12 สถานที่วิวหลักล้านของญี่ปุ่นที่ควรค่ากับการไปเยือนสักครั้ง

หากใครเคยไปญี่ปุ่นก็คงจะทราบกันดีใช่มั้ยคะว่าญี่ปุ่นเป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีสถานที่ท่องเที่ยวสวยงามมากมายตั้งแต่เหนือจรดใต้เกาะญี่ปุ่น ในบทความนี้จะขอนำเสนอ 12 สถานที่วิวงามๆ ที่ควรค่าแก่การไปเยือนให้เห็นกับตาสักครั้ง ใครสายถ่ายรูป สายท่องเที่ยวธรรมชาติไม่ควรพลาด รับรองว่าไปแล้วไม่ผิดหวังแน่นอน

บ่อน้ำสีน้ำเงินชิโรกาเนะ จังหวัดฮอกไกโด

เมืองบิเอเป็นเมืองที่รู้จักกันดีว่าเป็นเมืองที่มีเนินเขาสวยงาม แต่ยังมีอีกหนึ่งสถานที่ที่สวยงามไม่แพ้กันนั่นก็คือบ่อน้ำสีน้ำเงินชิโรกาเนะนั่นเอง สวยงามถึงขนาดถูกใช้เป็นภาพวอลเปเปอร์ในสินค้าของ Apple และเป็นที่พูดถึงกันเลยทีเดียว

ในปี 1988 ตอนที่ภูเขาไฟโทกาชิปะทุ ได้มีการสร้างเขื่อนขึ้นมาเพื่อป้องกันไม่ให้ดินโคลนไหลลงแม่น้ำบิเอ น้ำจากแม่น้ำรวมกันเกิดเป็นบ่อน้ำเหมือนที่เห็นในปัจจุบัน ถึงจะชื่อว่าบ่อน้ำสีน้ำเงินแต่บางครั้งก็จะเปลี่ยนเป็นสีเขียวมรกตขึ้นอยู่กับแสงแดดของวันนั้นด้วย บวกกับสีขาวส่องประกายระยิบระยับจากต้นสนเกิดเป็นทิวทัศน์ที่เหมือนกับโลกแห่งความฝัน

ที่ตั้ง: Shirogane, Biei-chou, Kamikawa-gun, Hokkaido

โจโดกาฮามะ จังหวัดอิวาเตะ

โจโดกาฮามะถือเป็นหาดขึ้นชื่อของชายฝั่งซันริคุ เมืองมิยาโกะ จังหวัดอิวาเตะ มีทัศนียภาพที่งดงามราวกับสรวงสวรรค์ สามารถมองเห็นวิวหินสีขาวที่ตั้งเรียงรายและต้นสนได้จากบนหาด ภาพน้ำทะเลใสสีฟ้าที่รายล้อมถือเป็นทัศนียภาพชั้นดีทำให้เพลินตาเพลินใจได้ไม่รู้เบื่อ และยังสามารถมาเล่นน้ำทะเลได้ในช่วงหน้าร้อนอีกด้วยค่ะ

นอกจากนี้ยังมีอีกหนึ่งสถานที่วิวสวยๆ นั่นก็คือถ้ำสีน้ำเงินที่เดินทางมาได้ด้วยเรือประมงลำเล็กเท่านั้น ถึงสีจะเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและสภาพอากาศก็จริง แต่น้ำทะเลที่เปลี่ยนเป็นสีเขียวมรกตและสีน้ำเงินเข้มผ่านแสงแดดที่ลอดผ่านเข้ามาจากปากถ้ำยิ่งทำให้น้ำดูใสและเปล่งประกายเป็นสีฟ้าทั่วทั้งถ้ำ ขอบอกเลยว่างดงามไม่แพ้ถ้ำลอดสีน้ำเงินของประเทศอิตาลีแน่นอน

ที่ตั้ง: Miyako bay, Hitachihama-chou, Miyako-shi, Iwate-ken

สวนฮิตาจิ ซีไซด์พาร์ค จังหวัดอิบารากิ

ถึงในช่วงเดือนสิงหาคมจะคับคั่งไปด้วยผู้คนที่มาเพราะเทศกาลหน้าร้อน แต่ดอกไม้ที่บานตามฤดูกาลของที่นี่ก็เป็นที่รู้จักดีกันในภาพถ่ายพาโนราม่า โดยเฉพาะดอกเนโมฟีลาสุดโด่งดัง ภาพดอกไม้สีฟ้าน่ารักบานเต็มทุ่งเป็นทิวทัศน์ที่งดงามจนถึงกับลืมหายใจเลยทีเดียว

ในฤดูใบไม้ร่วงก็มีทิวทัศน์ที่สวยงามไม่แพ้กัน หญ้ากอเซียสีแดงเต็มเนินตัดกับท้องฟ้าสีครามและเมฆสีขาวเกิดเป็นภาพสามสีตัดกันราวกับธงชาติฝรั่งเศส ที่อื่นๆ เองก็มีดอกไม้ที่เบ่งบานตามฤดูกาลและสวยงามเช่นกัน เรียกได้ว่าเป็นสถานที่ที่สามารถผ่อนคลายสบายๆ ได้ทั้งร่างกายและจิตใจ

ที่ตั้ง: Mawatari, Hitachinaka-shi, Ibaraki-ken

หุบเขาคุโรเบะ จังหวัดโทยามะ


หากใครมีโอกาสได้ไปเที่ยวจังหวัดโทยามะ ขอแนะนำการชมวิวธรรมชาติบนรถไฟที่แล่นผ่านหุบเขาคุโรเบะ เพื่อนๆ สามารถมองทิวทัศน์ของหุบเขารูปตัววีอันสูงชันซึ่งอยู่บริเวณแม่น้ำคุโรเบะต้นน้ำเขาวาชิบะซึ่งตั้งอยู่กลางเทือกเขาแอลป์เหนือครอบคลุมจังหวัดโทยามะ จังหวัดกิฟุและจังหวัดนากาโนะ ในฤดูใบไม้ร่วงสามารถมองเห็นใบไม้หลากสีได้สุดลูกหูลูกตา ถึงจะต้องเที่ยวแบบนั่งรถไฟแต่การได้มองความงดงามของแม่น้ำที่ไหลผ่านระหว่างหุบเขา สีเขียวเข้มของป่าและสัมผัสกับลมเย็นของธรรมชาติผ่านหน้าต่างก็ถือว่าเพลิดเพลินได้ไม่แพ้กัน

ที่ตั้ง: Kurobe-shi, Toyama-ken

ซากปราสาททาเคดะ จังหวัดเฮียวโกะ

ซากปราสาททาเคดะเป็นสถานที่ที่มีแค่กำแพงหินซึ่งมองเห็นได้โดยรอบจากยอดเขาโคโจที่มีความสูง 353.7 เมตร เห็นเป็นรูปร่างเหมือนเสือที่กำลังหมอบอยู่จึงถูกเรียกว่าปราสาทเสือหมอบ

ปราสาททาเคดะสร้างขึ้นในสมัยมุโรมาจิ แต่รายละเอียดในการสร้างปราสาทไม่ปรากฏแน่ชัด หลังการต่อสู้ในยุคเซนโกคุ อาคามัตซึ ฮิโรฮิเดะซึ่งเป็นเจ้าของปราสาทคนสุดท้ายเปลี่ยนจากกองกำลังตะวันตกไปกองกำลังตะวันออกได้ถูกโทกุกาวะ อิเอยาสุกล่าวหาเรื่องลอบวางเพลิงใส่เมืองนอกปราสาทของฝ่ายตรงข้ามและถูกสั่งให้คว้านท้อง จากนั้นปราสาททาเคดะจึงเหลือเพียงแค่ซากปรักหักพัง

ซากปราสาททาเคดะได้รับการขนานนามว่าเป็นมาชูปิกชูของญี่ปุ่นและถูกเรียกว่าเป็นปราสาทแห่งท้องฟ้า เพราะซากปราสาทดูเหมือนลอยอยู่ท่ามกลางทะเลหมอกในยามเช้าตรู่ช่วงปลายฤดูใบไม้ร่วง เกิดเป็นทิวทัศน์ราวกับภาพฝัน ปราสาทที่เหลือเพียงซากปรักหักพังยิ่งก่อให้เกิดความรู้สึกลึกลับพิศวง เป็นภาพหายากที่เห็นได้แค่ช่วงปลายเดือนกันยายนถึงต้นเดือนธันวาคมในช่วงเช้ามืดเท่านั้น

หากได้อยู่บนเศษเสี้ยวของประวัติศาสตร์ท่ามกลางทะเลหมอกคงฟินไม่น้อย หรือจะชื่นชมไปกับทัศนียภาพที่เหมือนลอยอยู่บนก้อนเมฆก็ถือว่าไม่เลว

ที่ตั้ง: Wadayama-Chou, Asago-shi, Hyougo-ken

สะพานซึโนชิมะ จังหวัดยามากุจิ


สะพานแห่งนี้อยู่ในจังหวัดยามากุจิ ทางตะวันตกของเกาะฮอนชู มีทัศนียภาพอันงดงามถึงขนาดเป็นสถานที่ใช้ถ่ายทำโฆษณารถยนต์และโด่งดังเป็นอย่างมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

สะพานซึโนชิมะเปิดให้ใช้ในปี 2000 เป็นสะพานที่มีความยาว 1780 เมตร ยาวเป็นอันดับสองของประเทศเชื่อมจากฮอนชูไปจนถึงซึโนะชิมะ ความงดงามของสถานที่แห่งนี้ไม่ได้มีแค่สะพานสีขาวที่พาดผ่านทะเลสีน้ำเงินเพียงเท่านั้น ตรงทางเข้าสะพานซึ่งเป็นเหมือนถนนที่ทอดยาวราวกับดิ่งลงทะเลก็ถือว่างดงามไม่แพ้กัน สะพานนี้มีจุดชมวิวเหมาะสำหรับคนที่ชอบถ่ายรูปหรือชมวิว

ที่ตั้ง: Houhoku-chou, Shimonoseki-shi, Yamaguchi-ken

หาดยูริกะ เกาะโยรอน จังหวัดคาโกชิมะ

เกาะโยรอนเป็นเกาะที่อยู่ทางใต้สุดของจังหวัดคาโกชิมะ อยู่ห่างจากทางเหนือสุดของโอกินาวะเพียงเล็กน้อย ทิวทัศน์ของหาดยูริกะนั้นสวยจนเหมือนสวรรค์บนดิน หาดยูริกะที่จริงแล้วเป็นดอนทรายใต้น้ำที่จะโผล่มาแค่ช่วงน้ำขึ้นน้ำลงในช่วงฤดูใบไม้ผลิจนถึงฤดูร้อนเท่านั้น เนื่องจากเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติจึงไม่สามารถบอกช่วงเวลา สถานที่และขนาดของดอนทรายที่ปรากฏแน่นอนได้

หากข้ามไปหาดยูริกะด้วยเรือท้องกระจกก็จะอยู่ใจกลางทิวทัศน์ที่ล้อมรอบไปด้วยทะเลสีเขียวมรกต บางทีก็มองเห็นลวดลายที่เกิดขึ้นจากลมพัดบนหาดทรายสีขาวและคลื่นที่ซัดเข้าฝั่งไล่เฉดสีฟ้างดงาม ถือเป็นสิ่งที่ไม่สามารถเห็นได้จากหาดทรายที่ไหน

อีกทั้งทะเลของที่นี่ยังใสมากจนสามารถมองเห็นปลาที่ว่ายอยู่ในทะเล หรือถ้าดวงดีก็จะสามารถเห็นเต่าทะเลได้ด้วย แถมที่นี่ยังมีทรายรูปดาวปะปนอยู่ เขาว่ากันว่าหากเก็บเม็ดทรายตามอายุของตัวเองก็จะได้พบกับความสุข

ที่ตั้ง: Yoron-chou, Oshima-gun, Kakoshima-ken

ปีศาจหิมะในภูเขาซาโอะ จังหวัดยามากาตะ

ในซาโอะซึ่งเป็นสถานที่สำหรับเล่นสกีสุดโด่งดังมีปรากฎการณ์หิมะที่เรียกกันในภาษาอังกฤษว่า “snow monster” เกิดจากหิมะกับน้ำแข็งเกาะตัวหนาอยู่ตามต้นสนจนเกิดเป็นรูปร่างขนาดใหญ่ เป็นภาพที่หาดูได้ยากเพราะต้องอาศัยองค์ประกอบทางธรรมชาติหลายอย่าง ภาพปีศาจหิมะสีขาวโพลนขนาดมหึมายืนเรียงรายใต้ท้องฟ้าสีครามดูน่ากลัวและงดงามในเวลาเดียวกัน

ที่ตั้ง: Zao, Yamagata-shi, Yamagata-ken

พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์โอยะ จังหวัดโทชิงิ

เปลี่ยนบรรยากาศจากธรรมชาติลองไปดูสถานที่ที่มีบรรยากาศลึกลับดูบ้างค่ะ ลึกลงไป 30 เมตรยังมีพิพิธภัณฑ์หินแห่งหนึ่งที่สวยงามราวกับวิหารใต้ดินของเทพเจ้า แค่เดินเข้าไปก็เหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในหนังอินเดียน่า โจนส์หรือซากปรักหักพังในกรุงโรมโบราณ ผนังของพิพิธภัณฑ์ที่กระทบกับแสงไฟสลัวๆ ยิ่งทำให้บรรยากาศดูลึกลับและเงียบสงบเข้าไปอีก แต่ที่นี่หนาวตลอดทั้งปี หากใครไปก็อย่าลืมพกเสื้อกันหนาวไปด้วยนะ

ที่ตั้ง: Oyamachi, Utsunomiya-shi, Tochigi-ken

น้ำตกฟุคิวาเระ จังหวัดกุนมะ

น้ำตกฟุคิวาระสูง 7 เมตร กว้าง 30 เมตร อยู่มานานกว่า 1 หมื่นปี เป็นน้ำตกที่มีเสียงดังกึกก้องจึงถูกเรียกว่าไนแองการ่าตะวันออก หากใครจะมาชมวิวที่นี่ขอแนะนำช่วงที่ใบไม้เปลี่ยนสีหรือช่วงที่ใบไม้เขียวชอุ่มและน้ำในน้ำตกเพิ่มขึ้นจากการที่หิมะละลายค่ะ หากใช้เส้นทางสำหรับเดินชมวิวไปบนต้นน้ำตกก็จะสามารถมองภาพน้ำไหลลงไปในแอ่งได้ ถือเป็นวิวที่น่าตื่นตาตื่นใจไม่น้อยเลยค่ะ

ที่ตั้ง: Numata-shi, Gunma-ken

อาโอกาชิมะ จังหวัดโตเกียว

อาโอกาชิมะเป็นเกาะที่มีประชากรญี่ปุ่นน้อยแสนน้อย ตั้งอยู่ทางใต้ของจังหวัดโตเกียว เป็นเกาะที่เต็มไปด้วยปริศนาว่ามีคนมาอาศัยอยู่ตั้งแต่เมื่อไหร่ เกาะแห่งนี้ที่ล้อมรอบด้วยภูเขาและมีรูปร่างสุดแปลกประหลาดเป็นแอ่งยุบปากปล่องสองชั้น ถ้ามองจากด้านบนก็จะเห็นเป็นรูปโดนัท

ถ้าพูดถึงเกาะอาโอกาชิมะ ก็จะต้องนึกถึงภาพดวงดาวเต็มท้องฟ้าสุดงดงามในพื้นที่เงียบสงบ มีเพียงแสงไฟและบ้านคนอันน้อยนิดจนดูเหมือนได้ครอบครองท้องฟ้าจำลองส่วนตัว

ที่ตั้ง: Hachijo-shicho, Tokyo

ทาคาโบจจิโคเกน จังหวัดนากาโนะ

ที่ราบสูงแผ่กว้างทั่วเขามีความสูงจากระดับน้ำทะเล 1,665 เมตร สามารถมองเห็นภูเขาไฟฟูจิ กลุ่มภูเขาไฟทางใต้ยาซึกะทาเคะและเทือกเขาแอลป์ทางตอนเหนือและใต้ได้ในคราวเดียวกัน ภาพเมืองล้อมรอบทะเลสาบซูวะและภูเขาไฟฟูจิที่โผล่พ้นแสงไฟถือเป็นทัศนียภาพอันงดงามเหมาะกับคนชอบภูเขามากๆ ถ้ามีทะเลหมอกจะก็สามารถมองเห็นเทือกเขาแอลป์ญี่ปุ่นหรือภูเขาไฟฟูจิที่ลอยอยู่บนทะเลหมอกด้านหนึ่งได้อีกด้วย

หรือจะเพลิดเพลินไปกับความงดงามของท้องฟ้ายามเย็นจนถึงช่วงพลบค่ำก็ได้เช่นกัน ดวงดาวมากมายหลังตะวันลับฟ้าสวยงามจนทำให้อดใจไม่ไหวต้องเผลอยื่นมือไปสัมผัสแน่นอน

ที่ตั้ง: Shiojiri-shi, Nagano-ken

เป็นยังไงบ้างคะสำหรับสถานที่ที่ยกมาในบทความนี้ แต่ละที่สวยงามจนอยากไปเห็นกับตาให้ได้สักครั้งเลยใช่ไหมคะ หากใครมีโอกาสได้ไปญี่ปุ่นและอยากผ่อนคลายจิตใจไปกับธรรมชาติสุดอลังการก็อย่าลืมแวะไปเยี่ยมชมกันนะ

สรุปเนื้อหาจาก: Tripa
ผู้เขียน: Ben