ใครๆ ก็เป็น “นามะฮาเกะ” ได้ ! ด้วยเทคโนโลยี AR จาก เมืองโอกะ จังหวัดอาคิตะ

Last updated:

ด้วยความร่วมมือของเมืองโอกะ จังหวัดอาคิตะ และสมาคมการท่องเที่ยวเมืองโอกะทำให้เกิดแอพพลิเคชั่นที่ไม่ว่าใครก็สามารถเป็น “นามะฮาเกะแห่งโอกะ” ได้ โดยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีโลกเสมือนผสานโลกแห่งความจริง หรือที่เรียกสั้น ๆ ว่า เทคโนโลยี AR (Augmented Reality) ซึ่งแอพพลิเคชั่นนี้สามารถดาวน์โหลดได้ฟรีภายในพิพิธภัณฑ์นามะฮาเกะ

นามะฮาเกะ คืออะไร

นามะฮาเกะ
นามะฮาเกะเข้าเยี่ยมบ้านหลังหนึ่ง

นามะฮาเกะ คือ ประเพณีท้องถิ่นของชาวเมืองโอกะ จังหวัดอาคิตะ ที่มีชื่อเสียงเป็นอันดับต้น ๆ ของญี่ปุ่น เพราะเป็นประเพณีที่มีความเป็นเอกลักษณ์และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมจากยูเนสโกเมื่อปี 2018 เมื่อถึงคืนวันสิ้นปี นักแสดงในหมู่บ้านจะแต่งตัวด้วยชุดฟางและสวมหน้ากากยักษ์หน้าตาดุร้ายที่ชื่อว่า นามะฮาเกะ พร้อมทั้งถือมีดปังตอไปเยี่ยมเยียนบ้านแต่ละหลัง ทำการแสดงตามบทบาทและอวยพรเจ้าบ้านในเรื่องต่าง ๆ

พิพิธภัณฑ์นามะฮาเกะ

พิพิธภัณฑ์นามะฮาเกะ
ภายในพิพิธภัณฑ์นามะฮาเกะ

พิพิธภัณฑ์นามะฮาเกะ ตั้งอยู่ที่ มิสึคุอิซาวะ คิตะอุระชินซัน เมืองโอกะ จังหวัดอาคิตะ สามารถเดินทางด้วยการนั่งรถไฟ JR สายโองะมาลงที่สถานีฮะดะจิ และนั่งแท็กซี่ต่ออีกประมาณ 15-20 นาทีก็จะถึงพิพิธภัณฑ์ ภายในพิพิธภัณฑ์จัดแสดงเครื่องแต่งกายและหน้ากากของนามะฮาเกะที่หลากหลาย อีกทั้งในบางโอกาส ทางพิพิธภัณฑ์จะจัดกิจกรรมต่าง ๆ ให้ได้ร่วมสนุก ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมถักฟาง หรือการ Cut Out รูปนามะฮาเกะ

ที่มาของแอพ AR นามะฮาเกะ

แอพ นามะฮาเกะ
สวมชุดและหน้ากากนามะฮาเกะ

ก่อนหน้านี้ภายในพิพิธภัณฑ์นามะฮาเกะเคยมีโซนที่ผู้เข้าชมสามารถสวมเครื่องแต่งกายและหน้ากากของนามะฮาเกะแล้วถ่ายรูปเป็นที่ระลึกได้ ซึ่งได้รับความนิยมจากผู้เข้าชมเป็นจำนวนมาก แต่เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา ทำให้โซนนี้ต้องถูกปิดไปเป็นเวลา 2 ปีกว่า ด้วยเหตุนั้นเอง เพื่อลดการสัมผัสและการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา ทำให้เกิดเป็นที่มาของแอพพลิเคชั่นนี้

วิธีการใช้แอพ AR นามะฮาเกะ

เพียงแค่ถือสมาร์ทโฟนค้างไว้ตรงบุคคลที่ต้องการให้เป็นนามะฮาเกะ (สูงสุด 4 คน) จากนั้นก็เลือกชุดแต่งกายและหน้ากากที่ชื่นชอบ โพสต์ท่าตามที่ต้องการ เมื่อได้ภาพหรือวีดีโอสวย ๆ แล้วก็สามารถอัพโหลดผ่านสื่อโซเชียลมีเดียต่าง ๆ ได้

แอพพลิเคชั่นดังกล่าวที่เกิดขึ้นนั้น ถือได้ว่าเป็นการปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ได้อย่างดีเยี่ยม เพราะนอกจากจะเป็นการดึงดูดนักท่องเที่ยวด้วยการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อโซเชียลต่าง ๆ ให้เข้ามาเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์กันมากขึ้นแล้ว ยังถือเป็นการเผยแพร่ประเพณีที่สืบทอดกันมายาวนานของชาวเมืองโอกะแห่งจังหวัดอาคิตะได้อย่างลงตัวอีกด้วย

สรุปเนื้อหาจาก sankeinavitabinamahage

ผู้เขียน Yurina