รวม Highlight เด็ดจากไลฟ์ “เที่ยวทิพย์สุดฟิน สนุกสุดเฟี้ยว in โทโฮคุ” EP.2 จ.อาคิตะ จ.มิยางิ และเมืองเซ็นได

Tohoku 2022 Highlight 2

มาต่อกันที่ตอนที่ 2 กับไฮไลต์เด็ดในไลฟ์ “เที่ยวทิพย์สุดฟิน สนุกสุดเฟี้ยว in โทโฮคุ” ใครที่ยังไม่ได้อ่านตอนแรกที่เราพาไปเที่ยวจังหวัดอาโอโมริและจังหวัดอิวาเตะ สามารถจิ้มที่ > EP.1 จ.อาโอโมริ และ จ.อิวาเตะ

วันนี้เราจะพากันไปทัวร์กันอีก 3 ที่ ได้แก่ จังหวัดอาคิตะ จังหวัดมิยางิ และเมืองเซ็นได พร้อมกับพิธีกรสาวสวยอย่าง “บีมเซนเซ” (จากเพจ BeamSensei) และ “ปุยเมฆ” (นภสร วีระยุทธวิไล) และพิธีกรหนุ่มหล่อ “บุญจัง” (ต้มยำวาซาบิ) ถ้าพร้อมแล้วก็ไปกันเลย!

เที่ยวจังหวัดอาคิตะไปกับ “มะม่วง” จากเพจ ญี่ปุ่นมั้ย? い〜ぷんまい?

จังหวัดแรกที่เราจะมาปักธงกันก็คือ จังหวัดอาคิตะ!! โดยครั้งนี้เราได้คุณ “มะม่วง” จากเพจ ญี่ปุ่นมั้ย? い〜ぷんまい?) หนุ่มญี่ปุ่นที่รักในประเทศไทยมาเป็นไกด์พาเที่ยวค่ะ

Akita Nairiku Jukan Tetsudo หรือ รถไฟอาคิตะไนริคุ


ที่แรกที่คุณมะม่วงพาพวกเราไปคือ “Akita Nairiku Jukan Tetsudo หรือ รถไฟอาคิตะไนริคุ” ซึ่งมีชื่อเล่นน่ารักๆ ว่า “Smile Rail” ตั้งอยู่ที่สถานี Kakunodate

หากใครอยากเที่ยวทั่วจังหวัดอาคิตะสามารถซื้อตั๋วรถไฟแบบ One day pass : Akita Nairiku Line Holiday Open Pass ในราคาเพียง 2,000 เยนเท่านั้น! สามารถขึ้นลงรถไฟกี่ครั้งก็ได้ในหนึ่งวัน รถไฟขบวนนี้ถูกเรียกว่าเป็นรถไฟแบบ One man (ワンマン) เพราะว่ามีเพียงคนขับรถไฟคนเดียว! ในการขึ้นรถไฟเราสามารถทำทุกอย่างได้ด้วยตัวเองทั้งหมด ตั้งแต่เริ่มขึ้นรถไฟก็มีปุ่มให้กดเปิดประตูเอง และพอเข้าไปก็กดรับตั๋วที่เครื่องเพื่อจะได้รู้ว่าเราขึ้นมาจากสถานีไหน เรียกได้ว่าสะดวกมากๆ

บนรถไฟยังมีกิมมิคน่ารักๆ ที่เป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดอาคิตะด้วย เช่น การตกแต่งโบกี้ด้วยรูป “สุนัขอาคิตะ” เต็มโบกี้ ดังนั้นทาสหมาถ้ามาที่นี่คือชื่นฉ่ำหัวใจแน่ๆ ค่ะ ซึ่งเจ้าหมาพันธุ์อาคิตะก็คือสายพันธุ์ของน้องหมา “ฮาจิโกะ” ที่มีรูปปั้นตั้งอยู่ที่ชิบูย่านั่นเอง


ยังไม่พอ เบาะนั่งบนรถไฟยังเป็นรูปหมาอาคิตะด้วย! แต่ลายเบาะจะมี “เจ้าหมีควาย” แฝงตัวอยู่ด้วยนะ ใครมีโอกาสได้ไปก็อย่าลืมลองไปหาน้า

นอกจากนี้ระหว่างนั่งบนรถไฟก็ยังมีของกินอร่อยๆ ให้รับประทาน อย่างน้ำแอปเปิ้ลและมันจูไส้ชีสที่เป็นรูปหน้ายิ้มด้วย ทั้งน่ารักและดูน่ากินสุดๆ

ในระหว่างเส้นทางรถไฟจะมี “อุโมงค์จูนิดัน” (十二段) ซึ่งทอดตัวเป็นเส้นตรงตลอดทางยาวถึง 5,697 เมตร ซึ่งจะมีช่วงจังหวะที่เราสามารถมองเห็นปากทางเข้าและทางออกของอุโมงค์ได้พร้อมกัน คนญี่ปุ่นเชื่อว่าหากเราอธิษฐานตอนนั้น คำขอของเราจะเป็นจริง

ของอร่อยชวนน้ำลายไหลของจังหวัดอาคิตะ

ทัมโปะ (たんぽ) และ คิริทัมโปะนาเบะ (きりたんぽ鍋)


ที่ถัดมาที่คุณมะม่วงพามาเที่ยวคือ “Roadside Station Kazuno Antler” (道の駅かづの「あんとらあ」) เป็นจุดพักรถริมทางซึ่งสามารถหาซื้อของฝาก ทานอาหาร หรือขี่จักรยานที่นี่ก็ได้ คุณมะม่วงได้พาเรามาทำเมนูพื้นเมืองของอาคิตะคือ ทัมโปะ (たんぽ) ซึ่งเป็นการนำข้าวมาปั้นขึ้นทรงบนไม้ จากนั้นค่อยๆ ย่างไปเรื่อยๆ ทีละด้าน แล้วทามิโซะเคลือบ เมื่อทานเราจะได้รสหวานจากมิโซะและสัมผัสกรอบๆ จากข้าวที่เราย่าง ได้ทำเองกินเองแบบนี้ ทั้งภูมิใจและอิ่มท้องสองเด้งไปเลย

นอกจากนี้ยังมีเมนู คิริทัมโปะนาเบะ (きりたんぽ鍋) เป็นนาเบะที่ใส่ทัมโปะที่ตัดครึ่งลงไป ทัมโปะจะดูดซับเอาความหวานจากน้ำซุปไก่และผักในนาเบะ ถ้าได้ทานในหน้าหนาวคือแบบบบบ ฟินไม่ไหววววว

อินานิวะอุด้ง (稲庭うどん)


อินานิวะอุด้ง (稲庭うどん) เป็นเมนูที่หากมาถึงที่อาคิตะแล้วต้องทานให้ได้ เพราะเป็น 1 ใน 3 อุด้งที่อร่อยที่สุดในญี่ปุ่น ซึ่งมีจุดเด่นคือขนาดเส้นจะเล็กกว่าเส้นอุด้งทั่วไป

ร้านนี้มีอินานิวะอุด้งที่มีแกงรสชาติไทยอย่างแกงเขียวหวานและแกงเผ็ดด้วย แม้อาจจะไม่เผ็ดเท่าต้นตำรับที่ไทยแต่ว่าก็เข้มข้นเข้ากับตัวเส้นสุดๆ ส่วนเมนูซิกเนเจอร์จะมีซอสมาให้ 2 อย่างคือ ซอสโชยุและซอสมิโซะงา ถ้ากินสลับกันก็จะได้รสชาติที่อร่อยแตกต่างกันไป แค่ดูคุณมะม่วงซูดเส้นก็อยากจะไปลองทานซักครั้งบ้างแล้ว

คลายเหนื่อยกันที่ออนเซ็นของอาคิตะ

คุณมะม่วงพามาผ่อนคลายกันที่ นิวโตออนเซ็น (乳頭温泉) หรือ หมู่บ้านออนเซ็นสีน้ำนม ซึ่งตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติโทวาดะ-ฮาจิมังโต ภายในมีด้วยกันถึง 7 ออนเซ็น!! หากใครอยากแช่ให้ครบก็สามารถซื้อตั๋ว “Yumeguri-Cho” เพื่อใช้เข้าออนเซ็นหมดทั้ง 7 ที่ได้

สึรุโนะยุ ออนเซ็น (鶴の湯温泉)


ที่แรกสุดที่คุณมะม่วงพาเราไปคือ สึรุโนะยุออนเซ็น (鶴の湯温泉) ที่แปลไทยได้ว่า ออนเซ็นแห่งนกกระเรียน ที่ได้ชื่อนี้ เพราะมีเรื่องเล่าว่าเคยมีคนเห็นนกกระเรียนมารักษาบาดแผลของตัวเองที่นี่ ออนเซ็นที่นี่เป็นแบบบ่อรวม แต่ถ้าสาวๆ คนไหนเขิน ที่นี่ก็มีบ่อแยกสำหรับผู้หญิงด้วย น้ำออนเซ็นที่นี่เป็นสีขาว บางคนก็เรียกว่า บิจินโนะยุ (น้ำพุร้อนสาวงาม) เพราะว่าเมื่อแช่ไปแล้วผิวจะนุ่ม และช่วยรักษาบาดแผลด้วยแร่ธาตุจากน้ำพุร้อนอีกด้วย

ทาซาวาโกะ โคเกนโนะยุ (田沢湖高原の湯) และ นิวโตโนะยุ (乳頭の湯)

ที่โรงแรมคิวคามุระ เราสามารถแช่ออนเซ็นฟินๆ ได้ที่ ทาซาวาโกะ โคเกนโนะยุ (田沢湖高原の湯) จุดเด่นของที่นี่คือเมื่อแช่แล้วผิวจะสวยและขาวขึ้นตั้งแต่ครั้งแรกที่แช่เลย ได้ยินแบบนี้แล้วใครอยากมีผิวสวยๆ แบบคนญี่ปุ่น ต้องลองมาแช่ซักครั้งให้ได้นะคะ นอกจากทาซาวาโกะ โคเกนโนะยุ แล้ว ยังมีนิวโตโนะยุ (乳頭の湯) ที่ฟินไม่แพ้กันเลย คุณมะม่วงบอกว่าแค่แช่ก็รู้สึกเลยว่าผิวกายนุ่มลื่นขึ้น

ที่จังหวัดอาคิตะมีมาสคอตสุดเท่อย่าง นามะฮาเกะ (なまはけ) ซึ่งเป็นเทพเจ้าที่คอยปกป้องจังหวัดและอวยพรให้พืชผลงอกงามอุดมสมบูรณ์ นามะฮาเกะมีทั้งเพศหญิงและชาย หากเป็นผู้ชายจะใส่หน้ากากสีแดงแบบนี้ ส่วนผู้หญิงจะใส่หน้ากากสีน้ำเงิน

เที่ยวจังหวัดมิยางิไปกับ “สาวแซ่บและอปลุง” จากเพจ ครบเครื่องเรื่องญี่ปุ่น

หมู่บ้านสุนัขจิ้งจอกซาโอะ

หมู่บ้านสุนัขจิ้งจอกแห่งนี้มีสุนัขจิ้งจอกอยู่ประมาณ 100 ตัว เราจะได้เห็นสุนัขจิ้งจอกเดินไปมาอย่างใกล้ชิดมากๆ ซึ่งถ้ามาในช่วงฤดูหนาวเจ้าสุนัขจิ้งจอกจะยิ่งขนฟูน่ารักเป็นพิเศษ นอกจากการเดินเล่นดูน้องๆ แล้ว หากใครอยากสัมผัสหรือถ่ายรูปน้องจิ้งจอกก็สามารถทำได้ โดยจะมีเจ้าหน้าที่คอยให้คำแนะนำและมีบริการถ่ายรูปให้ด้วย ที่นี่ยังมีจุดที่สามารถให้อาหารจิ้งจอกได้ และหากใครอยากได้ของที่ระลึกติดไม้ติดมือกลับบ้านไปก็มีของฝากมากมายให้ได้เลือกซื้อกัน อย่างเช่นตุ๊กตาจิ้งจอกกอดกันในภาพด้านล่างนี้ น่ารักมากเลยใช่ไหมทุกคน

ตลาดเช้าเซ็นได

มาต่อกันที่ ตลาดเช้าเซ็นได ซึ่งเปรียบได้กับครัวของเซ็นไดเลยทีเดียว ที่นี่มีมาตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 นับว่าเป็นตลาดที่เก่าแก่มาก ภายในที่ร้านค้ามากกว่า 70 ร้าน สามารถมาจับจ่ายซื้อผักผลไม้ท้องถิ่น รวมไปถึงเนื้อสัตว์และอาหารทะเลต่างๆ กันได้


อาหารน่าสนใจที่สาวแซ่บและอปลุงพามาชิมคือ “จากะจากะโคร็อกเกะ” เป็นโคร็อกเกะที่ทอดสดใหม่ เมื่อกัดเข้าไปจะได้สัมผัสกรุบกรอบและรสชาติหวานจากมันที่อยู่ข้างใน และยังมี “ซุนดะโมจิ” (すんだ餅) ซุนดะคือถั่วแระ ซึ่งเป็นของกินท้องถิ่นประจำจังหวัดอิวาเตะเลย สัมผัสนุ่มๆ ของโมจิกับซุนดะที่หวานกำลังดีนั้นช่างเข้าแบบสุดๆ นอกจากอิ่มอร่อยที่ตลาดเช้าเซ็นไดแล้ว ที่นี่เรายังสามารถเห็นวิถีชีวิตของคนญี่ปุ่นในอีกรูปแบบได้ด้วยนะ

ของที่ต้องทานหากมาที่จังหวัดมิยางิ!

ซาซะคามาโบโกะ (笹かまぼこ)

มาต่อกันที่ “Kawamachi Terrace Yuriage” ซึ่งเป็นสถานที่เปิดใหม่เมื่อปี 2019 ที่นี่สาวแซ่บและอปลุงพาเราไปที่ร้าน Sasaki ของกินจำหน่าย ซาซะคามาโบโกะ (笹かまぼこ) หรือลูกชิ้นปลาเสียบไม้ ซึ่งเราสามารถลองย่างทานเองได้ด้วย ซึ่งถ้ามาในหน้าหนาวจะฟินมาก เพราะได้พักเหนื่อยนั่งทานของอร่อยอยู่หน้าเตาอุ่นๆ สัมผัสของเจ้าซาซะคามาโบโกะจะหนึบแบบลูกชิ้นปลา มีกลิ่นหอมจากการย่างร้อนๆ ทานไปย่างไปก็ฟินไปเลยสิคะ

Ichiko Milk


อีกร้านที่น่าสนใจไม่แพ้กันก็คือ “Ichibiko Strawberry cafe” ร้านนี้มีเมนูของหวานที่มีสตรอว์เบอร์รี่เป็นส่วนประกอบมากมาย ซึ่งครั้งนี้สาวแซ่บเลือกเมนู Ichiko Milk หรือนมสดสตรอว์เบอร์รี่มาลองค่ะ

ตัดภาพมาที่สตูดิโอฝั่งญี่ปุ่น ซึ่งสาวแซ่บและอปลุงมาร่วมไลฟ์กับเราด้วยในครั้งนี้ ก็มีมาสคอตประจำจังหวัดมิยางิอย่างน้อง มุซุบิมารุ (むすびまる) โผล่มาทักทายทุกคนด้วย มุซุบิ แปลว่า ข้าวปั้น น้องเลยมีหัวเป็นข้าวปั้นอย่างที่เห็นค่ะ ซึ่งข้าวปั้นเนี่ยเป็นสัญลักษณ์ของความอุดมสมบูรณ์ด้านอาหารการกินของจังหวัดมิยางิเลยนะ

เที่ยวเมืองเซ็นไดกับ “นัท” จากเพจ No Plan Trip และ “สาวแซ่บและอปลุง” จากเพจ ครบเครื่องเรื่องญี่ปุ่น

มาถึงสถานที่สุดท้ายคือเมืองเซ็นได เพื่อนๆ รู้ไหมว่าเราสามารถบินตรงจากไทยมาลงที่เมืองเซ็นไดได้เลยนะ! แถมชาวเมืองเซ็นไดก็น่ารักกับคนไทยมากๆ เพราะถ้าเป็นช่วงที่สถานการณ์ปกติในทุกๆ ปีจะมีจัดเทศกาล Thai Festival ด้วย เป็นอีกเมืองที่ควรปักหมุดมาเที่ยวให้ได้เลยนะ ถ้าพร้อมแล้วไปดูกันเลย Let’s Go!

sendai Umino Mori Aquarium

Nut Sendai Umino Mori Aquarium

นัทได้พาเราทัวร์ Sendai Umino Mori Aquarium กันแบบสดๆ พร้อมกับไกด์ญี่ปุ่น ที่นี่เป็นพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่ใหญ่ที่สุดในโทโฮคุ ภายในมีการจำลองโลกใต้ท้องทะเลที่จังหวัดมิยางิ มีตู้ปลาขนาดใหญ่ยักษ์ และมีการจำลองการเลี้ยงหอยนางรมให้ชมด้วยเนื่องจากเมืองเซ็นไดมีชื่อเสียงเรื่องหอยนางรมมากๆ นอกจากนี้ยังมีลานโชว์ปลาโลมา และมีชินอานาโกะ หรือปลาไหลทะเลตัวจิ๋ว เป็นสัตว์ทะเลน่ารักที่เด็กๆ ชื่นชอบและถูกนำไปทำตุ๊กตาที่นัทถือพาทัวร์ในครั้งนี้ด้วย ใครที่ชอบอควาเรียมอาจจะไม่ต้องไปที่จังหวัดโอกินาว่าที่เดียวก็ได้ เพราะอควาเรียมของเซ็นไดก็อลังการไม่แพ้กันเลยค่ะ

Nut Sendai

สวนผลไม้ที่ใหญ่ที่สุดในเซ็นได JR Fruits Sandai ARAHAMA

KKJ JR Fruit Park
สถานที่ต่อไปในเซ็นได สาวแซ่บและอปลุงพาเราไปเก็บสตรอว์เบอร์รี่ที่ JR Fruits Sandai ARAHAMA สวนผลไม้ที่เพิ่งเปิดเมื่อเดือนมีนาคม 2021 ที่ผ่านมานี้เอง สตรอว์เบอร์รี่ของที่นี่มีถึง 4 สายพันธุ์ แต่จะมี 2 สายพันธุ์ที่ต้องลองให้ได้คือ “พันธุ์นิโกะนิโกะ” และ “พันธุ์โมอิกโกะ” เพราะเป็น 2 สายพันธุ์ที่โดดเด่นของจังหวัดมิยางินั่นเอง


หลังจากที่เก็บผลไม้เสร็จแล้วก็สามารถมานั่งพักได้ที่ “คาเฟ่เลอ ปอม” (Les Pommes) ที่นี่มีเมนูสตรอว์เบอร์รี่พาเฟ่ต์ที่อัดแน่นด้วยสตรอว์เบอร์รี่สดๆ จากฟาร์ม ใครชอบสตรอว์เบอร์รี่ขอบอกเลยว่าห้ามพลาด!


นอกจากนี้ยังมี “ร้านของฝากอาราฮามะ มาร์เช่” (Arahama Marche) ที่จำหน่ายของฝากต่างๆ เช่น เครื่องปรุงรสต่างๆ, DATECHA ขนมช็อกโกแลตชาเขียวที่ด้านในเป็นสตรอว์เบอร์รี่ลูกโต เป็นต้น และสำหรับใครที่อยากซื้อสตรอว์เบอร์รี่กลับไปฝากหรือเป็นสายขี้เกียจเดินเก็บในฟาร์มเอง (ฮา) สามารถเลือกซื้อสตรอว์เบอร์รี่สายพันธุ์นิโกะนิโกะที่แพ็กใส่กล่องไว้อย่างเรียบร้อยกลับบ้านไปได้เลย

สายเนื้อต้องห้ามพลาดกับของเด็ดเมืองเซ็นได!

ลิ้นวัว


สำหรับคนที่ชอบทานเนื้อวัว หากพูดถึงอาหารที่ขึ้นชื่อของเซ็นไดก็ต้องไม่พลาด “ลิ้นวัว” หรือ “กิวตัน (牛タン)” เพราะลิ้นวัวของที่นี่ขึ้นจนเป็นที่รู้กันไปทั่วประเทศเลยทีเดียว ครั้งนี้สาวแซ่บกับอปลุงพาพวกเราไปที่ร้าน “Steak House Iseya” และลองสั่งชุดอาหารที่มีทั้งเนื้อและลิ้นวัวของเซ็นไดมาลิ้มลอง ซึ่งวัวที่ใช้เป็น “พันธุ์คุโระเกะวากิว” (วัวสายพันธุ์ขนดำ) เมื่อทานเข้าไปแล้วทั้งคู่บอกว่าลิ้นวัวนุ่มมาก และมีไขมันของเนื้อแทรกอยู่ในทุกอนู อร่อยมากทุกคำเลยล่ะ

KKJ Gyutan

ออนเซ็นฟินๆ ของเมืองเซ็นได

อะคิอุออนเซ็น (秋保温泉)


มาที่สถานที่สุดท้ายของเมืองเซ็นไดคือ อะคิอุออนเซ็น (秋保温泉) ซึ่งเป็นออนเซ็นที่ดังมากในเมืองเซ็นไดและมีประวัติยาวนานถึง 1,500 ปี ว่ากันว่าท่านไดเมียว “ดาเตะ มาซามูเนะ” ก็เคยมาแช่ออนเซ็นที่นี่ด้วย!

หุบเขาไรไรเคียว (磊々峡)

KKJ Rairaikyoนอกจากออนเซ็นที่ดีแล้ว ที่เซ็นไดก็ยังมี หุบเขาไรไรเคียว (磊々峡) ที่มีวิวสุดอลังการแบบต้องไปชมด้วยตาของตัวเองสักครั้ง โดยหนึ่งในไฮไลท์ของที่นี่คือ “หลุมรูปหัวใจ” ที่สามารถมาขอพรเรื่องความรักได้

ที่นี่ยังมี “โรงแรมเซ็นได อะคิอุ ออนเซ็น ซะกัง” ให้ทุกคนมาพักผ่อนกับบรรยากาศโรงแรมสไตล์ญี่ปุ่นและคลายความเมื่อยล้าตลอดทั้งวันในออนเซ็นของโรงแรม ที่ช่วยฟื้นฟูผิวและมีกลิ่นหอมจากไม้สนฮิโนกิอีกด้วย

KKJ Sendai Akiu Hot Spring

ก็จบกันไปแล้วกับ 2 จังหวัด กับอีก 1 เมือง ที่น่าท่องเที่ยวในญี่ปุ่น เป็นไงบ้างคะทุกคน อยากลองไปดูบ้างหรือยังคะ แต่สถานที่เที่ยวในภูมิภาคโทโฮคุยังไม่หมดเพียงเท่านี้นะคะ พบกันต่อใน EP.3 กับอีก 2 จังหวัดสุดท้ายคือจังหวัดฟุกุชิม่าและจังหวัดยามากาตะในภูมิภาคโทโฮคุค่า

ชมความสนุกแบบจัดเต็มในไลฟ์กันได้ที่นี่!

สรุปเนื้อหาจาก : เที่ยวทิพย์สุดฟิน สนุกสุดเฟี้ยว in โทโฮคุ
ผู้เขียน : S.wst