แจกแพลนเที่ยวโทโฮคุตอนใต้! ตามหาเสน่ห์ Unseen ในฟุคุชิมะ-มิยางิ 4 คืน 5 วัน

ฤดูร้อน ฤดูกาลแห่งสีสัน การพักผ่อน และฤดูกาลที่เหมาะอย่างยิ่งกับการเที่ยวฟุคุชิมะและมิยางิ สองจังหวัดทางใต้ของโทโฮคุที่ไม่ไกลจากโตเกียวนัก แต่มีน้อยคนที่จะรู้ถึงเสน่ห์แห่งสีสันที่ซ่อนอยู่ในสองจังหวัดนี้ ฤดูร้อนนี้ ANNGLE ขอเชิญชวนเพื่อนๆ หลบแสงสีนีออนที่คุ้นเคย แล้วตาม ANNGLE กับน้อง “นารุโกะ” ตุ๊กตาโคะเคชิผู้เป็นไกด์ประจำทริปนี้ไปอาบสีสันแห่งฤดูร้อนของโทโฮคุตอนใต้ให้ชื่นใจกันค่ะ

นารุโกะ
นารุโกะ
สวัสดีค่า “นารุโกะ” ค่ะ เราเป็นตุ๊กตาโคะเคชิของขึ้นชื่อจังหวัดมิยางิ และมีพี่น้องตุ๊กตาโคเคชิอยู่จังหวัดอื่นๆ ทั่วโทโฮคุเลยค่ะ ทริปนี้จะมารับหน้าที่เป็นไกด์พาเพื่อนๆ เที่ยวกันนะคะ ฝากตัวด้วยค่า

แจกแพลนเที่ยวโทโฮคุตอนใต้! ตามหาเสน่ห์ Unseen ในฟุคุชิมะ-มิยางิ 4 คืน 5 วัน

South Tohoku Trip Map
แผนที่เส้นทางของทริปฟุคุชิมะ-มิยางิ

สำหรับทริปนี้จะเป็นทริปเที่ยวโทโฮคุตอนใต้ในพื้นที่จังหวัดฟุคุชิมะและมิยางิในช่วงกลางปีจนถึงต้นฤดูใบไม้ร่วง แม้จะเป็นบริเวณตอนใต้ของโทโฮคุที่ไม่ไกลจากโตเกียวนัก แต่อากาศที่นี่ในช่วงฤดูร้อนกลับสบายพอๆ กันกับอะคิตะและอาโอโมริที่อยู่เหนือสุดของโทโฮคุทีเดียว โดยมีอุณหภูมิสูงสุดอยู่ที่ 27 องศาเซลเซียส และอุณหภูมิต่ำสุดอยู่ที่ประมาณ 16 องศาเซลเซียส เป็นสภาพอากาศที่คงถูกใจทั้งคนขี้หนาวและคนขี้ร้อนแน่นอน

นอกจากนี้ เพราะทริปนี้เป็นทริปที่เราจะนั่งรถไฟและรถบัสตะลอนไปรอบๆ โทโฮคุตอนใต้ และยังมีกิจกรรมเดินเขา พายเรือ และนั่งเรือชมอ่าวด้วย ช่วงฤดูร้อนแบบนี้จึงเป็นช่วงที่เราจะสนุกกับกิจกรรมที่เป็นไฮไลท์ของที่นี่ได้อย่างเต็มที่! โดยเฉพาะการนั่งรถไฟ FruiTea Fukushima และการนั่งเรือชมอ่าวมัตสึชิมะ อ่าวที่สวยติดอันดับอ่าวที่สวยที่สุดในโลก! ยังไม่นับบรรดาวัฒนธรรม ศิลปะญี่ปุ่น-ยุโรป และของอร่อยที่หาได้เฉพาะโทโฮคุเท่านั้นที่รอเพื่อนๆ ไปค้นหากันอยู่ค่ะ!

เริ่มออกเดินทาง

Day 1

South Tohoku Trip day 1

—START—

Tohoku Shinkansen 1 ชั่วโมง 51 นาที 
Tokyo Station → Koriyama Station

เริ่มต้นทริปกันด้วย FruiTea Fukushima

fruitea fukushima
ตั๋วและขบวนรถ FruiTea Fukushima ที่มาในธีมคาเฟ่ชวนให้นึกถึงห้องน้ำชาสไตล์อังกฤษ

FruiTea Fukushima เป็นหนึ่งในรถไฟ Joyful Train (รถไฟที่มีธีมเฉพาะตัวและเน้นเพื่อการท่องเที่ยว) และเป็นรถไฟไฮไลท์ประจำทริปนี้ โดยธีมของ FruiTea Fukushima คือ “คาเฟ่ท่องเที่ยว” ซึ่งบนรถจะมีขนมหวานจากผลไม้ประจำฤดูกาลของฟุคุชิมะให้ได้ชิมขณะชมวิวชนบทของญี่ปุ่นไปด้วย เรียกได้ว่า FruiTea Fukushima ทั้งขบวนคือคาเฟ่วิ่งได้เลยทีเดียว!

นารุโกะ
นารุโกะ
เมนูขนมหวานที่เสิร์ฟบนรถเป็นขนมจากร้าน Fruits Peaks และ Cocco Tree สองร้านขนมหวานชื่อดังในจังหวัดฟุคุชิมะ ซึ่งหลายเมนูนี้เป็นเมนูที่หาทานเฉพาะบน FruiTea Fukushima อีกด้วยนะคะ!
นารุโกะ
นารุโกะ
สำหรับเพื่อนๆ ที่สงสัยว่าบน FruiTea Fukushima มีอะไรน่าสนุกอีกบ้าง ไปชมคลิปบรรยากาศการนั่ง FruiTea Fukushima แล้วไปตามอ่านเพิ่มเติมได้กันได้เลยค่ะ!

SPOT 1 : อินาวะชิโระ ทะเลสาบที่มีชื่อเล่นว่า “กระจกแห่งสวรรค์”

inawashiro swan
ฝูงหงส์ที่เป็นสัญลักษณ์ของเมืองและอินาวะชิโระ

ทะเลสาบอินาวะชิโระเป็นทะเลสาบที่ใหญ่อันดับ 4 ของญี่ปุ่น และเป็นทะเลสาบที่มีชื่อเล่นว่า “กระจกแห่งสวรรค์” ที่มีที่มาจากภาพท้องฟ้าที่สะท้อนอยู่บนพื้นผิวของทะเลสาบ อีกไฮไลท์ของอินาวะชิโระคือฝูงหงส์นับพันตัวที่จะอพยพมาที่นี่ทุกปีให้นักท่องเที่ยวได้ชมความสง่าของนกที่เป็นสัญลักษณ์ประจำเมืองอินาวะชิโระ

นอกจากนี้ พื้นที่อินาวะชิโระยังเป็นที่รู้จักในฐานะแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติที่มีต้นไม้ดอกไม้ตามฤดูกาลให้ชมตลอดปี และยังเป็นจุดเล่นสกีและแหล่งออนเซ็นให้สนุกเพลิดเพลินได้ เรียกได้ว่าจะมาเที่ยวตอนไหนและมากับใคร อินาวะชิโระก็มีอะไรให้สนุกได้ตลอด

Bus ประมาณ 40 นาที
Inawashiro → Urabandai

SPOT 2 : อุระบันได “อาณาจักรแห่งทะเลสาบ” จุดหมายของสายผจญภัย

urabandai autumn
อุระบันไดในฤดูใบไม้ร่วง

หลังจากที่ผจญภัยแบบวอร์มอัพกันที่อินาวะชิโระแล้ว เราก็มาถึงจุดผจญภัยท่ามกลางป่าเขาของญี่ปุ่นของจริง นั่นคืออุระบันได แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่มีฉายาว่า “อาณาจักรแห่งทะเลสาบ” ด้วยทะเลสาบและบึงกว่า 300 แห่งที่หลบซ่อนอยู่ตามภูเขาในบริเวณนี้ ซึ่งเราจะมาเดินท่องอุระบันไดของจริงกันในวันถัดไปค่ะ สำหรับวันแรกของทริป เรามาอร่อยกับเมนูประจำถิ่นอย่างราเม็งเกลือภูเขาพร้อมชมธรรมชาติสวยๆ ชิลๆ กันค่ะ!

นารุโกะ
นารุโกะ
สำหรับเมนูราเม็งเกลือภูเขา (山塩ラーメン) ของที่นี่มีความพิเศษคือเป็นราเม็งที่ปรุงด้วยเกลือจากออนเซ็นที่มีเกลือแร่เข้มข้น พร้อมด้วยแร่ธาตุจากภูเขาแบบเน้นๆ ทำให้ได้ราเม็งซุปใสที่ทานได้เรื่อยๆ นับเป็นเมนูที่ทำให้เราได้เข้าถึงธรรมชาติและภูเขาของอุระบันไดไปอีกแบบค่ะ!

 

View this post on Instagram

 

A post shared by sekisin (@sekisin830) on

คืนนี้ค้างแถวนี้: อุระบันได

อุระบันไดนับเป็นแหล่งตั้งแคมป์ยอดนิยมแห่งหนึ่งและเป็นจุดเล่นสกีที่มีชื่อเสียง ทำให้ที่นี่มีที่พักหลายแบบให้เลือก ตั้งแต่บ้านพักสไตล์เกสท์เฮาส์ไปจนถึงรีสอร์ทระดับห้าดาว โดยมีราคาเริ่มต้นตั้งแต่คืนละ 7,000 เยน (2,000 บาท) ไปจนถึง 80,000 เยน (23,000 บาท) สำหรับตัวเลือกหนึ่งที่น่าสนใจคือ Active Resorts URABANDAI รีสอร์ทเรทราคาจับต้องได้ (คืนละ 10,000 เยน / 3,000 บาท) ที่มาพร้อมกับห้องพักสะดวกสบาย ออนเซ็น และยังตั้งอยู่ในทำเลที่ใกล้กับจุดหมายปลายทางของเราในวันพรุ่งนี้ด้วย

นารุโกะ
นารุโกะ
มาค้างคืนที่อุระบันไดกันทั้งที เพื่อนๆ อย่าลืมออกไปดูดาวกันนะคะ เพราะวิวดาวเต็มท้องฟ้าที่สะท้อนบนผิวทะเลสาบของที่นี่สวยอย่าบอกใครเลยค่ะ!

Day 2

South Tohoku Trip day 2

—START—

เริ่มวันกันด้วยการเดินเที่ยวอุระบันได!

SPOT 3 : เริ่มต้นวันกันอย่างสดชื่นกับสีฟ้าหลากเฉดที่โกะชิคินุมะ

goshikinuma
น้ำสีฟ้าเขียวโคบอลต์ของโกะชิคินุมะ

โกะชิคินุมะหรือ “บึงห้าสี” เป็นชื่อเรียกบึงห้าบึงที่ต่างมีเฉดสีฟ้าเขียวต่างกันออกไป ตั้งแต่สีฟ้าพาสเทล สีมรกต จนถึงสีโคบอลต์ ซึ่งสีสันของบึงทั้งห้านี้ล้วนเป็นสีตามธรรมชาติที่สวยงามราวกับมีจิตรกรมาผสมสีวาดให้เห็น ทำให้แค่มองก็รู้สึกสดชื่นแล้ว แต่ถ้าไม่พอ เพื่อนๆ ก็ยังเข้าไปสัมผัสความงามของโกชิคินุมะได้โดยการพายเรือที่บึงบิชามอนนุมะ บึงที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในบรรดาบึงทั้ง 5 นี้ได้อีกด้วย!

Morohashi Museum of Modern Art
Morohashi Museum of Modern Art

หลังจากเดินชมบึงทั้งห้าของโกะชิคินุมะแล้ว พักเหนื่อยมาชมศิลปะที่ Morohashi Museum of Modern Art พิพิธภัณฑ์สุดโมเดิร์นใจกลางป่าเขาแห่งอุระบันไดกันค่ะ ที่พิเศษคือที่นี่ยังเป็นพิพิธภัณฑ์แห่งเดียวในเอเชียที่จัดแสดงงานศิลปะของ Salvador Dali ศิลปินระดับโลกชาวสเปนอยู่ตลอดทั้งปี พร้อมมีผลงานของศิลปินชื่อดังอย่าง Van Gogh และ Paul Cezanne อีกด้วย นับเป็นการปิดคอร์สท่องอุระบันไดที่ไม่เลวเลยค่ะ

 

View this post on Instagram

 

A post shared by morohashi_museum_of_modern_art (@morohashi_museum) on

นารุโกะ
นารุโกะ
ถ้าเพื่อนๆ มีรถและมีเวลา นารุโกะก็มีอีกที่ที่อยากแนะนำค่ะ นั่นคือ “หุบเขานากาสึกาวะ”
ืnakatsugawa valley bridge
สะพานเหนือหุบเขานากาสึกาวะ

จากโกะชิคินุมะ เพื่อนๆ สามารถนั่งรถมาที่หุบเขานากาสึกาวะ ซึ่งในบริเวณนั้นมีไฮไลท์สำคัญๆ อยู่สองจุด จุดแรกคือสะพานข้ามหุบเขาที่เราสามารถเห็นวิวอลังการของหุบเขาได้แบบรอบทิศ และอีกไฮไลท์คือการลงไปเดินเลียบลำธารด้านล่างเพื่อชมความยิ่งใหญ่และสวยงามของหุบเขาได้อย่างใกล้ชิด!

nakatsukawa stream
เบื้องล่างหุบเขานากาสึกาวะ
นารุโกะ
นารุโกะ
จะเดินตอนฤดูร้อนให้ได้บรรยากาศสดชื่นของป่าเขียวขจีก็ดี หรือจะเป็นฤดูใบไม้ร่วงที่นี่ก็สวยอลังสมชื่อจุดชมใบไม้เปลี่ยนสียอดนิยมแห่งอุระบันไดเลยล่ะค่ะ!

Bus ประมาณ 40 นาที
Urabandai → Inawashiro
JR Ban-Etsu West Line 50 นาที 
Inawashiro → Aizu-Wakamatsu Station

คืนนี้ค้างแถวนี้: Aizu-Wakamatsu Station

Aizu-Wakamatsu Station เป็นสถานีรถไฟหลักในย่านไอสึวากามัตสึ ทำให้บริเวณสถานีค่อนข้างคึกคักและมีที่พัก ร้านอาหาร และร้านค้ามากมายอำนวยความสะดวก ในจำนวนนี้ ที่พักที่น่าสนใจคือ Ekimae Fuji Grand Hotel โรงแรมใกล้สถานีราคา 10,000 เยน (3,000 บาท) ต่อคืน และถ้าเดินเลยโรงแรมไปอีก เพื่อนๆ จะเจอกับออนเซ็น Fujinoyu ออนเซ็นที่มีครบทั้งบริการแช่ออนเซ็น อาหาร และนวดผ่อนคลาย เหมาะกับการคลายเหนื่อยจากการเดินท่องอุระบันไดเป็นอย่างยิ่ง!

Day 3

south tohoku model course day 3

—START—

JR Tadami Line 1 ชั่วโมง 19 นาที
Aizu-Wakamatsu Station → Aizu-Miyashita Station
Bus 5 นาที 
Aizu-Miyashita Station → Oze-Kaido Mishima-juku
เดิน 2-3 นาที 
Oze-Kaido Mishima-juku → No.1 Tadami River Bridge

SPOT 4 : มุ่งหน้าสู่สะพาน “No.1 Tadami River Bridge” ที่สุดของจุดชมวิวของฟุคุชิมะ

no.1 tadami bridge
No.1 Tadami River Bridge ในฤดูร้อน

ไฮไลท์ของวันนี้  “No.1 Tadami River Bridge” เป็นจุดชมวิวแม่น้ำทะดะมิของจังหวัดฟุคุชิมะที่นักท่องเที่ยวต่างเดินทางมาเพื่อเก็บภาพวิวที่นี่ ถึงจะดูเป็นวิวที่เรียบง่ายโดยมีสะพานทอดระหว่างหุบเขาเหนือแม่น้ำที่เรียบสงบและมีรถไฟวิ่งผ่าน แต่ภาพที่เรียบง่ายนี้เองที่สะท้อนถึงวิถีชีวิตของมนุษย์ที่อยู่ร่วมกับธรรมชาติได้ ซึ่งภาพวิวนี้ยังสวยต่างกันออกไปในแต่ละฤดูด้วย ทำให้นักท่องเที่ยวกลับมาที่นี่อยู่บ่อยครั้งเพื่อเก็บภาพความทรงจำให้ครบทุกฤดูนั่นเอง

No.1 Tadami River Bridge ในฤดูใบไม้ร่วง Photo by Outside The Room
No.1 Tadami River Bridge ในฤดูหนาว Photo by Outside The Room
นารุโกะ
นารุโกะ
รู้หรือไม่? ในปี 2008 ทางรถไฟ JR สายทะดะมิ ได้รับเลือกให้เป็นอันดับ 1 ในการจัดอันดับโดยเว็บไซต์ Nikkei Plus 1 ของญี่ปุ่นด้วยนะ!

ใกล้ๆ กับจุดชมวิวสะพานจะมีออนเซ็นสาธารณะชื่อ Kiri no Sato Club Kirinoyu ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถแวะไปพักผ่อนแช่ออนเซ็นสบายๆ ได้ ออนเซ็นเปิดให้บริการเวลา 11:00-21:00 น. โดยมีค่าเข้าอยู่ที่ 420 เยนต่อคน นอกจากออนเซ็นแล้วข้างในก็มีร้านเนื้อย่างด้วย แช่น้ำร้อนเสร็จแล้วออกมากินปิ้งย่างต่อได้สบายเลย

 

View this post on Instagram

 

A post shared by 小崎 宏則 (@kozac75) on


JR Tadami Line 1 ชั่วโมง 35 นาที
No.1 Tadami River Bridge → Aizu-Wakamatsu Station

คืนนี้กลับมาค้างแถว Aizu-Wakamatsu Station

คืนนี้เราก็ยังคงค้างกันที่สถานี Aizu-Wakamatsu Station สำหรับเพื่อนๆ ที่อยากสำรวจรอบๆ สถานีบ้าง ในบริเวณใกล้ๆ กันมีร้านอาหารท้องถิ่นมากมาย โดยเฉพาะร้านอิซากายะ (ร้านอาหารที่เสิร์ฟสุรา) เช่น Kodawariyama Aizuwakamatsu ร้านอิซากายะเล็กๆ ที่เพื่อนๆ จะเข้าไปอร่อยกับอาหารบรรยากาศท้องถิ่นก็ได้ หรือจะสังสรรค์หน่อยก็เป็นสีสันได้ดี โดยในร้านจะมีพนักงานและเจ้าของร้านต้อนรับอย่างเป็นกันเอง และถ้าจังหวะดี เราอาจจะได้ฟังเรื่องสนุกๆ เกี่ยวกับไอสึวากามัตสึจากเจ้าของร้านและพนักงานอีกด้วย

Day 4

—START—

Aizu Loop Bus ประมาณ 20 นาที 
Aizu-Wakamatsu Station → Tsuruga Castle

SPOT 5 : ปราสาทสึรุงะ ปราสาทที่เต็มไปด้วยจิตวิญญาณของเมืองแห่งซามูไร

มาเที่ยวญี่ปุ่นทั้งทีก็ต้องมาเยือนปราสาทญี่ปุ่นสักแห่งให้ได้ โดยปราสาทประจำทริปนี้คือปราสาทสึรุกะ ปราสาทที่เป็นหนึ่งในฐานที่มั่นสุดท้ายของซามูไรที่ภักดีต่อโชกุนในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่รัฐบาลเมจิ สมกับที่เป็นปราสาทประจำเมืองแห่งซามูไรอย่างแท้จริงทีเดียวค่ะ

หลังจากเก็บภาพมุมสวยของปราสาทสึรุงะท่ามกลางแมกไม้ของสวนรอบปราสาท พร้อมชมพิพิธภัณฑ์ซามูไรภายในปราสาทแล้ว ในสวนของปราสาทยังมีโรงน้ำชาที่ผู้ครองแคว้นในอดีตเคยใช้จัดพิธีชงชา รวมถึงในบริเวณใกล้เคียงยังมีพิพิธภัณฑ์ที่น่าสนใจอย่างพิพิธภัณฑ์สาเกไอสี และพิพิธภัณฑ์จังหวัดฟุคุชิมะอยู่ด้วย

นารุโกะ
นารุโกะ
ความน่าสนใจอย่างหนึ่งของปราสาทสึรุงะคือที่นี่มีกระเบื้องมุงหลังคาเป็นสีแดง ซึ่งเป็นสีที่เห็นไม่ค่อยเห็นในปราสาทญี่ปุ่น เพราะทั่วไปปราสาทญี่ปุ่นมักจะมีหลังคาสีเทาค่ะ
Bus ประมาณ 30 นาที 
Tsuruga Castle → Akabeko Crafter Bansho

SPOT 6 : ระบายสีตุ๊กตาอะกะเบโกะหนึ่งเดียวของเราที่ “Akabeko Crafter Bansho”

akabeko
อะกะเบโกะ ของเล่นเก่าแก่และของขึ้นชื่อจังหวัดฟุคุชิมะ

ตั้งแต่มาถึงฟุคุชิมะเพื่อนๆ อาจจะได้เห็นตุ๊กตาวัวสีแดง “อะกะเบโกะ” ของเล่นและเครื่องรางเก่าแก่ประจำจังหวัดวางอยู่ตามที่ต่างๆ และสำหรับเพื่อนๆ ที่อยากได้ของเล่นวัวหัวดุ๊กดิ๊กน่ารักนี้กลับบ้าน ก้าวเข้าไปใน Akabeko Crafter Bansho เพื่อลงมือทำเปเปอร์มาร์เช่และระบายสีอะกะเบโกะด้วยตัวเอง แล้วนำอะกะเบโกะฝีมือเราที่มีตัวเดียวในโลกกลับบ้านกันได้เลยค่ะ

akabeko shelf
ตุ๊กตาอะกะเบโกะที่มาหลายไซส์หลากขนาด
นารุโกะ
นารุโกะ
นอกจากนี้ที่นี่ยังมีเวิร์คช็อปอื่นๆ เช่น เวิร์คช็อปเพ้นท์ตุ๊กตาดารุมะไอสึและเวิร์คช็อปเพ้นท์เครื่องเขินญี่ปุ่นให้เพื่อนๆ ได้เลือกสร้างงานฝีมือที่ชอบกันได้ด้วยนะคะ!

Akabeko Crafter Bansho → Aizu-Wakamatsu Station
JR Ban-Etsu West Line 1 ชั่วโมง 9 นาที 
Aizu-Wakamatsu Station → Koriyama Station
Tohoku Shinkansen 44 นาที 
Koriyama Station → Sendai Station

คืนนี้ค้างแถวนี้: Sendai Station

สถานี Sendai Station น่าจะเป็นจุดค้างคืนของเราที่คึกคักที่สุดแล้วในทริปนี้ นอกจากห้างฯ S-PAL Sendai ในสถานี Sendai Station แล้ว รอบๆ ยังมีห้างฯ อีกหลายแห่งเช่น PARCO ให้เข้าไปจับจ่ายซื้อของได้ตามสะดวก คืนสุดท้ายแล้วสำหรับทริปนี้ กางลิสต์ของฝากแล้วตะลุยห้างชอปปิ้งให้สุดๆ ไปเลย

นารุโกะ
นารุโกะ
และถ้าเพื่อนๆ กำลังสงสัยว่าเซนไดมีเมนูอะไรน่าลองบ้าง ขอแนะนำ “ลิ้นวัวเซนได” เมนูขึ้นชื่อที่ทำให้ทั้งคนไทยและคนญี่ปุ่นต้องกลับมาเซนไดอยู่เรื่อยๆ เพื่อมาชิมเมนูนี้กันค่ะ!
sendai gyutan
ลิ้นวัว หรือ “กิวตัน” เมนูขึ้นชื่อของเซนได

สำหรับที่พักนั้น ที่ใกล้ที่สุดคือ Hotel Metropolitan Sendai East ที่มีราคาที่พักประมาณคืนละ 15,000 เยน (4,000 บาท) หรือถ้าขยับออกไปอีก ก็จะมีโรงแรมอื่นๆ ให้เลือกพักได้ในราคาที่ถูกลงมา โดยราคาถูกสุดอยู่ที่คืนละ 5,000 เยน (1,500 บาท)

Day 5

—START—

JR Senseki Line 39 นาที
Sendai Station → Matsushimakaigan Station
นารุโกะ
นารุโกะ
วันสุดท้ายของทริปเราจะมาลุยปิดท้ายกันที่มัตสึชิมะ เมืองที่มีวิวสวยติดอันดับ 3 วิวที่สวยที่สุดในญี่ปุ่น และยังเป็นเมืองที่มีอ่าวมัตสึชิมะซึ่งสวยติดอันดับโลกอีกด้วย! เอาล่ะ ลงจากรถไฟแล้วไปท่องเมืองริมทะเลนี้กันค่ะ
เดิน 5 นาที
Matsushimakaigan Station → Kanrantei Tea House

SPOT 7 : จิบหาหอมพร้อมชมวิวทะเลที่ “เรือนน้ำชา Kanrantei”

kanrantei tea house
เรือนน้ำชา Kanrantei ในฤดูหนาว

เรือนน้ำชา Kanrantei เป็นเรือนน้ำชาที่ตั้งอยู่ริมทะเลและเห็นวิวอ่าวมัตสึชิมะได้ ชื่อ Kanrantei นั้นแปลได้ว่า “มองคลื่นทะเล” ซึ่งตรงตามวิวที่เราจะได้เห็นเมื่อมานั่งในเรือนน้ำชาพร้อมชาหอมๆ และขนมอร่อยๆ ที่พนักงานมาเสิร์ฟให้ นอกจากนี้ Kanrantei ยังเคยเป็นเรือนที่ไว้รับรองบุคคลสำคัญ และยังมีอีกชื่อว่า “ปราสาทชมจันทร์” เพราะเป็นที่สำหรับให้เจ้าครองแคว้นได้มานั่งชมจันทร์กันนั่นเอง นับเป็นการเริ่มวันกันด้วยการสัมผัสถึงความงามของมัตสึชิมะที่คนในอดีตได้เห็นกันมาช้านาน

เดิน 7 นาที
Kanrantei Tea House → Sightseeing Boat Pier

SPOT 8 : นั่งเรือชมอ่าวมัตสึชิมะ อ่าวที่สวยติดอันดับของญี่ปุ่นและโลก!

matsushima bay
วิวอ่าวมัตสึชิมะที่สวยติดอันดับโลก

หลังจากชมวิวทะเลที่เรือนน้ำชา Kanrantei แล้ว เชื่อว่า ณ ตอนนี้เพื่อนๆ คงเริ่มอยากเข้าไปชมทะเลแห่งนี้กันมากขึ้น ทริปนี้เราเลยจัดเที่ยวเรือชมอ่าวมัตสึชิมะไว้ด้วยค่ะ! โดยเป็นทริปนั่งเรือชมรอบอ่าวมัตสึชิมะประมาณ 50 นาที

matsushima sea
ทะเลอ่าวมัตสึชิมะที่เหมาะกับการนั่งเรือชมอ่าวเป็นอย่างยิ่ง!
นารุโกะ
นารุโกะ
นอกจากจะได้ชมอ่าวที่สวยติดอันดับโลกพร้อมรับลมทะเลสดชื่นกันแล้ว บนเรือยังมีอาหารนกขายให้เราให้อาหารน้องนกนางนวลของที่นี่อีกด้วยค่ะ!
matsushima pleasure boat seagulls
ฝูงนกนางนวลที่บินตามเรือชมอ่าวมัตสึชิมะ
เดิน 10 นาที
Sightseeing Boat Pier → Fukuura Island

SPOT 9 : “เกาะฟุคุอุระ” สวนพฤกษชาติขนาดใหญ่ของมัตสึชิมะ

fukuura island bridge
สะพานข้ามทะเลไปยังเกาะฟุคุอุระ

ที่สุดท้ายที่เราจะแวะกันในทริปนี้คือเกาะฟุคุอุระ เกาะที่เป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่ให้เดินชมพรรณไม้กว่า 300 ชนิด และก่อนจะไปถึงเกาะ เรายังจะได้ชมวิวทะเลอีกรอบจากบนสะพานข้ามทะเลอีกด้วยนะ! ทางเข้าไปยังสะพานข้ามเกาะฟุคุอุระนั้นอยู่หลังร้านคาเฟ่ Bayland ซึ่งเพื่อนๆ สามารถซื้อตั๋วเข้าได้ที่นี่ และขากลับยังแวะพักทานของอร่อยๆ ที่คาเฟ่ก่อนเดินทางต่อได้อีกด้วย

เดิน 20 นาที
Fukuura Island → Matsushimakaigan Station
JR Senseki Station Line 38 นาที
Matsushimakaigan Station → Sendai Station
นารุโกะ
นารุโกะ
กลับมาที่สถานี Sendai Station แล้ว ถ้ามีเวลา เพื่อนๆ สามารถหาซื้อ “ซุนดะโมจิ” อีกของขึ้นชื่อของเซนไดติดมือกลับบ้านกันได้ค่ะ
ความพิเศษของซุนดะโมจิคือการใช้ถั่วแระญี่ปุ่น ต่างกับโมจิอื่นที่มักใช้ถั่วแดง ทำให้ซุนดะโมจิมีความหอมอร่อยต่างจากโมจิขนิดอื่นๆ ค่ะ!

บ๊ายบายโทโฮคุ!

นารุโกะ
นารุโกะ
กลับมาถึง Sendai Station กันเรียบร้อยแล้ว จากนี้พวกเราจะเดินทางตรงเข้าโตเกียวกันค่ะ!
Tohoku Shinkansen 1 ชั่วโมง 35 นาที 
Sendai Station → Tokyo Station

ขอบคุณที่มาเที่ยวโทโฮคุด้วยกันกับเรา!

tokyo station

นารุโกะ
นารุโกะ
และแล้วเราก็กลับมาถึงจุดเริ่มต้นของทริปกันแล้วค่ะ หวังว่าทริปนี้เพื่อนๆ จะได้เห็นเสน่ห์ที่ซ่อนอยู่ในฟุคุชิมะและมิยางินะคะ หวังว่าพวกเราจะได้มีโอกาสต้อนรับเพื่อนๆ อีกครั้งค่ะ
ANNGLE เองก็ขอขอบคุณนารุโกะที่มาเป็นไกด์ประจำทริปนี้นะคะ ถึงจะเป็นทริปสั้นๆ ในฟุคุชิมะและมิยางิที่ไม่ไกลจากโตเกียวนัก แต่ไม่น่าเชื่อเลยว่าทั้งสองจังหวัดนี้จะมีแหล่งท่องเที่ยวแบบ Unseen และสามารถเที่ยวได้ครบรสขนาดนี้ สำหรับเพื่อนๆ ที่กำลังมองหาที่เที่ยวที่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากโตเกียว มาเที่ยวตามรอย ANNGLE กันได้นะคะ! แล้วเพื่อนๆ อาจจะพบว่ามาเที่ยวครั้งนี้ครั้งเดียวคงไม่พอ

ให้ทริปโทโฮคุง่ายขึ้น! ด้วย JR EAST PASS (Tohoku Area)

JR EAST PASS (Tohoku Area) เป็นตั๋วประเภท Pass จาก JR East ที่จะมาปลดล็อคให้การเดินทางในโทโฮคุง่ายขึ้น เพียงจองตั๋วออนไลน์แล้วมารับตั๋วที่ญี่ปุ่น เพื่อนๆ ก็สามารถเดินทางไปเที่ยวสถานที่ไฮไลท์ต่างๆ ในโทโฮคุได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการซื้อตั๋วอื่นเพิ่ม และยังสามารถนั่งชินกันเซนและรถไฟ Joyful Train อย่าง FruiTea Fukushima เพื่อเพิ่มสีสันให้กับทริปได้อีกด้วย!

ถ้าเพื่อนๆ ซื้อ JR EAST PASS ทางออนไลน์ก่อนเดินทางมาญี่ปุ่น เพื่อนๆ จะได้รับส่วนลดค่าตั๋ว 5% อีกด้วยนะคะ! ซึ่งสำหรับทริปฟุคุชิมะ-มิยางิแบบนี้ก็ต้อง JR EAST PASS (Tohoku Area) เลยค่ะ!
ANNGLE
ANNGLE
ถ้าเพื่อนๆ มีตั๋ว JR Pass อย่าง JR EAST PASS ด้วยล่ะก็ เพื่อนๆ สามารถจองที่นั่งแบบระบุที่นั่งบนชินกันเซนหรือ Joyful Train แบบออนไลน์ได้ฟรี! โดยมีเงื่อนไขเพียงต้องจองล่วงหน้า 1 เดือนเท่านั้นค่ะ!
ANNGLE
ANNGLE

ดูข้อมูลเพิ่มเติมเรื่อง JR EAST PASS (Tohoku Area)

เกี่ยวกับ JR EAST PASS: jreast.com

จองตั๋ว JR EAST PASS: eki-net.com

Special Thanks
JR EAST
Facebook Fanpage “Outside The Room”

Total
120
Share