ชวนมาลอง City-Hopping กับ 10 สถานที่ในเมืองโคจิ ที่สาว ๆ ก็ไปเที่ยวคนเดียวได้

การพักกายและใจให้ผ่อนคลายจากความเหนื่อยล้า ไม่ว่าจะจากเรื่องเรียน งาน หรือเรื่องส่วนตัว ของแต่ละคนคงจะมีวิธีแตกต่างกันไป แต่บางครั้งผู้เขียนพบว่าการได้ใช้เวลากับตัวเองโดยการเปลี่ยนบรรยากาศ พาตัวเองออกไปเที่ยวคนเดียวหรือเจออะไรใหม่ ๆ ในวันหยุดธรรมดา ๆ สักหนึ่งวัน ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยให้ผ่อนคลายเป็นอย่างมาก

ครั้งนี้เลยขอนำเสนอสถานที่ท่องเที่ยวที่เรียบง่ายแต่มีเสน่ห์ในเมืองที่หลายคนอาจจะคุ้นหูกันมาบ้าง อย่าง เมืองโคจิ ในจังหวัดโคจิ ซึ่งมีด้วยกัน 10 แห่ง เป็นสถานที่ที่ได้รับการแนะนำจากบล็อกเกอร์ชาวญี่ปุ่นในเว็บไซต์ท่องเที่ยว ชื่อแอคเคาท์ว่าคุณ “aya12” โดยจะเป็นสถานที่ที่คนญี่ปุ่นเองก็ชอบไปกันและยังเหมาะสำหรับสาว ๆ หรือใครก็ตามที่อยากหาสถานที่ผ่อนคลายใหม่ ๆ และได้ใช้เวลากับตัวเองอย่างคุ้มค่า เก็บไว้ในลิสต์เที่ยวในประเทศญี่ปุ่น มาเปลี่ยนจาก Café Hopping อย่างเดียวมาเป็น City-Hopping ในเมืองโคจิกัน

ทำไมต้องจังหวัดโคจิ

ด้วยความที่จังหวัดโคจิ ตั้งอยู่ทางใต้ของภูมิภาคชิโกะคุ ทำให้มีความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติเป็นอย่างมาก ล้อมรอบไปด้วยต้นไม้ ภูเขา แม่น้ำ และทะเล ดังนั้นร้านกาแฟ โรงแรม หรือสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ ในจังหวัดโคจิจึงมีจุดเด่นที่เมืองใหญ่ ๆ ในญี่ปุ่นอาจจะหาได้ยาก นั่นก็คือบรรยากาศที่ใกล้ชิดธรรมชาติ แถมยังปลอดภัย ไปคนเดียวได้อย่างสบาย ๆ มาลองดูกันเลยว่ามีที่ไหนกันบ้าง

1. テルツォ テンポ / คาเฟ่ Terzo Tempo

ร้านกาแฟที่เรียบง่าย แต่มีเสน่ห์เป็นอย่างมาก ด้วยตัวร้านที่เหมือนบ้านสมัยก่อน บวกกับการตกแต่งภายในด้วยสไตล์วินเทจ แต่ทว่าข้าวของเครื่องใช้กลับเป็นแนวร่วมสมัย เน้นเรียบง่าย ดูไม่น่าเบื่อ ทั้งยังมีหนังสือและนิตยสารหลากหลายประเภทเรียงราย รูปวาดแปะตามผนังเหมือนเป็นแกลเลอรี่เล็ก ๆ

เมนูแนะนำของร้านนี้ก็คือ น้ำแข็งไส ซึ่งจะเปลี่ยนไปตามวัตถุดิบประจำฤดูกาลต่าง ๆ ผ่านการประณีตและเต็มเปี่ยมด้วยรสชาติของวัตถุดิบที่ดีและแปลกใหม่ ไม่เหมือนที่ไหนแน่นอน นอกจากนี้ยังมีคุกกี้ที่ทางร้านตั้งใจทำลงรายละเอียดทั้งเรื่องรสชาติและรูปลักษณ์ เหมาะมาก ๆ ที่จะนำไปเป็นของฝากหรือของขวัญให้ใครสักคน

2. 古民家レストラン 土佐水木 / ร้านอาหารในบ้านเก่าแก่ Tosa Mizuki

 

View this post on Instagram

 

A post shared by こち (@ko___chi.tosa)

เป็นร้านอาหารและคาเฟ่ที่รีโนเวทมาจากบ้านเรือนในสมัยก่อน ซึ่งมีอายุราว 150 ปีเลยทีเดียว ทุกอย่างตกแต่งสไตล์ญี่ปุ่นแท้ บรรยากาศสงบ ร่มรื่นและยังมีสวนด้านหลังเล็ก ๆ ให้เดินผ่อนคลายอีกด้วย ทำให้บรรยากาศภายในและรอบ ๆ ร้านเหมือนได้ย้อนเวลาไปในอดีตของเมืองโคจิเลย

ทางด้านอาหารก็จะมีเมนูหลากหลาย เช่น อุด้งและโซบะที่จะมาคู่กับเทมปุระ ส่วนของหวานนอกจากเค้กแล้วที่พลาดไม่ได้ก็คือ พาร์เฟต์โอะจิโซวซัง เมนูของหวานชื่นใจ ที่มีทั้งผลไม้ประจำฤดูและไอศกรีมตกแต่งด้วยมาการอง รูปพระโอะจิโซวซัง ที่เชื่อว่าเป็นพระโพธิสัตว์ ผู้ซึ่งช่วยพิทักษ์เด็ก ๆ ทำออกมาได้น่ารักมาก ๆ

3. 雨風食堂 / ร้านอาหารและหนังสือ Ame Kaze Shokudo

เป็นร้านอาหารที่เรียบง่าย ปลอดโปร่ง ด้วยกระจกที่เปิดให้เห็นถึงความสวยงามของวิวท้องนาอันกว้างใหญ่ที่อยู่ด้านนอก ซึ่งวิวท้องนานี้จะมีเสน่ห์ต่างกันไปตามฤดูการทำนา บางครั้งเป็นสีเขียวขจีของข้าวที่เพิ่งปลูก บางครั้งก็เป็นสีเหลืองทองบอกถึงเวลาเก็บเกี่ยว และภายในร้านยังมีหนังสือและนิตยสารหลากหลายประเภทที่เจ้าของร้านตั้งใจคัดสรรมาเพื่อลูกค้าที่น่ารัก ทั้งหนังสือสำหรับเด็ก หนังสือทำอาหาร หรือแม้กระทั้งหนังสือเกี่ยวกับวัฒนธรรมญี่ปุ่นเป็นฉบับภาษาอังกฤษก็มี

จากรีวิวสังเกตได้ว่าร้านนี้ทำอาหารค่อนข้างนาน แต่ไม่มีลูกค้าไม่พอใจกับเรื่องนี้เลย เพราะอาหารของทางร้านเรียกได้ว่าเป็นเหมือนงานศิลปะที่อร่อย มีคุณค่า และดีต่อร่างกายอย่างแน่นอน ทางร้านจะจัดอาหารเป็นเซ็ตสไตล์ญี่ปุ่นดั้งเดิม ที่ประกอบด้วยข้าว อาหารจานหลัก จานรอง ซุป และเครื่องเคียงต่าง ๆ สะท้อนถึงความตั้งใจของทางร้านที่ใส่ใจทั้งเรื่องวัตถุดิบและวิธีทำที่ดีต่อสุขภาพของลูกค้ามาก ๆ

4. 3時のおやつと、日々のもの / ร้านอาหารว่างยามบ่าย Sanji no oyatsu to nichinichi no mono

ตามชื่อเลยค่ะ เป็นร้านอาหารว่างยามบ่าย ซึ่งจะเน้นไปทางขนมประเภทคุกกี้ คัพเค้ก และสโคน ซึ่งดูเรียบง่ายและธรรมดามาก ๆ ไม่มีลูกเล่นอะไร แต่กลับได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ได้ยินมาว่ากินทุกวันได้ไม่มีเบื่อ การตกแต่งร้านก็เรียบง่ายเช่นกัน ไม่มีเฟอร์นิเจอร์วางตกแต่งเท่าไหร่  มีเฉพาะสิ่งที่จำเป็น ขนาดต้นไม้ด้านหน้าร้านก็ยังเป็นสมุนไพรต่าง ๆ ที่สามารถนำมาตกแต่งขนมได้ ถือว่าเป็นร้านที่มีคอนเซ็ปต์เป็นของตัวเองชัดเจนและมีเสน่ห์มาก ๆ ยิ่งทำให้อยากลิ้มลองขนมของทางร้านมากขึ้นไปอีกว่าจะอร่อยขนาดไหน

5. テーブルギャラリー/ ร้านของใช้ในชีวิตประจำวัน TABLE GALLERY

 

View this post on Instagram

 

A post shared by baseworks (@baseworks)

หลังจากคาเฟ่และร้านอาหารแล้ว มาต่อกันด้วยร้านเสื้อผ้าและของใช้ในชีวิตประจำวันกันบ้าง ซึ่งร้านนี้จะเน้นสินค้าที่เป็นงานคราฟต์ หรืองานฝีมือที่ทำขึ้นแต่ละชิ้นขึ้นด้วยความตั้งใจและใส่ใจ เหมือนเป็นงานศิลปะ มีดีไซน์สวยและเหมาะสมกับการใช้งาน สามารถช่วยเติมสีสันให้กับชีวิตประจำวันธรรมดา ๆ ให้ไม่น่าเบื่อ โดยมีทั้งเสื้อผ้า กระเป๋า จานชาม แก้ว ผ้าปูโต๊ะ และอื่น ๆ แถมบางครั้งที่ร้านยังมีการจัดงานแสดงสินค้าพิเศษเล็ก ๆ และจัดเวิร์คช็อปงานฝีมือ ที่เกิดจากการร่วมมือกับศิลปินหรือช่างสร้างสรรค์ผลงานท่านอื่น ๆ นำมาจัดภายในร้านอีกด้วย

6. お茶とギャラリー 1188 / คาเฟ่แกลเลอรี่ Ocha and gallery 1188

 

View this post on Instagram

 

A post shared by 閃光舎 (@sen_ko_sya)

ยังคงอยู่กันที่ร้านของใช้ในชีวิตประจำวัน สินค้าที่โดดเด่นของร้านนี้จะเป็นจาน ชาม แจกัน และของใช้ในครัวหรือโต๊ะอาหารอื่น ๆ ซึ่งมีทั้งแบบแก้วและเซรามิก เป็นงานดีไซน์ที่สดใส แต่ก็ยังคงความเรียบง่าย สะดวกต่อการใช้งาน นอกจากนั้นยังมีสินค้าประเภทเสื้อผ้า ผ้าเช็ดหน้า และหมวกรูปทรงเก๋ไก๋และดูดีมากมายมาให้เลือกซื้อ โดยสินค้าแต่ละประเภทจะถูกจัดแยกกันไปทำให้ลูกค้าเดินชมสะดวกเหมือนอยู่ในแกลเลอรี่

แต่ยังไม่หมดเท่านั้น ที่ร้านยังมีเมนูของหวาน ขนมปัง และชาอีกด้วย ซึ่งดูเหมือนว่าเมนูจะแตกต่างกันไปแล้วแต่ทางร้านจะจัดสรร ทำให้ลูกค้าได้ลุ้นว่าแต่ละครั้งจะมีเมนูอะไรรออยู่

7. คาเฟ่หนังสือ BOOKS 30 60 90

คาเฟ่หนังสือที่มีคอนเซ็ปต์ของหนังสือและเพลงสไตล์อิตาลี ตั้งอยู่ชั้น 1 ในร้านเฟอร์นิเจอร์ที่ชื่อว่า attract LARGO ซึ่งเป็นร้านนำเข้าเฟอร์นิเจอร์และของใช้ภายในบ้านจากต่างประเทศ โดยส่วนใหญ่มาจากประเทศโซนยุโรป ทำให้บรรยากาศโดยรวมทั้งหมดแตกต่างจากสถานที่ก่อนหน้านี้ ตัดอารมณ์กันได้พอดิบพอดี อีกทั้งคาเฟ่นี้ยังใส่ใจเปิดเพลงด้วยเครื่องเสียงแบรนด์ดังและขึ้นชื่อเรื่องคุณภาพจากประเทศเดนมาร์กให้ลูกค้าได้ฟังกันอีกด้วย

ในเรื่องของเมนูอาหารก็ห้ามพลาดเช่นกัน โดยจะมีจุดเด่นเป็น เครปแป้งกาเล็ตต์ (Galettes) ที่ดั้งเดิมเป็นสูตรมาจากประเทศฝรั่งเศส หรือที่คนไทยคุ้นเคยกันในเมนูชื่อ เครปฝรั่งเศส โดยจะมีให้เลือกทั้งแบบเมนูของคาว ที่เหมือนอาหารเช้าห่อด้วยแป้ง และแบบเมนูของหวาน วางไอศกรีมลงด้านบน ดูจากรูปแล้วหน้าตาน่ากินทุกแบบเลยค่ะ

8. 金高堂 本店 / ร้านหนังสือ Kinkodo Book Store

 

View this post on Instagram

 

A post shared by 志賀内 (@shiganai04)

ถึงจะเป็นร้านหนังสือในเมืองเล็ก ๆ แต่ก็ถือได้ว่าเป็นร้านหนังสือที่ใหญ่ที่สุดเลยก็ว่าได้ ซึ่งไม่ได้มีแค่หนังสือเท่านั้น แต่ยังมีเครื่องเขียนต่าง ๆ จำหน่ายอีกด้วย และที่สำคัญร้านหนังสือแห่งนี้ยังเป็นเหมือนแหล่งให้ความรู้และเผยแพร่เสน่ห์และความเป็นจังหวัดโคจิให้ทุกคนได้รับรู้ ด้วยหนังสือมากมายเกี่ยวกับจังหวัด ทั้งยังมีมุมหนังสือของนักเขียนที่มีบ้านเกิดอยู่ที่นี่อีกด้วย

และถ้าหากซื้อหนังสือจากที่ร้านก็จะได้รับปกสุดพิเศษจากทางร้าน ซึ่งเป็นลวดลายผู้คนอ่านหนังสืออยู่ท่ามกลางต้นไม้ใบป่า วาดด้วยลายเส้นน่ารัก ๆ หมึกสีชมพู เชื่อว่าต้องมีบางคนเห็นแล้วอยากซื้อหนังสือเพราะปกจากทางร้านแน่นอน

9. セブンデイズホテル / Seven Days Hotel

เที่ยวเล่นรอบเมืองเสร็จแล้ว ก็มาถึงคิวโรงแรมที่พักกันบ้าง โรงแรมแห่งนี้มีบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความอบอุ่น เรียบง่าย และสะดวกสบาย เน้นการตกแต่งสไตล์สแกนดิเนเวียและมีเอกลักษณ์เป็นรูปปั้นคนซึ่งตั้งอยู่หลายจุดในโรงแรม เรียกได้ว่าเข้าไปแล้วอาจจะลืมไปเลยว่าอยู่ญี่ปุ่น ภายในห้องขนาด Single room ก็มีขนาดที่พอดี แสงไฟสวย และมีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกพร้อม นอกจากนี้หากพักที่โรงแรมแห่งนี้ก็จะได้รับอาหารเช้าเป็นขนมปังจากร้านเด็ดแถวนั้นอีกด้วย

10. セブンデイズホテルプラス / Seven Days Hotel Plus

 

View this post on Instagram

 

A post shared by 카요 kayo (@kayohae)

 

View this post on Instagram

 

A post shared by Akihiro (@akihiroha)

โรมแรมที่สองนี้เป็นเหมือนโรงแรมพี่น้องกับ Seven Days Hotel ซึ่งจะมีความต่างกันตรงสไตล์และประสบการณ์ที่โรงแรมอยากจะให้ลูกค้าได้สัมผัส โดยที่นี่จะเน้นความสุนทรีย์ของเสียงเพลงและศิลปะมากกว่า ดังนั้นองค์ประกอบทั้งหมดชองโรงแรมจึงจะทำให้รู้สึกเหมือนได้ไปแกลเลอรี่ มีรูปงานศิลปะให้ได้ดูอยู่เสมอ และการตกแต่งห้องพักอาจจะยังคงความเรียบง่ายไว้เหมือนกัน แต่จะมีการเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์อย่างโคมไฟหรือเก้าอี้ต่าง ๆ ที่มีดีไซน์เก๋และดูเป็นเหมือนงานศิลปะ ส่วนเรื่องอาหารก็จะจัดเป็นชุดขนมปังจากร้านเด็ดเหมือนกับโรงแรมก่อนหน้านี้เลย

หากใครมีโอกาสได้ไปเยี่ยมเยือนจังหวัดโคจิก็อย่าลืมลองไปเที่ยวตามสถานที่ต่าง ๆ เหล่านี้กันนะคะ โดยเฉพาะสาว ๆ ที่ชอบหรืออยากลองไปเที่ยวคนเดียว เพราะทุกสถานที่สวยงาม มีคุณค่า และปลอดภัย เที่ยวคนเดียวได้หายห่วง ส่วนใครที่ยังรอโอกาสอยู่เหมือนกันกับผู้เขียน ขอแนะนำเลยค่ะ ว่าให้ลองติดตามชมสถานที่เหล่านี้ ดูเพลิน ๆ ในช่องทางโซเชียลมีเดียต่าง ๆ ของแต่ละสถานที่ เพราะถึงแม้จะยังไม่ได้ไป แต่แค่ดูรูปในไอจีของร้านกาแฟ ร้านอาหารเหล่านี้ ก็เหมือนได้ซึมซับบรรยากาศให้หายคิดถึงญี่ปุ่นไปได้สักหน่อยแล้วค่ะ

สรุปเนื้อหาจาก: icotto.jp
เขียนและเรียบเรียงโดย: yayayayong