พาเที่ยว “ไอสึวากามัตสึ” แดนซามูไรเก่าแห่งฟุคุชิมะ

หากพูดถึงดินแดนถิ่นซามูไรเก่า จะต้องมีชื่อเมือง “ไอสึวากามัตสึ” อยู่ด้วยอย่างแน่นอน ในอดีตในช่วงปลายยุคศักดินา ตระกูลไอสึยังคงภักดีต่อโชกุนแม้ว่าจะถูกถอดออกจากอำนาจในการฟื้นฟูเมจิแล้วก็ตาม เป็นผลให้เมืองนี้กลายเป็นสนามรบของสงครามโบชินในปีค.ศ. 1868 เลือดซามูไรอันแรงกล้าและวิถีนักรบที่หลงเหลืออยู่ในเมืองไอสึวากามัตสึ ทำให้เมืองนี้เต็มไปด้วยกลิ่นอายประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของนักรบจนได้ชื่อว่าเป็น “เมืองแห่งซามูไร” เลยทีเดียว

ไอสึวากามัตสึเป็นเมืองแบบไหน?

ไอสึวากามัตสึ (Aizu-Wakamatsu; 会津若松) เป็นเมืองในจังหวัดฟุคุชิมะที่ตั้งอยู่ค่อนไปทางตอนเหนือของญี่ปุ่นในภูมิภาคโทโฮคุ มีประชากรราวๆ 125,000 คน ห้อมล้อมด้วยธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ของภูเขาบันไดและทะเลสาบอินาวาชิโระ จึงจัดเป็นสถานที่เดินเขาและเล่นสกีที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวขาลุยสายธรรมชาติ และในขณะเดียวกันก็เป็นเมืองที่โดดเด่นด้วยเสน่ห์ของประวัติศาสตร์ยุคซามูไรตั้งแต่สมัยที่ยังเป็นแคว้นไอสึ จึงเหมาะกับนักท่องเที่ยวที่สนใจประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมญี่ปุ่นด้วยเช่นกัน

ผู้คนในเมืองไอสึวากามัตสึมีนิสัยซื่อสัตย์ มั่นคง และอุตสาหะ ซึ่งลักษณะนิสัยเหล่านี้เองที่ส่งผลให้พวกเขาสามารถรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีดั้งเดิมมาได้หลายชั่วอายุคน เมื่อก้าวเข้าสู่เมืองนี้ จึงไม่แปลกที่เราจะสัมผัสถึงความเป็น “เมืองซามูไร” ของไอสึวากามัตสึได้แทบจะในทันที

ภูเขาบันได

เมืองไอสึวากามัตสึมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากมาย แต่เบื้องต้นคราวนี้เราขอคัดเฉพาะที่เที่ยวเด็ดๆ และไฮไลท์ห้ามพลาดมาแนะนำให้เพื่อนๆ ได้รู้จักกันก่อน

ปราสาทสึรุกะ

ปราสาทสึรุกะ (Tsuruga Castle; 鶴ヶ城) สร้างขึ้นในปีค.ศ. 1384 และเปลี่ยนผู้ครองหลายครั้งในสมัยที่ยังเป็นแคว้นไอสึ จนกระทั่งถูกทำลายลงในสงครามโบชิน ที่เหล่าซามูไรและขุนนางก่อการกบฏต่อรัฐบาลเมจิซึ่งเข้ามามีบทบาทแทนที่โชกุนและเป็นจุดจบของยุคศักดินาญี่ปุ่น โดยปราสาทสึรุกะนี้เองคือหนึ่งในฐานที่มั่นสุดท้ายของซามูไรที่ภักดีต่อโชกุน

หลังจากนั้นได้มีการสร้างปราสาทใหม่ในทศวรรษ 1960 และปรับปรุงจนเสร็จสิ้นในปี 2011 โดยมีการเปลี่ยนสีกระเบื้องมุงหลังคาจากสีเทาให้เป็นสีแดงแบบดั้งเดิม ซึ่งเป็นสีที่เห็นไม่ค่อยเห็นในปราสาทญี่ปุ่นทั่วไป ภายในถูกปรับปรุงให้เป็นพิพิธภัณฑ์เกี่ยวกับซามูไร โดยนักท่องเที่ยวสามารถขึ้นไปข้างบนสุดเพื่อชมวิวเมืองไอสึวากามัตสึจากมุมสูงได้

ตัวปราสาทสึรุกะตั้งอยู่ในสวนที่มีต้นไม้มากมายรวมถึงต้นซากุระที่จะออกดอกสวยงามล้อมรอบปราสาทในฤดูใบไม้ผลิ นอกจากปราสาทแล้ว ในบริเวณสวนยังมีโรงน้ำชาที่ผู้ครองแคว้นในอดีตเคยใช้จัดพิธีชงชา และมีพิพิธภัณฑ์สาเกไอสึและพิพิฑภัณฑ์จังหวัดฟุคุชิมะตั้งอยู่ไม่ไกลอีกด้วย

รายละเอียด
เวลาทำการ: 8:30-17:00 (เข้าได้ถึง 16:30)
ค่าเข้า: 410 เยน (เฉพาะปราสาท)
การเดินทาง: นั่ง Aizu Loop Bus ไปลงที่ป้าย Tsurugajo Kitaguchi แล้วเดินอีกประมาณ 5 นาที

หมู่บ้านโบราณโออุจิ จูกุ

กลุ่มบ้านหลังคามุงด้วยหญ้าที่เรียงต่อกันเป็นแนวยาวนี้คือ หมู่บ้านโบราณโออุจิ จูกุ (Ouchi Juku; 大内宿) ที่ตั้งขนาบกับถนนเส้นทางการค้าสายหลักที่เชื่อมต่อระหว่างไอสึกับนิกโก้ ในเวลานั้นผู้คนไม่ว่าจะเป็นขุนนางหรือพ่อค้าต่างต้องเดินทางด้วยเท้าเป็นระทางไกล หมู่บ้านแห่งนี้จึงถูกสร้างขึ้นเป็นเมืองพักแรมที่ให้บริการท้ังอาหารและที่พักแก่ผู้ที่สัญจรไปมาบนเส้นทางนี้

ปัจจุบันหมู่บ้านโบราณโออุจิ จูกุได้รับการบูรณะใหม่ให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวโดยที่ยังคงความคลาสสิกของบ้านหลังคามุงหญ้าแบบเดิมเอาไว้ บ้านพักต่างๆ ถูกเปลี่ยนมาเป็นร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึก และโฮมสเตย์แบบญี่ปุ่นหรือมินชูกุ (民宿) นอกจากนี้ยังมีวัดและศาลเจ้าอยู่ที่ปลายสุดของถนนที่สามารถแวะเข้าไปเยี่ยมชมได้

รายละเอียด
เวลาทำการ: 9:00-16:30
ค่าเข้า: 250 เยน
การเดินทาง: จากสถานี Aizu-Wakamatsu นั่งรถไฟสาย Tadami ไปลงที่สถานี Yunokamionsen จากนั้นนั่งแท็กซี่ต่อไปอีกประมาณ 15 นาที

ซาซาเอะโด

สำหรับเพื่อนๆ ที่ชอบที่เที่ยวแบบลึกลับพิศวง ต้องไม่พลาด ซาซาเอะโด (Sasaedo; さざえ堂) เจดีย์หอคอยสูง 16.5 เมตรที่ซ่อนตัวอยู่ในป่าบริเวณเชิงเขาอีโมริ (飯盛山) ซึ่งใช้เป็นสถานที่สวดมนต์ภาวนาทางศาสนามาตั้งแต่ปีค.ศ. 1796 นอกจากรูปร่างภายนอกที่ดูแปลกตาแล้ว หากเข้าไปข้างในเพื่อนๆ จะพบกับทางเดินลาดเอียงที่วนขึ้นไปเรื่อยๆ เป็นเกลียวจนถึงด้านบน โดยที่ทางลงนั้นเป็นคนละทางกับทางขึ้น สถาปัตยกรรมเกลียวคู่อันน่าทึ่งและความงามที่ดูลึกลับพิศวงของซาซาเอะโดทำให้ที่นี่ถูกกำหนดให้เป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมที่สำคัญของญี่ปุ่นในปีค.ศ. 1996

รายละเอียด
เวลาทำการ: 8:15 ถึงพระอาทิตย์ตก
ค่าเข้า: 400 เยน
การเดินทาง: นั่ง Aizu Loop Bus ไปลงที่ป้าย Iimoriyama-shita

อะกะเบโกะ

หากเดินไปตามสถานที่ท่องเที่ยวโดยเฉพาะสถานที่ทางศาสนาในจังหวัดฟุคุชิมะ เพื่อนๆ อาจจะสังเกตเห็นตุ๊กตาวัวสีแดงๆ ตั้งอยู่ตรงนั้นบ้าง ตรงนี้บ้าง วัวสีแดงนี้มีชื่อเรียกว่า “อะกะเบโกะ” เป็นวัวในตำนานของไอสึที่ทำจากเปเปอร์มาเช่ ส่วนหัวเมื่อสะกิดจะโยกไปมาได้ จัดเป็นของเล่นเก่าแก่ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานตั้งแต่ราวศตวรรษที่ 16-17 ตามตำนานเล่าว่าอะกะเบโกะมีต้นแบบมาจากวัวจริงๆ ที่ถูกใช้ให้สร้างวัดเอนโซจิในศตวรรษที่ 9 นอกจากจะเป็นของเล่นท้องถิ่นที่เก่าแก่แล้ว อะกะเบโกะยังเปรียบได้กับเครื่องรางอย่างหนึ่งของชาวฟุคุชิมะ แล้วก็เป็นของฝากมีเอกลักษณ์ที่ทำให้นึกถึงฟุคุชิมะได้เป็นอย่างดี

ที่เมืองไอสึวากามัตสึมีสถานที่หลายแห่งที่เปิดเวิร์คช็อปให้นักท่องเที่ยวเข้าไปทำอะกะเบโกะได้ หนึ่งในนั้นคือที่ Akabeko Crafter Bansho เพื่อนๆ จะได้ลงมือทำและระบายสีอะกะเบโกะด้วยตัวเอง นอกจากนี้ที่นี่ยังมีเวิร์คช็อปอื่นๆ  เช่น เวิร์คช็อปเพ้นท์ตุ๊กตาดารุมะไอสึและเวิร์คช็อปเพ้นท์เครื่องเขินญี่ปุ่น เป็นต้นด้วย

รายละเอียด
เวลาทำการ: 9:00-17:00
ค่าเวิร์คช็อปอะกะเบโกะ: 900 เยน (ไม่จำเป็นต้องจองล่วงหน้า)
การเดินทาง: จากสถานี Aizu-Wakamatsu นั่งรถบัสไปลงที่ป้าย Wada

แถม: ของอร่อยที่ห้ามพลาด!

ซอสคัทสึด้ง

ที่ไอสึหากพูดถึงเมนู “คัทสึด้ง” หรือข้าวหน้าหมูทอดแล้วละก็ จะต้องเป็น “ซอสคัทสึด้ง” แน่นอน จุดเด่นของเมนูนี้คือหมูทอดจะชุ่มฉ่ำไปด้วยซอสสีเข้ม ว่ากันว่าตั้งแต่หลังสงครามโลกเป็นต้นมา ร้านอาหารสไตล์ตะวันตกในญี่ปุ่นก็นิยมใช้ซอสชนิดนี้มากขึ้น แต่ว่าไม่ปรากฏแหล่งที่มาแน่ชัด ทุกวันนี้ร้านอาหารหลายๆ ในเมืองไอสึวากามัตสึต่างก็เสิร์ฟซอสคัทสึด้งที่มีรสชาติแตกต่างกันไปตามฝีมือและไอเดียครีเอทของพ่อครัวแต่ละคน หากเพื่อนๆ ไปเที่ยวต้องไม่พลาดเมนูนี้

คิตาคาตะราเมน

อีกเมนูที่ไม่ควรพลาดเลยก็คือ “คิตาคาตะราเมน” เมนูนี้แต่เดิมมีต้นกำเนิดจากเมืองคิตาคาตะ แต่ก็ถือว่าเป็นของดีประจำจังหวัดฟุคุชิมะและหาทานได้ในเมืองอื่นๆ รวมถึงไอสึวากามัตสึด้วย เมืองคิตาคาตะเป็นศูนย์รวมร้านราเมนมากกว่า 120 ร้าน โดยคิตาคาตะราเมนนี้ถือเป็น 1 ในราเมนท็อป 3 ของญี่ปุ่นร่วมกับฮากาตะราเมนและซัปโปโรราเมนเลยทีเดียว

หากเพื่อนๆ อยากสัมผัสกับวิถีแห่งบูชิโด ซามูไรญี่ปุ่นในยุคปัจจุบัน และหลงใหลในบรรยากาศเงียบสงบท่ามกลางป่าเขาลำเนาไพรอยู่แล้วเป็นทุนเดิม ต้องไปเยือนเมืองไอสึวากามัตสึให้ได้สักครั้ง รับรองว่าไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน

aizuwakamatsu model course banner

สรุปเนื้อหาจาก: aizukanko, japan-guide, samurai-city