10 สุดยอดสถานที่ท่องเที่ยวใน “นางาซากิ” ที่ไม่ไปไม่ได้!!!

นางาซากิเป็นจังหวัดที่อยู่ในภูมิภาคคิวชูทางตอนใต้ของญี่ปุ่น ในอดีตเป็นเมืองท่าที่สำคัญทำให้กลายเป็นแหล่งที่รวมเอาวัฒนธรรมต่างชาติจากทั้งจีนและยุโรปมาผสมผสานไว้อย่างลงตัว ในขณะเดียวกันก็เป็นที่ตั้งของสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติทั้งภูเขาและทะเล และเป็นเมืองประวัติศาสตร์หลังจากระเบิดปรมาณูถูกทิ้งลงมาที่นี่ในสงครามโลกครั้งที่สอง ทำให้นางาซากิเต็มไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากมาย ถ้าพร้อมแล้วเรามาดูที่เที่ยว 10 แห่งที่ห้ามพลาดเมื่อไปเที่ยวนางาซากิกันเลย!

1. สวนโกลฟเวอร์ (グラバー園)

 

View this post on Instagram

 

A post shared by グラバー園(glovergarden) (@glovergarden) on

สวนโกลฟเวอร์ เป็นสวนที่ตั้งบ้านของ Thomas Blake Glover พ่อค้าชาวสก็อตที่เดินทางมาค้าขายที่นางาซากิในสมัยเมจิ บ้านของเขาและผู้ที่เกี่ยวข้องจัดเป็นหนึ่งในกลุ่มอาคารสไตล์ยุโรปมีชื่อเสียงที่กระจัดกระจายอยู่ตามจุดต่าง ๆ ภายในเมือง ตัวสวนตั้งอยู่บนภูเขาสูง ทำให้สามารถมองเห็นวิวของเมืองรวมถึงอ่าวและท่าเรือที่อยู่เบื้องล่างได้ด้วย

ระหว่างเดินดูสวนถ้าสังเกตดี ๆ อาจจะเจอหินรูปหัวใจซ่อนอยู่ก็ได้ สำหรับคู่รักแล้วสวนโกลฟเวอร์จึงเป็นสถานที่ยอดนิยมด้วยเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะกลางเดือนกรกฎาคมไปจนถึงต้นเดือนตุลาคมที่จะมีไฟประดับสวยงาม ทำให้ยิ่งโรแมนติกเป็นพิเศษ

2. โบสถ์โอระ (大浦天主堂)

โบสถ์โอระถูกสร้างขึ้นช่วงปลายสมัยเอโดะในปีค.ศ. 1864 เพื่ออุทิศให้กับชาวคริสต์ 26 คนที่ถูกประหารชีวิตโดยการตรึงกับไม้กางเขน โดยสร้างให้โบสถ์หันไปทางทิศตะวันตกซึ่งเป็นทิศที่ทุกคนเสียชีวิต ว่ากันว่านี่เป็นโบสถ์คริสต์ที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศญี่ปุ่นเลยทีเดียว

เมื่อก้าวเข้าไปในโบสถ์พบกับเห็นกระจกสี (Stained Glass) บานใหญ่ที่มีความกว้าง 1.5 เมตร ยาว 3 เมตร อยู่ตรงกลาง ส่วนที่ด้านข้างทั้งสองฝั่งรวมถึงด้านหลังก็มีกระจกสีเรียงรายอยู่มากมายเช่นกัน

3. Huis Ten Bosch (ハウステンボス)

 

View this post on Instagram

 

A post shared by ハウステンボス Huis Ten Bosch (@huistenbosch_official) on

ถ้าพูดถึงนางาซากิ หลายคนคงจะนึกถึงที่นี่เป็นที่แรก ๆ และเราก็อยากแนะนำที่นี่เป็นที่แรก ๆ ด้วยเหมือนกัน! Huis Ten Bosch ตอนกลางวันมีทุ่งดอกไม้สวย ๆ ให้ได้ชม ส่วนตอนกลางคืนจะกลายเป็นที่แสดงไฟอิลูมิเนชั่นสุดตระการตาที่พลาดไม่ได้เลยจริง ๆ

แค่ชมวิวสวย ๆ ยังไม่พอ ที่นี่ยังมีกิจกรรมสนุก ๆ อีกมากมาย และสำหรับใครที่อยากอยู่เที่ยวทั้งกลางวันกลางคืน หรืออยู่มากกว่าหนึ่งวันแล้วละก็ ที่นี่ก็มีโรงแรมด้วย เพราะงั้นก็มาเที่ยวเล่นกันให้เต็มที่เลยดีกว่า!

4. สวนสันติภาพนางาซากิ (平和公園)

สวนที่สร้างขึ้นหลังสงครามโลกครั้งที่สองเพื่อเป็นอนุสรณ์ให้ทุกคนรำลึกถึงความโหดร้ายของสงคราม สวนแห่งนี้นอกจากจะเป็นสถานที่ที่ผู้คนมาแสดงความรำลึกและสวดมนต์ขอพรแล้ว ยังเป็นที่เดินเล่นพักผ่อนเหมือนกับสวนสาธารณะทั่วไปอีกด้วย รูปปั้นใหญ่ในสวนที่ทำท่าแปลก ๆ นี้ก็มีความหมายซ่อนอยู่ มือขวาที่ชี้ขึ้นฟ้าหมายถึงระเบิดปรมาณู ส่วนมือซ้ายสื่อถึงสันติภาพนั่นเอง

ถ้ามีโอกาสได้ไปเที่ยวนางาซากิ สวนสันติภาพก็เป็นสถานที่หนึ่งที่จะทำให้เราได้หลีกหนีจากความวุ่นวายในเมืองใหญ่มาทำใจให้สงบแล้วนึกย้อนกลับไปในอดีต และตระหนักถึงความสำคัญของสันติภาพในเวลาเดียวกัน

5. พิพิธภัณฑ์ปรมาณูนางาซากิ (長崎原爆資料館)

 

View this post on Instagram

 

A post shared by 中山昌大 (@nakamasagram) on

พิพิธภัณฑ์เกี่ยวกับระเบิดปรมาณูที่ถูกทิ้งลงกลางเมืองนางาซากิในสงครามโลกครั้งที่สอง เรื่องราวต่าง ๆ ที่ถูกบอกเล่าและจัดแสดงอยู่ที่นี่อาจทำให้เราคิดไม่ถึงว่าประเทศที่ทุกวันนี้ดูสงบสุขอย่างญี่ปุ่นจะเคยพบกับความเจ็บปวดทุกข์ทรมานถึงเพียงนั้น อาจจะค่อนข้างหดหู่ แต่ก็ทำให้เราได้ตระหนักและเรียนรู้ประวัติศาสตร์ของผู้คนและเมืองนี้ได้

6. ภูเขาอินาสะ (稲佐山)

ภูเขาอินาสะมีความสูง 333 เมตร เทียบเท่ากับความสูงของโตเกียวทาวเวอร์ จากเชิงเขามีกระเช้าให้นักท่องเที่ยวนั่งขึ้นไปบนยอดเพื่อชมวิวเมืองนางาซากิจากมุมสูงได้

หากมองจากกล้องส่องทางไกลบนยอดเขาจะเห็นเมืองนางาซากิและท่าเรือได้อย่างชัดเจน ซึ่งวิวยามค่ำคืนของที่นี่ได้ชื่อว่าเป็นวิวกลางคืนที่สวยที่สุด 1 ใน 3 ของญี่ปุ่น และมีชื่อเรียกว่าอีกชื่อหนึ่งว่า “วิวกลางคืน 1 ล้านดอลล่าร์” วิวแพงขนาดนี้ห้ามพลาดเลยเชียว

นอกจากนี้ที่นี่ยังมีลานวิ่งเล่นสำหรับสุนัขและสวนสาธารณะด้วย ถ้าจะมาเดินเล่นในสวนก่อนพระอาทิตย์ตกระหว่างรอชมวิวก็เป็นไอเดียที่ไม่เลวเลย

7. น้ำพุร้อนอุนเซน (雲仙地獄)

สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญในคาบสมุทรชิมาบาระ (ทางทิศตะวันออกของเมืองนางาซากิ) บริเวณโดยรอบอบอวลไปด้วยกลิ่นของกำมะถันที่ลอยขึ้นมากับไอน้ำร้อน ๆ จากใต้ดิน ราวกับเป็นนรกบนดินดี ๆ นี่เอง

ถึงบอกว่าเป็นนรก แต่ถ้าได้ลงแช่ออนเซ็นแล้วละก็นรกขุมนี้จะกลายเป็นสวรรค์ในทันใด ใครที่อยากจะเยียวยาร่างกายและจิตใจ น้ำพุร้อนอุนเซนนี้ก็เป็นอีกที่หนึ่งที่ห้ามพลาดเลย ยิ่งไปกว่านั้นในฤดูใบไม้ร่วง แถวนี้ยังเป็นจุดชมใบไม้เปลี่ยนสียอดเยี่ยมลำดับต้น ๆ ของนางาซากิเลยด้วย

8. กุนคันจิมะ/เกาะฮาชิมะ (軍艦島/端島)

เกาะนี้หลายคนน่าจะรู้จักในชื่อ “เกาะฮาชิมะ” เกาะร้างที่โด่งดังจากการใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์มากมาย ในอดีตเกาะแห่งนี้เคยถูกใช้เป็นเหมืองถ่านหินและบ้านพักของคนงานมาก่อน จนกระทั่งถูกทิ้งร้างไปโดยที่ยังคงมีซากปรักหักพังของอาคารต่าง ๆ หลงเหลืออยู่ และกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าค้นหาสำหรับผู้ที่ชื่นชอบอาคารเก่าทิ้งร้างและบรรยากาศชวนขนลุก

เกาะฮาชิมะอยู่ห่างจากเกาะหลักนางาซากิประมาณ 15 กิโลเมตร ถึงแม้ว่าตัวเกาะจะดูทะมึนและน่ากลัวอยู่บ้าง แต่วิวทะเลโดยรอบเกาะนั้นสวยงามมากทีเดียว

9. เดจิมะ (出島)

 

View this post on Instagram

 

A post shared by 九州観光旅行情報 (@kyushu_tourism_information) on

เดจิมะเป็นสถานที่แรก ๆ ที่คนญี่ปุ่นนึกถึงเมื่อพูดถึงนางาซากิ เพราะนี่คือเกาะที่มนุษย์สร้างขึ้นในอ่าวนางาซากิตั้งแต่ปีค.ศ. 1634 เพื่อใช้เป็นที่พักของชาวตะวันตกที่เข้ามาติดต่อค้าขายกับญี่ปุ่น ในเวลาต่อมาได้มีการรีโนเวทเกาะใหม่โดยเชื่อมเข้ากับแผ่นดินใหญ่และทำเป็นชุมชนที่อนุรักษ์บ้านเรือนแบบดั้งเดิมเอาไว้ เมื่อก้าวเท้าเข้าไปในเดจิมะจึงแทบจะรู้สึกเหมือนย้อนเวลากลับไปในอดีตเลยก็ว่าได้ ใครอยากถ่ายรูปกับตึกโบราณในบรรยากาศย้อนยุคต้องมาที่นี่

10. สะพานแว่นตา (眼鏡橋/めがね橋)

สะพานแว่นตานี้ไม่ต้องอธิบายก็คงพอเดาได้ว่าชื่อนี้ได้แต่ใดมา เงาในน้ำที่สะท้อนกับส่วนโค้งของสะพานนั่นเองที่ทำให้สะพานหินนี้ดูเหมือนกับแว่นตาทรงกลมของแฮร์รี่ พอตเตอร์ไม่มีผิด นอกจากนี้บริเวณที่ตั้งของสะพานก็ยังคงลักษณะเด่นของบ้านเมืองนางาซากิสมัยก่อนเอาไว้ ดังนั้นแม้ว่าจะเป็นแค่สะพานเล็ก ๆ แต่ก็มีเสน่ห์ไม่แพ้สถานที่ท่องเที่ยวไหน ๆ และก็เช่นเดียวกับที่สวนโกรฟเวอร์คือ ถ้าดูดี ๆ จะเจอหินรูปหัวใจซ่อนอยู่ท่ามกลางหินทรงสี่เหลี่ยมที่เรียงอยู่ริมขอบแม่น้ำด้วย แถมตอนกลางคืนยังมีไฟประดับอีกต่างหาก ที่จริงนางาซากิก็โรแมนติกไม่เบาเลยนะ

เมืองประวัติศาสตร์หลากหลายวัฒนธรรมอย่างนางาซากิเป็นอีกจังหวัดหนึ่งที่ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง ใครกำลังจะไปเที่ยวคิวชู อย่าลืมเพิ่มจังหวัดนางาซากิเข้าไปในลิสต์ด้วยนะคะ