7 วันก็นั่งรถไฟเที่ยวทั่วญี่ปุ่นได้! กับแพลนทริปที่ขาลุยต้องลอง!

Ultimate 7 Day JR Trip Cover
Last updated:

สำหรับเพื่อนๆ ที่กำลังมองหาประสบการณ์ใหม่ๆ ในการเดินทางด้วยรถไฟในญี่ปุ่น JR Times by JR East ก็เป็นเว็บหนึ่งที่เหมาะกับการทำการบ้านเพื่อเตรียมทริปลุยญี่ปุ่นค่ะ โดย JR Times by JR East เป็นเว็บไซต์ที่รวมทุกบทความเกี่ยวกับรถไฟที่นักท่องเที่ยวต้องรู้ ซึ่งรวมถึงบทความรีวิวสถานที่ท่องเที่ยวเด็ดๆ ห้ามพลาดที่สามารถเดินทางไปได้โดยรถไฟ JR East อีกมากมาย!

บทความนี้เอาใจขาลุยผู้รักรถไฟญี่ปุ่นโดยเฉพาะ! กับสุดยอดแพลนทริปนั่งรถไฟเที่ยวทั่วประเทศญี่ปุ่นในเวลา 7 วันของคุณ Carissa Loh นักเขียนชาวสิงคโปร์ผู้หลงรักญี่ปุ่นและเคยเที่ยวญี่ปุ่นมาแล้วทั่วประเทศ! ในบทความนี้ คุณ Carissa จะพาพวกเราไปตะลอนเที่ยวญี่ปุ่นตั้งแต่เหนือจรดใต้กันอย่างไรบ้าง? ฟิดร่างกายให้พร้อมแล้วไปลุยกัน!

สุดยอดแพลนนั่งรถไฟเที่ยวญี่ปุ่น 7 วัน เพื่อคนรักรถไฟโดยเฉพาะ

Ultimate 7 Day JR Trip

ถ้าคุณเคยไปญี่ปุ่นล่ะก็ เป็นไปได้ว่าคุณคงจะเคยนั่งรถไฟ และด้วยเครือข่ายทางรถไฟที่กว้างขวางและถูกพัฒนามาอย่างดีเยี่ยม ทำให้การเดินทางโดยรถไฟไปทั่วทั้ง 47 จังหวัดของญี่ปุ่นเป็นหนึ่งในวิธีที่ง่ายและคุ้มค่าที่สุด ฉันชอบเดินทางไปญี่ปุ่นเช่นเดียวกับคุณและใครอีกหลายคน และฉันก็เดินทางโดยใช้ตั๋ว Rail Pass เกือบทุกครั้ง นอกจากการนั่งรถไฟจะเป็นการเดินทางรูปแบบหนึ่งแล้ว ก็ยังถือเป็นการท่องเที่ยวไปในตัว อีกทั้งเป็นประสบการณ์และส่วนหนึ่งในแผนการเที่ยวที่ฉันตั้งตารออยู่เสมอ

Ultimate 7 Day JR Trip_ItinMap
แผนที่เส้นทางรถไฟที่อยู่ในแผนการเดินทางครั้งนี้ (เครดิตภาพ: JR East / Carissa Loh)

ในบทความนี้ ฉันจะมาแนะนำตัวอย่างแผนการนั่งรถไฟเดินทางรอบญี่ปุ่นที่ดีที่สุดสำหรับคนรักรถไฟ โดยแผนการเดินทางนี้จะใช้ Japan Rail Pass (JR Pass) แบบ 7 วัน ซึ่งมีไฮไลท์ต่างๆ เช่น

  • เดินทางจากฮอกไกโดไปคิวชูด้วยรถไฟในหนึ่งวัน
  • ค้างคืนบนรถไฟตู้นอน
  • ขึ้นรถไฟชินกันเซ็นทุกสาย (ยกเว้นมินิชินกันเซ็น)
  • สถานีรถไฟที่อยู่ทิศเหนือสุด
  • บรรดาสถานีรถไฟที่อยู่ทิศตะวันออกสุด
  • สถานีรถไฟที่อยู่ทิศตะวันตกสุด
  • สถานีรถไฟที่อยู่ทิศใต้สุด
  • สถานีรถไฟที่อยู่ลึกลงไปใต้ดินที่สุด
  • สถานีรถไฟที่อยู่ที่ระดับความสูงที่สุด
  • รถไฟท่องเที่ยวในธีมต่างๆ

มองแว้บแรก คุณคงไม่เชื่อว่าเราจะไปทั้งหมดนี้ได้ภายในเวลาเพียง 1 สัปดาห์ใช่ไหมล่ะ? ทำได้ค่ะ ด้วยการใช้ JR Pass แบบ 7 วันให้เต็มที่! ระหว่างที่รอญี่ปุ่นเปิดประเทศ ฉันได้วางแผนการเดินทางที่ดีที่สุดสำหรับสหายคนรักรถไฟทั้งหลายไว้แล้ว ซึ่งฉันหวังว่าจะได้เดินทางตามแผนนี้สักวันหนึ่งเช่นกัน คุณพร้อมไหม? ถ้าพร้อมแล้วก็ไปตะลุยทริปรถไฟสุดตื่นเต้นกันเลย!

วันที่ 1: Tokyo → Hakodate → Sapporo

  • 6:32–10:53: Tokyo → Shin-Hakodate-Hokuto | Shinkansen Hayabusa 1
  • 11:04–11:20: Shin-Hakodate-Hokuto → Hakodate | Hakodate Liner
Ultimate 7 Day JR Trip_Tokyo
ด้านนอกสถานี Tokyo (เครดิตภาพ: JR East / Carissa Loh)

เราจะออกเดินทางจากสถานี Tokyo แต่เช้าตรู่และมุ่งหน้าไปยังซัปโปโร เมืองหลวงของฮอกไกโด หลังจากที่ Hokkaido Shinkansen เริ่มให้บริการในปี 2015 เราก็สามารถนั่งรถไฟจากโตเกียวไปสถานี Shin-Hakodate-Hokuto ณ ทางตอนใต้ของฮอกไกโดได้โดยใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมง

Ultimate 7 Day JR Trip_Hakodate
ตามเข็มนาฬิกาจากซ้ายบน: ข้าวหน้าอาหารทะเล, วิวจากภูเขาฮาโกดาเตะ, สวนโกเรียวคาคุ, โกดังอิฐแดง (เครดิตภาพ: JR East/Carissa Loh (ซ้าย) และ photoAC (ขวา))

ด้วยความที่เราพอมีเวลาอยู่บ้าง เรามาใช้เวลาสองสามชั่วโมงในการเพลิดเพลินไปกับเมืองท่าฮาโกดาเตะกันดีกว่า! ฮาโกดาเตะ (函館 Hakodate) ตั้งอยู่ทางตอนใต้สุดของฮอกไกโดและเป็นหนึ่งในเมืองท่าแห่งแรกๆ ของญี่ปุ่นที่เปิดรับการค้าขายระหว่างประเทศ ทำให้เมืองนี้ได้รับอิทธิพลจากต่างประเทศมามากมาย ดังที่เห็นได้จากอาคารบางแห่ง

สถานที่ที่ฉันอยากแนะนำให้ลองไปเที่ยวชมดูคือสวนโกเรียวคาคุ (五稜郭公園 Goryōkaku kōen) สวนรูปดาวที่สวยงามในทุกฤดูกาล ที่นี่จะเป็นสีเขียวชอุ่มในฤดูร้อน สีส้มและแดงร้อนแรงในฤดูใบไม้ร่วง สีขาวหิมะที่มีมนต์เสน่ห์ในฤดูหนาว และสีชมพูสวยงามของซากุระในฤดูใบไม้ผลิ และหากคุณมีเวลาก็ห้ามพลาดโอกาสชมวิวมุมสูงของเมืองฮาโกดาเตะจากบนภูเขาฮาโกดาเตะ (函館山 Hakodate-yama) เชียวล่ะ

ด้วยความที่ฮาโกดาเตะตั้งอยู่ใกล้กับช่องแคบสึการุ ทำให้เมืองนี้เต็มไปด้วยอาหารทะเลอร่อยๆ ดังนั้นฉันขอแนะนำให้คุณทานข้าวหน้าอาหารทะเล (海鮮丼 kaisendon) รสเลิศเป็นอย่างยิ่ง โดยท็อปปิ้งโปรดของฉันได้แก่หอยเชลล์ ไข่ปลาแซลมอน ปู และหอยเม่น แต่มีหลายสิบร้านเลยทีเดียวที่มีการจับคู่ท็อปปิ้งหลายแบบให้คุณได้เลือก

  • 15:01–18:47: Hakodate → Sapporo | Limited Express Hokuto 15

หลังจากอิ่มจุใจกันที่ฮาโกดาเตะแล้ว เราก็ไปขึ้นรถไฟ Limited Express Hokuto (特急北斗 Tokkyū Hokuto)  มุ่งขึ้นเหนือสู่ซัปโปโร โดยใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง 45 นาทีในการเดินทาง

Ultimate 7 Day JR Trip_SapporoFood
อาหารซัปโปโรที่ห้ามพลาด ตามเข็มนาฬิกาจากรูปบน: ปู, ซัปโปโรมิโซะราเม็ง, เจงกิสข่าน (เครดิตภาพ: photoAC)

เราจะค้างคืนที่ซัปโปโรกันอีก 3 คืนถัดจากนี้ ดังนั้นคุณจะมีโอกาสชิมอาหารท้องถิ่นรสเลิศหลายครั้งแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นซัปโปโรมิโซะราเม็ง, เจงกิสข่าน (ジンギスカン เนื้อแกะย่าง), ซุปแกงกะหรี่ และอาหารทะเลฮอกไกโดรวมไปถึงวัตถุดิบที่ผลิตในท้องถิ่นอีกมากมาย!

Ultimate 7 Day JR Trip_ItinDay1
กำหนดการเดินทางวันที่ 1

วันที่ 2: Sapporo → Wakkanai → Sapporo

  • 7:30–12:40: Sapporo → Wakkanai | Limited Express Soya
Ultimate 7 Day JR Trip_LtdExpSoya
นั่งรถไฟ Limited Express Soya (เครดิตภาพ: Hokkaido Railway Company)

ในวันที่สองเราจะออกเดินทางไปวักกะไน (Wakkanai) เมืองที่อยู่เหนือสุดของญี่ปุ่นกัน ซึ่งใช้เวลาเดินทางจากซัปโปโรประมาณ 5 ชั่วโมงด้วยรถไฟ Limited Express Soya (特急宗谷 Tokkyū Sо̄ya) รถไฟสีชมพูโดดเด่นที่ใช้สีของดอกฮามานาสุ (はまなす กุหลาบญี่ปุ่น) และเป็นรถไฟที่จะสร้างความประทับใจให้คุณได้อย่างแน่นอน ฉันขอแนะนำให้คุณนั่งที่ริมหน้าต่างเพราะรถไฟจะผ่านทิวทัศน์ธรรมชาติที่สวยงามมากมายตลอดระยะการเดินทาง 422 กม. นี้

Ultimate 7 Day JR Trip_WakkanaiStation
ป้ายต่างๆ รอบสถานี Wakkanai (เครดิตภาพ: Hokkaido Railway Company)

หลังออกจากสถานี Sapporo เวลา 7:30 น. รถไฟจะมาถึงสถานี Wakkanai (稚内駅) ในเวลา 12:40 น. สถานี Wakkanai เป็นสถานีรถไฟที่อยู่ทิศเหนือสุดของญี่ปุ่น (日本最北端の駅) ที่พิกัด 45°25’1.3”N 141°40’37.2”E ซึ่งจะมีป้ายระบุไว้บนชานชาลาด้วย

คุณรู้หรือเปล่าว่าวักกะไนเป็นที่ตั้งของทางรถไฟสายเหนือสุดในญี่ปุ่น (最北端の線路) ด้วยนะ สถานีนี้ยังมีป้ายบอกระยะทางจากสถานี Wakkanai ไปยังสถานีสำคัญอื่นๆ ทั่วประเทศญี่ปุ่น เช่น สถานี Sapporo สถานี Tokyo และสถานี Ibusuki ทางตอนใต้ของญี่ปุ่นที่เราจะไปเที่ยวกันในวันที่ 6

Ultimate 7 Day JR Trip_Soya
ทางเดินสีขาวและแหลมโซยะ (เครดิตภาพ: Hokkaido Railway Company)

มีอีกหลายอย่างให้คุณทำในเวลา 5 ชั่วโมงที่เรามีที่วักกะไน และในฐานะคนรักธรรมชาติฉันขอแนะนำแหลมโซยะ (宗谷岬 Sōya Misaki) ซึ่งเป็นจุดที่อยู่เหนือสุดของฮอกไกโด และทางเดินสีขาว (白い道 White Path) เส้นทางสีขาวสวยงามที่ปูด้วยเปลือกหอย ซึ่งเป็นจุดที่ให้เรามองเห็นทิวทัศน์อันงดงามของทะเลได้

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องกิจกรรมที่คุณสามารถทำได้ที่วักกะไนนั้น ตามไปอ่านบทความก่อนหน้าของ JR Hokkaido ได้ที่นี่

  • 17:44–22:57: Wakkanai → Sapporo | Limited Express Soya

และแล้วก็ได้เวลาโบกมือลาวักกะไน ก่อนเดินทางกลับไปซัปโปโรอย่าลืมซื้อเอกิเบ็น (駅弁 ข้าวกล่องสำหรับรับประทานบนรถไฟ) ด้วยล่ะ!

Ultimate 7 Day JR Trip_ItinDay2
กำหนดการเดินทางวันที่ 2

วันที่ 3: Sapporo → Nemuro → Sapporo

  • 6:48–10:57: Sapporo → Kushiro | Limited Express Oozora 1
  • 11:12–13:22: Kushiro → Nemuro | Rapid Nosappu

วันก่อนเราได้ไปเยือนสถานีรถไฟที่อยู่ทิศเหนือสุดมาแล้ว สำหรับวันที่ 3 เราจะไปยังสถานีรถไฟที่อยู่ทิศตะวันออกสุดกัน มาขึ้นรถไฟ Limited Express Oozora (特急おおぞら Tokkyū О̄zora) ที่จะพาเราเดินทางจากสถานี Sapporo ไปยังสถานี Kushiro (釧路駅) ทางทิศตะวันออกของฮอกไกโด บนทางรถไฟสายหลัก Nemuro

Ultimate 7 Day JR Trip_Kushiro
บน: รถไฟ Limited Express Oozora วิ่งผ่านชาคุเบ็ตสึ โนะ โอกะ ล่าง: รถไฟบนทางรถไฟสาย Hanasaki ที่วิ่งผ่านพื้นที่ชุ่มน้ำเบกันเบอุชิ (เครดิตภาพt: photoAC (บน) และ Hokkaido Railway Company (ล่าง))

ใกล้ๆ กับสถานี Ombetsu ในพื้นที่ที่เรียกว่าชาคุเบ็ตสึ โนะ โอกะ (尺別の丘) ขอแนะนำให้คอยเฝ้ามองทัศนียภาพสวยงามตามแนวชายฝั่งให้ดี เพราะที่บริเวณนี้คุณจะมีจังหวะชมวิวมหาสมุทรสีฟ้าสวยงามจากหน้าต่างรถไฟได้หลายครั้งทีเดียว ที่สถานี Kushiro เราจะเปลี่ยนไปขึ้นรถไฟ Rapid Nosappu (快速ノサップ Kaisoku Nosappu) บนทางรถไฟสาย Hanasaki และมุ่งหน้าไปยังสถานี Nemuro (根室駅) โดยระหว่างเดินทางไปตามทางรถไฟสาย Hanasaki นั้น คุณจะผ่านพื้นที่ชุ่มน้ำเบกันเบอุชิ (別寒辺牛湿原 Bekanbeushi Shitsugen) ที่มีวิวสวยงามอีกมากให้ชมกัน

Ultimate 7 Day JR Trip_WakkanaiStation
ป้ายต่างๆ รอบสถานี Wakkanai (เครดิตภาพ: Hokkaido Railway Company)

สถานี Nemuro เป็นสถานีปลายทางของทางรถไฟสาย Hanasaki และเป็นสถานีแบบมีพนักงานประจำที่ตั้งอยู่ทิศตะวันออกสุดของญี่ปุ่น (日本最東端有人の駅) โดยที่นี่คือสถานีทิศตะวันออกสุดที่มีพนักงานสถานีรถไฟประจำอยู่ อีกทั้งเป็นสถานีทิศตะวันออกสุดที่มีบริการให้คุณซื้อตั๋วรถไฟได้ จากจุดนี้ฉันเตรียมตัวเลือกไว้ให้คุณ 2 แบบด้วยกัน ซึ่งคุณสามารถเลือกได้โดยขึ้นอยู่กับว่าคุณต้องการไปที่ไหน

ตัวเลือก A (สำหรับคนรักรถไฟ):

  • 16:15–18:51: Higashi-Nemuro → Kushiro | ทางรถไฟสาย Hanasaki
  • 18:59–22:58: Kushiro → Sapporo | Limited Express Oozora 12
Ultimate 7 Day JR Trip_HigashiNemuro
สถานี Higashi-Nemuro สถานีรถไฟที่อยู่ทิศตะวันออกสุดของญี่ปุ่น (เครดิตภาพ: photoAC)

ตัวเลือก A เป็นตัวเลือกสำหรับคนรักรถไฟตัวยง อย่างที่ฉันพูดถึงไปก่อนหน้านี้ สถานี Nemuro เป็นสถานีรถไฟแบบมีพนักงานประจำที่อยู่ทิศตะวันออกสุดของญี่ปุ่น แต่ไม่ใช่สถานีรถไฟที่อยู่ทิศตะวันออกสุด สถานีที่คว้าตำแหน่งนั้นไปคือสถานี Higashi-Nemuro (東根室駅) ซึ่งอยู่ห่างออกไปเพียงหนึ่งสถานีเท่านั้น สถานี Higashi-Nemuro เป็นสถานีแบบไร้พนักงานประจำที่ได้ชื่อว่าเป็นสถานีรถไฟที่ตั้งอยู่ทิศตะวันออกสุดของญี่ปุ่น (日本最東端の駅) ที่พิกัด 43°19′16″N 145°36′05″E หากคุณเป็นคนรักรถไฟล่ะก็ ห้ามพลาดโอกาสเยี่ยมชมสถานีนี้เชียว!

ตัวเลือก B (สำหรับคนรักธรรมชาติ):

  • 13:35–14:19: นั่งรถบัสจากสถานี Nemuro ไปยังแหลมโนซัปปุ
  • 15:10–15:54: นั่งรถบัสจากแหลมโนซัปปุไปยังสถานี Nemuro
  • 16:12–18:51: Nemuro → Kushiro | ทางรถไฟสาย Hanasaki
  • 18:59–22:58: Kushiro → Sapporo | Limited Express Oozora 12
Ultimate 7 Day JR Trip_CapeNosappu
แหลมโนซัปปุ (เครดิตภาพ: photoAC)

ตัวเลือก B เหมาะสำหรับผู้ที่อยากเพิ่มการชมวิวเข้ามาในการเดินทางด้วยรถไฟในครั้งนี้ หากสถานีทิศตะวันออกสุดที่มีพนักงานประจำนั้นฟังดูน่าสนพอแล้วสำหรับคุณ ขอแนะนำให้ใช้เวลาที่มีอยู่จำกัดนี้เดินทางสั้นๆ ไปยังแหลมโนซัปปุ (納沙布岬 Nosappu Misaki) จุดที่อยู่ทิศตะวันออกสุดของญี่ปุ่นที่เปิดให้คนทั่วไปสามารถเข้าไปได้ อีกทั้งตั้งอยู่ทิศตะวันออกสุดของฮอกไกโด รอบเวลาที่รถบัสออกจากสถานี Nemuro นั้นจะสอดคล้องกับตารางเวลารถไฟ ทำให้คุณมีเวลามากพอที่จะเดินเล่นรอบแหลมที่มีทิวทัศน์สวยงามนี้ได้

Ultimate 7 Day JR Trip Day 3
กำหนดการเดินทางวันที่ 3

ไม่ว่าคุณจะเที่ยวตามตัวเลือก A หรือ B คุณจะมาจบที่รถไฟขบวนเดียวกันที่มุ่งหน้าสู่คุชิโระและเปลี่ยนไปขึ้นรถไฟ Limited Express Oozora เพื่อมุ่งหน้ากลับซัปโปโร

หมายเหตุ: ตั๋ว JR Pass ไม่ได้ครอบคลุมบริการรถบัส Nemuro Kotsu ที่วิ่งไปแหลมโนซัปปุ ดังนั้นอย่าลืมซื้อตั๋วก่อนขึ้นรถด้วยนะ

ทริปของเรายังไม่จบแค่นี้!

ในอีก 4 วันที่เหลือเราจะเดินทางจากฮอกไกโดไปสถานีที่อยู่ทิศใต้สุดของญี่ปุ่นและไฮไลท์อื่นๆ ให้ครบได้อย่างไร และแต่ละที่จะมีอะไรน่าตื่นเต้นรอเราอยู่บ้าง? มาตามไปดูแพลนทริปที่เหลือกันต่อไปที่ “สุดยอดแพลนนั่งรถไฟเที่ยวญี่ปุ่น 7 วัน เพื่อคนรักรถไฟโดยเฉพาะ” หรือคลิ๊กที่ภาพข้างล่างแล้วไปสนุกกันต่อได้เลย

Ultimate 7 Day JR Trip Banner