ภูมิภาคโทโฮคุ เป็นภูมิภาคที่อยู่ทางตอนเหนือของประเทศญี่ปุ่น ประกอบด้วย 6 จังหวัดคือ อาโอโมริ อาคิตะ ยามากาตะ อิวาเตะ มิยางิและฟูกุชิมะ แต่ละจังหวัดก็จะมีจุดวิวที่มีชื่อเสียง ดึงดูดให้ผู้คนแวะเวียนกันไปดื่มด่ำบรรยกาศ รับชมสีสันสวยงามของใบไม้เปลี่ยนสีและธรรมชาติรอบข้างได้ไม่รู้เบื่อเลยค่ะ

วันนี้ผู้เขียนอยากจะแนะนำ 6 สถานที่ยอดนิยมที่ผู้คนมักจะไป Check- in กันในช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสีของภูมิภาคโทโฮคุ เป็นไอเดียให้กับคนที่อยากจะหาสถานที่สวยๆ เพื่อชมใบไม้หลากสีและธรรมชาติของภูมิภาคโทโฮคุนะคะ

1. ทะเลสาบโทวะดะ (十和田湖) จังหวัดอาโอโมริ

 

View this post on Instagram

 

A post shared by k___5 (@_k___5_) on

ทะเลสาบโทวาดะ เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงห่งหนึ่งของจังหวัดอาโอโมริ ตัวทะเลสาบมีความลึก 326 เมตรและจัดเป็นทะเลสาบที่ลึกที่สุดเป็นอันดับสามของญี่ปุ่น โดยมีลำธารที่มีชื่อเสียงชื่อว่า โออิราเซะ เคริว (奥入瀬渓流) ไหลผ่านทางด้านตะวันออก ลำธารสายนี้มีความยาวถึง 14 กิโลเมตร นอกจากความสวยงามของลำธารธรรมชาติ ยังมีภูเขาฮักโคดะ (八甲田山) ตั้งตระหง่านสวยงามใกล้ๆ กัน ภาพความงามของทะเลสาบและธรรมชาติรอบๆ ทำให้มีผู้คนแวะเวียนมาเที่ยวชมตลอดทั้งปี

 

View this post on Instagram

 

A post shared by Decm.j (@mfbehappy_june) on

ด้วยความลึกของทะเลสาบโทวาดะทำให้ทะเลสาบมีสีฟ้าเข้ม และเมื่อฤดูใบไม้ร่วงมาถึง สีสันของเหล่าใบไม้หลากสี ทั้งสีแดงและสีเหลืองที่ล้อมรอบทะเลสาบได้ตัดกับสีของทะเลสาบอย่างชัดเจน ทำให้เห็นภาพสะท้อนลงบนผิวทะเลสาบที่สวยงามอย่างมาก หากทุกคนได้มีโอกาสไปเยือนทะเลสาบโทวาดะ อย่าพลาดกิจกรรมล่องเรือชมโกชิคิวะ (五色岩) กำแพงหินสีแดงและความงามที่ไม่สิ้นสุดของใบไม้เปลี่ยนสีที่ล้อมรอบทะเลสาบแห่งนี้นะคะ

ข้อมูลการท่องเที่ยว:
ที่อยู่: Towada, Aomori
ติดต่อ: 0176-75-2425 (Lake Towada National Park)
เวลาที่เหมาะสมที่สุด: กลางถึงปลายเดือนตุลาคม
การเดินทาง: รถบัส: เดินทางด้วยรถบัส JR ที่ไปยัง Oirase (おいらせ号) ที่สถานี Hachinohe ของ JR Tohoku Shinkansen ใช้เวลา 2 ชั่วโมง 15 นาที
รถยนต์: เดินทางโดยใช้ทางด่วนโทโฮคุโคซากะ ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง

2. หุบเขามัตทสึคาวะ (松川渓谷) จังหวัดอิวาเตะ

 

View this post on Instagram

 

A post shared by mika**⁎ (@xxgtd362) on

หุบเขามัตทสึคาวะ ตั้งอยู่ที่เมืองฮาจิมันไต จังหวัดอิวาเตะ โดยจุดชมวิวที่อยากแนะนำมากที่สุดคือ สะพานมัตทสึคาวะ (松川大橋) สามารถมองเห็นทิวทัศน์อันงดงามของใบไม้เปลี่ยนสีรอบๆ ได้แบบ 360 องศา ช่วงกลางเดือนตุลาคมเป็นเวลาที่ดีที่สุดในการชมใบไม้เปลี่ยนสี เป็นอีกที่ที่ไม่ควรพลาดเลยค่ะ

 

View this post on Instagram

 

A post shared by wakako tanabe (@wakakotanabe) on

อีกไฮไลท์นึงของหุบเขานี้ในฤดูใบไม้ร่วงก็คือ มัตทสึคาวะเก็งบุกังโนะโคโยะ (松川玄武岩の紅葉) เป็นหน้าผาหินบะซอลต์ที่เรียงตัวกันทางฝั่งของแม่น้ำ และตั้งเรียงยาวสวยงามสลับกับความงามของใบไม้หลากสีบนแนวหิน ตั้งอยู่บนถนนระหว่างทางไปยังมัตทสึคาวะออนเซ็น (松川温泉) เป็นสถานที่ยอดนิยมอีกที่หนึ่งที่ดึงดูดผู้ชมจำนวนมากให้มาเยือน ใกล้ๆ กันคุณจะได้สัมผัสความงามของน้ำตกที่อยู่ระหว่างภูเขา เป็นจุดถ่ายรูปที่สวยงามอีกที่ที่ไม่อยากให้ทุกคนพลาดค่ะ

 

View this post on Instagram

 

A post shared by Kazuaki Nakazawa (@kazuaki0621) on

ข้อมูลการท่องเที่ยว:
ที่อยู่: Hachimantai, Iwate
ติดต่อ: 195-78-3500 (Hachimantai Onsen)
เวลาที่เหมาะสมที่สุด: ต้นเดือนตุลาคมถึงต้นเดือนพฤศจิกายน
การเดินทาง : รถยนต์: ใช้ทางด่วน Tohoku Matsuo Hachimantai IC ใช้เวลาประมาณ 40 นาที ไปยังลานจอดรถ Hachimantaitenbou (八幡平展望駐車場)

3. หุบเขาดาคิกาเอริ (抱返り渓谷) จังหวัดอาคิตะ

 

View this post on Instagram

 

A post shared by Masaki (@masaki__75) on

หุบเขาดาคิกาเอริ ตั้งอยู่ในเมืองเซนโบคุ จังหวัดอาคิตะ คำว่า “ดาคิกาเอริ (抱返り)” ภาษาไทยแปลว่า “กอดกลับ” ที่มาของชื่อน่าสนใจมากค่ะ ครั้งหนึ่งเส้นทางเดินผ่านของที่หุบเขานี้เคยแคบมากขนาดที่คนที่เดินผ่านกันบนเส้นทางนี้จะต้อง “กอด” กัน แต่ตอนนี้ทั้งทางเดินริมแม่น้ำ สะพานและอุโมงค์ ได้ถูกพัฒนาเส้นทางให้กว้างขึ้นและสวยงาม ทำให้คนที่ไปเยือนสามารถเพลิดเพลินกับใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วงได้อย่างสะดวกสบายโดยไม่ต้องกอดกันเมื่อเดินผ่านกันและกันอีกต่อไปค่ะ

 

View this post on Instagram

 

A post shared by Masa Kato (@masa_kato) on

หุบเขานี้เป็นจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีแห่งเดียวของจังหวัดอาคิตะ ยิ่งกว่านั้นในช่วงฤดูใบไม้ร่วง ใบไม้สีสันสวยงามแผ่กระจายไปทั่วหุบเขา รอบแม่น้ำ และสะพาน สะพานแดงที่ตั้งตระหง่านและอุโมงค์ยิ่งเน้นให้ทิวทัศน์รอบข้างมันเด่นชัดและสวยงามอย่างมาก ดึงดูดผู้คนจำนวนมากให้ไปถ่ายภาพความงดงามนี้

ข้อมูลการท่องเที่ยว:
ที่อยู่: Lake Tazawa, Kakunodate, Senboku, Akita
ติดต่อ: 187-43-2111
เวลาที่เหมาะสมที่สุด: ต้นเดือนตุลาคมถึงต้นเดือนพฤศจิกายน
การเดินทาง: รถยนต์: จากทางด่วน Tohoku Morioka IC ผ่านถนนหมายเลข 46 ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง
รถบัส: รถบัสรับส่งฟรีวิ่งจากสถานี JR Kakunodate เฉพาะในช่วงเทศกาลใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วง

4. ช่องเขานารุโกะ (鳴子峡) จังหวัดมิยางิ

 

View this post on Instagram

 

A post shared by とも (@tarion101717) on

หุบเขาแห่งนี้ตั้งอยู่ใกล้กับเขตชายแดนระหว่างจังหวัดมิยากิและยามากาตะ เขามีลักษณะเป็นรูปตัววี ถูกกัดเซาะโดยแม่น้ำโอทานิเป็นเวลานานหลายปี หุบเขานารุโกะถือว่าเป็นสถานที่ยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยว ด้วยทิวทัศน์ของใบไม้ในฤดูใบไม้ร่วงที่สวยงามทำให้ที่แห่งนี้เป็นจุดถ่ายภาพออกมาได้งดงามมากค่ะ ช่วงเวลาที่สวยงามที่สุดของหุบเขาแห่งนี้คือฤดูใบไม้ร่วง ใบไม้จะเปลี่ยนสีเป็นสีแดง สีเหลือง และสีเขียวสลับกันกลมกลืนกับฉากหลังหินที่สูงชั้นเป็นธรรมชาติที่งดงามอย่างมาก

นอกจากนี้หากมีโอกาสได้ขึ้นรถไฟที่เคลื่อนผ่านนิชิกิ เราจะสามารถเพลิดเพลินความงามของฤดูใบไม้ร่วงผ่านหน้าต่างของรถไฟอย่างใกล้ชิดแบบง่ายๆเลยค่ะ

 

View this post on Instagram

 

A post shared by ya_ma.a (@ya_ma.a) on

ข้อมูลการท่องเที่ยว :
ที่อยู่: Naruko Gorge, Miyagi
ติดต่อ: 0229-83-3441 สมาคมการท่องเที่ยวหมู่บ้านนารูโกะออนเซ็น
เวลาที่เหมาะที่สุด: กลางเดือนตุลาคมถึงต้นเดือนพฤศจิกายน
การเดินทาง: รถไฟ: จากสถานี JR Naruko Onsen ต่อด้วยรถยนต์ใช้เวลา 10 นาที และในช่วงฤดูใบไม้ร่วงก็มีรถโดยสารชั่วคราวก็เปิดให้บริการ
รถยนต์: จากทางด่วน Tohoku Furukawa IC ผ่านทางหลวงแห่งชาติ ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง

5. โกะชิคินุมะ (五色沼) จังหวัดฟุคุชิมะ

 

View this post on Instagram

 

A post shared by miracle7 (@eagle.7) on

โกะชิคินุมะ ถือว่าเป็นจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่โด่งดังที่สุดแห่งหนึ่งของภูมิภาคโทโฮคุ เป็นที่ราบที่ประกอบไปด้วยบึง 5 แห่งที่มีสีแตกต่างกันไป  อย่างสีครามหรือสีโคลบอลต์ และภูเขาบันไดที่กลมกลืนไปกับธรรมชาติที่สวยงาม และที่ไม่อยากให้ทุกคนพลาดเลยก็คือ ภาพสะท้อนบนบึง เนื่องจากน้ำในบึงนิ่งสนิท ทำให้บึงแห่งนี้เหมือนกระจกที่สะท้อนภาพความงามของใบไม้เปลี่ยนสีได้อย่างสวยงาม

 

View this post on Instagram

 

A post shared by kenzo (@makizoon) on

บริเวณเส้นทางทางปีนเขาทางด้านตะวันตกของบึงยานางิ จะมีปรากฏการณ์ของกรดอ่อนๆ ทำให้น้ำในบึงใสและสะท้อนภาพของใบไม้เปลี่ยน ทั้งสีแดง สีเหลืองลงบนผิวน้ำราวกับภาพวาดที่สวยงามจนลืมไม่ลงกันเลยทีเดียว

ข้อมูลการท่องเที่ยว:
ที่อยู่: Hibara, Kitashiobara-mura, Yama-gun, Fukushima
เวลาที่เหมาะที่สุด: กลางเดือนตุลาคมถึงต้นเดือนพฤศจิกายน
การเดินทาง: รถยนต์: ใช้ทางด่วน Banetsu ผ่าน Inawashiro Bandai Kogen IC ผ่านทางหลวง 115 และ ทางหลวง 459 ประมาณ 15 กิโลเมตร
รถบัส: จากสถานี Inawashiro สาย JR Banetsu West Line ใช้เวลาประมาณ 30 นาที

6. ภูเขาซาโอะ (蔵王) จังหวัดยามางาตะและมิยางิ

 

View this post on Instagram

 

A post shared by one’s own way (@ymgt_mylife) on

ภูเขาแห่งนี้เป็นตัวแทนของจังหวัดยามางาตะ ทั้งในด้านการจัดกีฬาทางน้ำและกีฬาในฤดูหนาวและยังมีออนเซ็นที่มีชื่อเสียงอีกด้วย ในช่วงฤดูใบไม้ร่วงตั้งแต่กลางเดือนตุลาคมเป็นต้นไป เหนือทะเลสาบปล่องภูเขาไฟโอกามะ ใบไม้จะค่อยๆ เปลี่ยนสี กระจายสวยงามไปยังด้านล่างของภูเขาเลย

จุดชมวิวที่อยากจะแนะนำก็คงไม่พ้น “กระเช้าลอยฟ้า” ที่นักท่องเที่ยวสามารถเพลิดเพลินไปกับทิวทัศน์ฤดูใบไม้ร่วงที่สวยงามของภูเขาซาโอะได้อย่าง 360 องศาเลยค่ะ

 

View this post on Instagram

 

A post shared by mii (@miipekoo) on

อีกหนึ่งวิธีที่คุณสามารถเพลิดเพลินกับใบไม้เปลี่ยนสีคือการเพลิดเพลินไปกับวิวผ่านหน้าต่างรถขณะขับรถไปตามเส้นทาง Zao Echo ข้ามภูเขาซาโอะนั่นเอง

ข้อมูลการท่องเที่ยว :
ที่อยู่: Zao Onsen, Yamagata
ติดต่อ: 023-694-9328 Zao Tourism Association
เวลาที่เหมาะที่สุด: กลางเดือนตุลาคม
การเดินทาง: รถไฟ: โดยรถบัสจากสถานี JR Yamagata ประมาณ 45 นาที
รถยนต์: จากทางด่วน Tohoku Shiraishi IC ผ่านสาย Zao Echo ไปยัง Zao Ropeway ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง

ถึงแม้ว่าตอนนี้ญี่ปุ่นจะยังไม่เปิดรับนักท่องเที่ยวเนื่องจากสถานการณ์ของไวรัสโคโรน่า แต่ผู้เขียนอยากให้ทุกคนดูแลสุขภาพให้แข็งแรง เมื่อทุกอย่างกลับมาดีขึ้นอีกครั้ง เราจะได้เพลิดเพลินกับธรรมชาติที่สวยงามของประเทศญี่ปุ่นได้อย่างเต็มที่ไร้กังวลค่ะ

สรุปเนื้อหาจาก: kurashi-no
ผู้เขียน: Nyanmaru

Total
6
Share