10 สุดยอดสถานที่ท่องเที่ยวใน “อาคิตะ” ที่ไม่ไปไม่ได้!!!

ได้ยินชื่อปุ๊บนึกถึงนึกถึงน้องหมากันเลยใช่มั้ยคะ วันนี้ ANNGLE จะพาเพื่อนๆ มารู้จักจังหวัดอาคิตะกัน เป็นจังหวัดในภูมิภาคโทโฮคุหรือภาคอีสานของประเทศญี่ปุ่น ตั้งอยู่เกือบเหนือสุดของเกาะฮอนชู เป็นจังหวัดที่มีความความสวยงามจากธรรมชาติอันสมบูรณ์ น่าเสียดายที่นักท่องเที่ยวชาวไทยไม่ค่อยนิยมไปที่นี่กันเท่าไหร่ คนรักธรรมชาติไม่ควรพลาด เราจึงอยากจะมาแนะนำให้เพื่อนๆ ได้รู้จักกับความสวยงามของที่นี่กัน

1. ย่านชุมชนซามูไรเมืองคาคุโนะดาเตะ (角館の武家屋敷)

คะคุโนะดาเตะเป็นหมู่บ้านที่มีชื่อเสียงโด่งดังในบานะที่เป็นถิ่นฐานของชาวซามูไรและเคยเป็นที่ตั้งของปราสาทคาคุโนะดาเตะ สิ่งของเก่าแก่มากมายที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วเมืองเป็นสิ่งแสดงถึงความเจริญรุ่งเรืองของซามูไรในสมัยก่อน ในปัจจุบันยังมีบ้านพักอาศัยอยู่ประมาณ 80 หลังคาเรือนที่ยังคงสถาปัตยกรรมซามูไรแบบดั้งเดิมที่เป็นตัวอย่างที่ดีที่สุดของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมีบ้านเพียง 6 หลังที่เปิดให้ผู้คนได้เข้าไปชมความสวยงามภายในบ้านได้ฟรี โดยเฉพาะบ้านอาโอยากิ ที่มีอาคารหลายหลังที่ถูกดัดแปลงให้เป็นร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึก และพิพิธภัณฑ์นำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับประเพณี วิถีชีวิตของซามูไรแห่งเมืองคาคุโนะดาเตะ กับบ้านอิชิกูโระ ที่จะมีพื้นที่เล็กกว่าบ้านอาโอยากิ ภายในจะจัดแสดงเสื้อผ้าและเสื้อเกราะซามูไร รวมถึงภาพวาดทางกายภาพ มี 2 หลังที่ถูกปรับปรุงให้เป็นพิพิธภัณฑ์โดยนักท่องเที่ยวจะต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเข้าชม

 

View this post on Instagram

 

A post shared by Rie (@riesoeiima) on

การเดินทาง: จากสถานี JR Kakunodate เดินประมาณ 20 นาที หรือนั่งแท็กซี่ประมาณ 5 นาที โดยย่านชุมชนจะเริ่มจากสี่แยก Yoko Machi ขึ้นไป

2. นิวโตะออนเซน (乳頭温泉郷)

แหล่งน้ำพุร้อนชื่อดังท่ามกลางขุนเขาที่เป็นที่นิยมของซามูไรในยุคนั้น นั่นคือ นิวโตะออนเซน หรือน้ำพุร้อนสีน้ำนมที่มีลักษณะขุ่นจากแร่ธาตุจำนวนมากที่ผสมในน้ำนั่นเอง เป็นแหล่งเรียวกังออนเซนในภูเขาฝั่งทิศตะวันออกของจังหวัดอากิตะในอุทยานแห่งชาติโทวาดะ ฮาจิมังไท (Towada Hachimantai National Park) เรียวกังแต่ละแห่งค่อนข้างเรียบง่ายเป็นสไตล์ดั้งเดิม และเปิดให้บริการมามากกว่า 300 ปี มีทั้งหมด 8 แห่ง โดยเรียวกังสุรุโนยุ (Tsurunoyu) เป็นออนเซนในนิวโตะที่เก่าแก่และมีชื่อเสียงมากที่สุด นอกจากนั้นก็มี สุรุโนยุออนเซน ยามาโนยาโดะ (Tsurunoyu Onsen-Yamanoyado) คุโรยุออนเซน (Kuroyu Onsen) ทาเอโนยุออนเซน (Taenoyu Onsen) งานิบะออนเซน (Ganiba Onsen) โองามะออนเซน (Ogama Onsen) มาโงโรคุออนเซน (Magoroku Onsen) และคิวคามูระนิวโตะออนเซนเคียว (Kyukamura Nyuto Onsenkyo) ว่ากันว่าน้ำแร่ของที่นี่มีแร่ธาตุที่มีประโยชน์ช่วยรักษาโรค บำรุงสุขภาพ มากกว่า 10 ชนิดกันเลยทีเดียว

 

View this post on Instagram

 

A post shared by Junko Nagai (@jukori777) on

3. ทะเลสาบทาซาวะ (田沢湖)

เป็นทะเลสาบน้ำจืดที่ลึกที่สุดในญี่ปุ่นโดยมีความลึกประมาณ 423 เมตร ทำให้ทะเลสาบไม่เป็นน้ำแข็งตอนฤดูหนาว ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของอุทยานแห่งชาติโทวาดะ-ฮาจิมังไท (Towada-Hachimantai National Park) เป็นทะเลสาบที่มีจุดเด่นคือความใสของทะเลสาบ ทิวทัศน์ที่สวยงามและยังคงความเป็นธรรมชาติไว้เกือบ 100% เลย ถ้าได้ไปเยือนทะเลสาบทาซาวะก็จะเห็นรูปปั้นหญิงสาวสีทองที่เป็นตำนานของทะเลสาบแห่งนี้ คือเจ้าหญิงทัตสึโกะ ซึ่งเป็นสาวที่สวยที่อยากให้ตนเองมีความงามและความอ่อนเยาว์ตลอดไปจึงได้มาดื่มน้ำที่นี่ตามที่ตนได้ยินมา แต่ด้วยความโลภทำให้นางถูกสาปเป็นมังกรน้ำอยู่ในทะเลสาบแห่งนี้ ที่บริเวณทะเลสาบจึงมีรูปปั้นทองแดง 3 รูปปั้นของเจ้าหญิงทัตสึโกะในขณะที่เป็นมนุษย์ รูปปั้นเหล่านี้ถือเป็นแลนด์มาร์คของที่นี่เลยนะคะ

 

View this post on Instagram

 

A post shared by kenta (@kuma1343) on

การเดินทาง: ขึ้นรถไฟ JR East ไปลงที่สถานี Tazawako จากนั้นต่อรถบัส Ugo Kotsu มุ่งหน้าไปยัง Tazawako Lake และลงที่ป้าย Tazawa Lake Shore

4. รถไฟชมธรรมชาติสายอะคิตะ ไนริคุ จูคัน (秋田内陸縦貫鉄道秋田内陸線)

รถไฟสายไนริคุ จูคันวิ่งผ่านตอนกลางของจังหวัดอาคิตะ จากสถานีทาคาโนสุ ไปยังสถานีคาคุโนดาเดะ เป็นที่นิยมในหมู่นักท่องเที่ยวมากโดยเฉพาะช่วงใบไม้เปลี่ยนสีและฤดูร้อน ที่มาชมความสวยงามของศิลปะบนท้องทุ่งนาที่เรียกว่าทันโบะอาร์ต (Tanbo Art) ที่จะมีประจำทุกปี แต่ละปีจะเปลี่ยนไปตามไอเดียของผู้ออกแบบ ซึ่งก็ไม่ใช่ใครอื่นไกลเป็นฝีมือของเด็กนักเรียนในพื้นที่นั้นเอง

 

View this post on Instagram

 

A post shared by らずちょ (@seeetarooo) on


การเดินทาง: จากรถไฟ JR East ไปยังสถานี Kakunodate หรือจากรถไฟ JR Akita Shinkansen ก็ได้เช่นกัน ถ้าเพื่อนๆ เดินทางโดยรถยนต์ ให้ใช้ทางด่วน Akita Expressway เพื่อไปยังทางเชื่อม Noshiro Minami IC หรือทางเชื่อม Kyowa IC

5. พิพิธภัณฑ์นามาฮาเกะ (なまはげ館)

นามาฮาเกะ เป็นสัญลักษณ์ของจังหวัดอาคิตะ คนในสมัยก่อนเชื่อว่านามาฮาเกะหรือยักษ์พวกนี้จะถูกส่งมาจากเทพเจ้าป่าเขาเพื่อให้ปัดเป่ากำจัดสิ่งชั่วร้ายให้กับคนในหมู่บ้าน ซึ่งมีการทำเป็นเทศกาลคือจะให้ชายหนุ่มในหมู่บ้านสวมหน้ากากยักษ์และคลุมตัวด้วยเสื้อฟาง ถือมีดกับกระบองแล้ววิ่งไปตามหมู่บ้านเพื่อหลอกเด็กที่ไม่เชื่อฟังพ่อแม่

ในปัจจุบันนี้มีพิพิธภัณฑ์ที่รวบรวมเรื่องราวเกี่ยวกับนามาฮาเกะ ไม่ว่าจะเป็นการแสดงวิธีทำเสื้อคลุมฟาง หน้ากากยักษ์ มีโรงหนังเล็กๆ ดูความเป็นมาของนามาฮาเกะ และสามารถลองสวมชุดนามาฮาเกะถ่ายรูปได้อีกด้วย หรือะถ่ายกับรูปปั้นก็ได้ พิพิธภัณฑ์แห่งนี้อยู่ที่เมืองโอกะ จังหวัดอาคิตะ ซึ่งเพื่อนๆ สามารถเข้าไปชมได้

 

View this post on Instagram

 

A post shared by 🥜りゆうちゃん🥜 (@riyuu_47_) on

เวลาทำการ: 08.30 น. – 17.00 น.
ค่าเข้า: ผู้ใหญ่ 540 เยน เด็กวัยประถม มัธยมต้น/ปลาย 270 เยน
การเดินทาง ขึ้นรถไฟ JR สาย Oga ไปลงที่สถานี Hadashi นั่งแท็กซี่ต่ออีกประมาณ 15 นาที

6. พิพิธภัณฑ์คามาคุระ หรือคามาคุระคัง (かまくら館)

เทศกาลโยโคเตะ คามาคุระ มีมายาวนานประมาณ 400 กว่าปี จัดขึ้นในวันที่ 15 – 16 กุมภาพันธ์ของทุกปีทั่วทั้งเมืองโยโคเตะ จังหวัดอาคิตะ โดยการสร้างกระท่อมน้ำแข็งที่มีขนาดสำหรับคนประมาณ 3 – 4 คนมานั่งรอบกองไฟเล็กๆ มีแท่นบูชาสลักติดไว้บนผนังน้ำแข็งเพื่ออุทิศให้กับเทพเจ้าแห่งน้ำ และจะมีเด็กๆ มาพูดเชิญชวนว่า “ไฮเตะตันเส (ขอเชิญเข้ามาในคามาคุระ)” พร้อมกับแจกอะมะสาเก (เหล้าหวาน) และโมจิ

 

View this post on Instagram

 

A post shared by 🤵🇰🇷 💍🇯🇵👰 🗾🏌️‍♂️♨️ (@toshivov) on


เวลา: 06.00 น. – 21.00 น.

การเดินทาง: ลงรถไฟ JR ที่สถานี Yokote เดินประมาณ 10 นาที

7. สวนสาธารณะเซนชู (千秋公園)

สวนสาธารณะประจำจังหวัดอาคิตะ รายล้อมไปด้วยธรรมชาติสวยงามมากมายอย่างต้นซากุระและต้นสึสึจิ หากเดินทางมาช่วงเดือนเมษายน – เดือนพฤษภาคม จะเป็นหนึ่งในสถานที่ชมดอกซากุระที่มีชื่อเสียงและความสวยงามมากแห่งหนึ่งในญี่ปุ่นเลยก็ว่าได้

ที่นี่เคยเป็นที่ตั้งปราสาทคุโบตะมาก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นสวนสาธารณะและภายในสวนยังมีศาลเจ้าและรูปปั้นของ Yoshiaki Satake ผู้ปกครองดินแดนและเป็นเจ้าของปราสาทคุโบตะแห่งเมืองอาคิตะนี้ด้วยค่ะ แถมบริเวณรอบข้างยังมีสวนสไตล์ญี่ปุ่น มีป้อมโอซุมิยางุระ ที่เคยใช้เป็นที่เก็บอาวุธและหอสังเกตการณ์ของปราสาทมาก่อน แต่ในปัจจุบันเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์แสดงประวิติศาสตร์ความเป็นมาของอาคิตะซึ่งเราสามารถมองเห็นวิวเมืองได้แบบพาโนรามาเลยค่ะ

 

View this post on Instagram

 

A post shared by osamu (@o.sato1288) on

8. ศาลเจ้าอะคะกะมิ โกะชาโดะ (赤神神社 五社堂)

ศาลเจ้าแห่งนี้มีบันไดหิน 999 ขั้นที่คนญี่ปุ่นเชื่อว่าถูกสร้างสร้างขึ้นโดยยักษ์หรือที่คนญี่ปุ่นเรียกว่า นามาฮาเกะ 5 ตนซึ่งอาศัยอยู่ที่นี่ และเชื่อว่าที่นี่เป็นจุดกำเนิดตำนานยักษ์นามาฮาเกะ

 

View this post on Instagram

 

A post shared by 男鹿市観光協会DMO推進室 (@ogadmo) on

9. หินก็อตซิลล่า (ゴジラ岩)

เป็นหินที่มีรูปร่างคล้ายกับก็อตซิลล่า ถ้าไปดูตอนเย็นจะคล้ายก็อตซิลล่ากำลังพ่นไฟเลยค่ะ แถมเจ้าหินก็อตซิลล่านี่ก็ได้ออกรายการทีวีทำให้ที่นี่มีนักท่องเที่ยวเข้ามาถ่ายรูปเยอะเลย อีกไม่นานก็จะกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีผู้คนมาอย่างล้นหลาม อยู่ที่แหลมชิโอเซะ (Shiose – Saki) เมืองโอกะ จังหวัดอาคิตะ เพื่อนๆคนไหนอยากถ่ายกับก็อตซิลล่าก็อย่าลืมไปกันนะคะ

 

View this post on Instagram

 

A post shared by Visit Japan International (@visitjapanjp) on

10. โอยาซุเคียว ไดฟุนโต (小安峡大噴湯)

เป็นสถานที่ที่มีชื่อเสียง มีอีกชื่อหนึ่งว่า “จิโกคุกามะ” ซึ่งหมายความว่า “หม้อนรก” เป็นแหล่งน้ำพุร้อนที่มีไอน้ำพ่นขึ้นมาตามซอกหินส่งเสียงฟู่ฟู่ ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ตามธรรมชาติที่หาชมได้ยาก และบริเวณรอบๆก็มีออนเซนถึง 11 บ่อเลยค่ะ เชื่อกันว่าสามารถรักษาโรคต่างๆ ได้ด้วยนะ ถ้าไปตามช่วงใบไม้ผลิ ใบไม้เปลี่ยนสีหรือหน้าหนาวก็ชมความสวยงามของธรรมชาติโดยรอบได้

 

View this post on Instagram

 

A post shared by star_change_ (@star_change_) on

นอกจากจังหวัดอาคิตะจะมีพันธุ์น้องหมาที่ทุกคนรู้จักก็ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย ซึ่งส่วนใหญ่จะยังคงความเป็นธรรมชาติเอาไว้เกือบ 100% ถ้าคนรักธรรมชาติถ้าได้ไปเยือนสักครั้งนึงก็จะรู้สึกประทับใจและมีความสุขไปกับสถานที่ที่มีทั้งประวัติศาสตร์มากมายหรือความสวยงามของธรรมชาติที่จะเปลี่ยนแปลงกันไปตามฤดูทั้ง 4 ทำให้มีเสน่ห์ที่แตกต่างกันไป ณ จังหวัดอาคิตะแห่งนี้