พาเที่ยว​ The Hakone Open-Air Museum พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งแห่งแรกของญี่ปุ่น

หลังจากในบทความที่ผ่านมาได้พาไปเที่ยวสองวันหนึ่งคืนกันที่ฮาโกเน่ ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังของทั้งชาวญี่ปุ่นและชาวต่างชาติ ครั้งนี้จะพามาเจาะลึกกับ The Hakone Open-Air Museum พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งแห่งแรกของญี่ปุ่นกัน!

THE HAKONE OPEN-AIR MUSEUM (箱根彫刻の森美術館, Hakone Chōkoku No Mori Bijutsukan)

พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งแห่งแรกของญี่ปุ่นเปิดให้บริการตั้งแต่ปี 1969 เป็นพิพิธภัณฑ์ที่ผสมผสานความสมดุลระหว่างธรรมชาติและศิลปะ โดยการจัดแสดงผลงานประติมากรรมต่าง ๆ บนพื้นที่ร่วมกับทิวทัศน์ของหุบเขาและภูเขาโดยรอบ พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ตั้งอยู่ในสวนสีเขียวชอุ่มขนาดใหญ่ 70,000 ตารางเมตรพร้อมทิวทัศน์ของภูเขาฮาโกเนะ โดยจะมีการจัดแสดงผลงานชิ้นเอกกว่า 120 ชิ้นโดยช่างแกะสลักและช่างปั่นทั้งสมัยใหม่และร่วมสมัยที่มีชื่อเสียงต่างๆมากมาย

เมือเดินเข้าไปก็จะได้เจอกับผลงาน La Pleureuse Sculpture โดย Francois-Xavier and Claude Lalanne มาต้อนรับเรากันก่อนเลย

ส่วนข้างในก็มีประติมากรรมงานปั้นกระจายอยู่ทั่วไปเลยละ

โซนเด็กๆ  Woods of Net ภายในโดมไม้ที่ซ้อนกันเป็นไม้ลามิเนตติดกาวเป็นเปลญวนขนาดยักษ์ที่ทำจากอวนถักด้วยมือหลากสีสันสวยงาม

นอกจากนี้เรายังสามารถเยี่ยมชมนิทรรศการในร่มทั้งห้าของพิพิธภัณฑ์ได้ โดยมี Picasso Pavilion ที่มีการจัดแสดงหมุนเวียนผลงานของปาโบล ปิกาโซ่ มากกว่า 300 ชิ้น ซึ่งประกอบด้วยงานเซรามิกจำนวน 188 ชิ้นที่ซื้อจากลูกสาวของเขา มายา ปิกัสโซ โดยผลงานนั้นใช้เทคนิคต่างๆ มากมาย รวมถึงภาพวาด ประติมากรรม พรมเจมเมล และวัตถุต่างๆ ที่ทำด้วยทองหรือเงิน ปิกัสโซมีความเชื่อมั่นอย่างแน่วแน่ว่า ‘Everything manifests itself in form.’ ซึ่งน่าเสียดายที่ภายในนั้นไม่สามารถถ่ายรูปได้ ใครอยากดูด้านในเข้าไปดูได้ในเว็บไซต์ ที่นี่ ได้เลย

นอกจากปะติมากรรมต่างๆ แล้ว ในพิพิธภัณฑ์ยังมีคาเฟ่ให้นั่งพักผ่อนหย่อนใจและกินข้าวกินขนมอร่อยๆ ด้วยนะ สามารถหาซื้อของฝากกลับไปได้ แถมยังมีออนเซ็นเท้าให้นั่งแช่ตอนอากาศเย็นได้อีกด้วย

และแล้วก็มาถึงจุดเด่นสุดของพิพิธภัณท์นี้กันสักทีกับ Symphonic Sculpture เจ้าอาคารหน้าตาธรรมดาแห่งนี้นี่แหล่ะ ที่เป็นจุดเด่นดึงให้นักท่องเที่ยวเข้ามาเยี่ยมชมกัน

Symphonic Sculpture ออกแบบโดย Gabriel Loire เป็นหอคอยที่ภายในล้อมรอบด้วยกระจกสีหลากหลายสี ซึ่งภายในนั้นจะมีบันไดวงกลมสูง ถึง 18 เมตร ที่สามารถขึ้นไปยังจุดชมวิวบนยอดได้ ซึ่งด้านบนจะได้เห็นวิวทิวทัศน์ของสวนสาธารณะและภูเขาโดยรอบ

ภายในหอคอยที่ประกอบด้วยกระจกหลากหลายสี และบันไดสูงกว่า 18 เมตร ซึ่งไม่ว่าใครก็จะต้องมาถ่ายรูปกับหอนี้ทั้งนั้น ไม่ว่าจะยืนบนบันไดแล้วถ่ายย้อนขึ้นไป หรือว่าจะถ่ายกับกระจกหลากหลายสีที่จัดไว้อย่างสวยงามน่าทึ่งจริงๆ

ด้านบนยอดของหอคอยสามารถมองเห็นวิวทิศทัศน์รอบๆ พร้อมกับวิวภูเขาได้อีกด้วย

ระหว่างทางก็ได้เจอกับเจ้าไข่ดาวทอด Fried Egg objet d’art ซึ่งส่วนใหญ่ทุกคนก็จะไปนั่งตรงกลางไข่แดงแล้วถ่ายรูปกัน

รูปปั้น Miss Black Power, 1968 โดย Niki de Saint Phalle (France, 1930–2002) ที่เป็นหนึ่งในจุดเด่นของพิพิธภัณท์นี้

เป็นยังไงกันบ้าง? สำหรับพิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง The Hakone Open-Air Museum แห่งนี้ ถ้าครั้งหน้าใครได้แวะไปเที่ยวที่ฮาโกเน่แล้วละก็อยากจะแนะนำให้ไปกันจริงๆ สำหรับเราแล้วทั้งสนุกและได้เปิดโลกศิลปะด้วย ดีมากจริงๆ

รายละเอียดของ The Hakone Open-Air Museum
เวลาเปิด-ปิด : 9:00 to 17:00 (เข้าได้ถึง 16:30)
*อาจจะมีปรับเปลี่ยนเนื่องจากอยู่ในสถานการณ์ COVID-19
วันหยุด: ไม่มี
ราคาบัตรเข้าชม: ทั่วไป 1,600 เยน
ถ้ามี Hakone Free Pass ลดเหลือ 1,400 เยน
ถ้าซื้อออนไลน์จะลดเหลือ 1,500 เยน
การเดินทาง: อย่างง่ายที่สุด คือ นั่งรถไฟมาลงที่สถานี Hakone Yumoto Station จากนั้นต่อ รถราง Hakone Tozan Railway ไปลงที่สถานี Chokoku-no-Mori จากนั้นเดินต่อเพียงแค่ 2 นาที ก็จะถึงที่หมาย
Official Website : hakone-oam