ประโยชน์มากมายของถั่ววอลนัทจากมุมมองของคนญี่ปุ่น

ถั่ววอลนัทเป็นถั่วที่คนญี่ปุ่นนิยมนำมารับประทาน เนื่องจากเป็นถั่วที่มีราคาสมเหตุสมผลและมีคุณค่าต่อร่างกายสูง  มาดูประโยชน์ของถั่ววอลนัท การนำมารับประทาน และปริมาณที่ควรรับประทานเพื่อให้มีประโยชน์แก่ร่างกายสูงสุดตามคำแนะนำของคนญี่ปุ่นกันนะคะ

ประโยชน์ของถั่ววอลนัท

ถั่ววอลนัทเป็นถั่วที่อุดมไปด้วยโพลีฟีนอล กรดไขมันโอเมก้า 3 วิตามินอี วิตามินบี 1 วิตามินบี 6 แมกนีเซียม ทองแดงและสังกะสี ซึ่งการรับประทานวอลนัทเป็นประจำจะมีประโยชน์ต่อร่างกายในด้านต่างๆ ดังนี้ คือ

ช่วยให้นอนหลับดีขึ้น

การรับประทานถั่ววอลนัทเป็นประจำจะช่วยเพิ่มการผลิตฮอร์โมนเมลาโทนินในร่างกายถึง 3 เท่า โดยฮอร์โมนเมลาโทนินจะมีผลในการปรับนาฬิกาทางชีววิทยาของร่างกายและช่วยให้การนอนหลับดี อีกทั้งถั่ววอลนัทยังอุดมไปด้วยกรดอะมิโนทริปโตเฟนซึ่งเป็นสารตั้งต้นในการผลิตสารสื่อประสาทเซโรโทนิน ซึ่งช่วยคงความสมดุลของอารมณ์ ทำให้จิตใจผ่อนคลาย และช่วยให้นอนหลับดี

ช่วยในด้านความงามและการลดน้ำหนัก

ถั่ววอลนัทอุดมไปด้วยแร่ธาตุและวิตามิน โดยเฉพาะวิตามินบี ซึ่งนอกจากจะช่วยไม่ให้เหนื่อยล้าง่ายแล้วก็ยังทำให้ผิวพรรณสวยด้วย อีกทั้งยังอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระและสังกะสี ทำให้ผมไม่เสียหรือแตกปลายง่ายและช่วยป้องกันผมร่วงและผมหงอกได้ดี นอกจากนี้ถั่ววอลนัทยังอุดมไปด้วยเส้นใยอาหาร ซึ่งเมื่อรับประทานแล้วจะทำให้อิ่มท้องนานและทำให้ระบบขับถ่ายดีด้วย

ช่วยชะลอความแก่

ถั่ววอลนัทมีปริมาณโพลีฟีนอลมากกว่าไวน์แดง ซึ่งโพลีฟีนอลเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูง ช่วยชะลอความแก่ได้

ป้องกันโรคที่เกิดจากการดำเนินชีวิตประจำวัน

เนื่องจากอุดมไปด้วยกรดไขมันโอเมก้า 3 และวิตามินอี การรับประทานถั่ววอลนัทเป็นประจำจะช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลและไตรกลีเซอร์ไรด์ในเลือดได้ อีกทั้งยังช่วยป้องกันโรคที่เกิดจากการดำเนินชีวิตประจำวัน เช่น โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดสมอง หัวใจ และมะเร็ง เป็นต้น

ปริมาณที่ควรรับประทานเพื่อให้ได้ประโยชน์ต่อสุขภาพสูงสุด

ปริมาณที่ควรรับประทานเพื่อให้ได้ประโยชน์ต่อสุขภาพอย่างแท้จริงคือ ประมาณวันละ 7 เม็ด หรือ 28 กรัม ซึ่งแม้ว่าจะให้ปริมาณพลังงานประมาณ 188  กิโลแคลอรี่ แต่ทำให้ร่างกายได้รับโอเมก้า 3 ในปริมาณที่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย แต่ไม่ควรรับประทานในปริมาณที่มากกว่านี้ เพราะถั่ววอทนัทนั้นมีไขมันสูงซึ่งอาจส่งผลต่อน้ำหนักได้

อย่างไรก็ตามหากต้องการลดน้ำหนัก การรับประทานถั่ววอลนัทจะช่วยได้ดีเนื่องจากมีปริมาณน้ำตาลต่ำ มีไขมัน และเส้นใยอาหารที่สูง ทำให้อิ่มท้องเร็วและรู้สึกพึงใจ โดยมีวิธีการรับประทานเพื่อลดน้ำหนัก คือ

  • รับประทานก่อนมื้ออาหาร ซึ่งสารอาหารในถั่ววอลนัทจะไปกระตุ้นการทำงานของระบบประสาทส่วนกลางทำให้รู้สึกอิ่ม และส่งผลในการลดปริมาณอาหารในมื้ออาหารหลักได้ดี
  • รับประทานภายใน 30 นาทีหลังมื้ออาหาร ซึ่งจะช่วยบรรเทาความรู้สึกอยากกินอะไรอีกแม้ว่าจะรับประทานอาหารมื้อหลักไปแล้ว อีกทั้งถั่ววอลนัทยังอุดมไปด้วยเส้นใยอาหาร จึงช่วยปรับสภาพที่ดีให้แก่ท้องหลังจากการรับประทานอาหารเข้าไป
  • รับประทานเป็นของว่าง สำหรับคนที่ชอบรับประทานของว่าง วอลนัทจัดเป็นของว่างดีที่มีปริมาณน้ำตาลต่ำและช่วยให้อิ่มท้องนาน

วิธีการนำมารับประทาน

คนญี่ปุ่นนำถั่ววอลนัทมารับประทานเป็นของว่าง สลัด เป็นส่วนผสมในขนมปัง ขนมโมจิ และนำมาเป็นส่วนผสมของอาหารถนอมซึคุดานิ เป็นต้น

สลัดผักและถั่ววอลนัท
ขนมโมจิผสมถั่ววอลนัท
โยเกิร์ตกับถั่ววอลนัท
ขนมโมจิชื่อ ยูเบชิ
ขนมปังผสมถั่ววอลนัท

ถั่ววอลนัทจัดเป็นหนึ่งในถั่วที่คนญี่ปุ่นนิยมรับประทานเพื่อสุขภาพที่แข็งแรงและช่วยชะลอวัย ทำให้มีขนมและผลิตภัณฑ์อาหารหลายชนิดในญี่ปุ่นที่ดึงดูดใจลูกค้าเพราะมีส่วนผสมของถั่ววอลนัท บ้านเราก็หาซื้อถั่ววอลนัทได้ง่าย หากสนใจก็ลองหาซื้อมารับประทานดูนะคะ แต่ทั้งนี้ก็ต้องระวังว่าไม่รับประทานในปริมาณที่มากเกินไปค่ะ

สรุปเนื้อหาจาก: arima