10 สุดยอดสถานที่ท่องเที่ยวใน “เฮียวโกะ” ที่ไม่ไปไม่ได้!!!

ถ้าพูดถึงจังหวัดเฮียวโกะอาจจะไม่คุ้นหูกันสักเท่าไหร่ แต่ถ้าพูดถึงเมืองโกเบ เมืองฮิเมจิอาจจะคุ้นๆกันใช่มั้ยละ เมืองโกเบเป็นศูนย์กลางของจังหวัดเฮียวโกะ ได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมต่างชาติมากมายจนได้รับการโหวตอันดับที่ 5 “เมืองที่น่าอยู่ที่สุดในโลก” 2 ในเอเชีย นอกจากนี้ยังถูกเลือกให้เป็นหนึ่งใน 25 เมืองที่สวยที่สุดในโลกอีกต่างหาก แต่สถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์สวยๆก็มีชื่อเสียงเหมือนกัน วันนี้ ANNGLE จะพาเพื่อนๆมารู้จักสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆในจังหวัดที่น่าสนใจแห่งนี้กันนะคะ

1. ปราสาทฮิเมจิ (姫路城)

himeji castle

ปราสาทฮิเมจิก่อตั้งมากว่า 400 ปี เป็น 1 ใน 3 ของปราสาทที่งดงามในประเทศญี่ปุ่น นับเป็นปราสาทที่ยังคงสภาพดั้งเดิมที่สุด ความงดงามของตัวปราสาทสีขาวเปรียบเสมือนนกกระสาขาวที่บินว่อนอยู่บนท้องฟ้า ตามชื่อที่คนญี่ปุ่นเรียกว่า “ปราสาทนกกระสาขาว” หรือ “ฮะคุระโจ” ทำให้มีวิวที่สวยงามมาก ปัจจุบันปราสาทฮิเมจิได้รับการจดทะเบียนเป็นสมบัติประจำชาติญี่ปุ่นและมรดกโลก

เวลาเปิด – ปิด : 09.00 น. – 16.00 น.  (ปลายเดือนเมษายน – 31 เดือนสิงหาคม 09.00 น. – 17.00 น.)
ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ 1,000 เยน เด็ก 300 เยน (วันที่ 1 เดือนมกราคม เข้าชมฟรีค่ะ)
การเดินทาง : จากสถานีรถไฟ Himeji เดินประมาณ 20 นาที
ข้อมูลเพิ่มเติม Himejijo

2. สวนสาธารณะโคโคะ (好古園)

koko park

สวนแห่งนี้สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงวันครบรอบ 100 ปีเมืองฮิเมจิ เป็นสวนญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมที่อยู่ฝั่งตะวันตกของปราสาทฮิเมจิ เมื่อไปปราสาทฮิเมจิไม่ควรพลาดอย่างแรงเลย ภายในสวนจะแบ่งเป็นสวนขนาดเล็กใหญ่ 9 แห่ง เช่น สวนของคฤหาสน์ หรือสวนชาที่จะมีห้องชาแบบดั้งเดิมอยู่ในสวน สวนแห่งนี้ให้บรรยากาศแบบยุคเอโดะจึงมักถูกใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ย้อนยุคอยู่บ่อยๆ

เวลาเปิด – ปิด : 09.00 น. – 17.00 น.
ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ 300 เยน เด็ก 150 เยน
การเดินทาง : จากสถานีรถไฟ Himeji เดินอีกประมาณ 15 นาที

3. ปราสาททาเคดะ (竹田城跡)

View this post on Instagram

A post shared by 竹田城跡『天空の城』 (@takeda_castle) on

ปราสาทท่ามกลางทะเลหมอก เป็นสถานที่ชวนฝันเหมือนกับเราล่องลอยอยู่บนฟ้าท่ามกลางหมู่เมฆ ถึงแม้จะเหลืออยู่แค่ฐานปราสาทแต่บรรยากาศรอบๆตัวปราสาทที่ธรรมชาติสร้างขึ้นมากลับทำให้เป็นจุดดึงดูดนักท่องเที่ยวให้แวะเวียนเข้ามาไม่ขาดสาย ด้วยความอัศจรรย์นี้ปราสาททาเคดะจึงได้รับสมญานามว่า “ปราสาทลอยฟ้า” หรือ “มาชู ปิกชูของญี่ปุ่น” เลยนะ

เวลาเปิด – ปิด : วันที่ 20 เดือนมีนาคม – วันที่ 20 เดือนกันยายน 09.00 น. – 16.00 น. / วันที่ 21 เดือนกันยายน – 10 เดือนธันวาคม 03.00 น. – 16.00 น.
ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ 500 เยน
การเดินทาง : จากสถานีรถไฟ Himeji มาลงที่สถานีรถไฟ Takeda โดยรถไฟสาย JR Bantan และเดินอีกประมาณ 20 นาที

4. ศาลเจ้าอิคุตะ (生田神社)

View this post on Instagram

A post shared by 生田神社 (@ikuta_jinja) on

เป็นหนึ่งในศาลเจ้าที่เก่าแก่ของญี่ปุ่น ผู้คนส่วนใหญ่จะมาอธิษฐานขอพรให้สมหวังในเรื่องความรักกับศิลปิน นักกีฬาที่จะแวะเวียนมาอยู่เสมอ เนื่องจากที่ศาลเจ้าแห่งนี้บูชาเทพเจ้าคะมิ เทพเจ้าแห่งความรักและเทพเจ้าแห่งศิลปะ ยิ่งช่วงปีใหม่คนญี่ปุ่นจะมาขอพรกันจำนวนมากเลย วันที่ 3 เดือนกุมภาพันธ์ของทุกปีจะมีเทศกาลเซ็ทสึบุงเป็นวัฒนธรรมของญี่ปุ่น โดยจะมีการโปรยถั่วภายในบริเวณวัดพร้อมกับตั้งจิตอธิษฐาน “ขอให้นับจากนี้ไป ใน 1 ปีนี้ไม่มีความทุกข์หรือภัยอันตรายใดใดมาเบียดเบียน”

เวลาเปิด – ปิด : 07.00 น. – 18.00 น.
การเดินทาง : จากสถานีรถไฟ Sannomiya เดินอีกประมาณ 10 นาที

5. ย่านหมู่บ้านชาวต่างชาติคิตาโนะ อิจินคังไก (北野異人館街)

kitano ijinkan gai

เนินเขาย่านบ้านพักอาศัยเก่าของชาวต่างชาติที่มาทำธุรกิจค้าขายที่เมืองโกเบ จึงมีบ้านเรือนคฤหาสน์สไตล์ตะวันตกกระจายอยู่บริเวณนี้เป็นส่วนใหญ่ ซึ่งในปัจจุบันบ้านแต่ละหลังก็มีการเปิดบริการให้เข้าชมได้ บ้านที่ได้รับความนิยมมากก็จะเป็น Weathercock House หรือบ้านกังหันลมเป็นบ้านของนักธุรกิจชาวเยอรมัน ถ้าอยู่บนชั้น 2 ของบ้านก็จะมองเห็นวิวเมืองโกเบได้ด้วยนะ และอีกหลังคือ Moegi House บ้านสีเขียวอ่อนของตระกูล Kobayashi และด้านบนสุดของเนินก็จะมีศาลเจ้าเทนมากุประจำเมืองโกเบ

เวลาเปิด – ปิด : 09.00 น. – 18.00 น.
ค่าเข้าชม : แต่ละหลังจะราคาไม่เท่ากัน ประมาณ 500 – 700 เยน
การเดินทาง : จากสถานีรถไฟ Shin Kobe หรือ Sannomiya เดินอีกประมาณ​ 15 นาที
ข้อมูลเพิ่มเติม Ijinkan

6. ภูเขารอคโกะ (六甲山)

Mount Rokko

เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในเมืองโกเบ สามารถมองเห็นโอซาก้าและโกเบ (ภูมิภาค Hanshin) ได้ในทุกๆมุมตามที่ต้องการ ถือเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกที่สวยมากอีกที่หนึ่งเลย บนภูเขายังมีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย ไม่ว่าจะเป็น พิพิธภัณฑ์กล่องดนตรี สวนพฤกษศาสตร์ ทุ่งหญ้าทุ่งดอกไม้กับฝูงแกะ สนามกอล์ฟแห่งแรกของญี่ปุ่น ระเบียงชมสวนบนภูเขา และดาดฟ้าชมวิว หากชมวิวเสร็จแล้วเกิดท้องร้องขึ้นมาก็มีร้านอาหารสองสามร้านให้ทานกันด้วย

เวลาเปิด – ปิด : 09.00 น. – 21.00 น.
การเดินทาง : จากสถานีรถไฟ Sannomiya มาลงที่สถานี Rokko โดยนั่งรถไฟสาย Hankyu Kobe มา จากนั้นขึ้นรถบัสหมายเลข 16 ประมาณ 15 นาที และสุดท้ายขึ้นกระเช้าไปยังภูเขาใช้เวลาประมาณ 10 นาที (ไป – กลับ 1,000 เยน)
ข้อมูลเพิ่มเติม Rokkosan

7. สวนเมริเคน (メリケン公園)

meriken park

สวนสาธารณะริมทะเลขนาดใหญ่ ที่มีแลนด์มาร์คสำคัญๆของเมืองโกเบตั้งอยู่ นอกจากนั้นยังเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของชาวเมืองอีกด้วย ยิ่งช่วงวันหยุดจะมีการจัดงาน เช่น การออกร้านขายของ งานดนตรี งานแสดงศิลปะ เป็นต้นจ้า

เวลาเปิด – ปิด : เปิด 24 ชั่วโมงเลยจ้า
การเดินทาง : จากสถานีรถไฟ Motomachi เดินอีกประมาณ 10 นาที

8. หอคอยแห่งโกเบ (神戸ポートタワー)

kobe port tower

หอคอยสีแดงสูงใหญ่ รูปทรงคล้ายกลองแบบญี่ปุ่นนี้ถือว่าเป็นสัญลักษณ์ของเมืองโกเบเลยก็ว่าได้ หอคอยแห่งนี้มีทั้งหมด 5 ชั้น ชั้นแรกจะเป็นจุดจำหน่ายตั๋วและของที่ระลึก ชั้นที่ 2 และ 3 จะเป็นร้านอาหาร ส่วนชั้น 4 และ 5 จะเป็นจุดชมวิว ที่สามารถมองเห็นเมืองโกเบได้ 360 องศาเลยนะ พอค่ำๆพระอาทิตย์ตกดินไปแล้วหอคอยก็จะเปิดไฟประกับก็สวยงามไม่แพ้กันเลยล่ะ

เวลาเปิด – ปิด : เดือนมีนาคม – เดือนพฤศจิกายน 09.00 น. – 21.00 น. เดือนธันวาคม – เดือนกุมภาพันธ์ 09.00 น. – 19.00 น.
ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ 600 เยน เด็ก 300 เยน
การเดินทาง : จากสถานีรถไฟ Motomachi เดินอีกประมาณ 15 นาที
ข้อมูลเพิ่มเติม Port Tower

9. พิพิธภัณฑ์การเดินเรือ (神戸海洋博物館)

พิพิธภัณฑ์การเดินเรือ

อาคารรูปทรงแปลกประหลาดแห่งนี้เป็นพิพิธภัณฑ์เกี่ยวกับการเดินเรือทะเลของเมืองโกเบ และพิพิธภัณฑ์คาวาซากิ (คาวาซากิเกิดที่เมืองแห่งนี้) ภายในพิพิธภัณฑ์เรือทะเลจะแสดงประวัติศาสตร์เกี่ยวกับการเดินเรือทะเลของญี่ปุ่น และยังมีการแสดงเรือขนาดเท่าของจริงและโมเดลเรือให้ชมด้วย ส่วนพิพิธภัณฑ์คาวาซากิก็จะมีประวัติของบริษัทและสิ่งที่เคยสร้างโชว์ไว้มีขนาดเท่าของจริง

เวลาเปิด – ปิด : 10.00 น. – 17.00 น.
ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ 500 เยน เด็ก 250 เยน
การเดินทาง : จากสถานีรถไฟ Motomachi เดินอีกประมาณ 15 นาที
ข้อมูลเพิ่มเติม Maritime

10. นันคินมาจิ (南京町)

China Town

ญี่ปุ่นก็มีไชน่าทาวน์เหมือนกันนะ ที่โกเบเป็น 1 ใน 3 ของไชน่าทาวน์ที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น เป็นย่านท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมสูงด้วยร้านค้าเยอะแยะ ทั้งร้านอาหาร ร้านวัตถุดิบอาหารจีน ร้านขายของจุกจิก ของกินเล่นก็เยอะ สามารถเดินช้อปไปกินไปได้อย่างเพลิดเพลิน

การเดินทาง : จากสถานีรถไฟใต้ดิน Kobeshikotsukyoku ออกประตู 1 และเดินอีกประมาณ 4 นาที

อยากไปกันแล้วใช่มั้ยละ จังหวัดเฮียวโกะมีสถานที่ท่องเที่ยวครบทุกรูปแบบทั้งความสวยงามของธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ และบรรยากาศของเมืองที่ทันสมัย พร้อมตอนรับเพื่อนๆทุกคนเสมอ