ทำความรู้จัก 10 ขนมหวานจาก Meiji ที่มีมากกว่าความอร่อย

วันนี้ผู้เขียนเพิ่งได้รับตัวอย่างขนมพร้อมตัวอย่างขนม จาก Meiji ร่วมกับ Japan Kuru มาทั้งหมด 10 ชิ้นค่ะ  นอกจากความอร่อยแล้ว ขนมเหล่านี้ยังมีเรื่องราวที่น่าสนใจในตัวของมันเองด้วยค่ะ

ก่อนอื่นของพูดถึงบริษัทผู้ผลิตกันก่อน Meiji นั้นมีชื่ออย่างเป็นทางการว่า Meiji Holding Co.,Ltd เป็นบริษัทที่มีประวัติยาวนานมากในญี่ปุ่น ก่อตั้งในปี 1916 และเพิ่งฉลองครอบรอบ 100 ปีบริษัทไปเมื่อปี 2016 ที่ผ่านนี่เอง

สำหรับคนไทย อาจจะรู้จัก Meiji (เมจิ) จากผลิตภัณฑ์นม แต่รู้หรือไม่ นอกจากผลิตภัณฑ์จากนมแล้ว เมจิยังผลิตขนมหวานจำพวกคาราเมลและขนมปังกรอบอีกด้วย ก่อนที่จะเริ่มขยายไลน์ผลิตไปสู่เวชภัณฑ์ยาในปี 1946 ซึ่งยาตัวแรกที่เมจิสามารถผลิตได้คือ “เพนิซิลิน” ซึ่งเป็นยาปฏิชีวนะที่แฟนมังงะเรื่อง “จิน หมอทะลุมิติ” น่าจะคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี ส่วนไลน์ขนมหวานจำพวกช็อกโกแลตนั้นได้เริ่มเดินหน้าอย่างเป็นทางการในปี 1960 ซึ่งสินค้าหลายๆ ชนิดของเมจิ ยังคงจำหน่ายต่อเนื่องยาวนานมาจนถึงปัจจุบัน รวมไปถึงขนมที่เราจะมารีวิวในวันนี้ด้วยค่ะ

1. Meiji Kajyu Gummy

เยลลี่น้ำผลไม้ชนิดนี้มีชื่อเรียกในภาษาญี่ปุ่นว่า “คาจูกูมิ” เป็นขนมเยลลี่รสผลไม้ที่ Meiji ขายมาอย่างต่อเนื่องยาวนานตั้งแต่ปี 1988 (ก่อนเราเกิดซะอีก!) ซึ่ง kajyu (果汁) ในภาษาญี่ปุ่นนั้นก็แปลว่า น้ำผลไม้ นั่นเอง

ถ้าจะพูดถึงเยลลี่รสผลไม้ที่ขาช้อปชาวไทยนิยมขนกลับเมื่อมาเที่ยว เราอาจจะถึง Kororo ของ UHA แต่ความจริงแล้ว Kororo เพิ่งมาเริ่มผลิตในปี 2014 นี่เอง เพราะฉะนั้นถ้าอยากสัมผัสเยลลี่น้ำผลไม้ผลออริจินอลจริงๆ ก็ต้องลอง “คาจูกูมิ”ค่ะ

คาจูกูมิ ทำจากน้ำองุ่นแท้เข้มข้น 6 เท่า มีส่วนผสมของคอลลาเจน 3,000 มิลลิกรัม และไม่เจือสีสังเคราะห์ อร่อยแบบสุขภาพดี

เยลลี่ 1 ชิ้น มีน้ำหนัก 9.4 กรัม (1 ซอง มี 54 กรัม) ขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่พอดีคำ จะกินเปล่าๆ หรือจะโรยหน้าโยเกิร์ตก็ได้ น้ำแข็งไสก็ดี

ซีรีส์ของคาจูกูมินั้นมีหลากหลายรสชาติ ไม่ว่าจะเป็น องุ่น ส้ม สัปปะรด สตรอเบอร์รี่ องุ่นไชน์มัสกัส พีช แตงโม ฯลฯ แต่ที่เรานำมารีวิวในรูปวันนี้เป็นรสองุ่นค่ะ ถือเป็นเยลลี่มาตรฐานของญี่ปุ่น จึงหาซื้อไม่ยาก มีขายทุกที่ตั้งแต่ร้านสะดวกซื้อ โชว์ห่วยตามต่างจังหวัด ในห้าง ในร้านดองกี้ ในสนามบิน ฯลฯ

2. Meiji Yoguretto


โยเกิร์ตอัดเม็ด รสชาติหวานอมเปรี้ยว 1 กล่องบรรจุ 18 เม็ด มีวางจำหน่ายในญี่ปุ่นตั้งแต่ปี 1979 แหน่ะ ถือเป็นหนึ่งขนมที่อยู่ในความทรงจำของชาวญี่ปุ่นกันเลยทีเดียว

ดีไซน์กล่องที่ได้รับในวันนี้เป็นแบบ 2020 Limited Design ต้อนรับการเป็นเจ้าภาพโตเกียวโอลิมปิคของญี่ปุ่นเค้าหล่ะ แม้ว่าปีนี้จะไม่ได้จัดแล้วก็ตาม

3. Meiji Chocolate Cacao 72%

เป็นซีรีส์ที่เปิดตัวในปี 1988 ถือเป็นไลน์ช็อกโกแลตสำหรับคนรุ่นใหม่สายรักสุขภาพเลยก็ว่าได้ โดยซีรีส์นี้จะมีความเข้มข้นของโกโก้ให้เลือกได้ตามความชอบ ทั้งแบบ 72% 86% และ 95% เป็นช็อกโกแลตที่เป็นที่นิยมในกลุ่มของหนุ่มๆ ที่ชื่นชอบช็อกโกแลตแต่ไม่ชอบรสหวานของนมและน้ำตาลค่ะ

นอกจากข้อดีที่ไม่หวานแล้ว ในแต่ละชิ้นจะประกอบไปด้วยสารโพลีฟีนอล 127 มิลลิกรัม ซึ่งสารโพลีฟีนอลตัวนี้จะพบได้ดาร์กช็อก

โกแลตที่ประกอบไปด้วยโกโก้มากว่า 70% ช่วยลดคลอเรสตอรอลและไขมันในเส้นเลือดอีกด้วย

แพ็กเกจก็มีให้เลือกหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นแบบกล่อง ที่แบ่งเป็นซองเล็กๆ (แบบที่เราได้รับในครั้งนี้) แบบห่อฟอยล์ และแบบถุงซิปล็อค ส่วนเรื่องรสชาติ ผู้เขียนคิดว่าว่ามันเหมาะกับคนที่กำลังควบคุมน้ำหนักมากค่ะ ไม่หวาน มีแต่รสขมอมเปรี้ยวนิดๆ

4. Meiji Rum au Lait

ช็อกโกแลตที่มีส่วนผสมของเหล้ารัม เป็นช็อกโกแลตน้องใหม่ของ Meiji ที่เพิ่งเริ่มวางจำหน่ายเมื่อวันที่ 5 มีนาคมในปี 2019 ที่ผ่านมานี่เอง โดยกลุ่มเป้าหมายคือลูกค้าที่มีอายุระหว่าง 40-60 ปี

ช็อกโกแลตตัวนี้ประกอบไปด้วยเลเยอร์ 3 ชั้น ด้านในสุดเป็นลูกเกดที่แช่ในเหล้ารัมแบบเข้มเข้น ห่อด้วยครีมนมผสมเหล้ารัมในชั้นที่ 2 และปิดท้ายด้วยช็อกโกแลตนมรสกลมกล่อมในเลเยอร์ที่ 3

texture ของช็อกโกแลตตัวนี้รังสรรค์มาอย่างละมุนละไม ตัวช็อกโกแลตนมนั้นค่อนข้างบาง เพื่อที่ว่าเวลาแช่เย็นแล้วจะได้ไม่แข็งจนเกินไป เวลาที่เรากัดช็อกโกแลตแต่ละคำจึงยังมีรสสัมผัสที่นุ่มละมุนลิ้นอยู่

ในความเป็นจริงแล้ว กฎหมายในการบริโภคแอลกอฮอล์ของญี่ปุ่นนั้น ผู้ที่สามารถซื้อแอลกอฮอล์ดื่มได้ต้องมีอายุ 20 ปีขึ้นไป แต่ในกรณีนี้จัดอยู่ในประเภทขนมจึงเป็นข้อยกเว้น เด็กสามารถซื้อได้ค่ะ

อย่างไรก็ดี ปริมาณแอลกอฮอล์ในช็อกโกแลตตัวนี้สูงถึง 3.6% (สูงกว่าชูไฮทั่วไปที่ปกติจะมีแอลกอฮลล์ 3%) เมื่อกัดไปคำแรกจะรู้สึกว่ากลิ่นแอลกอฮอล์ชัดมาก จึงไม่เหมาะกับเด็กเท่าไหร่ค่ะ

5. Galbo Choco


ขนมตัวนี้มีวางจำหน่ายมากว่า 20 ปีแล้วในประเทศญี่ปุ่น โดยได้เริ่มวางจำหน่ายครั้งแรกในปี 1996 สมัยก่อนช็อกโกแลตจะมีแท่งยาวกว่าแบบที่ขายในปัจจุบัน และบรรจุในแพ็กเกจแบบกล่องกระดาษ ส่วนรูปแบบถุงซิปล็อกที่เราได้มาในวันนี้เป็น Galbo รูปแบบใหม่ที่ปรับโฉมในปี 2016 ค่ะ

Galbo แบบใหม่นี้มีอร่อยพอดีคำ หยิบกินง่าย กรอบนอกนุ่มใน เป็นช็อกโกแลตที่เราชอบมากๆ เพราะเก็บไว้กินได้หลายครั้ง แถมชิ้นเล็กๆ แบบนี้ยังสามารถแบ่งให้เพื่อนร่วมงานรอบข้างกินด้วยได้ สร้างมิตรภาพใหม่ๆ ค่ะ

6. Meiji Chocolate Twinkle

เป็นขนมที่เราไม่เคยกินค่ะ เพราะรูปลักษณ์มันดูเด็กมาก เพิ่งได้ลองกินครั้งแรกเนี่ยแหละ ตัวนี้ก็มีประวัติยาวนานเช่นกัน เริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่ปี 1980 มีลักษณะเป็นรูปไข่ 1 แพ็กบรรจุ 5 ชิ้นค่ะ

กิมมิคของขนมตัวนี้ก็คือนอกจากช็อกโกแลตที่เคลือบด้านนอกแล้ว เมื่อกัดเข้าไปก็จะเจอความว้าวชั้นที่ 2 เป็นน้ำตาลอัดเม็ดลามุเนะแบบญี่ปุ่นสีพาสเทลสดใสแบบที่เด็กๆ ชอบ ส่วนเรากินแล้วไม่ค่อยชอบเท่าไหร่เพราะหวานมาก แถมช็อกโกแลตด้านนอกก็รู้สึกไม่ค่อยพรีเมี่ยมเท่ากับ 9 ตัวที่เหลือ

7. Meiji Apollo

ช็อกโกแลตอันดับ 1 ในดวงใจของเราเลย และแน่นอนว่าชื่ออะพอลโลนี้ก็มีความเกี่ยวข้องกับยานอะพอลโล 11 ที่ลงจอดที่ดวงจันทร์เป็นครั้งแรกด้วยค่ะ โดยรูปร่างช็อกโกแลตของอะพอลโล มีลักษณะเป็นสามเหลี่ยม มีขอบหยักรอบด้านนั้น ได้รับแรงบันดาลใจมาจากฐานของยานอะพอลโล 11 นั่นเอง

ทาง Meiji ได้จดทะเบียน アポロ(อะพอลโล) เป็นเครื่องหมายการค้า เมื่อปี 1966 และเพิ่งฉลองครอบรอบ 50 ปี ไปเมื่อปีที่แล้วนี่เอง เดิมทีช็อกโกแลตอะพอลโลนั้นมีน้ำหนัก 48 กรัม แต่ถูกลดเหลือ 46 กรัมในการเปิดตัวครั้งแรกเมื่อวันที่ 21 เมษายน 2015 เนื่องจากโกโก้มีราคาที่สูงขึ้น

ที่ยกให้เป็นอันดับ 1 ในดวงใจ เพราะมันมีรสชาติแบบ 2in1 ทั้งช็อกโกแลตและสตรอเบอร์รี่ ทำไมต้องเลือกเนอะ ในเมื่อเราสามารถทานได้ทั้งสอง อิอิ ตัวสตรอเบอร์รี่ช็อกโกแลตของอะพอลโลไม่ได้มีรสหวานนุ่มเหมือนรสสตรอเบอร์ในซีรีส์อื่นของ Meiji แต่เป็นรสชาติแบบหวานอมเปรี้ยว จึงตัดเลี่ยนได้ดีสำหรับช็อกโกแลตนมหวานๆ ค่ะ ถือเป็นส่วนผสมที่ลงตัวมากๆ

8. Meiji Almond Chocolate Matcha

เริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่เดือนกันยายน 2019 ที่ผ่านมา ตัวนี้เรื่องความเข้มข้นของชาเขียวไว้ใจได้ เพราะใช้อุจิมัทฉะจากเกียวโตเป็นส่วนผสมถึง 50% รสชาติหวานนุ่ม เมล็ดอัลมอนต์ก็ใช้เกรดพรีเมี่ยมที่สูงกว่าระดับมาตรฐานที่กระทรวงเกษตรฯ สหรัฐอเมริกา กำหนดเล็กน้อย ในหนึ่งกล่องนี้มีใยอาหารมากเท่ากับผักกาดหอม 1 ต้นเลยทีเดียว เคี้ยวกรุบกรอบมากค่ะ

9. Meiji Chocolate BOX


ตัวกล่องดีไซน์แบบมีกลิ่นอายญี่ปุ่นอย่างเต็มเปี่ยม ถาดใส่ช็อกโกแลตด้านในพิมพ์ลายเรขาคณิตญี่ปุ่นที่เรียกว่า “อะซะโนะฮะ” หรือใยกัญชา สื่อถึงความเจริญเติบโต ดังนั้นจึงนิยมมอบสิ่งของลายนี้ให้คนที่คนท้องหรือคนที่เพิ่งคลอดลูกใหม่ๆ เพื่ออวยพรให้เด็กเจริญเติบโตค่ะ

ส่วนด้านรสชาตินั้นบอกเลยว่าพรีเมี่ยม ซื้อไปเป็นของฝากได้ไม่น่าอาย ด้านนอกเป็นช็อกโกแลตนม ด้านในสอดไส้ช็อกโกแลตชาเขียวที่เข้ากันอย่างลงตัว 1 กล่องมี 26 ชิ้น ชิ้นละ 4.65 กรัม

10. Kinoko no Yama


ถือเป็นอีกหนึ่งขนมดั้งเดิมที่ Meiji ผลิตมาช้านานเลยก็ว่าได้ เพราะเริ่มวางจำหน่ายมาตั้งแต่ปี 1975 โน่น ตัวก้านทำจากบิสกิตชุบกับช็อกโกแลตในส่วนที่เป็นดอกเห็ดค่ะ ซีรีส์นี้เป็นจริงๆ แล้วเป็นพี่น้องกับ Takenoko no Sato ที่เป็นรูปหน่อไม้ด้วยนะ

ผู้เขียนได้ชิมขนมชนิดนี้ครั้งแรกจากเพื่อนชาวญี่ปุ่นที่มาเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่ไทย และตอนที่ผู้เขียนมาเรียนต่อที่ญี่ปุ่นใหม่ๆ ยังอ่านภาษาญี่ปุ่นไม่ได้ เวลาหิวขนมแล้วไม่รู้จะซื้ออะไร Kinoko no Yama ก็เป็นขนมชิ้นแรกๆ ที่ผู้เขียนจะเลือกหยิบในร้านสะดวกซื้อเลยค่ะ เพราะมั่นใจว่าอร่อยแน่นอน

แม้ว่าจะเริ่มจำหน่ายมาตั้งแต่ปี 1975 แต่ต้นกำเนิดของขนมชนิดนี้สามารถย้อนไปได้ถึงปี 1969 เลยค่ะ โดยก่อนหน้านั้น Meiji ได้เริ่มต้นผลิต “อะพอลโล” แต่ยอดขายยังไม่ดีนัก ผู้รับผิดชอบไลน์การผลิตจึงคิดหาวิธีดัดแปลงรูปแบบขนม โดยใช้รูปแบบช็อกโกแลตรูปกรวยของอะพอลโลที่มีอยู่เป็นต้นแบบ เสียบด้วยบิสกิตแท่ง จนมีรูปทรงเหมือนร่ม และอีก 5 ปีต่อมาก็ได้ฤกษ์เปิดตัวสินค้าใหม่นี้ ในช่วงเวลานั้นแพ็กเกจขนมสไตล์ตะวันตกกำลังเป็นที่นิยม และด้วยความที่ต้องการตั้งชื่อให้เป็นมิตรกับธรรมชาติเพื่อให้เข้ากับเทรนด์รักษ์สิ่งแวดล้อมในตอนนั้น สีเขียว จึงถูกนำมาใช้บนกล่องขนม ซึ่งไม่เคยมีใครทำมาก่อน

Kinoko no Yama กลายเป็นสินค้ายอดนิยมในทันทีที่เริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่บัดนั้น แม้ยอดขายจะลดลงไปบ้างตามความนิยมของยุคสมัย แต่ Kinoko no Yama ก็ยังคงเป็นขนมในความทรงจำวัยเด็กของใครหลายๆ คนอยู่ดี

จบการรีวิวขนมทั้ง 10 ชิ้นค่ะ นอกจากจะอร่อย เคี้ยวเพลินแล้ว ยังมีประวัติศาสต์เล็กๆ ของญี่ปุ่น รวมไปถึงความทรงจำหลากหลายที่ซ่อนอยู่ในขนมเหล่านี้อีกด้วย

ผู้เขียน: A Housewife Wannabe