ตามติดทริปตะลุยนางาโนะ-นีงาตะสุดหลั่นล้ากับ “มะม่วง” ยูทูบเบอร์ญี่ปุ่นหัวใจไทย DAY 5

เข้าสู่วันที่ 5 ของทริปตะลุยนางาโนะ-นีงาตะไปกับ Kenji หรือคุณมะม่วง ยูทูปเบอร์ญี่ปุ่นหัวใจไทย เจ้าของเพจ “ญี่ปุ่นมั้ย いーぷんまい?” แล้ว ใครตามไม่ทันความสนุกเมื่อวานตามไปเก็บตกกันก่อนได้ที่นี่ ถ้าพร้อมกันแล้วก็ออกลุยกันต่อเลย

Day 5 ชมวิวธรรมชาติ ลิ้มรสชาติคัตสึด้ง ชิมช็อปหลากของอร่อยจากฟาร์ม นั่งมองทะเลสาบยามเย็น

ชมแอ่งพระจันทร์เสี้ยวที่ Senjoujiki Cirque

ทุกคน! โอเก็งกิเดสกา เข้าสู่ทริปวันที่ 5 แล้วยังสดชื่นสดใสกันอยู่หรือเปล่า วันนี้มะม่วงจะพาไปซึมซับธรรมชาติกันแต่เช้าเลย เราขับรถออกจากที่พักไปประมาณครึ่งชั่วโมงก็จะถึงสถานที่ขึ้นกระเช้าไปยอดเขาสูงถึง 2,612 เมตรเพื่อชมแอ่งพระจันทร์เสี้ยว Senjoujiki Cirque แอ่งกลม ๆ รูปร่างคล้ายถ้วยที่เกิดจากการกัดเซาะของธารน้ำแข็งเมื่อ 2 หมื่นปีที่แล้ว ซึ่งเท่ากับช่วงสุดท้ายของยุคน้ำแข็งพอดีเลย โห ตอนนั้นมะม่วงน่าจะยังเป็นวุ้นอยู่เลยนะ

senjojiki ski

พอลงจากกระเช้าจะเห็นวิวทิวทัศน์ธรรมชาติกว้างใหญ่ ใครอยากออกแรงสักหน่อยก็มีทางเดินให้เดินเล่นใช้เวลาประมาณ 40 นาที ตอนนี้เป็นช่วงฤดูหนาวมีหิมะปกคลุมเต็มไปหมด แนะนำว่าควรใส่รองเท้าสำหรับเดินบนหิมะมานะ ซึ่งวันนี้มะม่วงก็มาเดินสโนว์ชูว์ชิวๆ รับลมหนาวครับ ที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องหิมะที่มีจนถึงช่วงเดือนพฤษภาคม ทำให้ที่นี่เป็นโลเคชั่นสุดฮิตสำหรับคนรักสกี โดยตัวเชิงเขาที่มีลักษณะเป็นแอ่งนี้ทำหน้าที่เป็นสโลปชั้นดีเหมาะกับการเล่นสกีเป็นอย่างยิ่ง

แต่ถ้าใครไม่ชอบอากาศหนาว ๆ จะมาช่วงฤดูอื่นก็ได้ เช่นฤดูใบไม้ผลิซึ่งจะมีต้นซากุระบนไหล่เขาที่จะออกดอกบานสวยงามให้ชมกันได้ระหว่างทางขึ้น Ropeway โดยในช่วงนั้นบนยอดเขาจะยังมีหิมะเหลือให้ชมอยู่ ทำให้สามารถเห็นวิวหิมะและซากุระไปพร้อม ๆ กันได้ หรือจะเป็นฤดูร้อนที่เราจะได้เห็นป่าไม้ภูเขาสีเขียวสดชื่นพร้อมต้นไม้แปลกตาเหมาะกับการเดินเขาเป็นอย่างยิ่ง หรือจะเป็นฤดูใบไม้ร่วงที่เราจะได้เห็นทั้งภูเขาถูกย้อมไปด้วยสีแสดแดงสวยของใบไม้แดง โดยเพื่อน ๆ สามารถเดินชมธรรมชาติในช่วงฤดูร้อนและฤดูใบไม้ร่วงได้ด้วยเส้นทางเดินเขา Senjoujiki Cirque (Senjojiki Cirque Hiking Trail) ที่นอกจากจะมีดอกไม้ภูเขาให้ชมแล้ว ยังมีจุดถ่ายรูปยอดฮิตอย่างบึงเคนกาอิเคะ (Kengaike Pond) และวิวเทือกเขาแอลป์ตอนใต้ของญี่ปุ่นอย่างภูเขาโฮเคน (宝剣岳) เป็นต้น

senjojiki view

แถมที่นี่ยังมีกระเช้าที่เปิดให้บริการทั้งปีด้วย ซึ่งถ้าเป็นวันที่อากาศแจ่มใส เราจะได้เห็นบรรดาน้ำตกที่ติดอันดับน้ำตกที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่นเช่นน้ำตกนากะโกะโชที่เป็นน้ำตก 38 ขั้น! เรียกได้ว่าจะเที่ยวฤดูไหนก็สนุกแถมได้ชมวิวสวย ๆ แน่นอน โดยเฉพาะคนรักการเที่ยวภูเขาก็ห้ามพลาดเลย

Senjoujiki Cirque
พิกัด: 1 Ako, Komagane, Nagano
การเดินทาง: นั่งรถบัสจากสถานีรถไฟ Komagane Ekimae (สาย JR Iida) ประมาณ 40 นาที ลงป้าย Shirabidaira แล้วนั่งกระเช้าต่อไปลงสถานี Senjoujiki
เว็บไซต์: chuo-alps.com

ชิมคัตสึด้งเมนูเด็ดประจำถิ่นที่ร้าน Meijitei

Meijitei Restaurant

พอใช้พลังงานไปกับการเดินสโนว์ชูว์และถ่ายรูปวิวให้เต็มที่บนยอดเขาไปแล้ว ท้องก็เริ่มหิวเป็นธรรมดา มะม่วงใช้เวลาชั่วโมงกว่า ๆ ในการลงจากเขาและเดินทางมาที่ร้าน Meijitei ซึ่งกว่าจะถึงเล่นเอาหิวไส้กิ่วเลย เพราะฉะนั้นเราต้องจัดหนักจัดเต็ม และแน่นอนว่ามะม่วงไม่พลาดโอกาสสั่งของดีประจำถื่น นั่นคือ “คัตสึด้ง (カツ丼)” นั่นเอง

สำหรับใครที่ไม่คุ้นเคยกับเมนูนี้ คัตสึ (カツ) คือการเอาวัตถุดิบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเนื้อสัตว์หรืออาหารทะเลมาชุบแป้งทอด ส่วน ด้ง (丼) คือการเอาตัวกับมาราดข้าวทำเป็นอาหารจานเดียว รวมกันแล้วก็คือข้าวหน้าเนื้อชุบแป้งทอดนั่นเอง

วันนี้มะม่วงเลือกเป็นกุ้งและเนื้อหมูส่วนพอร์คลอยน์ซึ่งเสิร์ฟมาแบบพูนชามมากแบบไม่หวง จัดไปเลยข้าว 400 กรัม! อย่างไรก็ตาม ถ้าเพื่อนๆ ที่เป็นผู้หญิงมาทานอาหารที่นี่อาจจะต้องสั่งแบบข้าวน้อย ๆ หน่อยนะครับ

kenji meijitei katsudon

แต่ที่เด็ดไม่แพ้เครื่องก็คือซอสที่นี่อร่อยสุด ๆ จนถ้าได้ชิมคำหนึ่งแล้วจะหยุดไม่อยู่ ซอสของร้าน Meijitei เป็นสูตรต้นตำรับของร้านที่ใช้เวลานานในการพัฒนาสูตรตามความต้องการของลูกค้าจนได้ซอสสูตรเข้มข้นเฉพาะตัวที่ใช้วัตถุดิบมากถึง 12 ชนิดด้วยกัน ซึ่งซอสนี้เองที่เป็นตัวช่วยให้มะม่วงอร่อยกับบรรดาเนื้อทอดในชามได้จนชิ้นสุดท้าย เพราะรสชาติของซอสนั้นช่วยเสริมความอร่อยให้กับคัตสึด้งได้อย่างลงตัว แต่ในขณะเดียวกันก็ช่วยตัดเลี่ยนรสชาติของเนื้อชุบแป้งทอดได้เป็นอย่างดี ทำให้ข้าวทุกคำนั้นอร่อยจนทานต่อได้เรื่อย ๆ อย่างเต็มที่ บอกเลยว่าเผลอแป๊บเดียวก็หมดชามซะแล้ว

ร้าน Meijitei
พิกัด: มี 4 สาขา ได้แก่ Komagane, Chuo Alps Tozanguchi, Karuizawa, Nagano Eki
การเดินทาง: ดูได้ที่เว็บไซต์ของแต่ละสาขา
เว็บไซต์: meijitei.com
แผนที่: ดูได้ที่เว็บไซต์ของแต่ละสาขา

กินซอฟต์ครีมนมสดจากฟาร์มที่ Komagane Farm

กินอิ่มแล้วก็มาเดินเล่นในฟาร์มเพื่อชิมของหวานและดูของฝากกันสักหน่อยดีกว่า หลังจากขับรถจากร้านอาหารมาประมาณ 10 นาที เราก็มาถึง Komagane Farm ฟาร์มแห่งนี้ตั้งอยู่ในเมืองโคมากาเนะที่โอบล้อมไปด้วยเทือกเขาแอลป์ญี่ปุ่นและแม่น้ำเท็นริวอันอุดมสมบูรณ์ ที่นี่มีโรงงานแปรรูปผลิตภัณฑ์นมซึ่งใช้น้ำนมวัวจากเกษตรกรท้องถิ่น จึงรับประกันความสดใหม่ได้แน่นอน ตอนบ่าย ๆ แบบนี้มะม่วงขอซัดซอฟต์ครีมเป็นของหวานสักหน่อย ซอฟต์ครีมที่นี่ทำจากนมวัวเข้มข้นแถมอร่อยเหมาะกับการเติมพลังตอนบ่ายเป็นที่สุด สมกับที่ เป็นเมนูซิกเนเจอร์ของฟาร์มนี้เลยล่ะ มาแล้วห้ามพลาด อร่อยสุด ๆ !

ใครที่อยากแวะซื้อของฝากกลับไปด้วย ขอแนะนำ Zuzuran House ในฟาร์ม ที่นี่จำหน่ายหลากหลายผลิตภัณฑ์จากนมวัว ไม่ว่าจะเป็นโยเกิร์ต ขนมปัง นมสด และแฮม มีให้เลือกเยอะจนแทบจะเลือกไม่หวาดไม่ไหวเลยละครับ ในจำนวนนี้จะมีสินค้าขายดีได้แก่โยเกิร์ตแบบดื่ม พุดดิ้งนมวัว ชีสรมควัน และไส้กรอก ซึ่งมีขายแบบเป็นเซ็ทของขวัญให้ซื้อติดไม้ติดมึอกลับบ้าน หรือสั่งซื้ออนไลน์ได้ แต่ไม่ว่ายังไง การได้มาเดินเลือกซื้อของอร่อยสดใหม่จากฟาร์มแบบนี้ก็ให้ความรู้สึกสนุกในแบบที่การช้อปออนไลน์มาแทนไม่ได้

Komagane Farm
พิกัด: 759-447 Ako, Komagane, Nagano
การเดินทาง: อยู่ติดกับป้ายรถบัส Suganodai ระหว่างทางจากสถานีรถไฟ Komagane Ekimae (สาย JR Iida) ไปป้าย Shirabidaira เพื่อขึ้น Komagane Ropeway ประมาณ 10 นาที
เว็บไซต์: kankou-komagane.com

ชมวิวทะเลสาบสุวะยามเย็นที่โรงแรม RAKO Hananoi

จาก Komagane Farm ขับรถมาประมาณหนึ่งชั่วโมงก็ถึงโรงแรม RAKO Hananoi ที่พักของเราในวันนี้ มะม่วงมาถึงตอนช่วงโพล้เพล้ที่บรรยากาศกำลังดี ตัวโรงแรมตั้งอยู่ติดกับทะเลสาบสุวาโกะพอดี ทำให้แขกที่เข้าพักสามารถนั่งชมความสวยงามของทะเลสาบอันกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตาได้ ความโชคดีของมะม่วงคือเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาทางโรงแรมเขาเพิ่งสร้างระเบียงชมวิวเสร็จพอดี มะม่วงลองไปนั่งแล้วรู้สึกได้เลยว่าบรรยากาศดี โรแมนติกสุด ๆ แถมเห็นทางโรงแรมบอกว่าในอนาคตจะทำพื้นที่ตรงนี้เป็นบาร์ด้วยนะครับ สงสัยทำเสร็จเมื่อไหร่คงต้องมาซ้ำอีกทีซะแล้ว

และถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่รักออนเซ็น ที่นี่ก็มีออนเซ็นชั้นเยี่ยมให้ลงแช่กันหลายบ่อ แต่ที่โดดเด่นเลยคือบ่อกลางแจ้งที่สามารถชมวิวทะเลสาบสุวาโกะได้ (ว่ากันว่าวิวพระอาทิตย์ตกที่เห็นจากออนเซ็นนี้สวยสุด ๆ ด้วยนะ) และบ่อสาเกท้องถิ่นที่ใช้สาเกของแถบสุวะแห่งนี้ผสมลงไปในน้ำเพื่อช่วยบำรุงผิวให้นุ่มเนียนเด้ง ดังนั้นสาว ๆ ห้ามพลาดเลยนะ

พูดถึงที่พักและออนเซ็นแล้ว จะไม่พูดถึงอาหารไคเซกิ (会席料理 อาหารคอร์สสไตล์ญี่ปุ่น) ก็คงไม่ได้ อาหารของที่นี่ปรุงโดยเชฟชิโมยูเสะ โอซามุ (下湯瀬 長武) ผู้ถ่ายทอดหัวในในการทำอาหารของตนออกมาผ่านเมนูที่ใช้วัตถุดิบหลากหลายตามแต่ละเดือน ซึ่งรสชาตินั้นเลอค่าสมกับที่เชฟมักกล่าวว่า “ของที่อร่อยนั้นต้องกินตอนที่อร่อย ถึงจะอร่อยที่สุด” ถ้าเพื่อน ๆ กำลังมองหาที่พักชั้นเยี่ยมในแถวนี้ มะม่วงขอฝาก RAKO Hananoi ไว้ในใจด้วยนะครับ

โรงแรม RAKO Hananoi
พิกัด: 2-1200-3 Takashima, Suwa, Nagano
การเดินทาง: นั่งรถไฟสาย JR Chuuoutou จาก Shinjuku ลงสถานี Kamisuwa แล้วต่อรถรับส่งฟรีของโรงแรม
เว็บไซต์: hananoi.co.jp


บันทึกการเดินทางในวันนี้จะเป็นแนวการผจญภัยหน่อย ซึ่งเชื่อว่าสาย Outdoor ผู้รักธรรมชาติน่าจะชอบกันแน่นอน Day 6 เป็นวันสุดท้ายของทริปนี้แล้ว คุณมะม่วงจะทิ้งท้ายทริปไว้ด้วยความสนุกสนานขนาดไหน ห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวงเลย

หากใครอยากรู้จักคุณมะม่วงให้มากขึ้น ติดตามได้ตามช่องทางดังนี้

Youtube: ญี่ปุ่นมั้ย?いーぷんまい? by Kenji มะม่วง
Facebook: ญี่ปุ่นมั้ย?いーぷんまい?
Instagram: kenji_mango