แนะนำขบวนรถไฟหรูในญี่ปุ่นที่ชีวิตนี้ต้องขึ้นให้ได้สักครั้ง!

JR Luxury Train Feature
Last updated:

สำหรับเพื่อนๆ ที่กำลังมองหาประสบการณ์ใหม่ๆ ในการเดินทางด้วยรถไฟในญี่ปุ่น JR Times by JR East ก็เป็นเว็บหนึ่งที่เหมาะกับการทำการบ้านเพื่อเตรียมทริปลุยญี่ปุ่นค่ะ โดย JR Times by JR East เป็นเว็บไซต์ที่รวมทุกบทความเกี่ยวกับรถไฟที่นักท่องเที่ยวต้องรู้ ซึ่งรวมถึงบทความรีวิวสถานที่ท่องเที่ยวเด็ดๆ ห้ามพลาดที่สามารถเดินทางไปได้โดยรถไฟ JR East อีกมากมาย!

ในบทความนี้ เราจะพาเพื่อนๆ ไปตีตั๋วขึ้นบรรดาขบวนรถไฟหรูของญี่ปุ่นผ่านบทความโดยคุณ Carissa Loh นักเขียนชาวสิงคโปร์ผู้หลงรักญี่ปุ่นและมีประสบการณ์ท่องเที่ยวญี่ปุ่นมาแล้วทั่วประเทศ! ในบทความนี้ คุณ Carissa จะพาพวกเราขึ้นไปชมขบวนรถไฟหรูที่ต้องขึ้นให้ได้สักครั้งในชีวิตกัน!

พาไปส่องรถไฟสุดหรูของญี่ปุ่น

Luxury train 1

รถไฟเป็นหนึ่งในวิธีการเดินทางที่ประหยัดมากที่สุดวิธีหนึ่งในการเดินทางจากจุด A ไปจุด B โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคุณเดินทางในต่างประเทศ ถึงแม้ว่าญี่ปุ่นจะเป็นที่รู้จักด้านรถไฟหัวกระสุนสุดไฮเทค แต่นอกจากนี้ก็มีรถไฟหรูหราที่พร้อมจะมอบประสบการณ์เหนือระดับอันยากที่จะลืมเลือนอยู่ด้วยเช่นกัน

มารู้จักกับรถไฟหรูหราเหล่านี้ ซึ่งมีหลากหลายทั้งรถไฟท่องกลางคืน รถไฟชมวิว และรถไฟหัวกระสุนที่มาพร้อมประสบการณ์แบบเฟิร์สคลาสกันเลยค่ะ

รถไฟท่องกลางคืน

รถไฟท่องกลางคืนมีห้องนอนและห้องนั่งเล่นให้ผู้โดยสารได้พักค้างแรมเหมือนเรือครูซ และมีจุดแวะพักระหว่างทางให้ได้ลงไปเที่ยวชม ในบรรดารถไฟท่องกลางคืนทั้งหมด 3 ขบวนของญี่ปุ่น เราจะมาทำความรู้จัก Train Suite Shiki-shima ที่เป็นหนึ่งในรถไฟเหล่านั้นกัน

Train Suite Shiki-shima

Train Suite Shiki-shima 1
รถไฟ Train Suite Shiki-shima กำลังวิ่งผ่านภูเขาอิวากิ (เครดิตภาพ: JR East)

Train Suite Shiki-shima (トランスイート四季島) เป็นรถไฟที่หรูหราที่สุดของ JR East รถไฟขบวนนี้จะพาผู้โดยสารไปรอบๆ ญี่ปุ่นตะวันออกเพื่อสัมผัสกับเสน่ห์ของไฮไลท์ที่ซ่อนอยู่และประเพณีท้องถิ่น โดยที่ระหว่างนั้นเราจะได้เพลิดเพลินไปกับความงดงามที่คงอยู่เพียงชั่วครู่ของกาลเวลา

Train Suite Shiki-shima 2
ดีไซน์หน้าต่างที่ไม่เหมือนใครที่ให้เอฟเฟกต์แบบโคโมเรบิ (เครดิตภาพ: JR East)

รถไฟ Train Suite Shiki-shima ผสมผสานดีไซน์ที่ละเอียดอ่อนและงานฝีมือแบบญี่ปุ่นดั้งเดิมในรูปแบบที่ทันสมัยเข้าด้วยกัน บนรถมีห้องสวีท 17 ห้อง ที่สามารถรองรับผู้โดยสารได้ 34 คน โดยมาพร้อมกับอ่างน้ำที่ทำจากไม้สนไซเปรสอายุ 300 ปีจากจังหวัดนากาโนะ

Train Suite Shiki-shima 3
ห้องพักของผู้โดยสารบนรถไฟ Train Suite Shiki-shima (เครดิตภาพ: JR East)

ห้องอาหารบนรถไฟ Train Suite Shiki-shima นั้นเรียกได้ว่าเทียบชั้นกับภัตตาคารชั้นเลิศเลยทีเดียว ที่นั่งส่วนใหญ่จะอยู่ข้างหน้าต่างเพื่อให้สามารถชมทิวทัศน์อันน่าตื่นตาตื่นใจได้เต็มที่ อาหารทุกจานต่างผ่านการปรุงอย่างพิถีพิถันโดยใช้วัตถุดิบตามฤดูกาลจากญี่ปุ่นตะวันออก ขณะที่รถไฟเดินทางไปรอบญี่ปุ่นตะวันออก เมนูอาหารก็จะเปลี่ยนตามไปด้วย ทำให้เราได้สัมผัสกับวัตถุดิบในท้องถิ่นและประเพณีการทำอาหารของภูมิภาคที่รถไฟแล่นผ่าน

รถไฟชมวิว

รถไฟประเภทนี้มีที่นั่งที่หรูหราเพื่อความสบายยิ่งขึ้น และมีเมนูอาหารรสเลิศให้บริการอีกด้วย ตามมารู้จักกับรถไฟ SAPHIR ODORIKO ของ JR East กัน

SAPHIR ODORIKO

Saphir Odoriko 2
รูปลักษณ์ภายนอกสีน้ำเงินไพลินสวยสง่าของ SAPHIR ODORIKO (เครดิตภาพ: JR East)

รถไฟ SAPHIR ODORIKO (サフィール踊り子) เริ่มให้บริการในเดือนมีนาคมปี 2020 โดยวิ่งระหว่างโตเกียวและอิสุคิวชิโมดะทุกวัน รถไฟขบวนนี้เป็นรถไฟชมวิวแบบหรูหราที่มีที่นั่งแบบ Premium Green Car รูปแบบใหม่ของ JR East ซึ่งเป็นที่นั่งที่อยู่ระหว่างที่นั่งระดับ Green Car และ Gran Class

Saphir Odoriko Premium Green
ที่นั่งแบบ Premium Green บนรถไฟ SAPHIR ODORIKO (เครดิตภาพ: JR East)

รถไฟ SAPHIR ODORIKO ประกอบด้วยตู้รถไฟทั้งหมด 8 คัน ตู้รถไฟคันที่ 1 คือ Premium Green Car ที่หลายคนต่างอยากนั่งให้ได้ หน้าต่างรถไฟมีขนาดใหญ่และกว้าง พร้อมช่องให้แสงธรรมชาติลอดผ่านเข้ามาได้เพื่อให้เห็นวิวได้กว้างขึ้นอีกระดับ แต่ละแถวที่นั่งจะมีเก้าอี้เดี่ยวเพียงสองที่นั่งเท่านั้น และจะอยู่ด้านข้างหันออกไปหาทะเลเพื่อความกว้างขวางและความเป็นส่วนตัว

Saphir Odoriko Green Car
ห้องส่วนตัวบนรถไฟ SAPHIR ODORIKO (เครดิตภาพ: JR East)

ตู้รถไฟคันที่ 2 และ 3 เป็นห้อง Green Car แบบส่วนตัวที่จุผู้โดยสารได้ 4 หรือ 6 คน ห้องส่วนตัวที่หรูหราและสะดวกสบายนี้ให้พื้นที่ที่เอื้อต่อการสังสรรค์ เหมาะมากสำหรับครอบครัวและโอกาสพิเศษ

Saphir Odoriko Car 4
ห้องอาหารบนรถไฟ SAPHIR ODORIKO (เครดิตภาพ: JR East)

ตู้รถไฟคันที่ 4 เป็นห้องอาหารพร้อมครัวแบบเปิด ที่ห้องนี้ผู้โดยสารจะได้เพลิดเพลินไปกับพาสต้าที่ปรุงเสร็จใหม่ๆ หรือขนมหวานอย่างเจลาโต้และมาดเลนในขณะที่ชมวิวทิวทัศน์

Saphir Odoriko Green Seat
ที่นั่งแบบ Green Car บนรถไฟ SAPHIR ODORIKO (เครดิตภาพ: JR East)

สุดท้ายในตู้รถไฟคันที่ 5 ถึง 8 จะเป็นที่นั่งแบบ Green Car ที่มีพื้นที่กว้างขวางและสามารถปรับเอนเพื่อเพิ่มความสะดวกสบายได้ ที่นั่งแต่ละที่มีปลั๊กไฟ และทุกตู้รถไฟมีราววางสัมภาระให้ผู้โดยสารวางกระเป๋า พร้อมมีหน้าต่างบานใหญ่และแสงธรรมชาติที่ให้เราชมวิวทิวทัศน์สวยๆ ได้อย่างเต็มที่

Gran Class

Gran Class 1
ที่นั่ง Gran Class บนรถไฟ Tohoku Shinkansen (เครดิตภาพ: JR East)

พวกเราหลายคนอาจคุ้นเคยกับที่นั่งแบบธรรมดาและที่นั่ง Green Car บนชินกันเซ็น (新幹線) แต่รู้ไหมว่ามีที่นั่งระดับพรีเมียมอีกประเภทหนึ่งที่เรียกว่า Gran Class ด้วย โดย Gran Class (グランクラス) เป็นประเภทของที่นั่งระดับสูงสุดบนรถไฟหัวกระสุนของ Tohoku Shinkansen, Hokkaido Shinkansen และ Joetsu Shinkansen โดยมีที่นั่งแบบ Ultra-luxe ในพื้นที่ส่วนตัว ซึ่งรถไฟแต่ละขบวนจะมีที่นั่ง Gran Class เพียง 18 ที่นั่งเท่านั้น

Gran Class Service
พนักงานบน Gran Class กำลังเสิร์ฟเครื่องดื่ม (เครดิตภาพ: JR East)

ที่นั่ง Gran Class มีพื้นที่กว้างขวาง มาพร้อมความสะดวกสบายขั้นสุดด้วยการออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์อย่างสมดุลสำหรับผู้โดยสาร เบาะนั่งสามารถปรับเอนได้ด้วยระบบไฟฟ้าทั้งตรงพนักพิง เบาะนั่ง และที่พักขา รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เช่น พนักพิงศีรษะที่นุ่มสบาย ไฟอ่านหนังสือ ปลั๊กไฟ โต๊ะรับประทานอาหาร ถาดค็อกเทล ฉากกั้นห้องส่วนตัว ไปจนถึงปุ่มเรียกพนักงานเสิร์ฟ

ยังมีรถไฟหรูอีกหลายขบวนที่น่ารู้จัก!

ถ้าเพื่อนๆ อยากรู้ว่าญี่ปุ่นมีขบวนรถไฟหรูแบบไหนอีกบ้าง ตามไปอ่านบทความพาไปส่องรถไฟสุดหรูของญี่ปุ่นจากเว็บ JR TIMES by JR-EAST บทความโดยคุณ Carissa Loh หรือคลิกที่ภาพด้านล่างแล้วไปสนุกกันต่อได้เลย แอบกระซิบก่อนว่าแต่ละขบวนสวยมากจนแค่เห็นรูปถ่ายก็ตื่นเต้นแล้ว!

JR Luxury Train Banner