10 สุดยอดสถานที่ท่องเที่ยวใน “มิเอะ” ที่ไม่ไปไม่ได้!!!

จังหวัดมิเอะ เป็นแหล่งกำเนิดมุกเลี้ยงแห่งแรกของโลก ศาลเจ้าที่คนญี่ปุ่นให้ความศรัทธา สำนักนินจาที่เป็นต้นแบบให้กับมังงะหลายเรื่อง สิ่งมหัศจรรย์ที่ธรรมชาติสร้างให้ ถึงแม้จังหวัดมิเอะจะไม่ใช่จังหวัดที่มีขนาดใหญ่แต่ก็มีสถานที่ท่องเที่ยวให้เพื่อนๆได้เลือกเป็นจุดหมายปลายทางมากมายเลยนะคะ ANNGLE เลยจะมาแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดมิเอะให้เพื่อนๆได้รู้จักกันมากขึ้นนะคะ

1. หมู่บ้านวัฒนธรรมอิเซะ อัตสึชิโมโมยามะ (伊勢・安土桃山文化村)

เป็นหมู่บ้านวัฒนธรรมที่จำลองเมืองในสมัยอัตสึชิโมโมยามะ โดยมีปราสาทอัตสึชิเป็นป้อมปราการหลัก และบริเวณหมู่บ้านยังมีศาลเจ้า ร้านทำผมแต่งตัวสไตล์โบราณ พิพิธภัณฑ์นินจา เขาวงกต บ้านผีสิง นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมมากมายทั้งการแสดงละครเกอิชา การแสดงซามูไร และการแสดงนินจา เป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยความสนุกสนานและเสียงหัวเราะของผู้คนเลยละค่ะ

เวลาเปิด – ปิด : 09.00 น. – 17.00 น.
ค่าเข้าชม : หมู่บ้าน 2,500 เยน / หมู่บ้าน การแสดงและปราสาท 3,900 เยน
การเดินทาง : จากสถานี JR Futaminoura เดินประมาณ 15 นาที

2. ศาลเจ้าอิเสะ (伊勢神宮)

 

View this post on Instagram

 

A post shared by 伊勢神宮 / ISE-JINGU (@isejingu.official) on

ศาลเจ้าอิเสะ เป็นศาลเจ้าชินโตที่มีอายุเก่าแก่มากว่า 2,000 ปี ล้อมรอบไปด้วยป่าสนอายุหลายร้อยปี ถือเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และดูลึกลับที่สุดเลยก็ว่าได้ ภายในศาลเจ้าจะมีแบ่งศาลเจ้าเป็น 2 แห่งที่สำคัญ คือ Naiku (内宮) เป็นศาลเจ้าด้านในมีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า Kotaijingu (皇大神宮) เพื่อบูชา Amaterasu (天照) หรือเทพธิดาแห่งดวงอาทิตย์ และ Geku (外宮) มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า Toyoukedaijingu (豊受大神宮) เพื่อบูชา Toyoukenoomikami (豊受大御神) หรือเทพเจ้าแห่งพืชพันธุ์ธัญญาหาร และมีสะพานอุจิ ซึ้งเรียกกันว่าเป็นสะพานไม้ที่เชื่อมต่อระหว่างโลกวิญญาณและโลกมนุษย์ ทอดข้ามแม่น้ำอิซูซู เมื่อข้ามสะพานไปจะพบทางเดินที่โรยด้วยกรวดกลมยาวตลอดทางจนไปเจอกับสถานที่สถิตย์ของพระเจ้า ซึ่งล้อมไปด้วยทิวทัศน์ที่งดงามแบบญี่ปุ่น เพราะเหตุนี้ที่นี่จึงเป็นศาลเจ้าที่เป็นที่พึ่งทางใจของคนญี่ปุ่นและแวะเวียนมาสักการะบูชากันเป็นจำนวนมาก

ถ้าเพื่อนๆได้ไปเยือนที่ประเทศญี่ปุ่นแล้วก็อย่าลืมไปสักการะที่ศาลเจ้าแห่งนี้กันนะ ไหนๆเราก็มาเยือนดินแดนแห่งอาทิตย์อุทัยกันแล้วก็มาสักการะเทพธิดาแห่งดวงอาทิตย์กันด้วยนะ

เวลาเปิด – ปิด : เดือนมกราคม – เดือนเมษายน และเดือนกันยายน 05:00 น. – 18:00 น. / เดือนพฤษภาคม – เดือนสิงหาคม 05:00 น. -19:00 น. / เดือนตุลาคม – เดือนธันวาคม 05:00 น. – 17:00 น. / 31 เดือนธันวาคม – 5 เดือนมกราคม สามารถเข้าออกได้ตลอดวัน
การเดินทาง : จากสถานีรถไฟ Ise-Shi เดินประมาณ 5 นาที

3. เมืองโอฮาไร (おはらい町)

เมืองโอฮาไรเป็นที่ตั้งของเส้นทางเก่าที่นำไปยังศาลเจ้าอิเสะ จิงงู ระยะทางยาว 800 เมตร ถนนที่ปูด้วยหินสวยงามเรียงรายไปด้วยบ้านเรือนสไตล์ญี่ปุ่นดั้งเดิม ร้านค้า ร้านอาหาร และบ้านพักอาศัยของคนในชุมชน เพื่อนๆสามารถเดินเล่นซื้อของกิน ช้อปปิ้งเพลินๆได้ตลอดระยะทางระหว่างไปสักการะศาลเจ้าอิเสะ

การเดินทาง : จากสถานีรถไฟ Ise หรือ Ujiyamada ขึ้นรถบัสไปลงที่ป้าย Naiku Mae ประมาณ 15 นาที

4. หินศักดิ์สิทธิ์ Meoto Iwa (夫婦岩)

หินศักดิ์สิทธิ์ตั้งอยู่ริมทะเลในเมืองฟุทะมิ และอยู่ห่างจากศาลเจ้าอิเสะ 10 กิโลเมตร เชื่อกันว่าเป็นหิน 2 ก้อนที่ตั้งอยู่คู่กัน ก้อนหนึ่งใหญ่อีกก้อนหนึ่งเล็ก และเชื่อมกันด้วยเชือกมงคลซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการแต่งงานระหว่างชายหญิง เป็นหินคู่รักของเทพอิซานางิ (หินก้อนใหญ่) กับเทพธิดาอิซานามิ (หินก้อนเล็ก) เพื่อนๆคนไหนที่อยากจะอธิษฐานขอพรให้สมหวังในเรื่องความรัก ใครโสดอยากเจอเนื้อคู่ หรือมีคู่อยู่แล้วอยากจะขอให้รักกันยืนยาวก็ไม่ควรพลาดที่จะมาที่นี่อย่างแรงเลย นอกจากจะมาอธิษฐานขอพรแล้วเพื่อนๆยังสามารถชมความงามของพระอาทิตย์และพระจันทร์ ที่ในช่วงเดือนพฤษภาคม – เดือนกรกฎาคมพระอาทิตย์ในตอนเช้าจะขึ้นมาระหว่างหินสองก้อนพอดี และในช่วงเดือนตุลาคม – เดือนกุมภาพันธ์พระจันทร์เต็มดวงจะขึ้นมาระหว่างหินสองก้อนเช่นกัน

การเดินทาง : จากสถานี้รถไฟ JR Futaminoura เดินประมาณ 15 นาที

5. เกาะไข่มุก มิคิโมโตะ (ミキモト真珠島)

เป็นเกาะเล็กๆที่อยู่ในเมืองโทบะ บุคคลสำคัญประจำเกาะนี้คือคุณ Kokishi Mikimoto ที่ถือเป็นราชาแห่งไข่มุกเลย เพราะเป็นคนที่บุกเบิกฟาร์มไข่มุกเลี้ยงคุณภาพดีสำหรับทำเครื่องประดับ การควบคุมคุณภาพและการผลิตที่ยาก แต่ด้วยความมุ่งมั่นจึงทำให้เขาประสบความสำเร็จในการเพาะไข่มุกเลี้ยงเป็นเจ้าแรกของโลกในชื่อแบรนด์ “Mikimoto” นอกจากนี้เพื่อนๆยังไปดูอามะ (海女) หรือหญิงสาวนักดำน้ำ ที่จะทำหน้าที่ดำลงไปใต้ทะเลเพื่อเก็บหอยมุกหรือของทะเลอื่นๆ โดยจะใส่ชุดดำน้ำแบบโบราณสีขาวได้ด้วย เมืองโทบะและเมืองชิมะในจังหวัดมิเอะมีจำนวนนักดำน้ำอามะเยอะมากที่สุดในประเทศญี่ปุ่นจนมีการตั้งให้เป็นวัฒนธรรมพื้นบ้านสงวนของจังหวัดมิเอะเลยนะ ถ้าเพื่อนๆสนใจอยากจะซื้อไข่มุกต้องไปซื้อที่เกาะนี้เลย ราคาก็ไม่แพง เริ่มต้นที่ 5,000 เยน ไปจนถึงราคาสูงลิบเลยจ้า

เวลาเปิด – ปิด : ปกติจะเปิดให้บริการ 09.00 น. – 16.30 น. แต่บางฤดูกาลก็จะเปิดเร็วขึ้นเลิกช้า
ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ 1,500 เยน / เด็ก 750 เยน
การเดินทาง : จากสถานีรถไฟ JR Toba หรือ Kintetsu trains เดินประมาณ 5 – 10 นาที

6. พิพิธภัณฑ์ไข่มุก (真珠博物館)

 

View this post on Instagram

 

A post shared by Dear 💁✨✨ (@tgsnukgw) on

ที่เกาะมิคิโมโตะมีพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงเครื่องประดับโบราณที่ตกแต่งด้วยไข่มุก เครื่องประดับบางชิ้นมีความเก่าแก่ตั้งแต่สมัยโรมันงี้ และชิ้นที่อายุน้อยที่สุดก็จากศตวรรษที่ 20 และยังมีงานศิลปะอื่นๆจัดแสดงอยู่ด้วย เช่น เจดีย์ไข่มุก ระฆังจำลองมาจากลิบเบอร์ตี้ นอกจากนี้ยังมีเครื่องประดับของแบรนด์ Mikimoto ด้วยนะ เพื่อนๆคนที่ชื่นชอบในความสวยงามของไข่มุกไม่ควรพลาดที่จะไปพิพิธภัณฑ์แห่งนี้เด็ดขาดนะ

เวลาเปิด – ปิด : 08.30 น.​- 17.30 น.
ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ 1,500 เยน / เด็ก 750 เยน
การเดินทาง : จากสถานีรถไฟ JR Toba หรือ Kintetsu trains เดินประมาณ 5 – 10 นาที

7. ปราสาทอิงะ อุเอโนะ (伊賀上野城)

อยู่ในสวนสาธารณะอุเอโนะ (上野公園) ปราสาทอุเอโนะถูกสร้างขึ้นเพื่อนเป็นที่พักของขุนนางท้องถิ่นในสมัยเอโดะ ตัวหอคอยเคยถูกพายุทำลายและได้มีการบูรณะขึ้นใหม่อีกครั้งหนึ่ง ในการบูรณะมีความแตกต่างจากที่อื่นเนื่องจากใช้ไม้ในการซ่อมปราสาททั้งหมด แทนที่จะใช้คอนกรีตในการซ่อมทำให้ปราสาทอุเอโนะยังคงความดั้งเดิมของตัวปราสาทและความสวยงามทั้งภายในและภายนอก และมีกำแพงหินสูงกว่า 30 เมตรสูงที่สุดในญี่ปุ่นด้วย ภายในปราสาทถูกใช้เป็นพิพิธภัณฑ์ เพื่อจัดแสดงอาวุธกับชุดเกราะซามุไร หนังสือม้วนโบราณ งานศิลปะ และข้าวของเครื่องใช้จากทั่วภูมิภาค พื้นที่ทั้งหมดของปราสาทได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นอุทยานประวัติศาสตตร์แห่งชาติ ถ้าเพื่อนๆเดินขึ้นไปถึงยอดปราสาทก็จะมองเห็นวิวทั่วทั้งเมืองอิงะ อุเอโนะเลยด้วย

เวลาเปิด – ปิด : 09.00 น. – 17.00 น. (หยุดวันที่ 29 – 31 เดือนธันวาคม)
ค่าเข้าชม : 500 เยน
การเดินทาง : จากสถานีรถไฟ Uenoshi เดินประมาณ 5 นาที

8. พิพิธภัณฑ์นินจาอิงะริว (伊賀流忍者博物館)

 

View this post on Instagram

 

A post shared by katuki_gpz900r-A11 (@muha_katuki_0813) on

ตั้งอยู่ในสวนสาธารณะอุเอโนะ (上野公園) ไม่ใกล้ไม่ไกลจากปราสาทอิงะ อุเอโนะมีพิพิธภัณฑ์นินจาอิงะริวอยู่ ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมากและรวดเร็วเพราะภายในพิพิธภัณฑ์มีการจัดแสดงอาวุธหรือเครื่องไม้เครื่องมือประเภทต่างๆของนินจา งานเขียนและข้อมูลความรู้เกี่ยวกับนินจาที่จะทำให้เพื่อนๆได้รู้จักกับนินจามากขึ้น ที่สำคัญนะมีลานกว้างๆไว้สำหรับฝึกเรียนศาสตร์นินจา มีกิจกรรมให้เพื่อนๆได้ร่วมเล่นได้ การสวมเสื้อผ้าแบบนินจา หากเพื่อนๆอยากจะซื้อของฝากนินจาหรือแม้กระทั่งเสื้อผ้านินจา ที่นี่ก็มีขายให้ด้วยนะ ที่สำคัญที่พลาดไม่ได้เลยคือการโชว์ศิลปะการต่อสู้และอาวุธแบบนินจา ปาดาวกระจายฟิ้วๆใส่กันงี้

เวลาเปิด – ปิด : 09.00 น. – 17.00 น. *รับเข้าชมรอบสุดท้าย 16.30 น.
(หยุดวันที่ 29 เดือนธันวาคม – 1 เดือนมกราคม)
ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ 756 เยน / เด็ก 432 เยน / ค่าชมการแสดง 300 เยน
การเดินทาง : จากสถานีรถไฟ Uenoshi เดินไปทางทิศเหนือประมาณ 10 นาที

9. นะบะนะ โนะ ซาโตะ (なばなの里)

 

View this post on Instagram

 

A post shared by Voyagin (@voyagin) on

สวนพฤกษศาสตร์ขนาดใหญ่ในจังหวัดมิเอะที่สร้างความตระการตาของหมู่ดอกไม้ตามแต่ละฤดูกาล เช่น ฤดูใบไม้ผลิที่หมู่ดอกไม้จะบานสีสันสดใสกว่า 1,000 สายพันธุ์ พอถึงฤดูหนาวดอกไม้ก็จะออกมาแสดงความสวยงามในเทศกาล Winter Illumination ที่มีการใช้แสงสีช่วยให้ดอกไม้เด่นขึ้นมา ที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องการจัดแสงสีที่อลังการมากทำให้นักท่องเที่ยวที่มาดูรู้สึกตื่นตาตื่นใจไปกับการเปลี่ยนสี ยิ่งถ้าพระอาทิตย์ตกดินไปแล้วนะบอกได้คำเดียวว่า ว้าวว!

เวลาเปิด – ปิด : 09.00 น.​- 21.00 น.
ค่าเข้าชม : 2,100 เยน
การเดินทาง : จากสถานีรถไฟ Kintetsu Nagashima นั่งรถบัสประมาณ 10 นาที

10. สระว่ายน้ำธรรมชาติเขาทาโดะ (多度峡天然プール)

 

View this post on Instagram

 

A post shared by 小林大 (@kona_explosif) on

สระว่ายน้ำธรรมชาติสร้าง อยู่ที่เขาทาโดะซึ่งเป็นต้นน้ำของแม่น้ำทาโดะทำให้สระน้ำแห่งนี้ใสสะอาดมากๆ อุณหภูมิของน้าอยู่ประมาณ 18 – 22 องศาเซลเซียส น่าลงไปเล่นน้ำสุดๆ ความฟินของสระว่ายน้ำที่ล้อมรอบไปด้วยธรรมชาติ ป่าเขา เสียงนกเสียงแมลง จึงทำให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวประจำหน้าร้อนที่ได้รับความนิยมจากคนที่อาศัยอยู่แถวนั้นหรือข้างเคียง เพื่อนๆคนไหนอยากไปว่ายน้ำชมบรรยากาศธรรมชาติมากกว่าจะว่ายอยู่แต่ในที่ร่มก็ต้องไปที่นี่ดูสักครั้งนึงนะ

การเดินทาง : นั่งรถบัสมาลงที่ป้ายหน้าศาลเจ้า Tadotaisha เดินต่ออีกประมาณ 15 นาที

มิเอะเป็นจังหวัดที่สงบสุขไม่ได้มีวัฒนธรรมที่หวือหวามากมาย แต่กลับมีเอกลักษณ์ที่ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเข้ามาไม่น้อยไปกว่าจังหวัดใหญ่ๆเลยนะคะ เพื่อนๆที่อยากไปสถานที่ท่องเที่ยวที่เรียบง่ายแต่น่าสนใจก็ไม่ควรพลาดที่จะไปที่จังหวัดมิเอะเลยนะคะ

อ้างอิง : Kankomie Isejingu Iganinja Travel
ผู้เขียน : JEENTT