เบื้องหลังยอดขายถล่มทลายของ “ปิโยะริน” ขนมเค้กลูกเจี๊ยบหน้าตาน่ารักที่ขายดีมานานกว่า 10 ปี

“ปิโยะริน” (ぴよりん) เป็นชื่อของขนมเค้กรูปลูกเจี๊ยบสีเหลือง หน้าตาน่ารักกรุบกริบ มีต้นกำเนิดมาจากเมืองนาโกย่า จังหวัดไอจิ และเพิ่งฉลองครบรอบการขายต่อเนื่องมาตลอด 10 ปี เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2021 ที่ผ่านมา

จากวันแรกที่สินค้าชิ้นนี้เปิดตัว มียอดขายเพียงวันละ 30 ชิ้น มาถึงวันนี้ยอดขายของเจ้าปิโยะรินเพิ่มขึ้นถึงวันละประมาณ 800 ชิ้น หรือเพิ่มขึ้นกว่า 26 เท่าเลยทีเดียว!! ในช่วงที่หลายๆ ธุรกิจได้รับผลกระทบจากวิกฤตโควิด-19 ยอดขายก็ปิโยะรินก็ยังแรงดีไม่มีตก แถมขายได้เพิ่มขึ้นจนตอนนี้กลายเป็นของดังของเมืองนาโกย่าไปแล้ว

อะไรที่ทำให้ปิโยะรินครองใจลูกค้ามาได้ถึง 10 ปี เรามาดูเบื้องหลังของเจ้าลูกเจี๊ยบนี้กันค่ะ

ไม่ใช่แค่น่ารัก แต่อร่อยด้วยนะ

ปฏิเสธไม่ได้ว่าความประทับใจแรกที่ทำให้ผู้คนชื่นชอบปิโยะรินคือรูปร่างหน้าตาที่น่ารักน่าเอ็นดู ด้วยความที่ขนมเค้กนี้ทำด้วยมือทั้งหมด ทำให้หน้าตาของลูกเจี๊ยบแต่ละตัวอาจจะแตกต่างกันเล็กน้อย ซึ่งก็เป็นเสน่ห์อีกอย่างหนึ่งของขนมเค้กนี้

และอีกเหตุผลหนึ่งซึ่งมีส่วนสำคัญในการทำให้ยอดขายดีมาตลอดนั่นคือ “รสชาติ” ขนมเค้กนี้มีการแบ่งชั้นเป็นเลเยอร์ด้านใน ซึ่งประกอบด้วยพุดดิ้งที่ทำจากไข่ไก่พันธุ์ของนาโกย่า หุ้มด้วยบาวาเรียนครีม และปิดท้ายด้วยเค้กสปันจ์ที่มีความนุ่มชุ่มฉ่ำ เข้ากับความหวานละมุนลิ้นที่รู้สึกได้ทันทีเมื่อตักเข้าปาก

ที่มาของปิโยะริน

ปิโยะรินผลิตและจำหน่ายโดยบริษัท JR Tokai Food Service (ジェイアール東海フードサービス) ซึ่งตั้งใจสร้างขนมนี้ให้เป็นของดังของเมืองนาโกย่า แทนที่ขนมที่เลิกผลิตไปอย่าง “ชะจิบง” (シャチボン) ชูครีมรูป “ชะจิ” สัตว์ในตำนานที่มีรูปร่างเหมือนปลาแต่หัวเหมือนสิงโต สัญลักษณ์ของเมืองนาโกย่า

ในช่วงที่พัฒนาสินค้า ทีมพัฒนามีสมาชิกเพียงแค่ 4 คน ซึ่งช่วยกันออกไอเดียว่าอยากสร้างผลงานที่เล็กๆ กลมๆ น่ารักๆ แต่ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะทำออกมาเป็นสัตว์ประเภทไหน มีการลองผิดลองถูกหลายครั้งจนได้ปิโยะรินที่มีรูปร่างเป็นลูกเจี๊ยบสีเหลืองหน้าตาบ้องแบ๊ว แถมทางทีมงานยังบอกอีกว่าปิโยะรินในตอนนี้มีการพัฒนามาจนหน้าตาน่ารักกว่าตอนวางขายครั้งแรกเสียอีก

สินค้าขายดีสุดลิมิเต็ด

ถ้าใครอยากซื้อขนมปิโยะรินก็ใช่ว่าจะหาได้ง่ายๆ ตามร้านทั่วไป เพราะปิโยะรินมีวางขายแค่ 2 ที่ คือที่ Café Gentiane (カフェジャンシアーヌ) และ Piyorin Shop (ぴよりんSHOP) ซึ่งอยู่ในสถานีรถไฟนาโกย่าเท่านั้น

นอกจากนี้ยังมีสินค้าลิมิเต็ดที่วางขายตามฤดูกาลหรือเป็นช่วงสั้นๆ อย่างช่วงเทศกาลคริสต์มาส วาเลนไทน์ หรือฮาโลวีน เป็นต้น เนื่องจากในระยะหลังมานี้ ปิโยะรินกลายเป็นกระแสในโลกโซเชียลและสินค้าก็มีจำนวนจำกัดในแต่ละวัน ทำให้บางทีก็ขายหมดตั้งแต่ช่วงเช้าเลยก็มี

สร้างกระแสในโลกโซเชียล

ตั้งแต่ประมาณปี 2019 มีกระแส “ปิโยะริน ชาเลนจ์” ที่มีแฮชแท็กเป็นของตัวเองและโด่งดังมากในโลกโซเชียล นั่นคือภารกิจที่จะพาเจ้าปิโยะรินกลับบ้านโดยยังอยู่ในสภาพดีที่สุด เนื่องจากเนื้อเค้กมีความอ่อนนุ่มมาก การซื้อปิโยะรินและเดินถืออย่างระมัดระวังจนถึงบ้านโดยสวัสดิภาพจึงเป็นภารกิจที่ท้าทาย บางคนโพสต์รูปเจ้าลูกเจี๊ยบล้มกลิ้งไม่เป็นท่าลงสื่อโซเชียล ยิ่งสร้างรอยยิ้มให้ผู้พบเห็นจนกลายเป็นกระแส ทำให้มีผู้ติดตามใน Twitter และ Instagram ของปิโยะรินเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัวในเวลาเพียงแค่ 1 ปี

ฉลองครบรอบ 10 ปี

ปิโยะรินฉลองครบรอบ 10 ปีในเดือนกรกฎาคม 2021 ทำให้มีแคมเปญโปรโมต และมีการร่วมมือกับแบรนด์ต่างๆ มากมาย อย่างล่าสุดมีแฮชแท็ก #piyorinfirstspoon (#ぴよりんファーストスプーン) ที่ให้ลูกค้าถ่ายรูปหรือวิดีโอขณะกำลังจะตักปิโยะรินคำแรกโพสต์ลงสื่อโซเชียลและมีการสุ่มแจกของรางวัล มีการเปิดให้โหวตปิโยะรินแบบลิมิเต็ดต่างๆ ที่เคยวางขายในอดีต โดยแบบที่ได้รับการโหวตมากที่สุดจะถูกนำมาผลิตและขายอีกครั้งในเดือนสิงหาคมนี้

นอกจากนี้ ยังมีการร่วมมือกับร้านเค้กชื่อดังของโอซาก้าอย่าง Mon Cher (モンシェール) ซึ่งมีสินค้าขายดีอย่างเค้ก “โดจิมะโรล” (堂島ロール) ในการออกสินค้าเค้กสุดลิมิเต็ด Dojima Roll x Piyorin และพุดดิ้งวานิลลาด้วย

มีการร่วมมือกับเชฟขนมหวานของโรงแรม Nagoya Marriott Associa ในการรังสรรค์เมนูของหวานที่เสิร์ฟในโรงแรม ซึ่งล่าสุดเป็นกระแสและข่าวดังเพราะเซียนโชกิ (หมากรุกญี่ปุ่น) อัจฉริยะอย่างคุณฟุจิอิ โซตะ (藤井聡太) สั่งเมนูนี้มารับประทาน ว่ากันว่าในวันนั้นมีคนเข้าไปเสิร์ชหาข้อมูลเจ้าปิโยะรินนี้จนเว็บไซต์ล่มไปชั่วขณะเลยทีเดียว

ด้วยความที่เป็นที่รักของหลายๆ คน ทำให้ปิโนะรินกลายเป็นเหมือนสัญลักษณ์หนึ่งของเมืองนาโกย่าไปแล้ว เรียกได้ว่าใครมาเที่ยวนาโกย่าก็ต้องแวะไปซื้อเจ้าเค้กลูกเจี๊ยบนี้กลับไปเป็นของฝาก

ผู้เขียนเองก็ชักอยากจะลองชิมแล้วสิ ว่าลูกเจี๊ยบปิโยะรินหน้าตากรุบกริบนี้จะอร่อยหวานนุ่มลิ้น สมกับที่มีแฟนคลับจำนวนมากขนาดนี้หรือเปล่านะ

สรุปเนื้อหาจาก: yahoo