อิ่มตาอิ่มพุง! จับคู่วิวใบไม้เปลี่ยนสีกับเมนูอร่อยในโทโฮคุ

Tohoku Fall and Gourmet Cover

“ใบไม้เปลี่ยนสี” และ “ของกิน” เป็น 2 คำที่นิยามฤดูใบไม้ร่วง และเป็นอะไรที่หลายคนต่างรอให้กลับมาในทุกๆ ปี ก็เนอะ ใครไม่ชอบของอร่อยบ้างล่ะ! และสำหรับใครที่อยากฉลองเทศกาลแห่งสีสันธรรมชาติร้อนแรงพร้อมอร่อยไปกับของกินท้องถิ่นสุดยูนีคประจำฤดูกาล ท็อปและคิน สองนักเขียนของ ANNGLE ขอกวักมือชวนทุกคนขึ้นรถไฟไปจังหวัดฟุกุชิม่า จังหวัดอาคิตะ และจังหวัดอาโอโมริของภูมิภาคโทโฮคุ ซึ่งเป็นภูมิภาคหนึ่งที่รวมของอร่อยและวิวใบไม้เปลี่ยนสีที่สวยมากที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น

จังหวัดฟุกุชิม่า

พิกัดวิวใบไม้เปลี่ยนสีจังหวัดฟุกุชิม่า “ปราสาทสึรุกะ”

Tohoku Autumn - Tsuruga Castle 1
ปราสาทสึรุกะ จุดชมซากุระและใบไม้เปลี่ยนสึชื่อดังของฟุกุชิม่า

เริ่มกันที่แรกที่ใกล้โตเกียวที่สุดกันก่อน นั่นคือปราสาทสึรุกะ (鶴ヶ城, Tsuruga Castle) ในจังหวัดฟุกุชิม่า ปราสาทสึรุกะตั้งอยู่ในเมืองไอสึ-วากามัตสึ (会津若松, Aizu-Wakamatsu) เมืองที่ผูกอยู่กับประวัติศาสตร์ซามูไร และแน่นอนว่าปราสาทสึรุกะเองก็เป็นฉากหลังในเหตุการณ์สำคัญๆ เช่นกัน โดยเฉพาะในสงครามโบชินช่วงปีค.ศ. 1868 แม้จะผ่านร้อนผ่านหนาวมามาก แต่ปัจจุบันปราสาทสึรุกะกลายเป็นสัญลักษณ์แห่งเมืองไอสึ-วากามัตสึ และเป็นปราสาทที่มีหลังคาสีแดงซึ่งหาชมได้ยากในบรรดาปราสาททั่วประเทศญี่ปุ่น
และสำหรับคนที่ชอบถ่ายภาพปราสาท ปราสาทสึรุกะเป็นปราสาทที่ว่ากันว่าจะอยู่ตรงไหนก็หามุมสวยถ่ายได้ตลอด โดยเฉพาะช่วงซากุระในฤดูใบไม้ผลิ และช่วงใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วง

Tohoku Autumn - Tsuruga Castle 2
เข้าพื้นที่ปราสาทมาไม่ไกลก็เจอต้นแปะก๊วยเลย

ตอนที่ท็อปและคินไปถึงเป็นช่วงต้นฤดูใบไม้ร่วง ถึงอย่างนั้นรอบๆ ปราสาทก็มีต้นแปะก๊วยสีเหลืองให้ชมกันแล้ว (ถึงจะยังเหลือสีอมเขียวนิดๆ ของฤดูร้อนอยู่บ้างก็ตาม) ตอนแรกก็นึกอยู่ว่าสวนปราสาทกว้างขนาดนี้ จะเริ่มถ่ายรูปจากตรงไหนดี แต่ก็ไม่ต้องคิดมากเลย เพราะเดินแป๊บๆ ก็ได้มุมถ่ายรูปแล้ว ซึ่งจุดแรกคือใต้ต้นแปะก๊วยที่ถูกตัดแต่งกิ่งให้พอมองเงยขึ้นแล้วจะรับกับรูปทรงของปราสาทได้สวยแต่ก็ยังดูเป็นธรรมชาติอยู่ ช่วงที่ไปถึงเป็นช่วงบ่ายแก่ๆ พอดี ทำให้ได้แสงโทนอุ่นซึ่งเหมาะกับการถ่ายรูปปราสาทสึรุกะกลางต้นแปะก๊วยสีทองสุดๆ

Tohoku Autumn - Tsuruga Castle 3
ปราสาทสึรุกะมุมนี้ดีมาก!

หลังเก็บรูปจนพอใจก็เดินตามเส้นทางไปเรื่อยๆ ซึ่งจะพาเราวนออกมาที่กลางสวนและได้ภาพด้านข้างของปราสาทแบบไกลๆ

Tohoku Autumn - Tsuruga Castle 4
ถอยออกมาถ่ายรูปปราสาทสึรุกะไกลๆ แบบนี้ก็ยังสวย

จากตรงนั้น พอหันหลังให้ปราสาทเราก็เห็นทิวใบไม้เปลี่ยนสีข้างหลังรั้วไม้ พอเข้าไปดูใกล้ๆ ก็เห็นว่าที่นั่นคือสวนที่เป็นที่ตั้งของเรือนน้ำชารินคาคุ (茶室麟閣) ตั้งอยู่ และมาเที่ยวปราสาทญี่ปุ่นทั้งที จะไม่แวะพักดื่มชากินขนมก็คงไม่ครบรส!

Tohoku Autumn - Tsuruga Castle 5 Rinkaku Gate
ซุ้มประตูทางเข้าสวนและเรือนน้ำชารินคาคุ

เรือนน้ำชารินคาคุเป็นเรือนน้ำชาที่ว่ากันว่ากาโม อุจิซาโตะ (蒲生氏郷) เจ้าของปราสาทสึรุกะ ณ ขณะนั้นสร้างขึ้นเพื่ออุปถัมภ์เซ็น โชอัน (千少庵) บุตรชายของเซ็น โนะ ริคิว (千利休) อาจารย์และบุคคลสำคัญที่มีอิทธิพลต่อพิธีชงชาอย่างที่เรารู้จักในปัจจุบัน ถึงจะเคยถูกย้ายที่ตั้งไปที่อื่นมาก่อน แต่ทุกวันนี้เรือนน้ำชารินคาคุกลับมาสู่ปราสาทสึรุกะดังเดิม โดยตั้งอยู่ในสวนญี่ปุ่นเล็กๆ ในบรรยากาศเงียบๆ ซึ่งในฤดูใบไม้ร่วง แขกที่แวะเข้ามานั่งพักจะได้ดื่มชาพลางชมใบไม้เปลี่ยนสีและรับลมเย็นสดชื่นสบายๆ

Tohoku Autumn - Tsuruga Castle 6 Rinkaku Tea Set 1
เซ็ทชาและขนม ซึ่งขนมจะเป็นโจโยะมันจู (薯藷饅頭) เนื้อนุ่มหนุบหนับทำจากแป้งสึคุเนะอิโมะ (つくねいも) และแป้งข้าวเจ้า ห่อไส้ถั่วที่หวานกำลังดี
Tohoku Autumn - Tsuruga Castle 7 Rinkaku Tea Set 2
บรรยากาศดีๆ ที่คนชอบชาและสวนญี่ปุ่นคู่ควร

ระหว่างเคี้ยวขนมก็ยกกล้องขึ้นมาถ่ายใบไม้สีแสดที่เด่นคู่กับร่มญี่ปุ่นสีแดงไปพลาง เอาแค่นี้ก็มีความสุขแล้ว

Tohoku Autumn - Tsuruga Castle 8 Rinkaku Foliage
สีของร่มสีแดงและทิวใบไม้เปลี่ยนสีตอนบ่ายแก่ๆ รับกันดีมาก

อ้อ ถ้าเพื่อนๆ เป็นติ่งวัฒนธรรมญี่ปุ่นล่ะก็ สามารถเดินวนดูรอบเรือนน้ำชาเล็กๆ ที่เปิดให้เราดูบรรยากาศข้างในได้ด้วยนะ

Tohoku Autumn - Tsuruga Castle 9 Rinkaku Tea Room
ลองนึกภาพบุคคลในประวัติศาสตร์ที่มีส่วนในการสร้างพิธีชงชาในปัจจุบันกำลังนั่งตีชาในห้องนี้สิ แค่นึกก็ว้าวแล้ว

ปราสาทสึรุกะ (鶴ヶ城, Tsuruga Castle)
ที่อยู่: 1-1 Otemachi, Aizuwakamatsu, Fukushima 965-0873, Japan
เวลาทำการ: หอปราสาทเปิดให้เข้าได้ 8.30 – 17.00 น. (Last Entry 16.30) และในช่วงกลางคืนสามารถชม Light-up ปราสาทได้
วันหยุด: ไม่มี
ค่าเข้า: ผู้ใหญ่ 410 เยน,​ เด็ก 150 เยน, ค่าเข้าปราสาทที่รวมค่าเข้าห้องน้ำชารินคาคุ 520 เยน
เซ็ทชาและขนม: 600 เยน / ที่
การเดินทาง: นั่งรถบัส Haikara-san หรือ Akabe 20 นาทีจากสถานี JR Aizu-Wakamatsu
Website: tsurugajo.com

มาฟุกุชิม่าก็ต้องกินนี่! คัตสึด้งราดซอส

Tohoku Autumn - Fukushima Sauce Katsudon 1
คัตสึด้งราดซอสชามโต และซุปมิโซะที่ให้เต้าหู้ชิ้นใหญ่สะใจ พร้อมผักดองเปรี้ยวสดชื่น

คัตสึด้งราดซอส? เมนูที่หากินได้ทั่วไปตามร้านอาหารญี่ปุ่นในไทยเนี่ยนะ? ใช่ คัตสึด้งราดซอสเป็นอาหารขึ้นชื่อของฟุกุชิม่า โดยเฉพาะในเมืองไอสึ-วากามัตสึแห่งนี้ คัตสึด้งราดซอสเป็นเมนูที่ร้านอาหารสไตล์ตะวันตกนิยมเสิร์ฟกันในช่วงหลังสงครามโลก แต่จนถึงทุกวันนี้ที่มาที่ไปของเมนูนี้ก็ยังเป็นปริศนา
จุดเด่นของคัตสึด้งราดซอสของไอสึ-วากามัตสึก็คือซอสหวานเค็มที่ผ่านการเคี่ยวและปรับสูตรจนได้ซอสเข้มข้น แต่จะอร่อยขนาดไหนนั้นต้องไปพิสูจน์กันเอง และร้านที่เราไปกันก็คือร้าน Katsuichi (とんかつの店かつ一) ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากสถานี JR Aizu-Wakamatsu ร้านอาจจะดู Local หน่อย แต่แบบนี้แหละอร่อยแน่!
คัตสึด้งราดซอสเสิร์ฟมาในชามใหญ่ที่ปิดฝาไว้ แต่นั่นก็ยังปิดชิ้นหมูทอดคัตสึชิ้นโตไว้ไม่มิด โดยชั้นบนสุดก็คือหมูทอดคัตสึชิ้นหนาที่ราดซอสมาชุ่มๆ ข้างล่างลงไปมีกะหล่ำปลีสดหั่นซอยที่ให้มาไม่ยั้งและข้าวสวยร้อนๆ ที่เยอะพอๆ กัน แว๊บแรกที่เห็นก็คิดในใจอยู่เหมือนกันว่าถ้ากินนี่หมดก็คงไม่ต้องกินอะไรไปอีกเลยทั้งวัน เพราะร้านให้เยอะสะใจมาก

Tohoku Autumn - Fukushima Sauce Katsudon 2
ซอสบนคัตสึด้งชุ่มสะใจคนชอบซอสมาก

แต่ก็ไม่ต้องห่วงเรื่องจะกินไม่หมดเลย เพราะซอสนั้นช่วยให้คีบหมูทอดเข้าปากได้เรื่อยๆ แบบหยุดไม่อยู่ คงเพราะในรสหวานเค็มที่เราคุ้นเคยนั้นมีความเปรี้ยวนิดๆ ซ่อนอยู่ และมีกลิ่นเครื่องเทศบางอย่างอยู่ด้วย ซึ่งจนตอนนี้ก็ยังไม่แน่ใจว่ามันคืออะไร แต่ที่แน่ๆ คือซอสนี้เองที่เป็นตัวชูโรงและทำให้อร่อยกับคัตสึด้งราดซอสได้หมดชามแบบที่ไม่รู้สึกเลี่ยนแม้แต่น้อย และถ้ากำลังหิวจัดล่ะก็ ไม่แน่ว่าเพื่อนๆ อาจจะอยากเบิ้ลอีกชามก็ได้นะ!

Katsuichi (とんかつの店かつ一)
ที่อยู่: 9−25 3 Chome, Aizuwakamatsu, Central, Fukushima 965-0037
เวลาทำการ: 11.00-14.00 น. และ 17.00-21.30 น.
วันหยุด: ไม่มี
การเดินทาง: เดิน 6 นาทีจากสถานี JR Aizu-Wakamatsu

จังหวัดอาคิตะ

พิกัดวิวใบไม้เปลี่ยนสีจังหวัดอาคิตะ

ขยับกันขึ้นมาที่จังหวัดอาคิตะ จังหวัดที่อยู่เกือบเหนือสุดของเกาะฮอนชูญี่ปุ่น สำหรับจังหวัดนี้ท็อปกับคินมี 2 ที่ที่อยากแนะนำ!

หุบเขาดาคิกาเอริ

Tohoku Autumn - Dakigaeri Valley 1
ทางเข้าเส้นทางเดินหุบเขาดาคิกาเอริ

หุบเขาดาคิกาเอริ (抱返り渓谷, Dakigaeri Valley) ตั้งอยู่ในเมืองเซ็มโบคุ (仙北市, Semboku City) และเป็นจุดชมวิวใบไม้เปลี่ยนสีที่ขึ้นชื่อที่สุดแห่งหนึ่งของจังหวัดอาคิตะ ทันทีที่ลงจากรถตรงทางเข้า เราจะเห็นตัวหุบเขาอยู่ไกลๆ เลยทันที

Tohoku Autumn - Dakigaeri Valley 2
นี่แค่แถวๆ สะพานบริเวณทางเข้าเท่านั้น ในหุบเขาส้มกว่านี้ได้อีก!

ช่วงแรกของทางเดินจะเป็นเส้นทางเลียบแม่น้ำ ซึ่งทันทีที่เข้าใต้ร่มไม้ก็รู้สึกได้เลยว่าอากาศเย็นขึ้นอีกระดับในทันที หลังเดินไปสักพักเราจะมาถึงสะพานสีแดงสดที่ให้เราได้เห็นหุบเขาดาคิกาเอริในมุมกว้างได้ใกล้ขึ้นอีกนิด

Tohoku Autumn - Dakigaeri Valley 3
หุบเขาดาคิกาเอริที่กำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านจากฤดูร้อนสู่ฤดูใบไม้ร่วง

จากนี้ไปจะเป็นของจริงแล้ว เข้าไปดูกันเลย! เส้นทางเดินหุบเขาดาคิกาเอริเป็นเส้นทางเดินเข้าออกทางเดียว และกว้างพอจะให้คนเดินสวนกันได้ ซึ่งเส้นทางเล็กๆ นี่เองที่เป็นที่มาของชื่อหุบเขา เพราะในอดีตเส้นทางนี้แคบมากจนตอนเดินสวนกันก็ต้องกอด (抱き, Daki) คนที่เดินสวนมาแล้วหมุนกลับตัว (返り, Kaeri) เพื่อให้ต่างคนต่างเดินผ่านไปได้นั่นเอง

Tohoku Autumn - Dakigaeri Valley 4
อดีตทางเดินแคบๆ ที่ปัจจุบันสามารถเดินสวนทางกันได้อย่างสบายใจ

ระหว่างทางเราจะได้เห็นวิวภูเขาที่กำลังค่อยๆ กลายเป็นสีส้มแดงได้แบบใกล้ๆ โดยที่ข้างล่างมีแม่น้ำสีน้ำเงินเข้มอมเขียวไหลผ่านเงียบๆ บอกเลยว่าตลอดระยะทางสั้นๆ นี้ ต้องหยุดแวะถ่ายรูปทุกๆ สิบเมตร เพราะแต่ละจุดมีมุมวิวสวยน่าถ่ายรูปตลอด

Tohoku Autumn - Dakigaeri Valley 5
มองข้างบนก็เห็นทิวเขาสีส้มตัดกับฟ้าแจ่มสีฟ้าใส
Tohoku Autumn - Dakigaeri Valley 6
มองลงล่างก็เห็นใบไม้เปลี่ยนสีตัดกับแม่น้ำสีน้ำเงินอมเขียว

และพอเดินลึกเข้าไปจะเริ่มได้วิวเหนือแม่น้ำที่มีภูเขาขนาบข้างด้วย ลองนึกภาพดูว่าถ้าถึงช่วงพีคของฤดูใบไม้ร่วงล่ะก็ ที่นี่จะสวยขนาดไหนกัน!

Tohoku Autumn - Dakigaeri Valley 7
พอมองย้อนกลับไปยังทางที่เดินมาก็จะได้ภาพมุมนี้

เส้นทางนั้นถือว่าเดินง่ายมากเพราะไม่ได้มีช่วงที่เป็นทางชันเลย ถึงอย่างนั้นก็ยังมีหินก้อนใหญ่ๆ ฝังอยู่ตามพื้นดินบ้าง เพราะงั้นแนะนำให้ใส่รองเท้าที่เดินคล่องๆ มานะ หลังจากเดินไปถ่ายภาพไปพักใหญ่ๆ ก็มาถึงไฮไลท์ของหุบเขาดาคิกาเอริ นั่นคือน้ำตกมิคาเอริ (見返りの滝, Mikaeri no Taki Falls)

Tohoku Autumn - Dakigaeri Valley 8 Mikaeri no Taki
น้ำตกมิคาเอริของจริงสวยกว่านี้มาก ต้องมาเห็นให้ได้ด้วยตาตัวเอง

ชื่อของน้ำตกแห่งนี้แปลตรงๆ ได้ว่า “หันกลับไปมอง” ซึ่งก็สมชื่อจริงๆ เพราะทันทีที่เดินลอดอุโมงค์มืดๆ ออกไปแล้วเห็นน้ำตก ก็อยากหันกลับไปมองเรื่อยๆ จนเกือบลืมใบไม้เปลี่ยนสีไปเลย ว่ากันว่าบางคนเห็นเงาผู้หญิงในชุดกิโมโนบนผิวน้ำตกด้วย ไม่ใช่ในเชิงน่ากลัวนะ ฮ่าๆๆ แต่คล้ายๆ กับการที่เราเห็นเงากระต่ายบนดวงจันทร์ ถามว่าท็อปกับคินในตอนนั้นเห็นเงาอะไรไหม? อ๋อเปล่าเลย มัวแต่ถ่ายรูปน้ำตกสวยๆ จนลืมสังเกตว่าเห็นเป็นเงาอะไรบ้างหรือเปล่า เพราะน้ำตกมิคาเอริสวยมาก จะยืนถ่ายมุมไกลก็ดี หรือจะเข้าไปถ่ายใกล้ๆ ก็ได้ความอลังการเหมือนกัน สมกับเป็นไฮไลท์ของหุบเขาดาคิกาเอริจริงๆ

Tohoku Autumn - Dakigaeri Valley 8 Mikaeri no Taki (2)
จากบนสะพานเราจะเห็นธารน้ำตกไหลผ่านลงไปเบื้องล่าง

หุบเขาดาคิกาเอริ (抱返り渓谷, Dakigaeri Valley)
ที่อยู่: Tazawako Sotsuda, Semboku, Akita 014-1113
เวลาทำการ: เปิด 24 ชั่วโมง
วันหยุด: ไม่มี
การเดินทาง: นั่งแท๊กซี่ 12 นาทีจากสถานี JR Kakunodate

คาคุโนะดาเตะ

Tohoku Autumn - Kakunodate 1
อุโมงค์ใบไม้เปลี่ยนสีของถนนในคาคุโนะดาเตะ

คาคุโนะดาเตะ (角館, Kakunodate) เป็นย่านคฤหาสน์ซามูไรที่ยังคงบรรยากาศย้อนยุคไว้เหมือนเมื่อหลายร้อยปีก่อนเปี๊ยบ และขึ้นชื่อเรื่องต้นชิดาเระซากุระ (枝垂桜, Shidare Sakura) หรือต้นซากุระพันธุ์กิ่งย้อยที่บานให้ชมกันทุกๆ ฤดูใบไม้ผลิ และเป็นดอกไม้ประจำเกียวโต ทำให้คาคุโนะดาเตะมีชื่อเล่นว่า “Little Kyoto แห่งโทโฮคุ” แน่นอนว่าคาคุโนะดาเตะมีชื่อเสียงมากในฐานะจุดชมซากุระในฤดูใบไม้ผลิ แต่พอถึงฤดูใบไม้ร่วง ผู้คนจะพากันกลับมาที่นี่อีกครั้งเพื่อล่าวิวใบไม้เปลี่ยนสีในบรรยากาศเมืองเก่าที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ของซามูไรอยู่

Tohoku Autumn - Kakunodate 2
ต้นชิดาเระซากุระชื่อดังของคาคุโนะดาเตะที่ตอนนี้เป็นสีส้มทอง แต่จะเปลี่ยนเป็นซากุระชมพูสวยอีกครั้งในฤดูใบไม้ผลิ

ระหว่างเดินเลียบไปตามถนน เราจะได้วิวต้นไม้สูงสีแดงส้มแซมเขียวนิดๆ บางต้นมีกิ่งห้อยลงมาตัดกับรั้วไม้สีน้ำตาลดำของคฤหาสน์ซามูไรจนได้ Dynamic ที่น่าถ่ายภาพเก็บมาก

Tohoku Autumn - Kakunodate 3
ต้นเมเปิ้ลสีส้มทองและแดงเลือดหมูแซมกันสวยทีเดียว

และถ้าเดินมองผ่านๆ ไปตามถนนยังไม่พอ ที่นี่ก็มีร้านค้าและคฤหาสน์ซามูไรที่เปิดให้เข้าไปแวะชมและถ่ายภาพบรรยากาศอาคารเก่าๆ ใต้ต้นไม้ที่มีใบไม้เปลี่ยนสีได้ เช่นร้านขายเต้าเจี้ยวสูตรเก่าแก่ประจำถิ่น หรือคฤหาสน์ซามูไรอาโอยางิ (角館歴史村・青柳家, Aoyagi Samurai House) ที่นอกจากจะให้เราเข้าไปดูตามห้องต่างๆ ที่จัดแสดงข้าวของเครื่องใช้ซามูไรแล้ว ยังมีพื้นที่สวนญี่ปุ่นให้เดินชมได้ด้วย

Tohoku Autumn - Kakunodate 4
ถ้ามาเยี่ยมคฤหาสน์ซามูไรอาโอยางิและมีเวลาสักนิด แนะนำให้แวะพักจิบน้ำชาที่นี่เลย

เสียดายที่ตอนเราไปถึงยังไม่มีใบไม้เปลี่ยนสีให้ชมมากเท่าไหร่ แต่บอกได้ว่าถ้าถึงช่วงพีคของฤดูใบไม้ร่วงที่นี่ต้องสวยน่าเดินมากๆ แน่นอน เพราะในสวนของคฤหาสน์หลังอื่นมีต้นที่ใบไม้เปลี่ยนสีเต็มต้นให้ชมกันบ้างแล้ว และขนาดต้นยืนเดี่ยวยังดูเด่นขนาดนั้น ถ้าต้นไม้ทั้งถนนเปลี่ยนสีหมดแล้วล่ะก็ ให้เดินถ่ายรูปเป็นช่วงโมงก็ยังไหว!

Tohoku Autumn - Kakunodate 5
ระหว่างเดินไปตามถนน ถ้าแหงนมองขึ้นจะเห็นแมกไม้หลากสีสันแบบนี้เลย
Tohoku Autumn - Kakunodate 6
หนุ่มน้อยไอ้ต้าวบุเคมารุ (Bukemaru) ไอดอลประจำถนนสายนี้

คาคุโนะดาเตะ (角館, Kakunodate)
ที่อยู่: Kakunodatemachi, Semboku, Akita 014-0331
เวลาทำการ: เปิด 24 ชั่วโมง
วันหยุด: ไม่มี
การเดินทาง: เดิน 15 นาทีจากสถานี JR Kakunodate

มาอาคิตะก็ต้องกินนี่! อินานิวะอุด้ง

Tohoku Autumn - Inaniwa Udon 1
อินานิวะอุด้ง ของดีอดีตอาหารชนชั้นสูงประจำจังหวัดอาคิตะ

ตอนแรกที่เห็น หลายคนอาจจะสงสัยว่านี่อุด้งจริงๆ ใช่ไหม? เพราะอินานิวะอุด้ง (稲庭うどん, Inaniwa Udon) เป็นอุด้งเส้นเล็กที่ผิดกับเส้นอ้วนๆ ที่เราคุ้นเคยกัน แต่เรื่องความอร่อยนี่ของจริง! เพราะอินานิวะอุด้งถือเป็นหนึ่งในสามอุด้งตัวท็อปของญี่ปุ่น และในอดีตถือเป็นอาหารที่ชนชั้นสูงนิยมส่งเป็นของขวัญให้แก่กัน

Tohoku Autumn - Inaniwa Udon 2
ร้าน Kosendo ที่เสิร์ฟอินานิวะอุด้งร้อนๆ หอมๆ แถมตอนไปในร้านยังเปิดเพลง BGM หนัง Studio Ghibli ด้วย แบบนี้ต้องเข้าเท่านั้น!

และที่ไหนล่ะจะเหมาะกับการชิมอินานิวะอุด้งของดีจังหวัดอาคิตะยิ่งไปกว่าในคาคุโนะดาเตะ! ในย่านนี้มีร้านอาหารมากมายที่เสิร์ฟอินานิวะอุด้งอร่อยๆ เช่นร้าน Kosendo (古泉洞) ที่มีอินานิวะอุด้งหลายแบบให้เลือกชิม โดยจะสั่งเป็นชามเดี่ยวๆ หรือเป็นเซ็ตคู่กับเท็มปุระกรุบกรอบก็ได้ ซึ่งต่อให้เป็นแบบสั่งเดี่ยวๆ ก็จะได้อินานิวะอุด้งชามใหญ่ร้อนๆ หอมฉุยด้วยซุปดาชิมาเสิร์ฟตรงหน้า

Tohoku Autumn - Inaniwa Udon 3
เซ็ทอินานิวะอุด้งและเท็มปุระ พร้อมหัวไชเท้าดองเปรี้ยวหวานอร่อยสะใจ

เอาล่ะ ได้เวลาหักตะเกี๊ยบเป๊าะ พูดอิทาดาคิมัส แล้วก็ซู้ดดดดดดดดด อ้าว หมดชามแล้ว? เส้นเยอะขนาดนั้นหายไปตั้งแต่เมื่อไหร่? ​จำได้ว่าคีบเส้นอุด้งเข้าปาก แล้วก็จำได้ว่าเส้นนุ่มลื่นคอมาก แทบไม่ต้องเคี้ยว แถมด้วยความที่เส้นเล็กทำให้ตอนสูดเราได้ซุปดาชิขึ้นมาเต็มปากเต็มคำกว่าอุด้งทั่วไปด้วย เพราะงั้นแน่เลย ถึงเผลอกินหมดไม่รู้ตัว ฮ่าๆๆ ส่วนเห็ดที่อยู่ในซุปจะมีกลิ่นหอมนิดๆ เคี้ยวกรุบๆ ช่วยเพิ่มสีสันให้กับเส้นอุด้งได้ ส่วนเท็มปุระนั้นกรอบมาก กัดทีได้ยินเสียงกร้วมกันทั้งโต๊ะ ยังไม่นับว่าชิ้นใหญ่จุใจด้วย ใครห่วงว่าจะกินแค่อุด้งแล้วไม่อิ่มก็สั่งคู่กับเท็มปุระได้เลย อร่อยและอิ่มชัวร์!

Tohoku Autumn - Inaniwa Udon 4
ถามว่าอินานิวะอุด้งชามใหญ่เท่าไหร่เหรอ? ใหญ่เท่าเนี้ยะ!

ที่สำคัญเลยคือถ้าอยากพกความอร่อยนี้กลับบ้าน ในร้านค้าต่างๆ ของจังหวัดอาคิตะ โดยเฉพาะในเมืองเซ็มโบคุก็มีเส้นอินานิวะอุด้งแบบแห้งให้ซื้อกลับไปลวกกันได้ด้วย! งานนี้คนรักอุด้งต้องมีกระเป๋าตังค์สั่นแล้วล่ะ

Kosendo (古泉洞)
ที่อยู่: 9−9 Higashikatsurakucho, Kakunodatemachi, Semboku, Akita 014-0325
เวลาทำการ: 11.00-14.30 น. (เปิดถึง 15.00 น. ในวันเสาร์-อาทิตย์)
วันหยุด: ไม่มี
การเดินทาง: เดิน 15 นาทีจากสถานี JR Kakunodate

จังหวัดอาโอโมริ

มากันที่จังหวัดสุดท้ายของเรากันแล้ว นั่นคือจังหวัดอาโอโมริ และจังหวัดนี้คือที่ตั้งของหนึ่งในจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่ดังที่สุดของภูมิภาคโทโฮคุ!

พิกัดวิวใบไม้เปลี่ยนสีจังหวัดอาโอโมริ ปราสาทฮิโรซากิและ Fujita Memorial Garden

Tohoku Autumn - Hirosaki Castle 1
คูน้ำรอบปราสาทฮิโรซากินที่มีใบไม้เปลี่ยนสีให้ชมตลอดสองฝั่ง

ปราสาทฮิโรซากิ (弘前城, Hirosaki Castle) ตั้งอยู่ในเมืองฮิโรซากิ และนั่งรถแท๊กซี่จากสถานี JR Hirosaki ไปถึงได้ในเวลาแค่แป๊บเดียวเท่านั้น สวนปราสาทฮิโรซากิเป็นโลเคชั่นชมซากุระและใบไม้เปลี่ยนสียอดนิยมประจำจังหวัดเช่นเดียวกันกับคาคุโนะดาเตะของจังหวัดอาคิตะ เมื่อเดินเข้าไปเรื่อยๆ จากทางเข้าปราสาท เราจะเดินผ่านต้นไม้ร่มที่กำลังเริ่มทยอยเปลี่ยนสีให้เห็น เสียดายว่ามีเมฆฝนในตอนที่ไปถึง เลยไม่ได้รูปใบไม้เปลี่ยนสีกับท้องฟ้าใสเป็นฉากหลัง แต่ถึงอย่างนั้นใบไม้เปลี่ยนสีก็ยังสีสดสู้วันฟ้าเน่ามากๆ

ก่อนจะถึงปราสาท จุดหนึ่งที่แนะนำให้แวะถ่ายรูปเลยก็คือบนสะพานสีแดงที่เราจะได้วิวคูน้ำรอบปราสาทข้างล่างซึ่งตอนนี้มีใบไม้เปลี่ยนสีขนาบทั้งสองข้าง

Tohoku Autumn - Hirosaki Castle 2
ใบไม้เปลี่ยนสีรอบๆ ตัวปราสาทฮิโรซากิ

ปราสาทฮิโรซากิเป็นปราสาทที่เดิมเคยมีทั้งหมดห้าชั้น แต่เคยถูกทำลายและถูกฟ้าผ่าจนปัจจุบันเหลือเพียงสามชั้นเท่านั้น เห็นเป็นปราสาทที่สวยสภาพดีขนาดนี้ แต่รู้ไหม? ปราสาทแห่งนี้คือที่เดียวในโทโฮคุที่ไม่ได้ถูกบูรณะสร้างใหม่ในยุคปัจจุบัน และนี่เองคือความพิเศษของปราสาทฮิโรซากิที่เรียกให้คนรักสถาปัตยกรรมญี่ปุ่นและคอประวัติศาสตร์เดินทางมาเยี่ยมชมได้เสมอ

Tohoku Autumn - Hirosaki Castle 3
ปราสาทฮิโรซากิซึ่งปัจจุบันเหลือเพียงสามชั้น แต่ก็ยังสวยน่าถ่ายรูปมาก

จากบนพื้นที่ของปราสาท เราจะเห็นวิวเมืองฮิโรซากิเบื้องล่างพร้อมกับภูเขาอิวากิที่อยู่ไกลๆ และเห็นเป็นเงาลางๆ ในช่วงบ่ายแก่ๆ แต่ถ้าเป็นช่วงกลางวันและในวันฟ้าแจ่มใสล่ะก็ วิวภูเขาอิวากิจะสวยกว่านี้อีกล้านเท่าเลยทีเดียว! โดยรวมแล้ว ถ้าเพื่อนๆ เป็นคนชอบประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น และกำลังหาโลเคชั่นชมใบไม้เปลี่ยนสีที่ไปได้ง่ายๆ และอยู่ในเมืองล่ะก็ ขอแนะนำสวนปราสาทฮิโรซากิเลย

Tohoku Autumn - Hirosaki Castle 4
ใบไม้เปลี่ยนสีที่สู้วันฟ้าเน่ามาก และเงาของภูเขาอิวากิที่เห็นได้ไกลๆ

ปราสาทฮิโรซากิ (弘前城, Hirosaki Castle)
ที่ตั้ง: 1 Shimoshiroganecho, Hirosaki, Aomori 036-8356
เวลาทำการ: 9.00-17.00 น.
วันหยุด: อาคารปราสาทปิด 24 พ.ย. – 31 มี.ค.แต่พื้นที่สวนไม่มีวันหยุด
ค่าเข้า: ค่าเข้าอาคารปราสาทฮิโรซากิ ผู้ใหญ่ 320 เยน เด็ก 100 เยน
การเดินทาง: นั่งรถแท๊กซี่ 10 นาทีจากสถานี JR Hirosaki
Website: hirosakipark.jp

แต่แถวนี้ไม่ได้มีแต่ปราสาทฮิโรซากิเท่านั้น แต่ยังมีอาคารทรงยุโรปมากมายกระจายอยู่รอบๆ ให้เวียนไปชมกันได้ ซึ่งน่าจะถูกใจคนชอบบรรยากาศแนวยุโรปมากทีเดียว สำหรับที่ที่ท็อปและคินไปมาก็คือ Fujita Memorial Garden (藤田記念庭園)

Tohoku Autumn - Fujita Memorial Garden 1
บรรยากาศภายในสวน Fujita Memorial Garden

สวนบรรยากาศน่าเดินแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นโดยนักจัดสวนในปีค.ศ. 1919 และมีเจ้าของเดิมคือฟุจิตะ เคนอิจิผู้เป็นชาวเมืองฮิโรซากิ และต่อมาเปิดให้เป็นพื้นที่สาธารณะในปีค.ศ. 1991 และถือเป็นสวนญี่ปุ่นที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ในภูมิภาคโทโฮคุทีเดียว

Tohoku Autumn - Fujita Memorial Garden 2
ทางเดินในสวนจะพาเราขึ้นไปยังสะพานแดงที่ซ่อนตัวอยู่กลางแมกไม้ในรูปนี้ และต่อไปยังพื้นที่อีกโซนของสวนที่ตั้งอยู่บนเนินเขา

พอเดินลอดรั้วไม้เข้าไปเราจะไปโผล่อยู่ในสวนญี่ปุ่นที่จัดวางตามภูมิทัศน์ของสวนให้เป็นธรรมชาติและสวยงาม ภายในสวนมีต้นไม้บางส่วนที่เปลี่ยนสีเรียบร้อยแล้ว มีตั้งแต่สีแดงชาด สีส้ม ไปจนถึงสีเหลืองทอง แต่ด้วยความที่ยังมีไม้ใบเขียวเหลืออยู่นี่เองที่ทำให้ดูรวมๆ แล้วทั้งสวนมีสีสันสวยมากเหมือนภาพวาดของโมเน่ต์

Tohoku Autumn - Fujita Memorial Garden 3
บ้านญี่ปุ่นสวยเรียบง่ายน่าเข้าที่ตั้งอยู่ในสวน Fujita Memorial Garden

และที่สายถ่ายรูปน่าจะชอบก็คือสวนนี้มีทั้งบ้านสไตล์ญี่ปุ่นและบ้านสไตล์ยุโรปตั้งอยู่ในที่เดียวกัน ดังนั้นไปที่นี่ที่เดียวก็เก็บภาพใบไม้เปลี่ยนสีทั้งในบรรยากาศญี่ปุ่นจ๋าและยุโรปคลาสสิกได้ในทริปเดียวเลย

Tohoku Autumn - Fujita Memorial Garden 4
บ้านทรงยุโรปที่ปัจจุบันข้างในถูกปรับให้เป็นห้องน้ำชาที่เสิร์ฟพายแอปเปิ้ลหอมอร่อยประจำเมือง

Fujita Memorial Garden (藤田記念庭園)
ที่ตั้ง: 8-1 Kamishiroganecho, Hirosaki, Aomori 036-8207, Japan
เวลาทำการ: 9.00-17.00 น. (จำหน่ายตั๋วเข้าจนถึงเวลา 16.30 น.) ,
ช่วงค่ำเปิดให้ชมสวนได้ถึง 20.00 น. (จำหน่ายตั๋วเข้าจนถึงเวลา 19.30 น.)
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
ค่าเข้า: เข้าฟรี
การเดินทาง: นั่งรถแท๊กซี่ 10 นาทีจากสถานี JR Hirosaki
Website: hirosakipark.or.jp

ลำธารโออิราเสะ ทะเลสาบโทวาดะ

Tohoku Autumn - Oirase Gorge 1
ลำธารโออิราเสะที่ไหลตัดผ่านป่าสีทอง

ปิดท้ายแบบฟินาเล่กันด้วยที่สุดของจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีในโทโฮคุ นั่นคือลำธารโออิราเสะ (奥入瀬渓流, Oirase Gorge) และทะเลสาบโทวาดะ (十和田湖, Towada Lake) ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่คาบเกี่ยวระหว่างจังหวัดอาโอโมริและจังหวัดอาคิตะ และถ้าจะมาเที่ยวที่นี่ หลายคนนิยมเที่ยวทั้งลำธารและนั่งเรือชมทะเลสาบเพื่อเที่ยวให้เต็มคอร์ส
เราเริ่มกันที่ลำธารโออิราเสะแล้วเดินย้อนขึ้นลำธารไป ปกติแล้วถ้าพูดถึงฤดูใบไม้ร่วง หลายคนจะนึกถึงใบเมเปิ้ลสีส้มแดง แต่ป่าของลำธารโออิราเสะเป็นสีทอง! จะหันไปทางไหนก็มีแต่ใบไม้สีเหลืองอะร้าอร่ามเต็มไปหมด อาจจะต่างไปจากที่หลายคนนึกภาพไว้ แต่เป็นอีกเฉดสีของฤดูใบไม้ร่วงที่สวยจนรู้เลยว่าต้องอยากมาที่นี่อีกให้ได้แน่ๆ ตั้งแต่วินาทีแรกที่ลงจากรถ

Tohoku Autumn - Oirase Gorge 2
พอได้เดินเลียบฟังเสียงน้ำกลางป่าในฤดูใบไม้ร่วงแบบนี้ เข้าใจแล้วว่าทำไมมีแต่คนบอกว่ามาลำธารโออิราเสะครั้งเดียวไม่เคยพอ

ระหว่างเดินไปตามทางเดินชมธรรมชาติเลียบย้อนขึ้นไปตามลำธาร เราจะได้เห็นลำธารใสออกอมฟ้านิดๆ ไหลผ่านให้ได้ฟังเสียงน้ำไปตลอดทาง โดยเหนือหัวมีต้นเมเปิ้ลและต้นไม้อีกสารพัดชนิดที่คอยโปรยใบไม้สีเหลือง ทอง และส้มลงมาเป็นครั้งคราว ต้องบอกก่อนว่าก่อนจะมาที่ลำธารโออิราเสะ ทั้งคินและท็อปเคยเห็นภาพลำธารโออิราเสะในฤดูใบไม้ร่วงมาหลายภาพมาก แต่ทั้งหมดนั้นเทียบกับของจริงไม่ได้เลยสักนิด จนบางทีก็สงสัยว่าต้องมีกล้องดีขนาดไหนถึงจะถ่ายลำธารที่นี่ให้ออกมาสวยได้สมศักดิ์ศรีจริงๆ

Tohoku Autumn - Oirase Gorge 3
ลำธารสีฟ้าใสอมเขียวนิดๆ ตัดกับสีส้ม-ทองของป่าได้สวยมาก บางจุดเพื่อนๆ จะเห็นคนเอาผ้าใบมาตั้งเพื่อวาดภาพลำธารโออิราเสะด้วยนะ

พอเดินไปสักระยะจะมีจุดให้เราเดินข้ามสะพาน ซึ่งตอนนั้นเองที่เราจะได้จังหวะถ่ายรูปให้ดูเหมือนยืนอยู่กลางลำธาร และแน่นอนว่าเรามีเพื่อนร่วมทางหลายคนยืนแวะถ่ายรูปเหมือนกัน เพราะงั้นถ้าเดินติดกับกลุ่มคนเยอะๆ นี่จะเป็นช่วงที่ทุกคนพร้อมใจกันยืนเรียงบนสะพานเพื่อให้ได้วิวลำธารที่สวยที่สุดติดกล้องกลับบ้าน

Tohoku Autumn - Oirase Gorge 4
มุมจากบนสะพานให้ความรู้สึกเหมือนกำลังยืนอยู่กลางลำธารเลย

นอกจากนี้ก็จะมีน้ำตกให้ถ่ายรูปเป็นช่วงๆ ซึ่งบางน้ำตกก็จะทำได้แค่ถ่ายภาพไกลๆ และบางอันก็มีเส้นทางให้เดินเข้าไปถ่ายรูปใกล้ๆ ได้เช่นกัน

Tohoku Autumn - Oirase Gorge 5
น้ำตกโจชิ (銚子大滝) น้ำตกที่ใหญ่ที่สุดอันหนึ่งของลำธารโออิราเสะ

นอกจากบรรยากาศดีแล้ว บอกเลยว่าอากาศก็ดีมากเช่นกัน ให้ความรู้สึกเหมือนได้ฟอกปอดไม่ต่างกับตอนเดินเที่ยวคามิโคจิ แต่ที่น่าสนใจคืออากาศที่ลำธารโออิราเสะในฤดูนี้จะมีกลิ่นออกหวานดินๆ ไม้ๆ เล็กน้อยเมื่อเทียบกับคามิโคจิ ซึ่งให้ความรู้สึกสมกับเป็นฤดูใบไม้ร่วงมากเลย

ลำธารโออิราเสะ (奥入瀬渓流, Oirase Gorge)
ที่อยู่: 60 Okuse, Towada, Aomori 034-0301
เวลาทำการ: เปิด 24 ชั่วโมง
วันหยุด: ไม่มี
การเดินทาง: นั่งรถบัส 2-3 ชั่วโมงจากสถานี JR Hachinohe / JR Shichinohe-Towada

Tohoku Autumn - Towada Lake 1
หลังผ่านป่าสีทองของลำธารโออิราเสะมาแล้ว ได้เวลามาเจอกับสีแสดร้อนแรงของทะเลสาบโทวาดะกัน

หลังจากเดินสูดอากาศจนพอใจแล้ว ก็ได้เวลานั่งรถต่ออีกนิดเพื่อไปยังทะเลสาบโทวาดะ ซึ่งเป็นทะเลสาบปล่องภูเขาไฟที่ใหญ่ที่สุดบนเกาะฮอนชูของญี่ปุ่น และมีความลึกเป็นอันดับ 3 ของประเทศ ที่นี่เราจะได้เห็นใบไม้เปลี่ยนสีอีกเฉดหนึ่งที่ต่างไปจากลำธารโออิราเสะ โดยภูเขาที่ล้อมรอบทะเลสาบโทวาดะจะมีสีส้มเข้มจนบางครั้งถ้ามองในแดดก็สีคล้ายทองแดงก็ว่าได้ สิ่งที่ทำให้วิวที่นี่สวยมากก็คือความที่สีแสดของใบไม้เปลี่ยนสีบนภูเขาตัดกับสีน้ำเงินเฉดไพลินของทะเลสาบโทวาดะ

Tohoku Autumn - Towada Lake 2 Cruise Nenokuchi
เรือชมวิวทะเลสาบโทวาดะที่จอดเทียบท่ารอผู้โดยสาร

แค่ยืนบนท่าเรือก็ว่าสวยจนตื่นเต้นแล้ว ยิ่งพอได้ขึ้นเรือชมวิวด้วยล่ะก็ บอกเลยว่ามีแต่กดชัตเตอร์กล้องรัวๆ ยกเว้นบางครั้งที่ต้องเบรกไปหลบหนาว เพราะอากาศหนาวมากและลมแรงด้วย บรื๋อ

Tohoku Autumn - Towada Lake 3
ออกเรือแล้ว!

ระหว่างนั่ง หรือพูดให้ถูกคือเดินวนถ่ายรูปบนเรือ จะมีเสียงประกาศในเรือตลอดเวลาที่คอยแนะนำจุดที่เป็นไฮไลท์ของทะเลสาบโทวาดะให้ฟัง โดยบางจังหวะเรือจะแล่นใกล้เกาะกลางทะเลสาบและทิวต้นไม้ให้ซูมกล้องถ่ายสีสันของใบไม้เปลี่ยนสีได้ชัดเต็มตา

Tohoku Autumn - Towada Lake 4 Tohoku Autumn - Towada Lake 5 Tohoku Autumn - Towada Lake 6

หลังจากที่เรือพาข้ามฟากจาก Nenokuchi ไปยังจุดพักรถที่อยู่อีกฝั่งแล้ว เราจะมาถึงบริเวณที่มีสัญลักษณ์ประจำทะเลสาบโทวาดะ นั่นก็คือรูปปั้นหญิงสาว Otome no Zou (乙女の像) ซึ่งเป็นผลงานของทาคามุระ โคทาโร กวีและประติมากรชาวญี่ปุ่นที่ถูกมอบให้เป็นสมบัติของพื้นที่นี้เมื่อปี 1953 ในโอกาสครบรอบ 15 ปีของการก่อตั้ง Towada-Hachimantai National Park ที่ครอบคลุมทะเลสาบโทวาดะแห่งนี้นั่นเอง

Tohoku Autumn - Towada Lake 7 Otome no Zou
รูปปั้น Otome no Zou สัญลักษณ์แห่งทะเลสาบโทวาดะ

ปัจจุบัน รูปปั้น Otome no Zou กลายเป็นสัญลักษณ์ของทะเลสาบโทวาดะไปแล้วก็ว่าได้ ระหว่างเดินจากท่าเรือไปยังรูปปั้น เราจะได้ชมวิวทะเลสาบโทวาดะจากชายฝั่งของทะเลสาบไปด้วยในตัว ถือว่าปิดคอร์สชมใบไม้เปลี่ยนสีที่ลำธารโออิราเสะ-ทะเลสาบโทวาดะได้อย่างสวยงามเลย!

Tohoku Autumn - Towada Lake 8 Shore
วิวทะเลสาบโทวาดะจากบนฝั่งก็ยังสวย แถมอากาศดีมาก ให้เดินทั้งวันก็ยังได้

จุดจำหน่ายตั๋วเรือชมทะเลสาบโทวาดะ ฝั่ง Nenokuchi (遊覧船乗船券発売所)
ที่อยู่: Towadakohannenokuchi-471 Okuse, Towada, Aomori 018-5501
เวลาทำการ: 9.00-17.00 น.
วันหยุด: ไม่มี
ค่าตั๋ว: ผู้ใหญ่ 1,500 เยน , เด็ก 750 เยน
การเดินทาง: นั่งรถบัส 2-3 ชั่วโมงจากสถานี JR Hachinohe / JR Shin-Aomori / JR Shichinohe-Towada
Website: toutetsu.co.jp

มาอาโอโมริก็ต้องกินนี่! นกเกะด้ง

Tohoku Autumn - Nokkedon 1
นกเกะด้งหน้าแน่นๆ จนไม่เห็นข้าว

ทุกคนรู้ โลกรู้ ว่าอาโอโมริขึ้นชื่อเรื่องอาหารทะเลสดจากอ่าว แบบนี้จะพลาดได้ไง! แต่ไม่ เราจะไม่ได้ไปกินไคเซ็นด้ง (海鮮丼, ข้าวหน้าอาหารทะเล) ตามร้านอาหารญี่ปุ่นทั่วๆ ไป แต่เราจะมากันที่ Aomori Gyosai Center (青森魚菜センター) เพื่อชิมนกเกะด้ง (のっけ丼, Nokkedon) โดยเฉพาะ! นกเกะด้งคืออะไรบินได้ไหม? ไม่ๆ นกเกะด้งคือเมนูข้าวหน้าปลา กุ้ง ไข่ปลา หอยเชลล์ และสารพัดอาหารทะเล ซึ่งจุดที่สนุกก็คือการที่เราเลือกเนื้อโปะข้าวได้ตามใจชอบ ! โดยขั้นแรกเราจะซื้อคูปองมาหนึ่งชุด ชุดละ 10 ใบ

Tohoku Autumn - Nokkedon 2
คูปองสำหรับแลกซื้อข้าวและเนื้อปลาต่างๆ

จากนั้นก็แลกข้าวสวยร้อนๆ มาถ้วยนึงแล้วเดินไปตามร้านต่างๆ เพื่อเอาคูปองไปแลกเนื้อปลาที่ชอบหน้าที่ใช่ ซึ่งคุณลุงคุณป้าที่เฟรนลี่ (แถมเชียร์ขายของเก่งมาก) ก็จะจัดเรียงเนื้อปลาลงบนถ้วยของเรา พอคูปองหมดเราก็จะได้นกเกะด้งเต็มชามมาพร้อมกิน!

Tohoku Autumn - Nokkedon 3
ตามร้านจะมีป้ายบอกว่าเนื้อปลาแต่ละชิ้นใช้คูปองเท่าไหร่ ส่วนใหญ่จะเป็นคูปอง 1 ใบได้ 1-2 ชิ้น อยากได้อะไรจิ้มบอกแม่ค้าเลย!

เรื่องความสดใหม่นั้นไม่ต้องพูดถึงเลย เพราะบรรดาปลากุ้งหอยที่วางขายตามร้านค้านั้นต่างถูกส่งตรงจากเรือประมง และ Aomori Gyosai Center แห่งนี้ก็เป็นตลาดสดที่ขึ้นชื่อเรื่องวัตถุดิบสดใหม่อยู่แล้วด้วย ด้วยความสดใหม่ทำให้ไม่ว่าจะคีบอะไรมากินก็หวานอร่อยหมด ทั้งกุ้งกรุบๆ ไข่ปลาดึ๋งดั๋ง ปลาซาบะหอมมัน และที่ยกให้เป็นนัมเบอร์วันของชามก็คือหอยเชลล์ที่เป็นของดีประจำจังหวัดอาโอโมริ และมัน-อร่อย-มาก!! เพราะนอกจากจะชิ้นโตเต็มคำแล้ว ยังเคี้ยวหนุบหนับกำลังดีและหวานมาก ไม่คาวด้วย เพราะงั้นคนที่กลัวอาหารทะเลคาวๆ หายห่วงได้เลย ยิ่งราดซอสโชหยุด้วยแล้วยิ่งอร่อย หรือต่อให้ราดไม่เยอะก็อร่อย! กว่าจะกินหมดชามก็ใช้คำว่า “อร่อย” ไปเปลืองมาก ถ้าจะมีเมนูไหนในจังหวัดอาโอโมริที่พิสูจน์ความสดใหม่และความอร่อยของรสชาติวัตถุดิบแบบเน้นๆ ก็ต้องยกให้นกเกะด้งเลย! แค่นึกถึงก็หิวขึ้นมาอีกรอบแล้ว ช่วยด้วย ฮ่าๆๆ

Tohoku Autumn - Nokkedon 4
นกเกะด้งที่สมบูรณ์พร้อมกินของท็อป (ซ้าย) และคิน (ขวา)

Aomori Gyosai Center (青森魚菜センター)
ที่อยู่: Towadakohannenokuchi-471 Okuse, Towada, Aomori 018-5501
เวลาทำการ: 7.00-16.00 น. (อาจปิดเวลา 15.00 น. หรือ 17.00 น. ตามแต่ละช่วงฤดู)
วันหยุด: ทุกวันอังคาร
ค่าคูปอง: 2,000 เยน (10 ใบ)
การเดินทาง: เดิน 5 นาทีจากสถานี JR Aomori
Website: nokkedon.jp

มาอาโอโมริก็ต้องกินนี่! แอปเปิ้ลอาโอโมริ

Tohoku Autumn - Aomori Apple 1
แอปเปิ้ลโฮชิโนะคินคะสีทองแปลกตา แต่อร่อยจนลืมโลก

มาอาโอโมริทั้งทีจะไม่กินแอปเปิ้ลได้ยังไง! เพราะจังหวัดอาโอโมริเป็นจังหวัดที่ยืนหนึ่งเรื่องการผลิตแอปเปิ้ลในญี่ปุ่น จนถึงขั้นมีชื่อเล่นว่า “อาณาจักรแห่งแอปเปิ้ล” ทีเดียว และพอมาถึงอาโอโมริเราก็มีตัวเลือกเยอะมากว่าจะอร่อยกับแอปเปิ้ลแบบไหน แต่เรามาเริ่มกันที่แอปเปิ้ลสดๆ เลยดีกว่า

Tohoku Autumn - Aomori Apple 2 Hirosaki Apple Park
ศูนย์บริการของ Hirosaki Apple Park

ที่เมืองฮิโรซากิจะมีสวนแอปเปิ้ลมากมายให้เข้าไปเก็บแอปเปิ้ลกันได้ เช่นที่ Hirosaki Apple Park (弘前市りんご公園) โดยจะมีการกำหนดโควต้าว่าคนหนึ่งเก็บได้กี่ลูก และวันนี้สามารถเก็บแอปเปิ้ลพันธุ์อะไรได้บ้างในบรรดาแอปเปิ้ลหลากสีหลายแบบที่เห็นได้ทั่วทั้งสวน สำหรับตอนที่คินและท็อปไปนั้นเป็นช่วงของการเก็บโฮชิโนะคินคะ (星の金貨) แอปเปิ้ลสีทองสมชื่อ และเป็นสีที่ไม่เคยเห็นมาก่อน จนตอนแรกอาจจะเผลอคิดว่าเป็นสาลี่ด้วยซ้ำ ส่วนวิธีในการเลือกเด็ดแอปเปิ้ลก็คือให้เลือกลูกที่มีสีแดงเยอะหน่อย เพราะลูกนั้นจะหวาน พอได้คำใบ้ก็เริ่มเด็ดเลย! ซึ่งไม่ต้องหานานมาก เพราะที่นี่มีแอปเปิ้ลลูกโตๆ น่ากินเพียบ

Tohoku Autumn - Aomori Apple 3 Apple Picking
แอปเปิ้ลที่เก็บได้ลูกโตๆ ทั้งนั้น!

ในเรื่องของรสชาตินั้นบอกเลยว่าอร่อยมาก คิดว่าเป็นแอปเปิ้ลที่หวานที่สุดชนิดหนึ่งเท่าที่เคยกินมา และด้วยความที่ลูกใหญ่มากทำให้กินหมดลูกนึงทีก็อิ่มไปพักใหญ่ๆ เลย ส่วนแอปเปิ้ลพันธุ์ไหนจะพร้อมให้เด็ดตอนเพื่อนๆ มา ไว้มาลุ้นกันตอนมาเที่ยวกันนะ แต่บอกได้อย่างนึงเลยว่าจะพันธุ์ไหนก็อร่อยแน่นอน!

Hirosaki Apple Park (弘前市りんご公園)
ที่อยู่: Terasawa-125 Shimizutomita, Hirosaki, Aomori 036-8262
เวลาทำการ: 9.00-17.00 น.
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
ค่าเข้า: ฟรี ลูกแอปเปิ้ลที่เก็บได้จะคิดราคาตามน้ำหนัก
การเดินทาง: นั่งรถแท๊กซี่ 15 นาทีจากสถานี JR Hirosaki
Website: hirosaki.aomori.jp

Tohoku Autumn - Aomori Apple 4 Apple Pie
พายแอปเปิ้ลหอมกรุ่นอบเสิร์ฟใหม่ๆ

อร่อยกับแอปเปิ้ลสดๆ แล้ว ได้เวลามาลองแบบอื่นกันบ้าง เช่นพายแอปเปิ้ล ซึ่งเมืองฮิโรซากิมีพายแอปเปิ้ลหลายแบบของหลากร้านค้าให้เลือกชิม ขนาดว่ามีไกด์แมปสำหรับนักชิมอย่างเป็นเรื่องเป็นราวทีเดียว

Tohoku Autumn - Aomori Apple 5 Taisho Roman Tea Room
(ซ้าย) ห้องด้านในที่มีมุมขายของที่ระลึกด้วยในตัว และ (ขวา) ห้องริมหน้าต่างที่ใครๆ ก็อยากมานั่ง

และที่หนึ่งที่เราจะได้อร่อยกับพายแอปเปิ้ลแถมได้บรรยากาศดี๊ดีก็คือที่ Taishō Roman Tea Room (大正浪漫喫茶室) คาเฟ่บรรยากาศห้องน้ำชาสไตล์ตะวันตกใน Former Fujita Family Villa Western Style House (旧藤田家別邸 洋館) ที่จะมีห้องโต๊ะริมหน้าต่างให้เราชมสวนญี่ปุ่นที่ถูกจัดอย่างสวยงามได้พลางจิบกาแฟหรือชาหอมๆ สักถ้วยและตักพายหวานๆ ชิ้นโตเข้าปาก

Tohoku Autumn - Aomori Apple 6 Tea Room View
มองออกไปนอกหน้าต่างก็ได้วิวแบบนี้เลย! บรรยากาศดี๊ดี

ลำพังที่นี่ก็มีเมนูพายแอปเปิ้ลให้เลือกกันได้ถึง 9 เมนูแล้ว โดยสามารถสั่งเดี่ยวๆ ก็ได้ หรือจะสั่งเป็นเซ็ทคู่กับกาแฟก็ได้ แน่นอนว่าท็อปและคินที่มีคำขวัญประจำใจว่าทุกอย่างขับเคลื่อนด้วยกาแฟก็ต้องสั่งกาแฟ สำหรับพายที่จิ้มเลือกมานั้นได้แก่ Nice Life พายแบบเย็นที่แป้งบางๆ และมีไส้เยลลี่และเนื้อแอปเปิ้ลชิ้นโตๆ กับ Le Castle Factory พายอบร้อนแป้งกรอบๆ เนื้อแอปเปิ้ลหวานชุ่มๆ

Tohoku Autumn - Aomori Apple 7 Nice Life
พาย Nice Life ที่แค่เห็นแอปเปิ้ลหั่นชิ้นโตๆ ในเยลลี่ก็มีความสุขแล้ว กินแล้วรู้สึกชีวิตดี๊ดีสมชื่อ

โดยพายทั้งสองจะมีลูกเล่นนิดนึงคือมีกลิ่นหอมอบเชยซ่อนอยู่ด้วย ซึ่งช่วยดึงความหอมของแป้งและความหวานของแอปเปิ้ลออกมาได้ชนิดที่ตักเข้าปากแล้วอยากให้เวลาหยุดอยู่ตรงนี้เลย และถ้ามีเวลาล่ะก็คงจะนั่งสั่งแอปเปิ้ลมาชิมให้หมดทุกเมนูเท่าที่ร้านมีแล้ว

Tohoku Autumn - Aomori Apple 8 Le Castle Factory
พาย Le Castle Factory หน้าตาเหมือนตะกร้าที่ใส่แอปเปิ้ลชิ้นโตๆ หวานหอมอบเชย

Former Fujita Family Villa Western Style House (旧藤田家別邸 洋館)
ที่อยู่: 8-1 Kamishiroganecho, Hirosaki, Aomori 036-8207
เวลาทำการ: 9.00-16.30 น.
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
การเดินทาง: นั่งรถแท๊กซี่ 10 นาทีจากสถานี JR Hirosaki

Tohoku Autumn - Aomori Apple 9 A-Factory Exterior
A-Factory ศูนย์รวมของฝากจังหวัดอาโอโมริ ตั้งแต่แอปเปิ้ลไปจนถึงงานฝีมือ ช้อปที่เดียวจบ แถมใกล้สถานีรถไฟด้วยนะ!

ปิดท้ายกันด้วยเมนูสดชื่นล้างปากกันบ้าง โดยที่ A-Factory ศูนย์จำหน่ายของฝากจังหวัดอาโอโมรินั้นรวมสินค้าทำจากแอปเปิ้ลและของขึ้นชื่ออื่นๆ ของจังหวัดไว้เพียบให้เลือกซื้อกัน แต่นอกจากนี้ ที่นี่ยังมีร้าน gelato natura due ที่เสิร์ฟเจลาโต้ทำจากแอปเปิ้ลพันธุ์ต่างๆ ที่ตู้กระจกจะมีป้ายบอกระดับความหวานและความเปรี้ยวของเจลาโต้แต่ละรสไว้ ช่วยให้เลือกได้ง่ายขึ้นมากเลย!

Tohoku Autumn - Aomori Apple 10 Gelato
ตู้เจลาโต้พร้อมป้ายสีแดงรูปแอปเปิ้ลที่บอกว่าเจลาโต้แอปเปิ้ลแต่ละรสมีระดับความหวานและเปรี้ยวอย่างไรบ้าง

เนื้อเจลาโต้จะเป็นเนื้อน้ำแข็งเกล็ดๆ สีพาสเทลน่ารักแต่พกความอร่อยของแอปเปิ้ลมาเต็มที่! สำหรับเจลาโต้ที่เลือกกันนั้นได้แก่รสฟุจิ Jonagold ซันสะ และอากาเนะ

Tohoku Autumn - Aomori Apple 11 Gelato Scoop
(จากซ้าย) เจลาโต้รสฟุจิ Jonagold ซันสะ และอากาเนะ

ตอนที่ได้ถ้วยมานั้น บอกตามตรงว่าจำไม่ได้ว่าอันไหนเป็นรสไหนบ้าง แต่รู้ว่าอร่อยมาก เนื้อเจลาโตจะเบาๆ และหอมหวานสดชื่นมาก เหมาะกับกินหลังเดินมาเหนื่อยๆ หรือกินล้างปากหลังอร่อยกับอาหารมามากๆ

Tohoku Autumn - Aomori Apple 12 gelato natura due
ถ้าอยากกินเจลาโต้แอปเปิ้ลให้มองหาป้าย gelato natura due นี้ที่ชั้น 1 นะ

กินเจลาโต้แล้ว ถ้าเป็นสายดื่มก็เชิญขึ้นชั้นสองของ A-Factory เลย ที่นี่จะมีมุมให้ชิม Apple Cider 4 ตัวที่เป็นสินค้าตัวตึงประจำที่นี่ หลังจากซื้อบัตรเติมเงินที่ร้านอาหารข้างๆ ก็เสียบบัตรที่ตู้แล้วกดตัวที่สนใจเพื่อชิมได้เลย โดยมูลค่าบัตรจะพอสำหรับชิมทั้ง 4 ตัวแบบตัวละช็อตพอดี และมีตั้งแต่ Aomori Cider Sweet – Standard – Dry – Brut ที่ไล่ตั้งแต่แบบดื่มง่ายจนถึงแบบที่รสชาติเข้ม

Tohoku Autumn - Aomori Apple 13 Apple Cidre
Apple Cider ที่กลั่นเองจำหน่ายเองใน A-Factory

ส่วนตัวแล้ว ทั้งท็อปและคินลงความเห็นตรงกันว่าชอบแบบที่เข้มขึ้นมาหน่อยเพราะมีโซดาน้อยทำให้ได้กลิ่นและรสของแอปเปิ้ลในเครื่องดื่มได้เต็มที่ แต่ถ้าเป็นคนที่ชอบอะไรดื่มง่ายก็ขอแนะนำ Sweet – Standard แถมถ้าถูกใจตัวไหนก็ลงไปซื้อที่ชั้น 1 ได้เลย เรียกได้ว่าเป็นที่หนึ่งที่ให้เราหิ้วสารพัดของกินของอร่อยที่ทำจากแอปเปิ้ลอาโอโมริกลับบ้านได้ แต่ต้องใจแข็งนิดนึงนะ เพราะที่นี่ของน่าซื้อเยอะมากจริงๆ

Tohoku Autumn - Aomori Apple 14 A-Factory Interior
แน่ะๆ มีคนถือของเตรียมจ่ายตังค์

A-Factory
ที่อยู่: 1 Chome-4-2 Yanakawa, Aomori, 038-0012
เวลาทำการ: 10.00-19.00 น.
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
การเดินทาง: เดิน 2 นาทีจากสถานี JR Aomori
Website: jre-abc.com

ยังหิวอยู่ไหม? แวะจังหวัดอิวาเตะเลย

สำหรับใครที่หิวระหว่างนั่งรถไฟชินกันเซ็นเที่ยวโทโฮคุ และบังเอิ๊ญญญผ่านแถวๆ จังหวัดอิวาเตะพอดี ก็แวะที่เมืองโมริโอกะได้เลย เพราะว่าที่นี่มีสองเมนูอาหารเส้นชื่อดัง นั่นคือโมริโอกะเรเมง และวังโกะโซบะ

Tohoku Autumn - Iwate 1 Morioka Reimen
โมริโอกะเรเมงชามโตเสิร์ฟแบบแยกพริก

โมริโอกะเรเมง (盛岡冷麺, Morioka Reimen) เป็นอาหารเส้นเสิร์ฟเย็นๆ โดยมีเส้นเรเมงที่เนื้อออกแข็งนิดๆ แต่เคี้ยวสนุก ท็อปปิ้งด้วยผักและเนื้อ ราดซอสหวานเค็มขลุกขลิก และสามารถเลือกได้ว่าจะเอาแบบแยกพริก หรือใส่พริกเยอะเท่าไหร่ แต่จากที่คินซึ่งเป็นคนไม่กินเผ็ดชิมมา เผ็ดของโมริโอกะเรเมงคือเผ็ดทิพย์ กล่าวคือไม่เผ็ดเลย

Tohoku Autumn - Iwate 2 Morioka Reimen
กินละน้า ซู้ดดดดด

และแน่นอน ขึ้นชื่อว่าเป็นที่ญี่ปุ่นแล้ว โมริโอกะเรเมงเสิร์ฟมาในชามที่ใหญ่มาก อาจจะใหญ่และเยอะไปสำหรับคนที่ท้องไม่หิวมาก แต่สำหรับคนที่หิวจัดๆ เมนูนี้แหละเอาอยู่ และอร่อยจนจริงๆ แล้วถ้ามีแค่เส้นกับซอสก็เลิศแล้ว แถมถ้าจับคู่กับเนื้อย่างร้อนๆ ล่ะก็ยิ่งฟิน

Pyon-Pyon-Sha (ぴょんぴょん舎)
ที่อยู่: 9-3 Moriokaekimaedori, Morioka, Iwate 020-0034
เวลาทำการ: 11.00-22.00 น.
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
การเดินทาง: เดิน 4 นาทีจากสถานี JR Morioka
Website: pyonpyonsya.co.jp

อีกเมนูขึ้นชื่อก็คือวังโกะโซบะ (わんこそば, Wanko Soba) โซบะที่ใครๆ ที่มาอิวาเตะต่างต้องมาท้าพิสูจน์ขีดจำกัดของตัวเองกันสักครั้ง

Tohoku Autumn - Iwate 3 Wanko Soba
วังโกะโซบะ 1 ถ้วยจะมีปริมาณเท่า 1 คำพอดี แต่บางถ้วยอาจจะเสิร์ฟคำโตบ้างคำเล็กบ้างปะปนกันไป

วังโกะโซบะเป็นเมนูที่พนักงานจะเสิร์ฟโซบะให้เราทีละถ้วย (ถ้วยหนึ่งจะมีปริมาณเท่ากับโซบะหนึ่งคำพอดี) พร้อมพูดว่า “ไฮ่ จังจัง ไฮ่ ดงดง (เอ้า กินเข้าไปๆ เอ้ากินอีกๆ )” เพื่อเชียร์ให้เรากินเข้าไปเรื่อยๆ ส่วนตัวช่วยนั้นมีเช่นสาหร่าย เนื้อปลา วาซาบิ และผักดองที่ช่วยตัดรสชาติไม่ให้เลี่ยนโซบะ

Tohoku Autumn - Iwate 4 Wanko Soba Side Dishes
เครื่องเคียงที่เป็นตัวช่วยในการตะลุยกินวังโกะโซบะ มีตั้งแต่งาคั่ว สาหร่าย แตงกวาและหัวไชเท้าดอง เนื้อปลาทูนาเป็นต้น

แต่ของแบบนี้มันต้องรีบกินก่อนที่กระเพาะจะทันรู้ตัวว่าอิ่ม เพราะงั้นคินที่ตั้งเป้าว่าจะกินให้ถึง 100 ถ้วยเลยไม่ได้แตะเครื่องเคียง ถามว่าสถิติท็อปกับคินอยู่ที่เท่าไหร่?​ ท็อปหยุดที่ 45 ถ้วยและคินจอดที่ 66 ถ้วยซึ่งเจ้าตัวบอกว่าเพราะได้ถ้วยที่มีแต่โซบะคำใหญ่ๆ ตัดกำลังในช่วงท้ายทำให้จุกไปซะก่อน ดังนั้นทั้งสองเลยอดได้ป้ายไป เพราะถ้ากินครบ 100 ถ้วย ทางร้านจะให้ป้ายไม้เป็นที่ระลึกว่ากินครบ 100 ถ้วยเป็นของขวัญ (หรือต่อให้กินไม่ครบ ก็ซื้อป้ายไม้ที่ว่านี้กลับไปเองได้เช่นกัน ใช้เงินแก้ปัญหา)​ สำหรับสถิติที่มากที่สุดนั้น ท็อปกระซิบถามพนักงานมา และได้ข้อมูลว่าผู้ชายอยู่ที่ 450 ถ้วย ส่วนผู้หญิงอยู่ที่ 500 ถ้วย! ถ้าเพื่อนๆ มาอิวาเตะลองมาท้าทายตัวเองกันดูนะ!

Tohoku Autumn - Iwate 5 Wanko Soba Certificate
กินอิ่มแล้วก็ให้ปิดฝาถ้วยของตัวเองเพื่อเป็นสัญญาณให้พนักงานของร้านหยุดเสิร์ฟ หลังจากนั้นพนักงานจะนับถ้วยที่เราเขียนได้และให้ใบเหลืองที่จดสถิติของเราไว้เป็นที่ระทึก เอ้ย ระลึก

Azumaya (そば処 東家)
ที่อยู่: 8-11 Morioka-ekimae Building 2nd Floor, Moriokaekimaedori, Morioka, Iwate 020-0034
เวลาทำการ: 11.00-15.00 น. และ 17.00-20.00 น.
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
การเดินทาง: เดิน 2 นาทีจากสถานี JR Morioka
Website: wankosoba.jp

อยากเที่ยวถ่ายรูปและตระเวนกินให้ได้แบบนี้? เรามีตัวช่วย!

เห็นท็อปกับคินตระเวนเที่ยวโทโฮคุแบบนี้ แถมถ้าดูแผนที่แล้วจะเห็นว่าโทโฮคุเป็นภูมิภาคที่กว้างมาก น่าจะใช้พลังงานและงบไปกับการเดินทางพอตัวอยู่ ขอบอกว่าไม่เลยจ้า เพราะเรามีตัวช่วยอย่าง JR EAST PASS (Tohoku area) ซะอย่าง! ตั๋วราคา 20,000 เยนนี้เป็นตั๋วพิเศษเฉพาะนักท่องเที่ยวต่างชาติอย่างเราๆ ที่ให้ผู้ถือสามารถนั้งรถไฟและชินกันเซ็นในเครือ JR East ได้ไม่จำกัดจำนวนรอบตลอดระยะเวลา 5 วันติดกัน จะนั่งไปไหนในโทโฮคุเยอะขนาดไหนก็อยู่ในงบ 20,000 เยนนี้เลย ซึ่งถือว่าคุ้มมาก เพราะลำพังค่ารถไฟชินกันเซ็นจาก JR Tokyo ไป JR Morioka เพียงขาเดียวก็ราคาเริ่มต้นที่ 13,960 เยนแล้ว

แถมเรายังใช้ตั๋วนี้จองที่นั่งบนรถไฟชินกันเซ็นล่วงหน้า 1 เดือนได้ฟรีอีกด้วย งานนี้ท็อปกับคินเลยจองตั๋วจากที่ไทยให้เรียบร้อย พอถึงที่ญี่ปุ่นก็รับตั๋วแล้วเดินทางได้เลยแบบไม่ต้องคอยซื้อตั๋วไปขึ้นรถไฟไป

JR EAST PASS (Tohoku area)
ราคา: ผู้ใหญ่ 20,000 เยน, เด็ก (อายุ 6-11 ปี) 10,000 เยน
ระยะเวลาการใช้ตั๋ว: 5 วันติดกัน
พื้นที่ที่ใช้ตั๋วได้: ภูมิภาคโทโฮคุ, ภูมิภาคคันโต
อ่านข้อมูลเพิ่มเติมและซื้อตั๋วได้ที่ Official Website: jreast.co.jp

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ ข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้บริการ

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save