10 สุดยอดสถานที่ท่องเที่ยวใน “โคจิ” ที่ไม่ไปไม่ได้!!!

วันนี้ ANNGLE จะมาแนะนำจังหวัดโคจิให้เพื่อน ๆ ได้รู้จักกัน จังหวัดนี้ล้อมรอบไปด้วยธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์และสวยงามภายใต้แสงของพระอาทิตย์ที่ตกสะท้อนลงมา เช่น แนวชายฝั่งทะเลที่อุดมสมบูรณ์จากการไหลของกระแสน้ำคุโรชิโอะ แม่น้ำชิมันโตซึ่งเป็นตัวแทนของกระแสน้ำใสบริสุทธิ์ นอกจากนี้ยังมีแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ และเป็นบ้านเกิดของบุคคลสำคัญในอดีตจำนวนมาก บรรยากาศแบบสบาย ๆ ที่มีอิสระเต็มเปี่ยมของจังหวัดโคจิทำให้ที่นี่เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจและน่าจับตามอง เพื่อน ๆ มาลองดูกันนะว่ามีที่ไหนน่าสนใจบ้าง Let’s go!

1. ปราสาทโคจิ (高知城)

ปราสาทที่ถูกยกให้เป็นสมบัติทางวัฒนธรรมที่สำคัญของประเทศญี่ปุ่น ถูกสร้างขึ้นในระหว่างปี ค.ศ. 1601-1611 โดยคาสุโตโยะ ยามากุจิ ผู้ปกครองภูมิภาคนี้ในสมัยเอโดะ และในปี ค.ศ. 1749 มีการบูรณะตัวปราสาทขึ้นมาใหม่เนื่องจากเกิดความเสียหายจากไฟไหม้ใหญ่ในปี ค.ศ. 1727 แต่ยังหลงเหลือป้อมปราการชั้นในเพียงแห่งเดียวในญี่ปุ่น ภายในปราสาทจะตกแต่งด้วยไม้เพื่อรักษาความเป็นเอโดะสมัยก่อนไว้ และมีสวนของปราสาทที่มีรูปปั้นของขุนนางท่านแรก คาสุโตโยะ ยามากุจิ เป็นรูปปั้นขี่ม้าที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น เพื่อน ๆ สามารถพักผ่อนไปกับธรรมชาติที่เปลี่ยนแปลงไปตามฤดูกาล ชมความสวยงามของดอกซากุระ ดอกไฮเดรนเยีย และดอกบัวได้

เวลาเปิด – ปิด : 09.00 น. – 17.00 น. (วันหยุด 26 เดือนธันวาคม – 1 เดือนมกราคม)
ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ 420 เยน ถ้ามาเป็นกลุ่มตั้งแต่ 20 คนขึ้นไปจะตกคนละ 330 เยน
การเดินทาง : จากสถานีรถไฟ JR Kochi นั่งรถบัส Tosaden หรือรถราง ลงที่ป้าย Kochijo Mae และเดินต่ออีกประมาณ 5 นาที

2. รูปปั้นของท่านเรียวมะ ซากาโมโต้ ที่ชายหาดคัทสึระฮามะ (坂本龍馬像)

ซากาโมโต้ เรียวมะ เป็นซามุไรที่เกิดในจังหวัดโคจิ และเป็นคนที่ริเริ่มการล้มล้างรัฐบาลทหารของโชกุนสมัยเอโดะ ทั้งยังเป็นผู้นำในการเจรจาต่อรองเพื่อความปรองดองภายในประเทศระหว่างแคว้นโชชู (ปัจจุบันคือจังหวัดยามากุจิ) และแคว้นซัตสึมะ (ปัจจุบันคือจังหวัดคาโกชิม่า) ให้เกิดความสามัคคี เขาถูกลอบสังหารก่อนที่จะได้เห็นความสำเร็จทางการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ด้วยเหตุนี้จังหวัดโคจิจึงมีสถานที่ที่ยกย่องคุณความดีของท่านเรียวมะจำนวนมาก รูปปั้นของท่านเรียวมะนี้อยู่ที่แหลมริวสึและแหลมริวโอ ซึ่งเป็นชายฝั่งที่แผ่กว้างเป็นรูปคันธนู ปกคลุมไปด้วยต้นสนเขียวขจี ทรายห้าสีบนชายหาดและทะเลสีครามช่วยกันทำให้จุดนี้เป็นจุดชมวิวที่งดงามที่เพื่อน ๆ ไม่ควรพลาด

3. หออนุสรณ์เรียวมะ (龍馬の生まれたまち記念館)

 

View this post on Instagram

 

A post shared by 金剛 高知 (@kongo.kochi) on

เป็นหออนุสรณ์ในเมืองคามิมาจิ ซึ่งเป็นเมืองเกิดของท่านเรียวมะ ภายในนำเสนอรูปภาพและรูปจำลองวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ของเมืองที่ท่านเรียวมะเติบโต ครอบครัว และเรื่องราวตลอดชีวิตของท่านเรียวมะ นอกจากนี้ยังมีมุมที่สร้างความสนุกสนานได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ มาสัมผัสกับประสบการณ์ของท่านเรียวมะตั้งแต่เกิดจนกระทั่งเดินทางออกนอกแคว้นโทสะในมุมมองของท่านเรียวมะ และผจญภัยไปกับบรรยากาศในอดีตได้ที่นี่เลย

เวลาเปิด – ปิด : 08.00 น. – 19.00 น.
ค่าเข้าชม : บุคคลทั่วไป 300 เยน ถ้ามาเป็นกลุ่มตั้งแต่ 20 คนขึ้นไปจะตกคนละ 240 เยน (อายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป 150 เยน, ผู้ถือบัตรพิการ 150 เยน, นักเรียนมัธยมปลายลงมา ฟรี)
การเดินทาง : จากสถานีรถไฟ JR Kochi ไปขึ้นรถบัสหรือรถราง Tosaden ลงที่ป้าย Kamimachiichome แล้วเดินต่ออีกประมาณ 3 นาที

4. ถ้ำมิคุโรโดะ (御厨人窟)

 

View this post on Instagram

 

A post shared by you sakana (@yousakana) on

ถ้ำมิคุโรโดะตั้งอยู่ที่แหลมมุโรโตะ เมืองมุโรโตะ มีเรื่องเล่าว่าปรมาจารย์โคโบะไดชิหรือท่านคุไค (ท้องฟ้าและทะเล) มาบำเพ็ญตนที่นี่และเป็นผู้บุกเบิกสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ 88 แห่งบนเกาะชิโกกุ ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ “มิคุโรโดะ” แห่งนี้นี่เอง ชื่อของถ้ำแห่งนี้มีความหมายดี โดยคำว่า “มิคุโระ” หมายถึง “เทพแห่งการปรุงอาหาร” และ “โดะ” หมายถึง “บุคคล” ภายในถ้ำมีศาลเจ้าโกโฉะให้ได้สักการะกัน ว่ากันว่าที่ท่านคุไคตั้งชื่อของท่านว่าคุไคก็เพราะตอนที่ท่านมาบำเพ็ญตน ณ ที่แห่งนี้ ท่านประทับใจในท้องฟ้าและทะเล เสียงคลื่นในถ้ำมิคุโระโดะนั้นไพเราะจนได้รับเลือกให้เป็น “เสียงที่ควรรักษาไว้ให้คนรุ่นหลัง” และติดอันดับหนึ่งใน 100 โสตทัศน์ของประเทศญี่ปุ่นเลยด้วยนะ

การเดินทาง : จากสถานีรถไฟ Tosakuroshio ลงที่สถานีรถไฟ Nahari และขึ้นรถบัส Kochi ภาคตะวันออก ที่วิ่งไปทางสวนภูมิศาสตร์โลกมุโรโตะ/คันโนะอุระ (ประมาณ 50 นาที) ลงที่ป้าย Mizaki Hotel Mae และเดินต่อประมาณ 5 นาที

5. บ้านพักซามุไร (旧山内家下屋敷長屋展示館)

 

View this post on Instagram

 

A post shared by しんのじ (@shinnoji046) on

บ้านพักซามุไรที่ยังคงสภาพแบบดั้งเดิมเอาไว้ ล้อมรอบไปด้วยรั้วต้นไผ่และต้นอุบาเมะคาชิ ถึงแม้จะมีอาคารบ้านเรือนสมัยใหม่บดบังบ้างแต่ก็ยังคงบรรยากาศในยุคสมัยโบราณไว้ได้ จนได้รับการกำหนดให้เป็นสมบัติทางวัฒนธรรมที่จับต้องได้ของเมืองโคจิเลย

เวลาเปิด – ปิด : 07.00 น.​- 17.00 น.
การเดินทาง : เดินจากสถานีรถไฟ JR Kochi ประมาณ 20 นาที

6. หอนาฬิกาโนระ (野良時計)

 

View this post on Instagram

 

A post shared by Nobuko Hisakawa (@nobukohisakawa) on

สร้างขึ้นในช่วงปี ค.ศ. 1887 ซึ่งเป็นยุคที่ยังไม่มีนาฬิกาแขวนในบ้านใช้กัน เก็นมะ ฮาตานากะ เจ้าของที่ดินของตระกูลเก่าแก่ได้ศึกษาเทคนิคจากนาฬิกาแขวนทรงแปดเหลี่ยมที่ผลิตในประเทศอเมริกาในบ้านตัวเอง โดยแกะชิ้นส่วนนาฬิกานี้และประกอบขึ้นใหม่หลายต่อหลายครั้งเพื่อศึกษาเพื่อให้สามารถประดิษฐ์นาฬิกาตั้งแต่ฟันเฟืองต่าง ๆ ไปจนถึงตุ้มถ่วงน้ำหนักขึ้นมาได้ด้วยตัวเอง จนในที่สุดก็ทำสำเร็จและตั้งนาฬิกาโนระไว้ท่ามกลางวิวชนบทแห่งนี้ ทำให้ชาวเกษตรกรที่อยู่รอบ ๆ สามารถรู้เวลาได้แม้อยู่ในที่ห่างไกล ถ้าเพื่อน ๆ สนใจนาฬิกาโบราณและชอบบรรยากาศแบบชนบทก็ไม่ควรพลาดที่จะไปที่นี่

การเดินทาง : จากสถานีรถไฟ Tosakuroshio สาย Gomen/Nahari สถานี Aki และขึ้นรถบัส Genki ประมาณ 10 นาทีไปลงที่ป้ายหน้าหอนาฬิกาเลย

7. อนุสรณ์ทาคาชิ ยานาเสะ/พิพิธภัณฑ์อันปังแมน (やなせたかし記念館アンパンマンミュージアム)

เป็นพิพิธภัณฑ์ที่สร้างขึ้นในเมืองคะมิ บ้านเกิดของ ทาคาชิ ยานาเสะ ผู้ให้กำเนิดอันปังแมน ที่นี่มีผลงานของคุณยานาเสะจัดแสดงอยู่มากมาย ชั้น 4 มีแกลอรี่แสดงภาพร่างและภาพนิ่งขนาดใหญ่ของอันปังแมน ชั้นใต้ดินมีภาพสามมิติผองเพื่อนของอันปังแมน นอกจากอันปังแมนแล้วก็ยังมีอย่างอื่นอีก เช่น ภาพร่างหน้าปกของบทกวีและเทพนิยายซึ่งเป็นนิตยสารที่คุณยานาเสะเป็นบรรณาธิการในหอหนังสือภาพเทพนิยายและบทกวีที่สร้างขึ้นข้าง ๆ กัน นอกจากนี้ยังมีการจัดนิทรรศการภาพร่างของนักวาดหนังสือภาพทั้งในและนอกประเทศรวมบทกวีและภาพประกอบด้วย เพื่อน ๆ คนไหนที่หลงรักเจ้าตัวการ์ตูนหน้ากลมแก้มแดงหรือสนใจในเทพนิยายก็ไปที่พิพิธภัณฑ์แห่งนี้กันเถอะ

เวลาเปิด – ปิด : 09.30 น. – 17.00 น. (หยุดวันอังคาร)
ค่าเข้าชม : อนุสรณ์ทาคาชิ ยานาเสะ: ผู้ใหญ่ 700 เยน อายุ 13-18 ปี 500 เยน อายุ 3-12 ปี 300 เยน / หอหนังสือภาพเทพนิยายและบทกวีเท่านั้น:ผู้ใหญ่ 400 เยน/13-18 ปี 200 เยน/3-12 ปี 100 เยน
การเดินทาง : จากสถานีรถไฟ JR Tosayamada นั่งรถบัสไปประมาณ 25 นาที

8. สวนพฤกษศาสตร์มากิโนะ (高知県立牧野植物園)

 

View this post on Instagram

 

A post shared by toyo (@t0315__fleurs) on

เป็นสวนพฤกษศาสตร์ที่รวบรวมพืชนานาพันธุ์ภายในประเทศญี่ปุ่น เพื่อแสดงความเคารพและให้เกียรติผลงานของศาสตราจารย์มาคิโนะ โทมิทาโร ซึ่งเป็นนักพฤกษศาสตร์ระดับโลกที่เกิดในจังหวัดโคจิ นอกจากห้องนิทรรศการแล้วยังมีการจัดแสดงภาพพืชพรรณลายเส้นฝีมือของศาสตราจารย์ แล้วยังมีไฮไลท์สำคัญ เช่น ห้องที่ปรับอุณหภูมิให้อบอุ่นสำหรับพืชเขตร้อน พืชพรรณกว่า 3,000 สายพันธุ์ตามฤดูกาลทั้งสี่ โซนพืชที่เป็นยาสมุนไพร สวนพืชที่ตกแต่งแบบเอเชียตะวันตก เป็นต้น และยังมีร้านค้าที่ให้เลือกซื้อตามใจอย่างครบครันเลยหละ

เวลาเปิด – ปิด : 09.00 น. – 17.00 น. (วันหยุด 27 เดือนธันวาคม – 1 มกราคม)
ค่าเข้าชม : บุคคลทั่วไป 720 เยน ถ้ามาเป็นกลุ่มตั้งแต่ 20 คนขึ้นไปจะตกคนละ 620 เยน ตั๋วรายปี 2,880 เยน (มัธยมปลายลงไปเข้าฟรี)
การเดินทาง : จากสถานีรถไฟ JR Kochi ไปโดยบัส MY-YU ลงที่ป้ายหน้าสวนพฤกษศาสตร์มากิโนะเลย

9. Forest and Water (フォレストアンドウォーター)

 

View this post on Instagram

 

A post shared by MIKI (@ikim828) on

ทัวร์ล่องแก่งที่มีมานานกว่า 10 ปีที่แม่น้ำโยะชิโนะ ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นแม่น้ำที่มีกระแสน้ำเชี่ยวมากที่สุดในญี่ปุ่นและใหญ่ที่สุดด้วย กระแสน้ำเชี่ยวที่กระทบเข้ากับเรือทำให้เกิดละอองสีขาวและกลืนหายไปกับสายน้ำอย่างต่อเนื่อง เสียงสนุกสนานของผู้คนที่ส่งเสียงกันสะท้อนเข้ากับหุบเขา และเพลิดเพลินไปกับทิวทัศน์ที่มีเสน่ห์ตามแต่ละฤดู ทำให้ที่นี่เป็นแหล่งล่องแก่งที่มีนักท่องเที่ยวเข้ามาเล่นกันมาก มีคอร์สครอบครัวด้วยนะ ไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ก็มาเล่นกันได้ (แต่เด็กต้องอายุตั้งแต่ 6 ขวบขึ้นไป) ชวนครอบครัวมาเล่นล่องแก่งที่แม่น้ำโยะชิโนะกันได้เลย

เวลาเปิด – ปิด : 09.00 น. – 17.00 น.
ค่าเล่นล่องแก่ง : คอร์ส 1 วัน 10,000 เยน คอร์สครึ่งวัน 5,700 เยน
การเดินทาง : เดินทางโดยรถยนต์จาก IC Otoyo ประมาณ 20 นาที

10. โรงเกลือแสงอาทิตย์ Salt Bee (ソルトビー)

 

View this post on Instagram

 

A post shared by VISIT KOCHI JAPAN (@visitkochijapan) on

ใช้พลังงานแสงอาทิตย์และลมในการทำเกลือที่ถูกผลิตขึ้นด้วยความใส่ใจและใช้เวลานาน ทำให้คงไว้ด้วยรสอร่อยจากธรรมชาติแท้ ๆ ความเค็ม ความขม ความหวานที่ลงตัวเป็นเอกลักษณ์ จึงเกิดสำนวนในการผลิตเกลือแสงแดดว่า “ดวงอาทิตย์และลมคือคนทำงาน (お日さまと風さんが仕事人です。)”  เพื่อน ๆ สามารถเพิ่มประสบการณ์การเรียนรู้ขั้นตอนในการนำเกลือออกจากน้ำทะเล ณ สถานที่จริงของการผลิตเกลือได้ที่นี่ บอกเลยว่าน่าสนุกสุด ๆ

เวลาเปิด – ปิด : 09.00 น. – 16.00 น. (หยุดวันเสาร์ อาทิตย์ วันหยุดนักขัตฤกษ์)
ค่าทำกิจกรรม : 1,500 เยน (กรุณานำผ้าขนหนู ผ้ากันเปื้อน ผ้าพันคอ หวี และแปรงสีฟันมาด้วย)
การเดินทาง : เดินทางโดยรถยนต์จาก IC Shiman
ข้อมูลเพิ่มเติม: visitkochijapan.com

เป็นยังไงกันบ้างคะกับสถานที่ท่องเที่ยวของจังหวัดโคจิ น่าสนใจใช่มั้ยละ จังหวัดโคจิเนี่ยยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่รอให้เพื่อนๆทุกคนได้เข้าไปสัมผัสกับประสบการณ์ดีๆอยู่นะคะ ไม่ว่าจะเป็นธรรมชาติที่สวยงาม หรือสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ที่หลากหลาย กิจกรรมก็ยังมีให้เเพื่อนๆได้ลองหาความสนุกอีกเยอะแยะเลย เพื่อนๆต้องลองไปจังหวัดโคจิกันแล้วน้าา