคียงจะใช้แป้งข้าวเหนียวผสมสีชมพูเป็นโมจิห่อไส้ถั่วแดงกวนและห่อด้วยใบซากุระดองอีกที ส่วนฝั่งคันไซหรือพื้นที่ของโอซาก้าและจังหวัดใกล้เคียงนั้นจะใช้โมจิที่ทำจากข้าวเหนียวนึ่งตำแบบหยาบห่อไส้ถั่วแดงกวนแล้วห่อด้วยใบซากุระดองอีกที กลิ่นหอมปนรสเค็มจากใบซากุระดองทำให้ซากุระโมจิมีรสชาติอร่อยยิ่งขึ้น

ซากุระโมจิที่นิยมรับประทานในพื้นที่คันโต
ซากุระโมจิที่นิยมรับประทานในพื้นที่คันไซ

เทศกาลวันเด็ก (Tango no Sekku , 端午の節句)

วันเด็กญี่ปุ่นเป็นวันแห่งการเฉลิมฉลองความสุขของเด็กทั้งประเทศและเป็นวันที่ภาวนาให้ลูกชายมีสุขภาพแข็งแรง ในวันนี้จะมีการประดับธงรูปปลาคาร์ฟไว้หน้าบ้าน จัดบูชาตุ๊กตา โกะงัสสึ นิงเงียว (五月人形) เพื่อคุ้มครองปกป้องลูกชายจากสิ่งชั่วร้ายและภัยอันตรายต่าง ๆ และมีการรับประทานขนมมงคล ซึ่งแตกต่างกันในพื้นที่คันไซและคันโตดังนี้ คือ

คะชิวะโมจิ (柏餅)

คะชิวะโมจิ เป็นขนมที่รับประทานในวันเด็กของเด็กในเขตคันโต โมจิชนิดนี้มีเนื้อสัมผัสเคี้ยวหนึบ มีไส้ถั่วแดงกวนหรือไส้ถั่วขาวกวนผสมมิโซะ แม้ว่าไม่สามารถรับประทานใบโอ๊กไปพร้อมกับขนมโมจิได้ แต่กลิ่นหอมของใบโอ๊กที่แทรกเข้าไปในเนื้อโมจิจะสร้างความอร่อยที่เป็นเอกลักษณ์ เหตุผลที่ใช้ใบโอ๊กห่อขนมนั้นมาจากการที่ใบแก่ของต้นโอ๊กไม่ร่วงจนกว่าจะมีการผลิใบใหม่ขึ้นมาก่อน ซึ่งชาวญี่ปุ่นเชื่อว่าเป็นสัญลักษณ์แห่งความมั่งคั่งของลูกหลาน

ชิมากิ (粽)

ชิมากิ เป็นขนมที่ทำจากแป้งข้าวเหนียวห่อด้วยใบไผ่และนำมารับประทานกับผงถั่งเหลืองบด คนในพื้นที่คันไซให้เด็กรับประทานโมจิชนิดนี้ในวันเด็ก เหตุผลที่คนแถบคันไซส่วนใหญ่ไม่รับประทานคะชิวะโมจิ เพราะว่าภูมิภาคแถบคันไซไม่เหมาะสมสำหรับการเจริญงอกงามตามธรรมชาติของต้นโอ๊ก คนคันไซจึงใช้ใบไผ่ ซึ่งพวกเขาเชื่อว่าจะช่วยปัดเป่าความชั่วร้ายออกไปจากชีวิตแทน

เทศกาลทานาบาตะ (七夕祭り)

เทศกาลทานาบาตะตรงกับวันที่ 7 เดือน 7 ของทุกปี โดยคนญี่ปุ่นยุคปัจจุบันถือว่าเป็นวันที่ 7 เดือนกรกฏาคม วันนี้เกิดมาจากเรื่องเล่าตามตำนานความเชื่อว่าดาวสองดวงซึ่งเป็นตัวแทนของเจ้าหญิงโอริฮิเมะและชายเลี้ยงวัวคนรักคือฮิโกโบชิ ที่ถูกทำโทษจับให้แยกกันไปอยู่กันคนละฟากฟ้าจากการละเลยหน้าที่ จะเดินทางมาพบกันปีละครั้งในค่ำคืนวันนี้ ในวันนี้คนญี่ปุ่นที่รับความเชื่อมาจากอิทธิพลจีนจะบูชาดาวทอผ้าและดาราเกษตรเพื่อให้พวกตนมีผีมือการทอผ้าและการเย็บผ้าที่ดีขึ้น อีกทั้งมีการอธิษฐานขอให้อากาศดีเพื่อให้ดาวทั้งคู่ได้โคจรมาพบกันอย่างสมหวังตามที่รอคอย นอกจากนี้คนญี่ปุ่นยังใช้วันนี้อธิษฐานขอพรเพื่อให้ตนเองและครอบครัวสมปรารถนา โดยเขียนคำขอพรบนกระดาษสีแล้วนำไปห้อยไว้บนกิ่งไผ่ อาหารที่คนญี่ปุ่นรับประทานในวันนี้คือ

โซเม็ง (素麺)

โซเม็ง ถูกดัดแปลงมาจากขนมที่ทำจากแป้งสาลีทอดและมีรูปร่างคล้ายขนมเกลียว โซเม็งเป็นเส้นหมี่ขนาดเล็กที่ทำมาจากแป้งสาลี สื่อถึงทางช้างเผือก คนญี่ปุ่นเชื่อว่าการรับประทานโซเม็งในเทศกาลทานาบาตะจะทำให้ร่างกายแข็งแรงไม่เจ็บป่วยง่าย นอกจากโซเม็งแล้วก็มีขนมหวานหลากหลายชนิดที่มีรูปดวงดาว ทางช้างเผือก และใบไผ่ เช่น ขนมวุ้นโยคังที่ตกแต่งด้วยรูปดาวและทางช้างเผือก เป็นต้น

โซเม็ง
ขนมวุ้นที่ตกแต่งรูปดาวและท้องฟ้า

เทศกาลโชโย (Choyo no Sekku, 重陽の節句)

เทศกาลโชโยตรงกับวันที่ 9 เดือน กันยายน คนญี่ปุ่นเชื่อว่าเลข 9 เป็นเลขมงคล ยิ่งวันที่เก้าเดือนเก้าแล้วก็ยิ่งเป็นมงคล ในช่วงนี้จะเป็นช่วงที่ดอกเบญจมาศบาน และคนญี่ปุ่นเชื่อว่าดอกเบญจมาศเป็นดอกไม้มงคล จึงนำกลีบดอกเบญจมาศมาแช่ในเหล้าโชจู หรือสาเกและนำมาดื่มในวันนี้ วิธีการดื่มเหล้าแช่ไปพร้อมกับมองกลีบดอกเบญจมาศนั้นจะทำให้อายุยืนและมีความเป็นอมตะ ขนมหวานที่นิยมรับประทานในวันนี้คือ

ขนมเนริกิริ (練り切り)

ขนมเนริกิริ (練り切り) รูปดอกเบญจมาศ เป็นขนมที่ทำมาจากส่วนผสมของแป้งกับถั่วขาวกวนและห่อไส้ถั่วแดงกวน นอกจากนี้ก็ยังมีการรับประทานขนมหวานที่ทำจากเกาลัด ขนมเนริกิริรูปเกาลัด และข้าวหุงเกาลัด เป็นต้น

เทศกาลต่างๆ เป็นธรรมเนียมการปฏิบัติที่สืบทอดกันมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน มีความเป็นเอกลักษณ์และความงดงามทางวัฒนธรรมคู่กับประเทศญี่ปุ่นมาอย่างยาวนาน เหนือสิ่งอื่นใดก็คือขนมและอาหารที่อร่อยในแต่ละเทศกาลนี่แหล่ะค่ะ หากได้ชิมแล้วต้องชอบแน่นอน

สรุปเนื้อหาจาก: wa-gokoro