10 สุดยอดสถานที่ท่องเที่ยวใน “ไอจิ” ที่ไม่ไปไม่ได้!!!

เมื่อพูดถึงประเทศญี่ปุ่น เพื่อน ๆ นึกถึงอะไรกันบ้างเอ่ย ?? หนึ่งในนั้นต้องมีเรื่องราวของซามูไรแน่ ๆ เพราะฉะนั้นวันนี้ ANNGLE เลยพาเพื่อน ๆ มาเที่ยวจังหวัดไอจิ ที่ตั้งอยู่ในภูมิภาคจูบุ เรียกได้ว่าเป็นดินแดนแห่งซามูไร หรือสถานที่ถือกำเนิดของเหล่าวีรบุรุษ ผู้รวบรวมแผ่นดินทั้งสามอย่าง โอดะ โนบุนากะ,โทโยโทมิ ฮิเดโยชิ  และ โชกุน โทคุกาวะ อิเอยาสึ ที่นี่จึงเปรียบเสมือนจุดเริ่มต้นเรื่องราวของนักรบแดนอาทิตย์อุทัยนั่นเอง!

1. ปราสาทโอคาซากิ (岡崎城)

ปราสาทโอคาซากิ เป็นหนึ่งในปราสาทที่ถูกจารึกอยู่ในประวัติศาสตร์ของประเทศญี่ปุ่น และเกี่ยวข้องกับตระกูลโทคุกาวะ โดยภายในปราสาทจะมีอนุเสาวรีย์ของท่านอิเอยาสึ และท่านฮอนดะ ทาดาคัตสึ รวมถึงพิพิธภัณฑ์ชุดเกราะ อาวุธ และเครื่องใช้ประจำวันของซามูไร และยังมีโรงละครโนที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศญี่ปุ่นด้วย ยิ่งช่วงฤดูใบไม้ผลิที่นี่จะเป็นที่นิยมมาก เพราะเป็นหนึ่งในร้อยสถานที่ชมดอกซากุระและดอกวิสทีเรียนั่นเอง นอกจากนี้เพื่อน ๆ ยังสามารถชมดอกไม้ไฟ 30,000 นัด ได้จากงานเทศกาลดอกไม้ไฟประจำปีอีกด้วย ใครชื่นชอบประวัติศาสตร์สมัยเอโดะละก็ ต้องมาเยือนที่นี่ให้ได้เลยนะ !

สำหรับที่นี่ผู้ใหญ่เสียค่าเข้าชม 200 เยน ส่วนเด็ก 100 เยน เปิดทำการตั้งแต่เวลา 9.00-17.00 น. และปิดทำการช่วงสิ้นปี โดยสามารถขึ้นรถไฟสายหลัก Meitetsu Nagoya ที่สถานี Nagoya และลงที่สถานี Okazakien-mae แล้วเดินต่ออีกประมาณอีก 10 นาทีค่ะ

ข้อมูลเพิ่มเติม okazaki-kanko

2. ปราสาทอินุยามะ (犬山城)

หนึ่งในห้าปราสาทที่ได้รับเลือกเป็นสมบัติแห่งชาติ เนื่องจากความสวยงามของสถาปัตยกรรม ซึ่งที่นี่เป็นปราสาทไม้ที่เก่าแก่ที่สุดและเล็กที่สุด!!  ถือเป็นปราสาทแรกที่ท่านโอดะ โนบุนากะเข้ามายึดครองด้วยนะ โดยตัวปราสาทของที่นี่จะตั้งอยู่บนเนินเขา เพื่อน ๆ สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ที่สวยงามได้บริเวณบันไดสูง 4 ชั้น หรือจะเดินชมหออาวุธและชุดเกราะที่ใช้ในสมัยสงครามก็ได้ค่ะ นอกจากนี้บริเวณแม่น้ำคิโซยังมีการตกปลาแบบยูไค ซึ่งเป็นวิธีตกปลาแบบดั้งเดิมของชาวญี่ปุ่น โดยจะตกกันช่วงเดือนมิถุนายน-กลางตุลาคมของทุกปี และบริเวณใจกลางเมืองยังมีพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์เมจิมุระ ซึ่งที่นั่นอาคารบ้านเรือนจะเป็นสถาปัตยกรรมในสมัยเมจิทั้งหมด ยิ่งถ้าเพื่อน ๆ ได้มีโอกาสไปเดินเล่นในเมืองละก็จะต้องเห็นสัญลักษณ์รูปสุนัขประดับอยู่ทั่วเมืองแน่นอน ! เพราะคำว่า อินุยามะ ในภาษาญี่ปุ่นแปลว่า ภูเขาสุนัขนั่นเอง แม้ที่นี่จะมีสิ่งอำนวยความสะดวกอื่น ๆ เข้ามา แต่ก็ไม่ได้ลดคุณค่าความโบราณลงไปเลยแม้แต่นิดเดียว

สำหรับที่นี่เปิดทำการตั้งแต่ 9:00-17:00 น. และปิดทำการช่วงวันสิ้นปี ซึ่งเพื่อน ๆ สามารถนั่งรถไฟสายหลัก Meitetsu Nagoya ไปลงที่สถานี Inuyama หรือสถานี Inuyama-Yuen แล้วเดินต่อไปอีก 15-20 นาทีค่ะ

ข้อมูลเพิ่มเติม inuyama

3. ปราสาทนาโกย่า (名古屋城)

ที่นี่คือสัญลักษณ์แห่งเมืองซามูไรนั่นเอง เพราะในสมัยเอโดะ นาโกย่าเป็นเมืองแห่งปราสาทที่สำคัญที่สุดเมืองหนึ่ง ปราสาทนาโกย่า คือตำหนักของตระกูลโอวาริโทคุกาวะ และยังเป็นแนวหน้าในการป้องกันเมืองสมัยทำสงครามกับโอซาก้าด้วย  หากลองแหงนหน้าไปมองบนหลังคาเพื่อนๆจะเห็นรูปหล่อปลาโลมาทองคำ และยังมีหอกลางที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ ซึ่งที่นี่ถูกสร้างโดยศัตรูที่พ่ายแพ้ให้กับสงคราม และเพื่อแสดงความภักดี หลายๆคนจึงได้แกะสลักตราสัญลักษณ์ประจำตระกูลลงบนก้อนหินที่พวกเขาหามา เพื่อพิสูจน์ความจงรักภักดี หากเพื่อนๆได้ไปเยือนที่ปราสาทแห่งนี้ละก็ ลองสังเกตบริเวณกำแพงดูสิ จะเห็นถึงสัญลักษณ์ต่างๆบนกำแพงหินมากมาย ทำให้เกิดกิจกรรมใหม่ๆขึ้นมา อย่างเช่นการล่าสัญลักษณ์แปลกๆนั่นเองค่ะ และปัจจุบันตราสัญลักษณ์เหล่านี้ก็ได้กลายเป็นตัวเชื่อมโยงผู้คนที่มีต้นตระกูลเดียวกันมาพบกันอีกด้วย !!

สำหรับที่นี่เสียค่าเข้าชมคนละ 500 เยน เปิดทำการตั้งแต่ 9.00-16.30 น.และปิดทำการช่วงวันปีใหม่ วิธีการเดินทาง เพื่อน ๆ สามารถขึ้นรถไฟสาย Higashiyama ที่สถานี Nagoya และลงที่สถานี Sakae แล้วขึ้นรถไฟใต้ดินสาย Meijo และลงที่สถานี Shiyakusho แล้วเดินจากทางออก 7 ใช้เวลาประมาณ 5 นาทีค่ะ

ข้อมูลเพิ่มเติม nagoyajo.city

4. ปราสาทคิโยสึ (清洲城)

ปราสาทคิโยสึเป็นปราสาทแห่งหนึ่งที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ในยุคสงครามญี่ปุ่น โดยอยู่ภายใต้อำนาจของโอดะ โนบุนากะ ใครชอบประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นไม่มีทางไม่รู้จักเขาคนนี้แน่นอน แต่ทว่าปราสาทที่เพื่อน ๆ เห็นอยู่นี้ถูกสร้างขึ้นมาใหม่ ส่วนปราสาทจริงตั้งอยู่ตรงข้ามฝั่งแม่น้ำ เพื่อน ๆ สามารถข้ามสะพานแดงด้านหน้าเพื่อชมพื้นที่ปราสาทจริงได้ นอกจากนี้ยังลองใส่ชุดเกราะซามูไรได้ด้วย หรือจะเดินชมวัตถุโบราณที่เกี่ยวข้องกับประวัติของปราสาทและบทบาทสำคัญของแต่ละอันในประวัติศาสตร์ก็ได้

สำหรับที่นี่เปิดให้บริการตั้งแต่ 9.00-16.30 น. ปิดบริการทุกวันจันทร์และช่วงวันปีใหม่ การเดินทางเพื่อน ๆ สามารถขึ้นรถไฟสายหลัก Meitetsu Nagoya ที่สถานี Nagoya และลงที่สถานี Shin-kiyosu แล้วเดินต่ออีกประมาณ 15 นาทีค่ะ

ข้อมูลเพิ่มเติม kiyosujyo

5. ศาลเจ้าโมโมทาโร่ (桃太郎神社)

มีใครเคยได้ยินตำนานโมโมทาโร่บ้างมั้ยเอ่ย ? โมโมทาโร่เป็นนิทานพื้นบ้านของเด็กชายที่เกิดจากลูกท้อ มีบริวารเป็นหมา ลิง และไก่ฟ้า ซึ่งพวกเขาเดินทางไปปราบยักษ์ที่เมืองโอคายามะนั่นเอง นิทานเรื่องนี้เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายในญี่ปุ่น ยิ่งเพื่อน ๆ ที่ชื่นชอบประเทศญี่ปุ่นแล้วก็คงจะยิ่งคุ้นหูเลยใช่ไหมละ เพราะที่ศาลเจ้าโมโมทาโร่แห่งนี้มีความเกี่ยวข้องกับตำนานโมโมทาโร่ของเมืองอินุยามะด้วย ถ้าเข้ามาภายในศาลเจ้าจะสังเกตเห็นเสาโทริอิที่มีรูปทรงเหมือนลูกพีชหรือลูกท้อ ซึ่งคำว่าคำว่า โมโมะ ภาษาญี่ปุ่นก็คือ ลูกพีช นั่นเอง แถมยังมีหินที่ใช้ซักผ้าซึ่งถูกใช้โดยหญิงชราตามที่ตำนานว่าไว้ รวมทั้งมีรูปปั้นคอนกรีตของตัวละครที่จำลองมาจากตำนานด้วย

สำหรับที่นี่เพื่อน ๆ สามารถขึ้นรถไฟได้ที่สถานี Nagoya โดยขึ้นสาย Meitetsu Inuyama แล้วลงที่ สถานี Inuyama-yuen หรือจะขึ้นแท็กซี่ก็ได้ค่ะ ใช้เวลาประมาณ 15 นาที

ข้อมูลเพิ่มเติม momotaro

6. พิพิธภัณฑ์ศิลปะโทคุกาวะ (徳川美術館)

 

View this post on Instagram

 

A post shared by Yumi Aoki (@mykoa526) on

ต่อให้เป็นคนไม่สนใจเรื่องประวัติศาสตร์ แต่ที่นี่ก็เป็นอีกที่หนึ่งเลยละค่ะ ที่นักท่องเที่ยวอยากเข้ามาเยี่ยมชม เนื่องจากเป็นที่เก็บรวบรวมผลงานศิลปะมากกว่า 12,000 ชิ้น ซึ่งทั้งหมดเป็นมรดกสืบทอดของตระกูลโทคุกาวะ ไม่ว่าจะผ่านมากี่ร้อยปีก็ยังอยู่ในสภาพเดิม รวมถึงของสะสมอย่างดาบและอาวุธต่าง ๆ ชุดเกราะซามูไร เครื่องปั้นดินเผาในพิธีชงชา หน้ากากละครโน และอีกมากมาย รวมถึง เก็นจิ โมโนกาตาริ ที่ปัจจุบันกลายเป็นสมบัติชาติญี่ปุ่นไปแล้ว ถัดไปข้าง ๆ เป็นสวนโทคุกาวะ เพื่อน ๆ สามารถนั่งเล่น รับประทานอาหาร พร้อมกับชมน้ำตกริวมงโนะทาคิ และโอโซเนะโนะทาคิได้ หรือถ้าใครอยากลองชงชา ที่นี่ก็มีให้บริการสอนพิธีชงชาด้วยนะคะ

 

View this post on Instagram

 

A post shared by Akiko Iijima (@akikov75) on

สำหรับที่นี่จะเปิดให้บริการตั้งแต่ 10.00-17.00 น. และปิดให้บริการทุกวันจันทร์และช่วงวันวันหยุดปีใหม่ เพื่อน ๆสามารถเดินทางมาที่นี่ได้ด้วยรถไฟ JR สาย Chuo ที่สถานี Nagoya และลงที่สถานี Ozone แล้วเดินต่ออีกประมาณ 10 นาที

ข้อมูลเพิ่มเติม tokugawa-art-museum

7. พิพิธภัณฑ์ผ้ามัดย้อมอะริมัตสึ นารุมิ (有松・鳴海絞会館)

 

View this post on Instagram

 

A post shared by ちなつ (@chinacchi9) on

มาย้อนเวลาเดินชม อะริมัตสึ นารุมิ เมืองแห่งผ้ามัดย้อมโบราณ อะริมัตสึ นารุมิ ชิโบริ เป็นเทคนิคการมัดย้อมโบราณของญี่ปุ่น ซึ่งนิยมมากในกลุ่มซามูไร นักเดินทาง และชาวเมือง ปัจจุบันที่นี่ก็ยังคงสภาพแวดล้อมเหมือนสมัยยุคซามูไรจริง ๆ ไม่ว่าจะเป็นบ้านเรือนหรือร้านค้าต่าง ๆ เพื่อน ๆ สามารถเดินเล่นถ่ายรูปชมร้านค้าเก่าแก่ที่ถนนแห่งนี้ได้ ยิ่งถ้าใครมาช่วงเดือนมิถุนายนจะตรงกับช่วงเทศกาลอะริมัตสึ ชิโบริ ที่นี่จะมีการออกร้าน มีคอร์สฝึกสอนการทำผ้ามัดย้อม และเปิดแผงร้านค้าทั่วไป รวมถึงการจำหน่ายผ้ามัดย้อมอะริมัตสึ นารุมิที่ทำด้วยมืออีกด้วย บอกเลยว่าผ้ามัดย้อมที่เราเห็นทั่วไปหนะของเลียนแบบนะ ของแท้ต้องที่นี่เท่านั้นค่ะ !

สำหรับค่าเข้าชมคนละ 300 เยน เปิดบริการตั้งแต่  9.30-17.00 น. ปิดทำการช่วงเทศกาลชิโบริ และตั้งแต่เดือนธันวาคมถึงสิ้นเดือนมีนาคม ปิดทุกวันพุธ เพื่อน ๆ สามารถขึ้นรถไฟสายหลัก Meitetsu Nagoya ที่สถานี Nagoya แล้วลงที่สถานี Arimatsu เดินต่ออีกประมาณ 5 นาทีค่ะ

ข้อมูลเพิ่มเติม shibori-kaikan

8. พิพิธภัณฑ์ยานยนต์โตโยต้า (トヨタ博物館)

 

View this post on Instagram

 

A post shared by ραιиα_мαттια (@mattia_paina) on

และนี่เป็นอีกหนึ่งพิพิธภัณฑ์ของโตโยต้าที่ตั้งอยู่ในนากาคุเท เมืองนาโกย่า สำหรับที่นี่เพื่อน ๆ สามารถเรียนรู้เกี่ยวกับประวัติยานยนต์และสามารถเดินชมรถยนต์กว่า 120 คันจากทุกยุคของประวัติศาสตร์ได้ และไม่ใช่แค่รถของโตโยต้าเท่านั้นนะคะที่นำมาจัดแสดง ยังมีแบรนด์ดัง ๆ จากยุโรปและอเมริการวบรวมมาจัดแสดงไว้ที่นี่ด้วย และที่พลาดไม่ได้เลยก็คือไฮไลต์อย่างรถฟอร์ด ธันเดอร์เบิร์ด รถสีแดงคล้ายรถดับเพลิง ปี 1955 พร้อมแพคการ์ดทเวลฟ์ ล้อรถยนต์สิบสองกระบอกสูบ ขอบอกเลยว่ารถทุกคันของที่นี่ยังอยู่ในสภาพไร้ที่ติ เหมือนใหม่เลยละค่ะ หรือถ้าใครเดินเล่นจนเหนื่อยก็มาพักทานอาหาร ที่สามารถมองเห็นสมรภูมิโบราณนากาคุเท หรือซื้อของฝากเป็นรถยนต์ย่อส่วนกว่า 500 รุ่นก็ยังได้ !

ที่นี่เปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 9.30 – 17.00 น. ปิดให้บริการทุกวันจันทร์และช่วงวันปีใหม่ เสียค่าเข้าชมคนละ 1,000 เยนค่ะ ซึ่งเพื่อน ๆ สามารถขึ้นรถไฟใต้ดินสาย Higashiyama ที่สถานี Nagoya และลงที่สถานี Fujigaoka แล้วขึ้นรถลินิโม ลงที่สถานี Geidaidori แล้วเดินต่ออีก 10 นาทีค่ะ

ข้อมูลเพิ่มเติม toyota

9. พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์นาโงย่า (名古屋市科学館)

หนึ่งในท้องฟ้าจำลองขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ! โดดเด่นด้วยตัวอาคารที่เป็นรูปโลกยักษ์สีเงิน เพื่อน ๆ สามารถเข้าชมปรากฏการณ์ด้านดาราศาสตร์ที่เปลี่ยนแปลงไปตามวงโคจรได้ โดยภายในพิพิธภัณฑ์มีทั้งหมด 7 ชั้นด้วยกัน ซึ่ง 5 ชั้นแรกจะเกี่ยวกับนิทรรศการการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ เช่น การทดลอง การโต้ตอบกับหุ่นยนต์ ห้องแล็บไฟฟ้า และห้องแล็บแช่แข็ง ถึงแม้ที่นี่จะมีการใช้เสียงบรรยายเป็นภาษาญี่ปุ่น แต่ไม่ต้องกังวลไปนะคะ ถ้าคิดว่าเข้าไปแล้วจะฟังไม่รู้เรื่อง แล้วจะหมดสนุก เพราะถ้าหากลองแหงนหน้ามองดวงดาวที่ฉายบนจอภาพขนาดใหญ่แล้ว มันสวยจนเกินคุ้มค่าเลยละค่ะ

สำหรับที่นี่เสียค่าเข้าชมคนละ 400 เยน ถ้ารวมตั๋วการเข้าชมท้องฟ้าจำลอง 800 เยนค่ะ ซึ่งเปิดให้บริการตั้งแต่ 9.30-17.00 น. ปิดทำการทุกวันจันทร์ และวันศุกร์สัปดาห์ที่ 3 ของทุกเดือน รวมถึงช่วงวันสิ้นปีด้วย โดยสามารถเดินทางมาที่นี่ได้ด้วยรถไฟฟ้าใต้ดินสาย Higashiyama แล้วลงที่สถานี Fushimi แล้วเดินต่ออีกประมาณ  5-10 นาทีค่ะ

ข้อมูลเพิ่มเติม ncsm.city

10. ย่านช้อปปิ้งโอสุ (大須商店街)

ก่อนกลับแวะมาเดินเล่นซื้อของฝากที่ย่านช้อปปิ้งโอสุ เมืองนาโงย่ากันเถอะ!! ที่นี่เป็นถนนการค้าที่มีชื่อเสียงและได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นที่ตั้งของวัดโอสุคันนอน สถานที่สักการะเจ้าแม่กวนอิมชื่อดัง ผนวกกับบรรยากาศแบบดั้งเดิม ที่มีร้านค้าเรียงรายตลอดสองข้างทาง ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า อาหาร รองเท้า เครื่องสำอาง อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ สินค้าอนิเมะก็มีขายด้วยนะ เพราะที่นี่ให้ความสำคัญกับวัฒนธรรมโอตาคุเป็นอย่างมาก จึงถือได้ว่าเป็นแหล่งรวมสินค้าคอสเพลย์และการ์ตูนอนิเมะ แถมที่นี่ยังมีการประชุมสุดยอดคอสเพลย์โลกด้วย! ถ้าเดินเล่นอยู่แล้วบังเอิญไปชนกับตัวการ์ตูนละก็ไม่ต้องแปลกใจเลยละค่ะ

 

View this post on Instagram

 

A post shared by ウィソニ Win Nie ♡ (@win_ni3) on


สำหรับที่นี่เปิดทำการทุกวันตั้งแต่เวลา 11.00-20.00  น. สามารถเดินทางโดยรถไฟใต้ดินสาย Tsurumai สถานี Osu Kannon ทางออก 2

ข้อมูลเพิ่มเติม inbound.nagoya-osu

นอกจากนี้ที่จังหวัดไอจิยังมีกลุ่มขุนพลแห่งนาโกย่า ที่คอยทำหน้าที่ต้อนรับนักท่องเที่ยว เป็นเหมือนการส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดไอจินั่นเองค่ะ ถ้าเพื่อน ๆ คนไหนบังเอิญเจอละก็ ถ่ายรูปกับพวกเขามาอวดด้วยนะ เพราะตอนนี้กำลังได้รับความนิยมมากจนมีกลุ่มแฟนคลับติดตามเลยละค่ะ นอกจากนี้ถ้าใครมาช่วงฤดูใบไม้ร่วงละก็ ห้ามพลาดเทศกาลนาโกย่าที่มีขบวนพาเหรดอลังการเป็นไฮไลท์ของที่นี่เลยก็ว่าได้นะคะ !!