10 สุดยอดสถานที่ท่องเที่ยวใน “กุนมะ” ที่ไม่ไปไม่ได้!!!

เพื่อนๆ คนไหนชอบแช่ออนเซ็นกันบ้าง? ถ้าใครชอบแช่ออนเซ็นล่ะก็มาถูกทางแล้ว เพราะที่สุดของออนเซ็นในประเทศญี่ปุ่นอยู่ที่จังหวัดกุนมะนั่นเองจ้า ซึ่งจังหวัดกุนมะแห่งนี้ตั้งอยู่บนตอนกลางของเกาะญี่ปุ่น ถ้าสังเกตดูดีๆ รูปร่างของจังหวัดกุนมะยังเหมือนรูปนกกระเรียนกำลังกางปีกอีกด้วย อีกทั้งที่นี่ยังอุดมสมบูรณ์ไปด้วยธรรมชาติเพราะล้อมรอบด้วยภูเขาสูงมากมาย เพราะฉะนั้นไม่ได้มีดีแค่ออนเซ็นอย่างเดียวแน่นอน ว่าแล้วก็อย่ารอช้า ไปลุยกันเล๊ย!

1. คุซัตสึ ออนเซ็น (草津温泉)

มาถึงจังหวัดกุนมะทั้งที ก็ต้องไม่พลาดที่จะมาแช่ออนเซ็นกันใช่ไหมล่ะคะ ที่จริงแล้วจังหวัดกุนมะมีออนเซ็นอยู่ทั่วทุกภูมิภาคของจังหวัดเลยก็ว่าได้ แต่ละที่ก็มีคุณสมบัติและจุดเด่นแตกต่างกันไป โดยเฉพาะคุซัตสึ ออนเซ็น! ที่ครองแชมป์อันดับ 1 “100 ออนเซ็นของญี่ปุ่น” ติดกันถึง 13 ปี  จึงไม่แปลกที่ที่นี่จะได้รับความนิยมมาก ซึ่งที่นี่มีลักษณะเฉพาะ คือ “จิคันยุ” การแช่ออนเซ็นแบบมีเวลากำหนด และ “ยุโมมิ” คือ การใช้ไม้แผ่นขนาดยาวคนในน้ำเพื่อลดอุณหภูมิน้ำในออนเซ็น ถือเป็นวิธีการแช่น้ำที่สืบทอดมาตั้งแต่สมัยเอโดะเลยละ นอกจากนี้ที่นี่ยังมีจุดชมน้ำออนเซ็นกลางเมืองคุซัตสึที่มีลักษณะเป็นเขื่อนไม้ เรียกว่า “ยุบาทาเคะ” ซึ่งมีปริมาณน้ำออนเซ็นพุขึ้นมาเองมากที่สุดในญี่ปุ่น สำหรับคุณสมบัติของออนเซ็นที่นี่ คือน้ำพุร้อนกรด และน้ำพุร้อนกำมะถัน สามารถช่วยรักษาบาดแผลหรือโรคผิวหนังทั่วไปได้ค่ะ

 

View this post on Instagram

 

A post shared by tazuno (@is_tazuno) on

การเดินทาง เพื่อนๆสามารถนั่งรถไฟจากสถานี Naganoharakusatsuguchi สาย Agatsuma ของ JR ใช้เวลาประมาณ 25 นาที แล้วต่อด้วยรถบัสค่ะ

ข้อมูลเพิ่มเติม kusatsuonsen-international

2. ภูเขาคุซัตสึซิราเนะซัน (草津白根山)

ภูเขาคุซัตสึซิราเนะซัน คือชื่อย่อของภูเขาโมโตชิราเนะ ภูเขาชิราเนะและยอดเขาเออิโนมิเนะ เป็นหนึ่งในร้อยภูเขาที่มีชื่อเสียงของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งข้างบนของยอดเขาคุซัตสึซิราเนะซันมีทะลสาบปล่องภูเขาไฟสีเขียวมรกตที่เรียกว่า “ยุงะมะ” อยู่ด้วย โดยน้ำในทะเลสาบมีค่า pH ประมาณ 1.0 ซึ่งถือเป็นทะเลสาบที่มีค่าความเป็นกรดสูงอันดับหนึ่งในญี่ปุ่น! โดยปกติแล้วที่นี่จะมีรถโดยสารให้บริการฟรีจากบ้านพักไปยังภูเขา แต่ทว่าระดับเตือนภัยภูเขาไฟเมื่อปี 2014 เพิ่มขึ้น ทำให้จำเป็นต้องมีการปิดเส้นทางบริเวณรอบๆยุงะมะเพื่อความปลอดภัยนั่นเอง แต่ถ้าหากเพื่อนๆ คนไหนสายธรรมชาติละก็ ที่นี่มีเส้นทางเดินป่าให้ศึกษาธรรมชาติกันด้วยนะ ทั้งยังสามารถเดินชมทุ่งดอกโคมะคุซะได้ด้วย

 

View this post on Instagram

 

A post shared by Toshihiko Sato (@toshipicoo) on

วิธีเดินทางเพื่อนๆสามารถนั่งรถบัสจากสถานีรถไฟ Naganoharakusatsuguchi สาย Agatsuma ต่อด้วยรถบัสประมาณ 60 นาที ลงที่ป้าย Shirane Kazan แล้วเดินต่ออีกประมาณ 30 นาทีค่ะ

ข้อมูลเพิ่มเติม japanhoppers

3. น้ำตกฟุคิวาเระ (吹割の滝)

หลายคนอาจจะคุ้นๆ กับรูปร่างของน้ำตกฟุคิวาเระใช่ไหมละ? ถูกต้องแล้วล่ะค่า นี่แหละน้ำตกไนแองการ่าแห่งเอเชีย!! (東洋のナイアガラ) ตั้งอยู่ที่ลำธารคาตะชินะ จังหวัดกุนมะนี่เอง แถมยังเป็น 1 ใน 100 น้ำตกที่งดงามของญี่ปุ่นอีกด้วย  น้ำตกฟุคิวาเระเป็นน้ำตกที่มีปริมาณน้ำเป็นจำนวนมาก และมีบริเวณปากขนาดใหญ่ ซึ่งมีความสูงราว 7 เมตร และมีความกว้าง 30 เมตร โดยการไหลของทิศทางน้ำจะกัดเซาะไปตามโขดหินจนเกิดเป็นร่องน้ำ คล้ายกับน้ำตกไนแองการ่า จึงได้รับสมญานามว่าเป็นไนแองการ่าแห่งเอเชียนั่นเอง ยิ่งไปกว่านั้นวิวทิวทัศน์โดยรอบน้ำตกก็สวยงามอย่างมาก โดยเฉพาะช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสี เพื่อนๆ สามารถเดินชมธรรมชาติรอบข้างที่เปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน บริเวณแท่นชมวิว หรือบนแท่นชมน้ำตกที่สามารถมองลงไปข้างล่างได้ ถ้าใครไม่สะใจอยากจะเดินไปชมบริเวณปากน้ำตกและจุดตกของน้ำใกล้ๆ ก็ได้เช่นกันค่ะ

 

View this post on Instagram

 

A post shared by kaji (@kaji_photochromism) on

สำหรับใครที่ต้องการเดินทางมาที่นี่สามารถนั่งรถบัส Kan-etsuheading จาก JR สถานี Numata Joetsu Line ใช้เวลาประมาณ 40 นาทีค่ะ

ข้อมูลเพิ่มเติม city.numata.gunma

4. รถไฟสายวาตาราเสะ-เคโคคุ (わたらせ渓谷線)

ใครอยากนั่งรถไฟชมวิวสองข้างทางละก็ รีบไปซื้อตั๋วขึ้นรถไฟสายวาตาราเสะ-เคโคคุกันเลย! ทางรถไฟของที่นี่จะเชื่อมระหว่างเมืองคิริวในจังหวัดกุนมะ กับเมืองนิกโกในจังหวัดโทชิงิ ทิวทัศน์ข้างๆ ทางจะเป็นหุบเขาวาทาราเซะ โดยเฉพาะช่วงปลายเดือนตุลาคม – ปลายเดือนพฤศจิกายนจะเป็นที่นิยมมากที่สุด เพราะผู้คนมักจะพากันมานั่งรถไฟชมใบไม้เปลี่ยนสีนั่นเอง แต่ใช่ว่าที่นี่จะมีดีแค่ช่วงใบไม้เปลี่ยนสีนะ เพราะในฤดูใบไม้ผลิก็จะมีช่วงที่เรียกว่า ฮานะโมโมะ หรือจะชมใบไม้แตกใบอ่อนในฤดูร้อน และไฟประดับในฤดูหนาวก็ได้ เรียกได้ว่ามีเสน่ห์ครบทั้งสี่ฤดูเลยทีเดียว สำหรับเพื่อนๆที่สนใจนั่งรถไฟวาตาราสะ-เคโคคุ

 

View this post on Instagram

 

A post shared by BA812 mode.11 (@tkglife) on

สำหรับนักเรียนมัธยมต้นขึ้นไปคนละ 510 เยน ส่วนนักเรียนประถมคนละ 260 เยนค่ะ รถไฟสายหุบเขาวาตาราเซะ มีสถานีต้นทางอยู่ที่สถานี Kiryu ขึ้นรถไฟ JR จากสถานี Ikebukuro หรือ Shinkansen จากสถานี Ueno มาเปลี่ยนรถไฟ JR Ryomo Line ที่สถานี Oyama จังหวัดโทชิงิได้เลยค่ะ

ข้อมูลเพิ่มเติม watetsu

5. ศาลเจ้าฮารุนะ (榛名神社)

ศาลเจ้าที่ขึ้นชื่อเกี่ยวกับการค้าขาย และการแต่งงาน ตั้งอยู่บนเนินเขาฮารุนะ หนึ่งในสามของภูเขาที่มีชื่อเสียงของจังหวัดกุนมะ ซึ่งที่นี่เป็นสถานที่บูชาเทพเจ้าเกี่ยวกับน้ำ ไฟ และการเกษตร ถือเป็นสถานที่รับพลังจากเทพเจ้า (Power Spot) เลยละ ระหว่างทางที่เดินขึ้นเขามา เพื่อนๆ จะพบกับเหล่าเทพเจ้าทั้งเจ็ด ว่ากันว่าถ้าลูบพุงท่านเทพเอบิสึหนึ่งในเทพทั้งเจ็ดแล้วจะเป็นสิริมงคลนะ แถมที่นี่ยังมีน้ำตกเล็กๆ ไหลลงมาจากซอกภูเขาด้วย บวกกับสองข้างทางที่แวดล้อมไปด้วยธรรมชาติ เหมือนหลุดออกมาอีกโลกนึงเลยละ ยิ่งถ้ามาช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสีละก็ สวยงามมากๆ เลยละค่ะ และที่ผู้คนนิยมทำกันมากที่สุดเมื่อมาถึงศาลเจ้าฮารุนะ คือ เซียมซีน้ำศักดิ์สิทธิ์ โดยเซียมซีของที่นี่ก็แปลกตาสุดๆ เพราะใบเซียมซีจะถูกแบ่งออกเป็นช่องๆ ตามตารางคำทำนาย เช่น การงาน การเดินทาง ความรัก สุขภาพ ซึ่งเราต้องเอาใบคำทำนายไปจุ่มในบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ก่อน เราถึงจะมองเห็นคำทำนายได้ค่ะ เก๋สุดๆ ไปเลยใช่ไหมล่ะ

 

View this post on Instagram

 

A post shared by megu_itami (@megu_itami) on

ซึ่งเพื่อนๆ ต้องเสียค่าทำนายใบละ 200 เยนค่ะ สำหรับการเดินทางสามารถนั่งรถบัสจากสถานีรถไฟ Takasaki ใช้เวลาประมาณ 50 นาทีค่ะ

ข้อมูลเพิ่มเติม haruna

6. วัดโมรินจิ (茂林寺)

เพื่อนๆ คนไหนรู้จักเจ้าตัวทานุกิกันบ้างเอ่ย ใครที่ชอบเจ้าตุ้ยนุ้ยทานุกิละก็ ต้องมาที่วัดโมรินจิแห่งนี้เท่านั้น เพราะที่นี่มีตำนาน บุนบุคุ จาคามะ การแปลงร่างเป็นหม้อหุงข้าวของเจ้าทานุกิด้วย โดยหม้อหุงข้าวที่ว่าเป็นหม้อหุงข้าวเหล็กแบบโบราณของญี่ปุ่น ที่ใส่น้ำร้อนลงไปเท่าไหร่ก็ไม่มีวันเหือดแห้ง จนกลายเป็นสัญลักษณ์แห่งโชคลาภ รวมถึงความอุดมสมบูรณ์ ความรัก ก็ถูกรวมอยู่ในความเชื่อนี้ด้วย เมื่อเดินเข้ามาภายในวัด เพื่อนๆ จะพบรูปปั้นของเจ้าตัวทานุกิเรียงรายอยู่ถึง 21 ตัว ตลอดทางเดินเลยละค่ะ ถือว่าเป็นจุดเด่นของวัดแห่งนี้เลย นอกจากนี้เพื่อนๆ ยังสามารถชมวิวทิวทัศน์ของธรรมชาติอันกว้างขวางได้ที่บริเวณลุ่มน้ำขังชื้น ทางทิศเหนือของวัด ซึ่งที่นั่นมีต้นหญ้าเฉพาะท้องถิ่นขึ้นอยู่เต็มเลยละค่ะ และในช่วงฤดูหนาวยังสามารถชมนกกระยางสีขาวที่กำลังอพยพมาที่นี่ได้ด้วย

 

View this post on Instagram

 

A post shared by たかしも (@takashimo_00) on

สำหรับเวลาเปิดให้บริการเริ่มตั้งแต่ 9.00-16.00 น. เสียค่าธรรมเนียมสำหรับผู้ใหญ่ 300 เยน และ เด็ก 100 เยน เพื่อนๆ สามารถเดินทางจากสถานีรถไฟ Morinjimae สาย Isesaki ของ Tobu Railway ได้เลยค่ะ

ข้อมูลเพิ่มเติม 7.plala.

7. โรงงานทอผ้าไหมโทมิโอกะ (富岡製糸場)

เรียกได้ว่าที่นี่คือ ดินแดนแห่งไหม ถือเป็นโรงงานทอผ้าไหมแห่งแรกของญี่ปุ่นที่มีเครื่องจักรที่ทันสมัย แถมที่นี่ยังได้รับแต่งตั้งเป็นมรดกโลกในเดือนมิถุนายน ปี 2014 รวมถึงตัวอาคารที่ใช้วิธีการการก่ออิฐเสาไม้และกำแพงฉาบปูน ซึ่งเป็นการก่อสร้างที่หาดูได้ยาก สำหรับภายในอาคารเพื่อนๆสามารถเข้าชมโรงงาน และเยี่ยมชมนิทรรศการเกี่ยวกับสินค้าที่ใช้ไหมผลิตได้ โดยที่โรงงานมีให้บริการไกด์ทัวร์ หรือเช่า audio guide ที่มีให้เลือกหลายภาษา ในราคาแค่ 200 เยน หรือจะเดินชมด้วยตัวเองก็ได้ค่ะ

 

View this post on Instagram

 

A post shared by 関淳一 (@sekijun1) on

ที่นี่เปิดให้บริการตั้งแต่ 9.00-17.00 น. ปิดทำการ ทุกวันพุธ และช่วงวันหยุดสิ้นปี โดยเสียค่าเข้าชมคนละ 1,000 เยน นักศึกษามหาวิทยาลัย และนักเรียนมัธยมปลาย 250 เยน ส่วน เพื่อนๆ สามารถขึ้นรถไฟจาก Takasaki Joshin Railway ไปลงที่สถานี Joshu-Tomioka หรือจะซื้อตั๋วไปกลับราคาพิเศษรวมค่าเข้าชมโรงไหมได้ในราคา 1,640 เยนก็ได้นะคะ

ข้อมูลเพิ่มเติม tomioka-silk

8. ปราสาทล็อคฮาร์ท (ロックハート城)

ที่นี่คือปราสาทสไตล์ยุโรปจริงๆ มิใช่การสร้างเลียนแต่อย่างใด เพราะตัวปราสาทนี้แต่เดิมตั้งอยู่ที่ประเทศสก็อตแลนด์แล้วทำการขนย้ายผ่านทางรถไฟสายทรานส์-ไซบีเรียมาที่ประเทศญี่ปุ่น โอ้วโหว เดินทางมาไกลเหมือนกันนะเนี่ย ซึ่งตัวปราสาท Lockheart แต่เดิมเป็นของตระกูลอัสวินในสก็อตแลนด์ ที่มีประวัติยาวนานถึง 187 ปี ขอบอกเลยว่าที่นี่เป็นโลเคชั่นในการทำมิวสิควิดีโอทั้งเพลง หนัง ละคร รวมถึงเป็นสถานที่ที่นิยมมากในการมาออกเดท ขอแต่งงาน ไปจนถึงจัดงานแต่งงานเลยล่ะค่ะ ที่ปราสาทจึงมีแพ๊กเกจสำหรับคู่บ่าวสาวที่สนใจมาถ่ายทำพรีเวดดิ้งที่นี่ด้วยนะ โดยเสียค่าเข้าชมคนละ 1,000 เยน และ 800 เยนสำหรับเด็กมัธยมต้นกับเด็กประถมค่ะ สำหรับเพื่อนๆ คนไหนที่อยากจะแปลงร่างเป็นเจ้าหญิงหรือเจ้าชายละก็ ที่ปราสาทมีชุดให้เช่ามากกว่า 500 แบบ แถมมีบริการถ่ายรูปให้ด้วย นึกภาพตัวเองใส่ชุดเจ้าหญิงแล้วยืนอยู่หน้าปราสาท นี่มันเจ้าหญิงดิสนี่ย์ชัดๆ เลย

 

View this post on Instagram

 

A post shared by Andoh.s (@shingoandou47) on

ที่ปราสาทจะเปิดให้บริการตั้งแต่ 9.00 – 17.00 น. เพื่อนๆ สามารถเดินทางได้ด้วยรถไฟชินกันเซ็นขบวนโจเอ็ตสึ มาลงที่สถานีโจโมโค แล้วนั่งแท็กซี่ต่อ ใช้เวลาประมาณ 20 นาทีค่ะ

ข้อมูลเพิ่มเติม  japantourlist

9. สวนสาธารณะโอนิโอชิดาชิ (鬼押出し園)

เนื่องจากเหตุการณ์ภูเขาไฟระเบิดในปี 1783 สวนสาธารณะโอนิโอชิดาชิจึงมีภูมิทัศน์เป็นหินภูเขาไฟรูปร่างประหลาดอย่างที่เพื่อนๆ เห็นในรูปเลยค่ะ กลายเป็นเอกลักษณ์ของที่นี่ไปเลย สำหรับที่นี่เพื่อนๆ สามารถชมวิวของเมืองและภูเขาไฟอะซะมะได้ หากขึ้นมาถึงตรงกลางสวนสาธารณะแล้ว ก็อย่าลืมแวะไปสักการะเทพเจ้าแห่งความเมตตากันด้วยนะ ถัดจากสวนสาธารณะไปอีกนิดเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์ภูเขาไฟอะซามะ เพื่อนๆ จะได้เรียนรู้เกี่ยวกับภูมิศาสตร์ของภูเขาไฟ สิ่งมีชีวิตทั้งพืชและสัตว์ที่เคยอาศัยอยู่บริเวณภูเขาไฟ ได้ชมทั้งทิวทัศน์สวยๆ และยังได้ความรู้กลับไปอีก คุ้มค่ามากๆ เลยนะเนี่ย ถึงแม้ที่นี่จะตั้งอยู่บริเวณชายแดนจังหวัดกุนมะ แต่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มักจะมาเที่ยวผ่านเมืองคารุอิซาว่า ถ้าเพื่อนๆ เที่ยวที่นี่เสร็จก็ไปเดินเล่นต่อคารุอิซาว่ากันได้เลย

 

View this post on Instagram

 

A post shared by キタ3@star (@kita3_harupapa) on

สำหรับเพื่อนๆ ที่ต้องการชมพิพิธภัณฑ์ภูเขาไฟอะซามะมีค่าใช้จ่ายคนละ 600 เยนนะคะ เวลาเปิดตั้งแต่ 8:30-17:15 น. วันปิดทำการ: เดือนธันวาคม-เดือนมีนาคมค่ะ

ข้อมูลเพิ่มเติม princehotels

10. วัดโชรินซัง ดารุมะจิ (少林山達磨寺)

ดา รุ มะ ซัง กะ.. โคโรนดะ!  เกมสุดฮิตของเด็กๆ ที่ญี่ปุ่น ดารุมะซังที่ว่าก็คือเจ้าตุ๊กตาล้มลุกสีแดงหน้าโหดนั่นเองค่ะ โดยวัดโชรินซัง ดารุมะจิ เมืองทาคาซากิ ถือเป็นถิ่นกำเนิดของเจ้าตุ๊กตาดารุมะ  สำหรับคนญี่ปุ่นแล้ว ส่วนใหญ่มักจะขอพรจากเจ้าตุ๊กตาดารุมะนี่แหละ โดยเฉพาะวันที่ 6 และ 7 มกราคมของทุกปี จะมีการจัดงาน “โชรินซัน นานาคุซะ ไทไซ ดารุมะอิชิ” ซึ่งเป็นงานที่ผู้คนจะมาซื้อตุ๊กตาดารุมะเพื่อใช้อธิษฐานในวันขึ้นปีใหม่  โดยจะใช้หมึกเขียนตาข้างหนึ่งให้กับตุ๊กตาดารุมะก่อน และถ้าหากสมหวัง จึงจะเขียนตาอีกข้างหนึ่งให้ตุ๊กตาดารุมะในอีกปีถัดไป นอกจากนี้เพื่อนๆยังสามารถมาเสี่ยงเซียมซีดารุมะได้ด้วยนะ โดยใบเซียมซีนั้นจะซ่อนอยู่ข้างในเจ้าตุ๊กตาดารุมะตัวจิ๋วนั่นเอง อ้อ! ที่นี่มีลูกอมดารุมะขายด้วย ซื้อเป็นของฝากก็น่ารักไปอีกแบบนะคะ หรือถ้าเพื่อนๆ คนไหนอยากออกแบบเจ้าตุ๊กตาดารุมะด้วยตนเอง ภายในเมืองทาคาซากิก็มีศูนย์หัตถกรรมที่ผลิตเจ้าตุ๊กตา “ทาคาซากิ ดารุมะ” ให้เพื่อนๆ ได้โชว์ฝีมือวาดคิ้วและหนวดของตุ๊กตาดารุมะเองด้วย

 

View this post on Instagram

 

A post shared by まきよ (@makiyo6878) on

สำหรับที่วัดโชรินซัง ดารุมะจิ เปิดให้เที่ยวชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 9.00-17.00 น. ชมฟรีไม่เสียค่าธรรมเนียมค่ะ ซึ่งเพื่อนๆ สามารถเดินทางจากสถานีรถไฟ Gumma-Yawata สาย Shin-etsu ของ JR หรือขึ้นรถบัสจากสถานีรถไฟ Takasaki ของ JR แล้วเดินต่ออีกประมาณ 20 นาทีค่ะ

ข้อมูลเพิ่มเติม daruma

ใครมาถึงจังหวัดกุนมะก็อย่าพลาดทานอาหารท้องถิ่นของที่นี่อย่างยาคิมันจู อาหารพื้นเมืองที่มีเฉพาะที่จังหวัดกุนมะ เป็นขนมมันจูที่ราดด้วยซอสมิโซะ หรือจะเป็นฮิโมะคาวะ อุด้งชนิดหนึ่งที่เป็นอาหารท้องถิ่นของเมืองคิริว ไหนๆ ก็มาถึงเมืองแห่งออนเซ็นแล้วก็อย่าลืมทานออนเซ็นมันจู ที่มีเฉพาะแหล่งออนเซ็นในญี่ปุ่นกันด้วยนะคะ ที่สำคัญอย่าลืมถ่ายรูปมาอวดกันบ้างน๊า