พาตะลุยเมือง “ไอสึวากามัตสึ” จังหวัดฟุกุชิม่า ฉบับคนชอบเที่ยว!

หลายคนๆ น่าจะเคยได้ยินชื่อ จังหวัดฟุกุชิม่า ที่อยู่ในภูมิภาคโทโฮคุกันมาบ้าง แต่อาจจะไม่รู้ว่ามันอยู่ตรงไหน มีที่เที่ยวอะไรบ้าง ในคราวนี้เราเลยจะพาไปรู้จักเมืองที่ชื่อว่าไอสึวากามัตสึ ซึ่งเป็นหนึ่งในเมืองท่องเที่ยวของจังหวัดฟุกุชิม่า และพาเที่ยวชมสถานที่รอบๆ ด้วย

เมืองไอสึวากามัตสึ

เมืองไอสึวากามัตสึนั้นตั้งอยู่ที่จังหวัดฟุกุชิม่า ซึ่งเป็นเมืองที่อยู่ใต้สุดของภูมิภาคโทโฮคุ โดยเราสามารถนั่งรถไฟชินกันเซ็นจากโตเกียวไปลงที่สถานีรถไฟ Koriyama จากนั้นก็ต่อรถไฟ  JR Ban-Etsusai จากสถานี Koriyama ไปลงที่สถานี Aizu-wakamatsu ได้เลย โดยใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมง ครั้งนี้เราจะพาไปเที่ยวสถานที่ท่องเที่ยวแนะนำที่อยู่ในพื้นที่ตัวเมืองไอสึวากามัตสึและสถานที่ใกล้เคียงกัน

ปราสาทสึรุกะ (鶴ヶ城 / Tsuruga Castle)

สถานที่แรกที่เราจะพาไปก็คือ ปราสาทสึรุกะ  (鶴ヶ城 / Tsuruga Castle) หรือที่มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า ปราสาทไอสุวากามัตสึ (会津若松城 / Aizu Wakamatsu Castle) ตามชื่อเมืองนั่นเอง ปราสาทนี้เป็นปราสาทที่สร้างจำลองของเดิมซึ่งมีอายุกว่า 700 ปี และตั้งอยู่ใจกลางดินแดนไอสุ หลังจากถูกทำลายในปีค.. 1874 ปราสาทสึรุกะก็ถูกสร้างขึ้นใหม่โดยมีโครงสร้างเป็นคอนกรีต และได้กลายเป็นจุดท่องเที่ยวที่เป็นที่นิยม ไม่ว่าจะฤดูไหนๆ ก็มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวญี่ปุ่นและชาวต่างชาติมากมายมาเยือนอยู่ตลอด

ปราสาทสึรุกะที่ปกคลุมด้วยหิมะสีขาวโพลน
ปราสาทสึรุกะที่ปกคลุมด้วยหิมะสีขาวโพลน (จากอีกมุม)
รอบๆ ปราสาทก็ถูกปกคลุมไปด้วยหิมะเช่นกัน ​(บอกเลยว่าหนาวจ้า)

ปราสาทสึรุกะอย่างที่เห็นในรูปเป็นปราสาทที่มีสีขาวสะอาดตา และคงความเป็นสถาปัตยกรรมเก่าแก่แบบญี่ปุ่นเอาไว้ ซึ่งในแต่ละฤดูก็จะเปล่งความงามออกมาแตกต่างกัน อย่างเช่น ในฤดูใบไม้ผลิก็มีต้นซากุระกว่า 1,000 ต้นอยู่ล้อมรอบ ส่วนในฤดูหนาวก็จะได้เห็นบรรยากาศสีขาวที่ปกคลุมปราสาทและพื้นที่โดยรอบอีกด้วย

ในตอนกลางคืนก็จะมีการเปิดไฟไลท์อัพด้วยน้า
ยามพระอาทิตย์ตกดินที่ท้องฟ้าถูกย้อมด้วยสีแดงและใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วง

วัดซาซะเอโดะ (Sazaedo Temple, 会津さざえ堂)

อีกสถานที่ที่เราอยากแนะนำให้ไปก็คือ วัดซาซะเอโดะ (Sazaedo Temple, 会津さざえ堂) วัดนี้มีจุดเด่นเป็นเอกลักษณ์ที่ไม่ว่าใครก็ต้องแวะไปถ่ายรูปกัน นั่นคือเจดีย์ไม้เก่าแก่สูง 16.5 เมตร ที่สร้างขึ้นมาเมื่อ 220 ปีก่อน (ราวๆ ปีค.ศ. 1796) ซึ่งทั้งหมดนั้นเป็นอาคารที่สร้างจากไม้รูปทรงหกเหลี่ยมขนาดสามชั้น สถาปัตยกรรมของวัดแห่งนี้มีความพิเศษตรงที่มีบันไดลาดเป็นเกลียวซึ่งเป็นเอกลักษณ์ที่มีทางขึ้นและลงคนละเส้นทาง สามารถขึ้นลงได้โดยไม่ต้องเดินสวนกัน เป็นลักษณะเฉพาะที่หาชมได้ยากและมีแค่วัดนี้เท่านั้น

เจดีย์ไม้เก่าแก่สูง 16.5 เมตร จุดเด่นของวัดซาซะเอโดะ
บันไดเกลียวที่ดูน่าพิศวง ไม่รู้ว่าขึ้นไปจะเจอกับอะไร
มาถึงแล้วก็อย่าลืมถ่ายรูปตรงนี้ลงอวดเพื่อนๆ ด้วยละ

วัดซาซะเอโดะแห่งนี้ตั้งอยู่บนภูเขาอีโมริยามะ( Mt.Iimori-yama) ซึ่งจากบนยอดเขาเราสามารถเพลิดเพลินไปกับทัศนียภาพของเมืองไอสึวากามัทสึอันงดงามได้ด้วย

บรรยากาศเมืองไอสึวากามัทสึจากบนยอดเขาภูเขาอีโมริยามะ

ถ้าใครกลัวเหนื่อย แนะนำว่าตอนขึ้นให้ใช้บันไดเลื่อนเดินขึ้นไปด้านบน แล้วค่อยเดินย้อนลงมา จะทำให้เดินได้ง่ายกว่า

สถานีรถไฟ Ashinomaki-Onsen Station

ต่อไปเราจะพาออกนอกตัวเมืองไอสึวากามัท เพื่อเดินทางไปหาน้องแมวเหมียวนายสถานีกันที่สถานีรถไฟ Ashinomaki-Onsen Station จริงๆ สถานีนี้แต่เดิมนั้นเป็นสถานีที่เกือบจะร้างแล้วเพราะว่ามีคนใช้งานน้อยลง แต่นายสถานีก็มีความคิดที่จะเอาน้องแมวมาเป็นนายสถานี ทำให้มีนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศแวะมาดูน้องกันมากมายเลยทีเดียว

มาถึงสถานีน้องแมวแล้วจ้า เมี้ยว

ตอนนี้เจ้าเหมียวนายสถานีนี้เป็นรุ่นที่สองแล้วนะ เจ้าเหมียวมีชื่อว่า ‘เลิฟ’ ซึ่งน่าเสียดายที่เค้าไม่ให้ถ่ายรูปน้องแมวแล้ว เพราะว่าแต่ก่อนมีคนมาถ่ายรูปน้องมากไป จนทำให้น้องแมวนายสถานีรุ่นก่อนนั้นสายตาเสีย (น่าจะเพราะแฟลช) ทางคนเลี้ยงเค้าเลยห้ามถ่ายรูป และตอนที่เราไปก็ได้เห็นน้องนายสถานีกำลังนอนหลับอยู่ ภายในสถานีมีพื้นที่ที่เป็นคาเฟ่ซึ่งตกแต่งเอาใจคนรักแมว รวมถึงมีร้านขายของที่ระลึกให้คนที่แวะมาได้จับจ่ายของฝากน่ารักๆ กลับไปอีกด้วย

น้องแมวที่ประจำการที่สถานีแห่งนี้
ภายในมีที่นั่งพักให้หายเหนื่อย และก็มีของที่ระลึกขายด้วย
ช้อปปิ้งซื้อของกันได้ตามสบายเลยจ้า

ซึ่งที่สถานีนี้นอกจากเจ้าเหมียวแล้ว เราก็อยากพาไปกินราเมนที่อยู่ใกล้ๆ กันด้วย (เพราะมันอร่อยมากจริงๆ)

ร้าน Gyunyuya Shokudo (牛乳屋食堂)

จริงๆ แล้วร้านนี้เป็นร้านที่ขายนมและผลิตภัณท์เกี่ยวกับนมนะ แต่ว่าทางร้านเขาก็มีความคิดที่จะเอานมนั้นมาทำราเมนด้วยละ ซึ่งอร่อยมาก เมนูนั้นคือ Milk Miso Ramen ซึ่งตอนที่เราไปนั้นถึงจะอิ่มขนาดไหนก็ต้องขอลองสักหน่อย โดยเราสั่งเป็นเซ็ทคู่กับซอสคัตสึด้ง ซึ่งเป็นอาหารขึ้นชื่อของเมืองไอสึวากามัทสึนี้ และก็ต้องไม่พลาดสั่งนมสดมาลองด้วย

อาหารมาแล้ว! Milk Miso Ramen และ Sauce Katsudon
ดูความเข้มข้นนี้สิ จะไม่อร่อยได้ยังไง
แน่นอนว่านมอร่อยเราก็ต้องขอลองบ้าง! มีทั้งนมสดและรสคาเฟ่โอเล่ด้วย

และบอกได้เลยว่าถึงจะอิ่มแค่ไหนก็ยังรู้สึกถึงความอร่อย ด้วยความที่ตัวนมนั้นมันหอมมัน พอเอามาทำเป็นราเมน มันก็เข้ากันได้อย่างไม่น่าเชื่อเลยจริงๆ กินเพลินมากจ้า

ข้าวหน้าหมูทอดซอสคัตสึ (Sauce Katsudon, ソースカツ丼)

ไหนๆ ก็แนะนำอาหารแล้ว ขอแนะนำอาหารขึ้นชื่อที่ถ้ามาที่ไอสึวากามัทสึแล้วต้องกินให้ได้ นั่นคือ ข้าวหน้าหมูทอดซอสคัตสึ (Sauce Katsudon, ソースカツ丼) แล้วมันต่างกับข้าวหน้าหมูทอดปกติยังไง? ความแตกต่างก็คือของที่นี่ไม่ใช่แค่หมูทอดธรรมดา แต่จะเอาหมูทอดนั้นไปคลุกกับซอสพิเศษของแต่ละร้านแล้วเอามาวางบนข้าวสวยร้อนๆ ซึ่งจะโปะหน้าด้วยกระหล่ำที่ซอยละเอียดก่อน แล้วค่อยเอาหมูทอดที่คลุกซอสวางทับลงไป เราไปลองกินมาสองร้าน ก็จะแนะนำทั้งสองร้านไว้เลย เผื่อมีคนที่สนใจจะได้ตามไปกินได้

ร้านแรกชื่อว่า Katsu Ichi (かつ一) เป็นร้านที่อยู่ใกล้ๆ สถานีรถไฟเลยละ ห่างแค่เพียง 10 นาที เมนูที่เราสั่งก็แน่นอนว่าต้องเป็นข้าวหน้าหมูทอดซอสคัตสึอย่างแน่นอน เนื้อหมูชุ่มช่ำและซอสหวานๆ ก็เข้ากันได้เป็นอย่างดี คุณป้ากับคุณลุงเจ้าของร้านก็น่ารักมากเลยละ ใครแวะมาอยากหาร้านไปกินใกล้ๆ ละก็ แนะนำร้านนี้เลยจ้า

ร้าน Katsu Ichi อยู่ไม่ห่างจากสถานีรถไฟ Aizu-Wakamatsu เท่าไร
มาแล้ว Sauce Katsu Don ! หน้าตาอาจจะดูบ้านๆ แต่บอกเลยว่าอร่อยมากจ้า

ส่วนร้านที่สองคือ Tontei (とん亭) อาจจะเดินทางยากสักนิดเพราะว่าอยู่ห่างจากสถานี แต่คุ้มมากที่จะไปลอง ร้านนี้ก็แน่นอนว่าต้องลองข้าวหน้าหมูทอดซอสคัตสึเหมือนกัน แต่ว่าที่นี่จะพิเศษหน่อยตรงที่นอกจากเนื้อหมูแล้ว ก็ยังมีเมนูข้าวหน้าเนื้อม้าทอดซอสคัตสึด้วย ซึ่งจะไม่มีมันเท่ากับหมูทอดและจะเฮลตี้กว่า โดยวัตถุดิบที่ใช้ทำล้วนมาจากพื้นที่ไอสุนี้ทั้งสิ้น และแน่นอนว่าเราก็มาถึงขนาดนี้ก็ขอลองมันทั้งคู่เลยละกัน

ร้าน Tontei ที่อยู่ไกลหน่อย (แนะนำให้ขับรถมาจ้า)
มาแล้วววว น่ากินทั้งคู่เลยจ้า
จากแรกเป็น Sauce Katsu Don ที่รวมวัตถุดิบทุกอย่างจากแถบไอสุ
เมนูเนื้อม้า ที่เค้าว่า มันดี มันน้อย และเฮลตี้

ร้านนี้เป็นร้านที่เหมือนจะดังพอตัวเลยละ มีคนดังๆ ของญี่ปุ่นมาทาน มีลายเซ็นติดเอาไว้ตรงทางเข้าร้านด้วย ซึ่งรสชาติก็ไม่ผิดหวังทั้งเนื้อหมูและเนื้อม้า สำหรับเนื้อหมูนั้นจะเป็นส่วน Pork Loin (豚ロース) ที่จะมีเนื้อที่ติดมัน พอมากินกับซอสที่เข้มข้นกับข้าวสวยร้อนๆ ก็ไม่ผิดหวังเลยอร่อยมาก ส่วนเนื้อม้าก็ไม่ได้มีกลิ่นเหม็นไรเลย รสชาติเหมือนเนื้อหมูส่วนที่ไม่มีมัน ขอแนะนำสำหรับสาวๆ เลยละ

เป็นไงบ้างคะ น่าเที่ยวใช่ไหม? รอบหน้ามาญี่ปุ่นอย่าลืมแวะมาน้า

เป็นไงกันบ้าง? สำหรับเมืองไอสึวากามัตสึแห่งนี้ น่าสนใจไม่น้อยเลยใช่ไหมละ? นอกจากจะมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจแล้ว ยังมีอาหารที่น่ากินและอร่อยด้วยนะ ถ้าเกิดครั้งหน้าที่ได้มาญี่ปุ่นละก็ ลองเพิ่มเมืองนี้ไว้ในลิสต์ที่ควรมาเที่ยวก็ดีนะ บอกเลยว่าไม่ผิดหวังอย่างแน่นอนจ้า