นั่งรถไฟ JR ไปชมใบไม้เปลี่ยนสีรอบสถานี “นากาโนะ-นีงาตะ”

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าหนึ่งในฤดูกาลยอดนิยมสำหรับการไปเที่ยวญี่ปุ่นก็คือฤดูใบไม้ร่วง ที่ญี่ปุ่นมีวิวและจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีมากมายจนนับไม่ไหว คราวนี้เราขอคัดจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีเน้น ๆ ตามเส้นทางรถไฟ 4 เมือง จาก 2 จังหวัด “นากาโนะ-นีงาตะ” ให้ทุกคนได้รู้จักกัน ซึ่งเพื่อน ๆ สามารถเดินทางไปเก็บได้ตามเส้นทางรถไฟ JR เลย ถ้าพร้อมแล้วก็ไปกัน!

รอบสถานีนากาโนะ

หากนั่งรถไฟชินคันเซ็นโดยสตาร์ทที่โตเกียวจะใช้เวลาเพียงประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่งในการเดินทางไปจังหวัดนากาโนะ ซึ่งเต็มไปด้วยที่ราบสูงและภูเขา สำหรับจุดหมายแรกนี้เราจะต้องเดินทางโดยรถยนต์ต่อเพื่อไปยังสถานที่ท่องเที่ยวเด่น ๆ ที่อยู่ห่างจากสถานีรถไฟออกไป

ฮาคุบะ (白馬)

ฮาคุบะ

ฮาคุบะตั้งอยู่ในเทือกเขาแอลป์ในจังหวัดนากาโนะ นักสกีทั้งหลายต้องรู้จักที่นี่เป็นอย่างดี เพราะในฤดูหนาวทั่วทั้งหุบเขาจะถูกปกคลุมด้วยหิมะสีขาวโพลน กลายเป็นลานสกี-สโนว์บอร์ดชั้นเลิศ แต่ความจริงแล้วฤดูใบไม้ร่วงก็เป็นอีกหนึ่งฤดูกาลที่น่าไปเยือนฮาคุบะ ปรากฏการณ์ซันดันโคโย (ซันดันโคโย) หรือวิวของใบไม้เปลี่ยนสีสลับใบไม้สีเขียวและสีขาวบนยอดเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะบาง ๆ จะเปลี่ยนอิมเมจเดิมที่เพื่อน ๆ มีต่อฮาคุบะไปเลย

โทงาคุชิ (戸隠)

โทงาคุชิ

โทงาคุชิ ภูเขาศักดิ์สิทธิ์แห่งตำนานเทพเจ้า เป็นที่ตั้งของศาลเจ้าโทงาคุชิ (戸隠神社) ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน ในฐานะที่เป็นสถานที่ประกอบพิธีกรรมบนเส้นทางแสวงบุญตั้งแต่สมัยเฮอันมาจาถึงทุกวันนี้ นอกจากนี้ยังมีบ่อน้ำคางามิอิเคะ (鏡池) ที่แปลว่า “บ่อน้ำกระจกเงา” เป็นจุดชมวิวชั้นเยี่ยมในฤดูใบไม้ร่วงที่เพื่อน ๆ จะได้ชมทิวทัศน์ของภูเขาสีส้มแดงที่สะท้อนกับผืนน้ำอย่างงดงามด้วย

ชิกะโคเกน (志賀高原)

ชิกะโคเกน

อีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงจากลานสกีในฤดูหนาว มีสกีรีสอร์ทมากถึง 18 รีสอร์ท ส่วนในฤดูใบไม้ร่วงนั้นโดดเด่นด้วยทัศนียภาพของทุ่งโล่งกว้างสีโทนร้อน ตัดกับอากาศที่เริ่มเย็นและบ่อน้ำรอบ ๆ จากสถานีนากาโนะนั่งรถบัสหรือรถยนต์ใช้เวลาแค่ประมาณครึ่งชั่วโมง ใครที่เป็นสายธรรมชาติ ชอบเดินป่าผจญภัย ต้องไปเยือนให้ได้สักครา!

รอบสถานีมัทสึโมโตะ

เดินทางต่อมาที่สถานีมัทสึโมโตะ ศูนย์รวมของประวัติศาสตร์ ธรรมชาติ และวัฒนธรรม เรามาดูกันว่ารอบ ๆ มีสถานที่ท่องเที่ยวไหนบ้างที่น่าสนใจ

ปราสาทมัทสึโมโตะ (松本城)

ปราสาทมัทสึโมโตะ

ปราสาทสีดำทะมึนที่มีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “ปราสาทอีกา” เป็นหนึ่งในปราสาทเก่าแต่ดั้งเดิมที่คงสภาพสมบูรณ์และสวยงามมากที่สุดของญี่ปุ่นมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 17 จากบริเวณปราสาทสามารถมองเห็นวิวของเทือกเขาแอลป์ด้านหลัง และใบไม้เปลี่ยนสีทั้งจากต้นไม้ภายในปราสาทและบนเขาได้ โดยจากสถานีมัทสึโมโตะใช้เวลาเดินแค่ประมาณ 15 นาทีก็ถึงแล้ว

คามิโคจิ (上高地)

คามิโคจิ

หนึ่งในสถานที่ชมวิวภูเขาและธรรมชาติในป่าที่งดงามมากที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น โดยเป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติชูบุ ซันงากุ (中部山岳国立公園) วิวของใบไม้ในฤดูใบไม้ร่วงที่นี่สวยงามอย่าบอกใคร จากสะพานคัปปะบาชิ (河童橋) สามารถชมวิวเทือกเขาโฮทะกะ (穂高岳) และยอดเขายะเคะ (焼岳) ได้ด้วยตาเปล่าเลยนะ

รอบสถานีคารุอิซาวะ

คารุอิซาวะมีชื่อเสียงเรื่องรีสอร์ทและบ้านพักตากอากาศ โดยมีสถานีรถไฟที่เชื่อมต่อกับชินคันเซ็นทำให้เดินทางสะดวกมาก ๆ สามารถเดินทางต่อไปชมใบไม้แดงท่ามกลางธรรมชาติ ณ สถานที่ท่องเที่ยวเด่น ๆ ได้หลายแห่ง

น้ำตกชิราอิโตะ (白糸滝)

 

View this post on Instagram

 

A post shared by Chibitabi (@chibitabi) on

น้ำตกชิราอิโตะตั้งอยู่ในป่าทางทิศเหนือของเมืองคารุอิซาวะ ชื่อ “ชิราอิโตะ” มีความหมายว่า “น้ำตกด้ายสีขาว” ซึ่งเป็นการอธิบายลักษณะของน้ำตกที่ไหลลงมาเป็นเส้นคล้ายผ้าม่านสีขาวนั่นเอง ซึ่งใบไม้ที่เปลี่ยนสีในช่วงปลายเดือนตุลาคมก็ทำให้น้ำตกนี้ยิ่งมีเสน่ห์น่าค้นหามากขึ้นหลายเท่าตัว

สระคุโมบะ (雲場池)

บึงคุโมบะ

ไม่รู้ว่าจะมีใครคิดเหมือนกันหรือเปล่า แต่ผู้เขียนคิดว่าการชมธรรมชาติใกล้ ๆ กับแหล่งน้ำนั้นช่วยเยียวร่างกายและจิตใจได้ดีจริง ๆ สระน้ำคุโรบะเป็นอีกจุดชมวิวใบไม้เปลี่ยนสีที่ได้รับความนิยมจากชาวคารุอิซาวะ ในวันที่อากาศดี เพื่อน ๆ จะได้เห็นวิวใบไม้แดงตัดกับท้องฟ้าสะท้อนน้ำราวกับภาพวาด สวยงามแถมช่วยฮีลได้ดีสุด ๆ

คุซัทสึออนเซ็น (草津温泉)

คุซัทสึออนเซ็น

คุซัทสึออนเซ็นเป็นเมืองออนเซ็นในจังหวัดกุมมะ แต่จากสถานีคารุอิซาวะก็สามารถนั่งรถไฟได้ไม่ยากโดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 40 นาที ที่นี่มีปริมาณน้ำพุร้อนที่ผุดออกมาเองโดยธรรมชาติมากที่สุดในญี่ปุ่น และมีวัฒนธรรมออนเซ็นดั้งเดิมที่เรียกว่า ยูโมมิ (湯もみ) ซึ่งเป็นการกวนน้ำด้วยไม้พายเพื่อลดอุณหภูมิลง รอบ ๆ คุซัทสึออนเซ็นมีร้านอาหารมากมาย หากเพื่อน ๆ หลงใหลในออนเซ็นอยู่แล้วญี่ปุ่นละก็ ห้ามพลาดเลย

รอบสถานีนีงาตะ

นีงาตะเป็นแหล่งปลูกข้าวที่เปี่ยมล้นทั้งปริมาณและคุณภาพ หากเดินทางด้วยรถไฟชินคันเซ็นมาลงที่สถานีนีงาตะ จะสามารถเดินทางต่อไปยังสถานที่ชมใบไม้แดงที่โดดเด่นดังต่อไปนี้ได้

ภูเขาทานิงาวะ ดาเคะ (谷川岳)

ภูเขาทานิงาวะดาเคะ

ภูเขาสูงที่อยู่ระหว่างชายแดนยังหวัดนีงาตะและจังหวัดกุมมะ ที่นี่มีกระเช้าลอยฟ้าที่เพื่อน ๆ สามารถขึ้นไปชมวิวทิวทัศน์งามอันงดงามของใบไม้เปลี่ยนสีบนภูเขาจากมุมสูงแบบพาโนรามาได้อย่างจุใจเป็นเวลา 15 นาที

สวนยาฮิโกะ (弥彦公園)

 

View this post on Instagram

 

A post shared by lucky_field (@lucky_field_graphy) on

สวนสาธารณะแห่งนี้เป็นจุดชมใบไม้แดงที่ได้รับความนิยมมากจากทั้งคนท้องถิ่นและต่างชาติ โดดเด่นด้วยต้นเมเปิ้ลหลากสายพันธุ์ที่พร้อมใจกันเปลี่ยนเป็นสีแดงสดในฤดูใบไม้ร่วง ทำให้สวนแห่งนี้ได้รับการขนานนามว่า Maple Velley ที่นี่มีจุดที่เป็นไฮไลท์ของสวนคือ บริเวณสะพานแดงที่ทอดยาวข้างสระน้ำ ซึ่งเป็นจุดที่ผู้คนนิยมไปถ่ายรูปกันมากที่สุด

เป็นยังไงบ้างกับที่เที่ยวชมใบไม้แดงสวย ๆ รอบสถานีในจังหวัดนากาโนะ-นีงาตะ จากโตเกียวเราสามารถนั่งรถไฟ JR ไปได้ง่าย ๆ โดยใช้ JR East Pass (Nagano-Niigata Area) หากนั่งชินกันเซ็นจะใช้เวลาเพียงประมาณหนึ่งชั่วโมงครึ่งถึงจังหวัดนากาโนะ และประมาณสองชั่วโมงครึ่งถึงจังหวัดนีงาตะเท่านั้น แพลนเที่ยวญี่ปุ่นดูใบไม้แดงครั้งหน้า อย่าลืมเพิ่มนากาโนะและนีงาตะไว้ในลิสต์ must go กันด้วยล่ะ!

รายละเอียดเพิ่มเติม: JR EAST NAGANO-NIIGATA AREA