10 สุดยอดสถานที่ท่องเที่ยวใน “คางาวะ” ที่ไม่ไปไม่ได้!!!

จังหวัดคางาวะได้ชื่อว่าเป็นจังหวัดที่มีพื้นที่เล็กที่สุดในญี่ปุ่นและอาจจะไม่ค่อยเป็นที่คุ้นหูสักเท่าไหร่ แต่จังหวัดแห่งนี้ก็มีเสน่ห์จากทะเลเซโตะที่ห้อมล้อมจนถูกเรียกว่าเป็น “อัญมณีของโลก” และได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่มีอุด้งอร่อยที่สุดด้วยนะ โดยเฉพาะ “ซะนุคิอุด้ง” ที่มีจุดเด่นเฉพาะอยู่ที่รสสัมผัสของเส้นที่หนาและนุ่ม และมีรสชาติแบบต้นตำรับที่ไม่เหมือนใคร จังหวัดคางาวะมีร้านอุด้งการะจายอยู่กว่า 600 แห่งทั่วจังหวัด ด้วยเหตุนี้จึงมีฉายาว่าเป็น “จังหวัดแห่งอุด้ง” วันนี้ ANNGLE เลยจะพาเพื่อน ๆ มารู้จักกับจังหวัดแห่งอุด้งนี้กันนะคะ

1. สะพานเซโตะโอฮาชิ (瀬戸大橋)

สะพาน 2 ชั้นที่ยาวที่สุดในโลก ด้วยความยาว 13.1 กิโลเมตรข้ามเกาะทั้ง 5 เกาะ อีกทั้งยังเป็นสะพานแขวน สะพานสายเคเบิ้ล และสะพานเหล็กยึดที่ใหญ่ที่สุดในโลกเช่นกัน ด้านบนเป็นถนนสำหรับรถยนต์ ส่วนด้านล่างจะเป็นรางสำหรับรถไฟ JR ตั้งอยู่ที่อุทยานแห่งชาติเซโตะโอฮาชิที่มีหอคอยพร้อมดาดฟ้าชมวิวชื่อดังเรียกว่า “หอคอยเซโตะโอฮาชิ” วันเสาร์และวันหยุดจะมีการประดับไฟบนสะพาน สร้างบรรยากาศที่แสนสวยมาก ๆ

การเดินทาง : จากสถานีรถไฟ JR Takamatsu โดยรถไฟ JR Marine Liner สาย Yosan ไปสถานี JR Sakaite ประมาณ 15 นาที และจากสถานีรถไฟ JR Sakaite โดยรถบัส ประมาณ 20 นาที

2. ปราสาททากามัทสึ (高松城)

ปราสาทที่ล้อมรอบด้วยคูน้ำ มีชื่อเล่นอีกชื่อหนึ่งคือ “ปราสาททามาโมะ” ตามชื่อสวนที่อยู่ในบริเวณ สามารถล่องเรือไปตามคูน้ำชมความสวยงามของธรรมชาติ อิ่มเอมไปกับบรรยากาศประวัติศาสตร์ และสนุกสนานไปกับการให้อาหารปลาไทในน้ำได้ด้วย ภายในสวนทามาโมะจะมี “เรือนฮิอุนคะคุ” ซึ่งในอดีตเป็นสถานที่ทำงานของเจ้าเมืองและไว้รองรับแขก ด้วยความสวยงามของอาคารที่ผสมผสานระหว่างสถาปัตยกรรมแบบญี่ปุ่นกับตะวันตกได้อย่างลงตัว จนได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของญี่ปุ่นด้วย ปัจจุบันใช้เป็นเรือนจัดพิธีชงชาและจัดแสดงนิทรรศการ

เวลาเปิด – ปิด : 06.00 น.​ – 18.00 น. (หยุดวันที่ 29 – 31 เดือนธันวาคม)
ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ 200 เยน / เด็ก (อายุตั้งแต่ 6 ปี – ไม่เกิน 16 ปี) 100 เยน
การเดินทาง : จากสถานีรถไฟ JR Takamatsu เดินอีกประมาณ 5 นาที อยู่ติดกับสถานีรถไฟ Kotoden Takamatsu-Chikko

3. วัดโฮเน็นจิ (法然寺)

 

View this post on Instagram

 

A post shared by 【公式】遊火 | 日本の花火文化をお届け (@fireplays_japan) on

อยู่ที่ย่านบุชโชซัง สามารถไปสักการะพระนอนและชมความงามของเจดีย์ 5 ชั้น อันเป็นสัญลักษณ์สำคัญของวัดญี่ปุ่น แถมบริเวณนี้ยังมีร้านอาหาร ร้านขายขนม และร้านกาแฟที่ยังคงตัวอาคารแบบดั้งเดิมเอาไว้ เพื่อน ๆ สามารถสัมผัสกับความงามของวัฒนธรรมและสิ่งปลูกสร้างแบบดั้งเดิมได้ที่นี่

เวลาเปิด – ปิด : 08.00 น.- 18.00 น. เข้าด้านในอุโบสถ 09.00 น. – 16.00 น.
การเดินทาง : จากสถานีรถไฟ Kotoden Takamatsu-Chikko โดยรถไฟสาย Kotohira มาลงที่สถานี Kotodenbuchokan และเดินอีกประมาณ 15 นาที

4. ศาลเจ้าโคโตฮิระ (金刀比羅宮)

ศาลเจ้าที่ชาวเมืองคุ้นเคยและให้ความเคารพ และเรียกว่า “คมปิระซัง” มีบันไดหินถึง 1,368 ขั้น ได้ยินจำนวนขั้นอย่าเพิ่งท้อที่จะเดินขึ้นไปข้างบนนะคะ บริเวณทางขึ้นก็มีร้านน้ำชา กาแฟ ร้านขายของที่ระลึก และร้านขายอุด้งจะได้เติมพลังก่อนเดินขึ้นไป ถ้าขึ้นไปครึ่งทางเราจะเจอกับศาลเจ้าหลัก เป็นสถานที่บูชาเทพเจ้าแห่งการเกษตร โชคลาภ การรักษา และทะเล ภายในศาลเจ้ามีเพดานที่ประดับไปด้วยรูปภาพอันงดงามตระการตา และในช่วงเทศกาลจะสามารถชมการแสดงร่ายรำของมิโกะในชุดพื้นบ้านที่นี่ได้อีกด้วย

การเดินทาง : จากสถานีรถไฟ JR Kotoshira หรือ สถานีรถไฟ Kotoden Kotohira เดินอีกประมาณ 15 นาที

5. สวนริทสึริน (栗林公園)

สวนที่กว้างใหญ่และสวยงามเนื่องจากในอดีตเป็นสถานที่พักผ่อนของเจ้าเมือง จนได้รับเลือกให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่ใหญ่และสวยที่สุดในญี่ปุ่น สวนนี้มีอายุกว่า 400 ปี มีสระน้ำกว่า 6 สระ ภายในมีสะพานไม้ที่ทอดยาว เรือนชงชาคิคุเกะทสึเทให้ได้เรียนรู้วิธีการดื่มชาแบบญี่ปุ่น เรือพายท้องแบนที่จะพานักท่องเที่ยวชมตามจุดต่าง ๆ และยังมีอาคารซานุกิมินเกคังที่ไว้จัดแสดงงานศิลปหัตถกรรมโบราณ เช่น เครื่องเขิน เครื่องปั้นดินเผา และเครื่องเคลือบมากมาย มาสัมผัสความงดงามที่สวนแห่งนี้ได้ไม่ว่าจะฤดูไหน แต่ในช่วงฤดูใบไม้ผลิและร่วงจะมีการประดับไฟในตอนกลางคืนให้ชมด้วยนะ

เวลาเปิด – ปิด : 07.00 น. – 17.00 น.
ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ 410 เยน เด็กประถม,มัธยม 170 เยน (วันที่ 1 เดือนมกราคม – 16 เดือนมีนาคม เข้าชมฟรี)
การเดินทาง : จากสถานี JR Ritsurin Kouenkitaguchi เดินอีกประมาณ 3 นาที

6. พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยมารุกาเมะ เก็นอิจิโระ อิโนะคุมะ (丸亀市猪熊弦一郎現代美術館)

 

View this post on Instagram

 

A post shared by @ria.a21 on

พิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงผลงานกว่า 20,000 ชิ้นของศิลปินระดับโลก “เก็นอิจิโระ อิโนะคุมะ”  ตั้งอยู่ที่เมืองมารุกาเมะเมืองเกิดของท่าน ก่อนที่ท่านจะเสียชีวิตได้มอบผลงานให้เมืองมารุกาเมะและได้นำมาจัดแสดงไว้ที่พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ นอกจากจะมีงานศิลปะไว้ให้ได้ชมกันแล้ว ที่นี่ยังมีร้านกาแฟให้ได้นั่งชิล ๆ จิบกาแฟในบรรยากาศที่มีกลิ่นอายของงานศิลปะอีกด้วย

เวลาเปิด – ปิด : 10.00 น. – 18.00 น.
ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ 300 เยน นักศึกษา 200 เยน
การเดินทาง : จากสถานีรถไฟ JR Marugame ออกประตูทิศใต้และเดินต่ออีกนิดเดียว
ข้อมูลเพิ่มเติม Mimoca

7. ตรอกอินดี้คิตะฮามะ (北浜アリー)

 

View this post on Instagram

 

#北浜alley #北浜アリー #高松 #四國 #日本

A post shared by Ken Ho (@kenho229) on

ย่านการค้าเล็ก ๆ ที่ปรับปรุงมาจากโกดังเก่าริมทะเลเซโตะใน ปัจจุบันเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจที่ได้รับความนิยมในกลุ่มวัยรุ่นมาก ๆ มีร้านเล็ก ๆ ทั้งร้านอาหารต้นตำรับฝรั่งเศส ร้านกาแฟ และเบเกอรี่หอมกรุ่นจากเตาในบรรยากาศสุดชิค รวมไปถึงร้านเสื้อผ้าและสินค้าแฮนเมดน่ารัก ๆ ที่ไม่ซ้ำแบบใครแน่นอน หากอยากหลีกหนีจากคามวุ่นวายในเมืองใหญา แนะนำให้ไปนั่งเล่นชิล ๆ ชมวิวริมทะเล ให้คลายสบายอารมณ์ที่โกดังเก๋ ๆ ริมทะเลแห่งนี้เลย

การเดินทาง : จากสถานีรถไฟ JR Takamatsu เดินอีกประมาณ 7 นาที

8. แองเจิล โร้ด (エンジェルロード)

แองเจิลโร้ด หรือทางเดินของเหล่านางฟ้าที่จะปรากฏตามการขึ้นลงของน้ำทะเล ซึ่งมีแค่ 2 ช่วงเท่านั้นคือ ช่วงเช้าและช่างบ่ายที่เมื่อน้ำลงแล้วจะปรากฏหาดทรายยาวสีขาว เชื่อกันว่าหากคู่รักจับมือกันเดินข้ามแองเจิลโร้ดนี่ละก็ ระหว่างทางจะมีเหล่านางฟ้าและเทวดามาร่ายรำอวยพรให้คู่รักมีความสุขสมหวังและมีรักนิรันดร์ จนได้รับการยอมรับว่าเป็น “ดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งรัก” เลยทีเดียว นอกจากนี้ยังมีอีกจุดที่พลาดไม่ได้เลยคือ จุดชมวิวที่สามารถมองเห็นแองเจิลโร้ดได้อย่างชัดเจน ซึ่งข้างบนนั้นจะมีแผ่นไม้เอมะและแม่กุญแจที่คู่รักจะมาเขียนขอพรเรียงรายเป็นแนวยาว มีระฆังให้ได้ลั่นวิวาห์สำหรับคู่รัก ส่วนคนโสดก็ลั่นเพื่อขอคู่ได้ด้วยนะ บอกเลยว่าน่าไปมาก ๆ

การเดินทาง : จากท่าเรือ Takamatsu โดยเรือสปีดโบ๊ทประมาณ 35 นาที หรือถ้าโดยเรือเฟอร์รี่ประมาณ 60 นาที

9. สวนมะกอก (小豆島オリーブ公園)

เป็นสวนมะกอกขนาดใหญ่สวนแรกของญี่ปุ่น และพื้นที่หลักที่ใช้ปลูกมะกอกเพื่อส่งออกขายทั่วประเทศ ตั้งอยู่บนเกาะโชโดะชิมะ ภายในสวนมีต้นมะกอกกว่า 2,000 ต้น สมุนไพรมากกว่า 130 ชนิด นอกจากนี้ยังมีคาเฟ่ พิพิธภัณฑ์มะกอก ออนเซ็น และร้านขายของที่ระลึก “โคริโคะ” ให้เพื่อน ๆ ได้เลือกซื้อสมุนไพรอบแห้งและชาสมุนไพรติดมือกลับบ้านด้วย ไฮไลท์ของที่นี่คือกังหันลมสีขาวที่ตั้งเด่นอยู่บนเนินตัดกับสีเขียวของพื้นหญ้า ทะเล และท้องฟ้าสีคราม มีกิจกรรมตามหาใบมะกอกรูปหัวใจให้เพื่อน ๆ ได้ร่วมเล่นกันด้วยนะ

เวลาเปิด – ปิด : พิพิธภัณฑ์ 08.30 น. – 17.00 น. / ออนเซ็น 12.00 น. – 21.00 น.
การเดินทาง : จากท่าเรือ Takamatsu โดยเรือเฟอร์รี่ไปยังท่าเรือ Kusakabe ประมาณ 60 นาที และจากท่าเรือ Kusakabe ต่อรถยนต์ประมาณ 4 นาที
ข้อมูลเพิ่มเติม olive-pk

10. ถ้ำโอนิกาชิมะ (鬼ヶ島大洞窟)

 

View this post on Instagram

 

A post shared by DAN (@dantodna) on

อยู่ที่เกาะเมงิจิมะ หรือเกาะยักษ์ เป็นเกาะที่คนเชื่อว่ามีถ้ำยักษ์ในตำนานโมโมทาโร่อาศัยอยู่ ภายในถ้ำจึงมีการจัดแสดงตำนานเรื่องโมโมทาโร่ และเล่าเรื่องการพบเจอถ้ำแห่งนี้ ไม่ไกลไม่ใกล้จากถ้ำจะมีจุดชมวิวที่จะมองเห็นวิวทะเลเซโตะและหมู่เกาะโดยรอบแบบ 360 องศาเลย ถ้ามาช่วงซากุระบานก็จะได้เห็นดอกซากุระบานหลายร้อยต้นด้วยนะ

เวลาเปิด – ปิด : 08.30 น.​ – 17.00 น.
ค่าเข้าชม : 500 เยน
การเดินทาง : จากท่าเรือ Takamatsu นั่งเรือเฟอร์รี่ไปยังเกาะเมกิจิมะ ประมาณ 20 นาที (ค่าเรือ 370 เยน)
ข้อมูลเพิ่มเติม Onigashima

เป็นไงกันบ้างคะกับสถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดคากาวะที่เราได้แนะนำกันไป ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอีกหลายแห่งที่น่าสนใจรอเพื่อน ๆ ไปแวะเวียนอยู่นะ ด้วยพื้นที่ในจังหวัดที่ไม่ได้ใหญ่มากทำให้สามารถเดินทางไปยังสถานที่ที่สนใจได้อย่างทั่วถึง และที่สำคัญมาถึงจังหวัดแห่งอุด้งทั้งที อย่าลืมไปทานอุด้งที่ขึ้นชื่อของที่นี่กันด้วยนะคะ